เพิ่งเข้ามาอ่านค่ะ อยากจะบอกว่าชีวิตของน้องคล้ายๆพี่เลยค่ะ
ตอนนี้พี่เลิกกับผู้ชายคนนั้นมา 4 เดือนแล้วค่ะ
ตอนแรกที่เค้าเค้ามาจีบ เค้าทุ่มเททำทุกอย่าง ดูแล ใส่ใจสารพัด ทั้งนวดเท้าให้ ใส่รองเท้าให้ เช็ดกระเป๋าเดินทางที่เลอะ อยู่คนละเมืองก็มาหาทุกวันศุกร์ อยู่ถึงวันอาทิตย์แล้วก็กลับไปทำงานต่อ เค้าทำมาหมดแล้ว แล้วพาไปรู้จักคนที่บ้านด้วย ซึ่งเค้าบอกว่าไม่เคยทำกับแฟนคนก่อนๆเลย
พี่ก็เลยหลงไปเลยค่ะ ยอมเป็นแฟนกับเค้าทั้งที่ปกติคบใครยากมากกกก เพื่อนๆค้านกันใหญ่เลย บอกให้ดูให้ดีก่อน และที่แย่คือครอบครัวพี่ไม่มีใครชอบเค้าเลย ทุกคนรอบตัว เน้น ว่าทุกคนรอบตัวนะคะ รู้สึกว่าพี่กับเค้าไม่เหมาะกัน แต่ตอนนั้นมันเหมือนโคถึกค่ะ รู้สึกว่ารักมาก ก็เลยไม่สนใจคำเตือนของใครทั้งนั้น คิดเอาเองว่าผู้ชายคนนี้เค้าจะหยุดอยู่ที่เรา (ก่อนหน้านี้เค้ามีแฟนมาแล้ว 5 คน)
ที่ลำบากหน่อยคือพี่เจอเค้าตอนไปเรียนต่อ ทำให้พอพี่เรียนจบกลับมาไทย เค้ายังทำงานอยู่ที่นู่น เราเลยต้องมีรักทางไกลกันอยู่เกือบปี ตลอดช่วงเวลานั้นมันก็ยังดีนะคะ เค้าส่งของ ส่งการ์ดมาให้ทุกเทศกาลสำคัญ โทรหาวันละ 2 เวลา เคยคุยกันนาน 4 ชั่วโมงก็มี ค่าโทรศัพท์แพงมาก และพี่ไม่เคยต้องโทรไปเลย เค้าเป็นฝ่ายโทรมาหาตลอด
มันมาแย่ก็ตอนที่เค้าได้งานที่ไทย แล้วกลับมานี่ล่ะค่ะ แม่พี่เคยเตือนแล้วว่า คนอย่างเค้า พอกลับมาที่นี่ มีสังคมมีเพื่อน ต้องไปสังสรรค์ เจอคนอื่นๆอีกมากมาย ไม่ได้ทำงานเก็บเงินเงียบๆเหมือนอยู่ที่นู่น อาจจะมีปัญหา แต่พี่ไม่ฟังค่ะ อยากให้เค้ากลับมาอยู่ข้างๆอย่างเดียว แล้วมันก็เป็นจริงอย่างที่แม่พี่บอกทุกอย่างเลย
พอเค้าเริ่มงานไม่นาน จากที่พี่คิดว่า คราวนี้แหละเราจะมีเวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้น กลายเป็นว่า ยิ่งห่างกันมากขึ้นค่ะ วันทำงานเค้านี่ เวลางานห้ามโทร พอพักเที่ยงเค้าก็ไม่โทรมาด้วยค่ะ บอกว่ามันดูไม่โปร เพราะต้องไปกินข้าวกับหัวหน้า หรือไม่ก็รีบจนต้องกินข้าวบนโต๊ะ ไม่มีเวลาโทร เรื่องเจอนี่ยิ่งแล้วใหญ่ วันธรรมดาไม่เจอกันเลยค่ะ เพราะเค้าอ้างว่าเหนื่อย งานเค้าเครียดมากจริงๆ (เค้าเป็น trader อยู่แบงค์ใหญ่ค่ะ) เค้าเลยขอไม่เจอ ทั้งที่ที่ทำงานอยู่ห่างกัน 2 สถานีรถไฟฟ้าเอง แต่เค้ากลับมีเวลาไปสังสรรค์กับเพื่อนที่ทำงานทุกวัน ทุกวันจริงๆค่ะ เลิกงานปุ๊บเค้าจะบีบีมาบอกว่า วันนี้จะไปดริงก์กันที่ไหน ช่วงแรกพี่พยายามเข้าใจเค้า เพราะเค้าบอกว่างานเค้าต้องมีสังคม ต้องเก็บข่าว ต้องสร้างคอนเนคชั่นเยอะๆจะได้เทรดได้เงินเยอะๆ แล้วที่เค้าไปก็ไปกับเจ้านายผู้หญิงที่อายุมากกว่า 1 ปี กับพี่ผู้ชายอีกคนนึง แต่พอต่อๆมาพี่เริ่มไม่ไหว อะไรกันบอกเราว่าเหนื่อย ทำเหมือนไม่อยากไปไหน แต่ไปสังสรรค์ดริ๊งค์กับคนอื่นได้ถึงสามสี่ทุ่ม บางทีห้าทุ่มกว่าก็มี ทั้งที่วันต่อไปต้องตื่นเช้านะ พี่ก็รู้สึกว่าแบบนี้ไม่ใช่แล้ว อีกอย่างที่จี๊ดมากคือ เค้าชื่นชมพี่ที่ทำงานที่เป็นผู้หญิงมาก คือเจ้านายเค้าคนนึง และเพื่อนร่วมงานอีกคนนึง เค้าจะเล่าถึงสองคนนี้ให้ฟังตลอด ว่าเค้าเก่งยังงั้นดียังงู้น ซื้อนาฬิกาแพงๆให้แฟน บลาบลาบลา แต่ที่เจ็บใจสุดๆคือเค้าบอกว่าพี่ที่ออฟฟิศเชียร์ให้จีบเจ้านายเค้า จนต่อมามีน้องฝึกงานหน้าตาสวยเข้ามา เค้าก็มีหน้ามาบอกพี่อีกนะว่า พี่ที่ทำงานยุให้เค้าจีบน้องคนนี้อีก พี่ก็ไม่ไหวเหมือนกันนะ ตัวพี่เป็นคนรักเดียวใจเดียว มีเวลาเท่าไหร่ให้แฟนหมด แล้วตัวแฟนตอนแรกทำให้พี่ตายใจว่าเค้าก็เหมือนพี่ คือรักและจริงใจกับแฟน แต่ไปๆมาๆเหมือนธาตุแท้จะเริ่มออกมาละ
เรื่องไปเที่ยวไม่ต้องพูดถึง พี่แพลนเองคนเดียวเหมือนกันค่ะ ถ้าพี่อยากไปไหนต้องชวนล่วงหน้านานนะ เพราะเค้าไม่ชอบลางาน เค้าบอกมันดูไม่โปร อิดออดตลอดกว่าจะชวนไปเที่ยวได้ ทั้งที่ตอนจีบใหม่ๆบอกพี่ว่า จะซื้อแพคเกจพาพี่ไปศรีพันวา โอ้โห เราก็รอสิคะ แต่ไม่เคยเลยค่ะ เป็นพี่แพลนเอง หาทุกอย่างเองตลอด แล้วพอเค้าไปถึงเค้าก็ชอบติค่ะ บ่นว่านู่นนี่ ประมาณว่าห้องไม่ดี ร้านไม่สวย อะไรก็ไม่รู้ของเค้า พี่ก็ปรี๊ดแตกทุกครั้งเลย ถ้าอยากได้อย่างใจทำไมไม่ช่วยกันหาล่ะ ไม่เข้าใจเลย ทำให้เราเสียกำลังใจอยู่ได้
พอนึกภาพออกใช่ไหมคะว่า ผู้หญิงที่จริงจังกับความรักแบบเรา พอแฟนให้มาไม่เท่ากัน ไม่สนใจ ไม่ใส่ใจ เราก็จะนอยด์ แล้ววิธีแสดงออกก็คือ บ่นๆๆ วีน เหวี่ยง พี่เคยท้าเลิกไปประมาณห้าหกครั้ง ใจไม่ได้อยากเลิกเลยนะ แต่ไม่รู้จะทำยังไงที่จะเรียกร้องความสนใจเค้าให้กลับมา พอท้าเลิกกันเค้าก็จะดีอยู่พักนึง ไม่กี่วัน แล้วก็กลับมาเป็นแบบเดิมอีก จนถึงจุดพีค ตอนที่พี่เริ่มรู้สึกว่าเค้าแปลกๆ ผู้หญิงมันจะมีเซนส์น่ะ พี่รู้สึกว่าเค้าหวงโทรศัพท์ แทบจะไม่เอาออกมาจากกระเป๋าเลยทั้งที่ปกติวางแผ่หลาเอาไว้บนโต๊ะ พี่ก็เลยสงสัย แล้ววันนึงก็ขอดูเลย ถามนำไปว่าคุยกับใคร เค้าบอกว่าคุยกับเพื่อนๆผู้ชายที่อังกฤษ พี่ก็บอกไม่เชื่อ ขอดูหน่อย ตอนนั้นหน้าตาเค้ามีพิรุธมากๆ จนในที่สุดพี่เห็นว่าพี่ผู้หญิงส่งจูบมาให้ พี่บอกไม่ถูกเลยว่ารู้สึกยังไง ตัวชาไปหมด ก่อนจะคบกับเค้าเราบอกชัดเจนมากว่า เรื่องอะไรทนได้ แต่เรื่องผู้หญิงขอร้องว่าอย่าทำ เค้าก็รับปากอย่างดี ที่ผ่านมาไม่ใส่ใจเรา ยังพอทนได้ แต่แอบคุยกับคนอื่นนี่มันไม่ไหวจริงๆค่ะ มันเหมือนว่า กับเราเค้าเบื่อแล้ว เหนื่อยแล้ว ไม่อยากเอาใจ แต่ก็คบไว้เพราะอะไรไม่รู้ ในขณะเดียวกันก็ไปแสวงหาความตื่นเต้นจากผู้หญิงคนอื่น ไปพูดจาหวานๆกับคนอื่น พี่คิดว่านี่ไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องในการแก้ปัญหาค่ะ ถ้าไม่รักก็เลิกกันเลยดีกว่า หรือมีอะไรก็พูดออกมา เคลียร์กันให้เข้าใจ ไม่ใช่ทำแบบนี้ เหมือนไม่เห็นค่าของเราเลย
เรื่องอนาคตก็เหมือนกัน ตอนจีบบอกว่า ขอทำงานเก็บเงินสามปีแล้วจะมาขอ ถามด้วยว่า จะมาขอพี่ต้องมีอะไรบ้าง รถ บ้าน พอไหม เราก็ปลื้มใจคิดว่าเค้าจริงจัง แต่พอคบกันมาสามปี เรื่องอนาคตไม่เคยพูดอีกเลยค่ะ เวลาถามก็บอกแต่ว่าไม่พร้อม เค้าบอกเค้าคงจะพร้อมเมื่อมีเงิน 20 ล้าน ตอนอายุ 35 มาแบบนี้พี่ก็รู้แล้วว่าเค้าเลี่ยงไม่อยากผูกมัดกับพี่
พี่ไม่อยากจะแนะนำว่าควรทำยังไงค่ะ เพราะคู่ของใคร ก็มีรายละเอียดที่ต่างกันไป แต่ถ้าจะให้มอง พี่มองว่าผู้ชายคนนี้ยังไม่ใช่สำหรับน้องค่ะ เค้ายังเห็นแก่ตัวอยู่มาก โลกส่วนตัวสูงเกินไป สำหรับผู้หญิงที่จริงจังกับความรัก อยากได้การใส่ใจ ยังไงเค้าก็ทำให้ไม่ได้เต็มร้อยค่ะ เค้าจะมองว่าเราน่ารำคาญ เรียกร้องมากเกินไป แล้วเราจะไม่มีความสุขอย่างที่เราอยากมีนะคะ
เอาใจช่วยให้น้องคิดได้นะคะ ไม่ว่าจะตัดสินใจยังไง เอาความสุขของตัวเองเป็นที่ตั้งค่ะ ตอบตัวเองให้ได้ว่ายังรักเค้าอยู่มั้ย ถ้ายังรัก ก็หาทางประคับประคองไปให้ได้ค่ะ สู้ๆนะคะ