ขอออกตัวก่อนว่า พี่จะพูดตรงและชัดเจนนะคะ อย่าเคืองกันเน้ออออ
เท่าที่อ่านมา เหมือนทางโน้นไม่ได้ตกลงปลงใจจะเป็นแฟน อาจไม่ได้สนใจน้องจริงจัง หรืออาจไม่ไ่ด้คิดว่าจะมาเจอคนที่ชอบระหว่างมาที่นี่ แต่ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน พี่ว่าเราก็อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าเรามีความรู้สึกดีๆให้กันเลยค่ะ
ระยะเวลาไม่สำคัญก็จริง แต่แค่ไม่กี่วัน มาเจอกัน เที่ยวด้วยกัน มันอาจจะสปาร์คกันแบบไม่รู้ตัว แต่พอเขากลับไปเจอสภาพแวดล้อมที่นู่น ที่คุ้นเคย เรื่องสปาร์คก็อาจลืมไปได้ง่ายๆเหมือนกัน
พี่ว่าน้องอาจจะรุกเขาเยอะไปหน่อยนะ ส่งอีเมลไปหาเขาเยอะมากกก ผู้ชายไม่ชอบคนที่ตื๊อหรือแสดงออกอะไรชัดเจนขนาดนั้นนะคะ เพราะแทนที่เขาจะสนใจ เขาอาจจะกลัว คิดว่าเราทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของโดยที่ยังไม่ไ่ด้เป็นอะไรกันเลยด้วยซ้ำ
สมัยนี้เทคโนโลยีมันมีเยอะ การแลกเบอร์ แลกพิน แลกอีเมลแอดเดรสกัน มันง่ายมาก แล้วก็ไม่ได้หมายความว่า ที่เขาแลกข้อมูลกับเรา จะหมายถึงเขาสนใจและชอบเรานะคะ เขาอาจจะอยากหาเพื่อนคุย แก้เหงา เหมือนเพื่อนใหม่แลกเบอร์กันน่ะค่ะ
สมัยก่อนมันยากกกกกก โทรศัพท์มือถือก็ไม่มี การจะขอเบอร์คือเบอร์บ้าน ซึ่งโทรแล้วก็อาจจะไม่เจอตัว อาจจะเจอพ่อแม่ หรือคนอื่น ก็ต้องผ่านด่านนั้นก่อน นั่นหมายความว่า คุณต้องแน่ใจว่าชอบและสนใจคนนี้แล้วจริงๆ ถึงจะขอเบอร์เพื่อโทรไปสานสัมพันธ์
เห็นไหมคะ? ว่ามันต่างกันนะ
เอางี้ดีกว่า พี่ว่าเราลองเงียบๆก่อนมั้ย ไม่ต้องติดต่อไปบ่อยๆ คือ ทักทายได้ใน WhatApp ส่งอีเมลไปถามได้ แต่อย่าให้มันถี่ ถึงขั้นต่อวันเป็นสิบอีเมล แบบนั้นน่ากลัวค่ะ ถ้าลดปริมาณการติดต่อลง แล้วเขาเริ่มติดต่อกลับมา ทำท่าเหมือนรู้สึกว่าเราหายไป ก็น่าจะเป็นสัญญาณที่ดี แสดงว่าเขารับรู้การมีตัวตนของเรานะ ประมาณนี้
แต่ถ้าเขายังเงียบ ก็ปล่อยไปเถอะค่ะ เขาไม่ได้สนใจน้องแน่ๆพี่ว่านะ
อีกอย่าง เรื่องซื้อตั๋วเครื่องบินมาเมืองไทย จากสิงคโปร์มานี่ ถูกค่ะ คนบินไปเที่ยวสิงคโปร์ ไปฮ่องกงมาเก๊าจากไทยก็มีเยอะแยะ ชี้วัดอะไรไม่ได้ ว่าเขาตั้งใจซื้อตั๋วมาเพื่อเจอน้อง หรือความจริงมาทำธุระอย่างอื่นแล้วพ่วงน้องเข้าไปในลิสต์ด้วย ก็แค่นั้น
อย่างที่บอกนะ ว่าพี่พูดตรง อาจรู้สึกไม่ชอบ แต่อยากให้เก็บไปพิจารณาดูตามหลักที่พี่ว่ามานะคะ
ถ้าทุกอย่างทั้งหมดทั้งมวลนี้ ผ่านไปแล้ว แล้วเขายังอยู่ ยังมีการติดต่อพูดคุย ก็น่าจะเป็นการเริ่มต้นสานความสัพมพันธ์ต่อไปได้ในอนาคต
และถ้าเป็นอย่างนั้น พี่ขอเอาใจช่วยนะคะ ^____^