LadySquare.com Homepage


Forum Home Forum Home > LadySquare Club : คลับของผู้หญิงวันนี้ > รวมมิตร เพลง หนัง ละคร ดารา ขาเมาท์ ดาวกระจาย
  New Posts New Posts RSS Feed: อิมซังอ๊ก ยอดพ่อค้าหัวใจทระนง
  FAQ FAQ  Forum Search   Calendar   Register Register  Login Login

อิมซังอ๊ก ยอดพ่อค้าหัวใจทระนง

Page  12>
Author
  Topic Search Topic Search  Topic Options Topic Options
donnamoni View Drop Down
Special Member
Special Member
Avatar

Joined: 05 ส.ค. 2007
Location: Thailand
Posts: 938
Post Options Post Options   Quote donnamoni Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Topic: อิมซังอ๊ก ยอดพ่อค้าหัวใจทระนง
    Posted: 21 ม.ค. 2008 at 08:03
MBC Drama 2001

Sang Do...상도


lllll อิมซังอ๊ก ยอดพ่อค้าหัวใจทระนง lllll

29 ธันวาคมนี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3

user posted image

ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ MBC ที่เกาหลีใต้

วันที่ 15 ตุลาคม 2001 - 12 เมษายน 2002 ทุกวันจันทร์ - อังคาร
เสาร์ - อาทิตย์ ช่อง 3 บ้านเราค่ะ
ซีรี่ส์แนวประวัติศาสตร์ จำนวน 50 ตอน


เนื้อเรื่องย่อ


จากเรื่องจริงของยอดพ่อค้าแห่งคาบสมุทรเกาหลี เมื่อความแค้นแปรเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่น วิถีการค้าที่ต้องใช้วิถีแห่งรักเป็นเดิมพัน

บิดาของ อิมซังอ๊ก มุ่งหวังที่จะเป็นล่ามหลวงมาตลอดชีวิต จึงถ่ายทอดความรู้ด้านภาษา ให้กับ ซังอ๊กจนเขาสามารถพูดภาษาจีนได้ตั้งแต่เด็ก แม้ซังอ๊กจะมีความสามารถทางด้านการค้าแต่พ่อและแม่ของเขาก็ยังค งยืนยันที่จะให้ซังอ๊
กเป็นล่าม หลวงของราชสำนักอยู่ดี


ในเมืองอึยจูที่ซังอ๊กอาศัยอยู่มีพ่อค้าทรงอิทธิพลอยู่ 2 กลุ่ม คือ กลุ่ม "ซงซาน" และ "กังซาน" จากการวิวาทกันของพ่อค้า 2 กลุ่มนี้ ทำให้ซังอ๊กได้พบและรู้จักกับ ปาร์กดานุง ลูกสาวของ ปาร์กจูมุง พ่อค้าใหญ่แห่งกลุ่มซงซาง ดานุงเห็นความสามารถของซังอ๊กจึงชวนเขามาร่วมงานด้วย แต่ซังอ๊กปฏิเสธเพราะเป้าหมายของเขาคือการเป็นล่ามหลวงเท่านั้น แต่แล้วความตั้งใจของเขาก็เปลี่ยนไป เมื่อเขาและพ่อถูกปาร์กจูมุงหักหลัง ทำให้พ่อของซังอ๊กต้องอาญาประหารชีวิต เหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้ซังอ๊กสูญเสียทั้งครอบครัว และความฝันที่จะเป็นล่ามหลวง
เมื่อทุกอย่างในชีวิตถูกทำลาย

ความแค้นและแรงบีบคั้นในครั้งนั้นผลักให้เขาก้าวเข้าสู่วิถีแห่ งการเชือดเฉือนกันในส
นามการค้า ด้วยความเฉลียวฉลาด เป็นกันเองกับทุกคน อีกทั้งยังหมั่นศึกษาหาความรู้ใส่ตัว ไม่คิดที่จะละทิ้งความหวัง คงยืนหยัดต่อสู้ด้วยความเข้มแข็ง ประกอบกับปณิธานอันแรงกล้า ตลอดจนความขยันหมั่นเพียร กับความสามารถทางการค้าที่มี และท้ายที่สุดการที่เขาสามารถใช้ความพอเพียงสยบความโลภได้นั้น เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เขาก้าวขึ้นสู่ความเป็นยอดพ่อค้าและมหาเศ รษฐีแห่งคาบสมุทรเกาห
ลีที่มีคนให้การนับถือมาก ที่สุดคนหนึ่งเลยทีเดียว

แต่ที่สำคัญที่สุดที่ทำให้เขากลายเป็นตำนานเล่าขานมาจนปัจจุบัน นั่นคือการที่เขาเป็น
พ่อค้าที่รู้จักให้กลับคืนสู่สังคม เขาได้ช่วยเหลือคนมากมาย ในบั้นปลายชีวิตเขาได้ปลดหนี้ให้แก่ลูกหนี้ รวมทั้งนำเงินที่มีอยู่แจกจ่ายให้ผู้คน ยกที่ดินที่ตนมีให้ตกเป็นของแผ่นดิน คุณงามความดีเหล่านี้ทำให้เขายังคงอยู่ในใจชาวเกาหลีไม่เสื่อมค ลาย แต่กับความรักที่ดูเหมือนจะเป็นเส้นขนานเมื่อหญิงที่เขารักกลับ กลายเป็นลูกสาวของศัต
รู เส้นทางรักที่สวนทางกับเส้นทางแห่งการแก้แค้นบนวิถีแห่งการค้าจ ะจบลงเช่นไร

ติดตามชมเรื่องราวของบุรุษผู้ใช้ศิลปะแห่งการค้า พลิกชะตาก้าวสู่ความเป็นหนึ่งได้ใน "อิมซังอ๊ก ยอดพ่อค้าหัวใจทระนง"

http://forums.popcornfor2.com/index.php?showtopic=53460

นักแสดง

user posted image
ลีแจรยอง รับบทเป็น อิมซังอ๊ก



user posted image
คิมฮยอนจู รับบทเป็น ดานยอง

user posted image
ลีซุนแจ รับบทเป็น ปาร์คจูเมียง

user posted image
คิมยูมิ รับบทเป็น แชยอน
user posted image
ปาร์คอินฮวาน รับบบทเป็น ฮองดึ๊กจู

user posted image
ฮองอึนฮี รับบบทเป็น มิกึม

user posted image
ซองแจโฮ รับบบทเป็น อิมบองแฮก


user posted image

user posted image

user posted image

user posted image




Edited by donnamoni - 21 ม.ค. 2008 at 08:10
Back to Top
donnamoni View Drop Down
Special Member
Special Member
Avatar

Joined: 05 ส.ค. 2007
Location: Thailand
Posts: 938
Post Options Post Options   Quote donnamoni Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 21 ม.ค. 2008 at 08:07

+++ อิมซังอ๊ก ยอดพ่อค้าหัวใจทระนง Sang Do +++

http://www.mono2u.com/review/content/imsangaok/

นำแสดงโดย :  ลีแจยอง คิมฮุนจู ลีซุนจา จุงโบซก คิมจีอุ๊ก คิมยูมิ ลีอาฮุน ลีฮีโด คิมจาอ๊ก ปาร์กอินฮวาน ฮุนอึนฮี คิมยองกุน

+++ เรื่องย่อ อิมซังอ๊ก ยอดพ่อค้าหัวใจทระนง Sang Do +++

"รู้จักใช้ รู้จักหา เรารักเงิน เงินรักเรา" จากเรื่องจริงของยอดพ่อค้าแห่งคาบสมุทรเกาหลี เมื่อความแค้นแปรเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่น วิถีการค้าที่ต้องใช้วิถีแห่งรักเป็นเดิมพัน บิดาของ อิมซังอ๊ก มุ่งหวังที่จะเป็นล่ามหลวงมาตลอดชีวิต จึงถ่ายทอดความรู้ด้านภาษา ให้กับ ซังอ๊กจนเขาสามารถพูดภาษาจีนได้ตั้งแต่เด็ก แม้ซังอ๊กจะมีความสามารถทางด้านการค้าแต่พ่อและแม่ของเขาก็ยังค งยืนยันที่จะให้ซังอ๊กเป็นล่าม หลวงของราชสำนักอยู่ดี  ในเมืองอึยจูที่ซังอ๊กอาศัยอยู่มีพ่อค้าทรงอิทธิพลอยู่ 2 กลุ่ม คือ กลุ่ม "ซงซาน" และ "กังซาน" จากการวิวาทกันของพ่อค้า 2 กลุ่มนี้ ทำให้ซังอ๊กได้พบและรู้จักกับ ปาร์กดานุง ลูกสาวของ ปาร์กจูมุง พ่อค้าใหญ่แห่งกลุ่มซงซาง ดานุงเห็นความสามารถของซังอ๊กจึงชวนเขามาร่วมงานด้วย แต่ซังอ๊กปฏิเสธเพราะเป้าหมายของเขาคือการเป็นล่ามหลวงเท่านั้น แต่แล้วความตั้งใจของเขาก็เปลี่ยนไป เมื่อเขาและพ่อถูกปาร์กจูมุงหักหลัง ทำให้พ่อของซังอ๊กต้องอาญาประหารชีวิต เหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้ซังอ๊กสูญเสียทั้งครอบครัว และความฝันที่จะเป็นล่ามหลวง

      

เมื่อทุกอย่างในชีวิตถูกทำลาย   ความแค้นและแรงบีบคั้นในครั้งนั้นผลักให้เขาก้าวเข้าสู่ว ิถีแห่งการเชือดเฉือนกันในสนามการค้า ด้วยความเฉลียวฉลาด เป็นกันเองกับทุกคน อีกทั้งยังหมั่นศึกษาหาความรู้ใส่ตัว ไม่คิดที่จะละทิ้งความหวัง คงยืนหยัดต่อสู้ด้วยความเข้มแข็ง ประกอบกับปณิธานอันแรงกล้า ตลอดจนความขยันหมั่นเพียร กับความสามารถทางการค้าที่มี และท้ายที่สุดการที่เขาสามารถใช้ความพอเพียงสยบความโลภได้นั้น เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เขาก้าวขึ้นสู่ความเป็นยอดพ่อค้าและมหาเศ รษฐีแห่งคาบสมุทรเกาหลีที่มีคนให้การนับถือมาก ที่สุดคนหนึ่งเลยทีเดียว   แต่ที่สำคัญที่สุดที่ทำให้เขากลายเป็นตำนานเล่าขานมาจนปั จจุบันนั่นคือการที่เขาเป็นพ่อค้าที่รู้จักให้กลับคืนสู่สังคม เขาได้ช่วยเหลือคนมากมาย ในบั้นปลายชีวิตเขาได้ปลดหนี้ให้แก่ลูกหนี้ รวมทั้งนำเงินที่มีอยู่แจกจ่ายให้ผู้คน ยกที่ดินที่ตนมีให้ตกเป็นของแผ่นดิน คุณงามความดีเหล่านี้ทำให้เขายังคงอยู่ในใจชาวเกาหลีไม่เสื่อมค ลาย แต่กับความรักที่ดูเหมือนจะเป็นเส้นขนานเมื่อหญิงที่เขารักกลับ กลายเป็นลูกสาวของศัตรู เส้นทางรักที่สวนทางกับเส้นทางแห่งการแก้แค้นบนวิถีแห่งการค้าจ ะจบลงเช่นไร ติดตามชมเรื่องราวของบุรุษผู้ใช้ศิลปะแห่งการค้า พลิกชะตาก้าวสู่ความเป็นหนึ่งได้ใน "อิมซังอ๊ก ยอดพ่อค้าหัวใจทระนง"

+++ นักแสดงนำ อิมซังอ๊ก ยอดพ่อค้าหัวใจทระนง Sang Do +++

อิมซังอ๊ก ชายหนุ่มผู้มีความฉลาดหลักแหลม มีหัวการค้า เป็นกันเองกับทุกคน ยึดมั่นในคุณธรรม เพื่อสืบทอดปณิธานของพ่อที่ต้องการให้เป็นล่าม อิมซังอ๊กจึงหมั่นศึกษาหาความรู้ ด้วยความที่ไม่คิดที่จะละทิ้งความหวัง อีกทั้งยังยืนหยัดต่อสู้ ชีวิตที่ล้มลุกคลุกคลาน ด้วยความเข้มแข็ง ปณิธานอันแรงกล้า ตลอดจนความรู้ความสามารถที่มี ทำให้อิมซังอ๊ก สามารถฝ่าฟันสงครามทางการค้าไปได้ จนกลายเป็นมหาเศรษฐีเกาหลี

ปาร์กดานุง เป็นแบบฉบับของหญิงสาวที่มีความก้าวหน้าในสังคมสมัยนั้น ไม่เพียงมีรูปโฉมงดงาม ทั้งยังมีความสามารถในการบริหารจัดการ มีความแข็งอ่อนอันเป็นคุณสมบัติสำคัญในการทำการค้า ทำให้นางประสบความสำเร็จในการทำการค้า ความรู้สึกที่มีต่ออิมซังอ๊กนั้น ด้วยความสามารถของอิมซังอ๊ก ทำให้นางเกิดความเลื่อมใสศรัทธา แต่ด้วยอุปนิสัยที่เงียบขรึม ทำให้นางใช้อุดมคตินำความรัก จึงได้แต่เก็บซ่อนความรักที่มีต่ออิมซังอ๊กไว้ในใจเท่านั้น 

ปาร์กจูมุง พ่อของปาร์กดานุง เป็นมหาเศรษฐีแห่งเมืองซงตู มีปรัชญาว่า จะไม่ใช้จ่ายเงินทองในการที่ไม่ควรใช้จ่ายเป็นอันขาด เป็นพ่อค้าที่มีความฉลาดหลักแหลม มีเล่ห์เหลี่ยมแบบพ่อค้า ละเอียดรอบคอบ

ฮุงมีกึม ลูกสาวของฮุงต๊อกจู หญิงสาวที่มีจิตใจดีมีเมตตา มีความเฉลียวฉลาดหลักแหลม เป็นแก้วตาดวงใจของฮุงต๊อกจู เดิมทีนั้นเธอรักกับจุงจิซูซึ่งเป็นลูกจ้าง เนื่องจากความมักใหญ่ใฝ่สูงและความทะเยอทะยานของจุงจิซู ทำให้นางถูกทอดทิ้ง แต่ด้วยพรหมลิขิต ทำให้นางได้เป็นภรรยาของอิมซังอ๊ก

ยุนแชยุน ลูกสาวขุนนางใหญ่ซึ่งรับผิดชอบดูแลหอบัณฑิต เนื่องจากพ่อกระทำความผิด จึงต้องโทษประหาร ส่วนนางก็ถูกเนรเทศไปเป็นทาส ต่อมานางมีโอกาสได้รู้จักและร่วมทุกข์ร่วมสุขกับอิมซังอ๊ก จากความช่วยเหลือของอิมซังอ๊ก ทำให้นางได้ทำงานในคณะกายกรรม

จุงจิซู เป็นคนสนิทและได้รับความไว้วางใจจากฮุงต๊อกจู เป็นคนมักใหญ่ใฝ่สูง ทะเยอทะยาน พยายามทำทุกอย่างเพื่อเอาใจลูกสาวเพียงคนเดียวของฮุงต๊อกจู ต่อมาไปเข้ากับปาร์กจูมุง กลายเป็นศัตรูการค้าคนสำคัญของอิมซังอ๊ก

                                               

ฮุงต๊อกจู มหาเศรษฐีเมืองอึยจู ในเวลาเดียวกันก็ได้ชื่อว่าขี้งก เนื่องจากหลงกลติดกับแผนการอันชั่วร้ายของปาร์กจูมุง ทำให้ต้องสิ้นเนื้อประดาตัว

+++ วอลเปเปอร์จากละคร อิมซังอ๊ก ยอดพ่อค้าหัวใจทระนง Sang Do +++



Edited by donnamoni - 21 ม.ค. 2008 at 08:18
Back to Top
donnamoni View Drop Down
Special Member
Special Member
Avatar

Joined: 05 ส.ค. 2007
Location: Thailand
Posts: 938
Post Options Post Options   Quote donnamoni Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 21 ม.ค. 2008 at 08:16

เรื่องย่อละครตามบทโทรทัศน์ - อิมซังอ๊ก ตอนที่ 1

บิดาของอิมซังอ๊กมุ่งหวังที่จะเป็นล่ามหลวงมาตลอดชีวิต จึงถ่ายทอดความรู้ภาษาจีนให้กับอิมซังอ๊กจนเขาสามารถพูดภาษาจีน ได้ตั้งแต่เด็ก แม้อิมซังอ๊กจะมีความสามารถทางด้านการค้าขายแต่พ่อและแม่ของเขา ก็ยังคงยึดมั่นที่จะให้อิมซังอ๊กได้เป็นล่ามหลวงของราชสำนัก แม้ว่าอิมซังอ๊กจะออกไปช่วยพ่อค้าคนหนึ่งขายของ แม่ไปเห็นก็ดุอิมซังอ๊ก
“วันหลังอย่าไปท่าเรืออีกนะ”
“แต่ท่านพ่อเคยบอกว่าถ้าอยากเชี่ยวชาญภาษาจีนต้องคุยกับชาวจีนบ ่อยๆ”
“เขาอยากให้เจ้าเก่งภาษาจีนไม่ใช่เพื่อให้เจ้าอวดรู้เที่ยวหาเศ ษเงิน ลูกผู้ชายถึงต้องอดอยากก็ต้องยึดมั่นเป้าหมายถึงจะสำเร็จ ชะตาชีวิตของคนอยู่ในกำมือของเรา ต่อไปจงอย่าออกนอกทาง จงมุ่งหวังแต่เป็นล่ามหลวงเท่านั้น”
“ท่านพ่อสู้มาชั่วชีวิต ก็ยังเป็นล่ามหลวงไม่ได้เลย”
“เพราะพ่อเจ้า เพราะพ่อเจ้าโชคไม่ดี ไม่ใช่ไร้ความสามารถ อาจเป็นเพราะโชคชะตา เขาไม่ได้เป็นล่ามหลวง เพราะกรรมการคัดเลือกใช้เส้นสาย ซึ่งถ้าได้พบกับกรรมการคัดเลือกที่เป็นธรรมพ่อเจ้าต้องได้เป็นแ น่”
“แต่ข้าไม่อยากเห็นแม่ลำบาก ท่านแม่ขายเกลือมาทั้งชีวิตยังพอแค่ค่าข้าวต้มเท่านั้น”
“บางคนข้าวต้มยังไม่มีกินถึงกับอดตาย วันๆ แม่ต้องแบกเกลือ เดินข้ามเขาตั้งหลายสิบลี้ ปวดจนแทบเหยียดหลังให้ตรงไม่ได้ ก็เพราะหวังเลี้ยงพวกเจ้าให้อิ่มท้อง แต่ว่าแม่ ก็ไม่เคยโทษพ่อของเจ้า เพราะพ่อของเจ้า ไม่เคยละทิ้งเป้าหมายของเขา นี่คือสิ่งที่ลูกผู้ชายพึงกระทำ ในเมื่อตัดสินใจแล้วก็ควรต่อสู้ให้มันถึงที่สุด”
อิมซังอ๊กไปบอกพ่อค้าว่าจะไม่มาช่วยทำงานอีกแล้ว แต่แล้วเขาก็ไปพบเหตุการณ์ พกกับเทียทำเงินของคณะการแสดงการละเล่นพื้นบ้านหาย ต้องรีบหาไปใช้คืน โดยทั้งสองกำลังโดนกิดข่มขู่ให้หาเงินมาคืนให้ได้ อิมซังอ๊กจึงถามว่าเท่าไหร่ ทั้งสองบอกว่าครึ่งตำลึง
อิมซังอ๊กไปต่อรองเถ้าแก่ร้านหนึ่งว่าจะขอเงินจำนวนครึ่งตำลึง แล้วทำให้ร้านของเขาขายของดีขึ้น แต่เถ้าแก่ไม่ยอม พอดีพ่อค้าฮุงได้ยินและยอมทำตามที่อิมซังอ๊กแนะนำ จนร้านของเขาขายของดีเกินคาด พ่อค้าฮุงจึงแถมให้อิมซังอ๊กอีก 10 เฟื้อง อิมซังอ๊ก พก และเทีย จึงกลายเป็นเพื่อนสนิทกัน
อิมซังอ๊กพยายามไปชวนพ่อค้าคนจีนคุย เพื่อจะได้ฝึกเรื่องภาษา พวกพ่อค้าชมว่าสำเนียงของอิมซังอ๊กดีมาก
วันหนึ่งพกกับเทียนำเงินเยนปลอมมาหลอกให้อิมซังอ๊กไปขอแลกกับพ่ อค้าชาวจีน พอดีดายงจับได้ว่าเป็นเงินเยนปลอมจึงเรียกตำรวจมาจับทั้งสาม อิมซังอ๊กโกรธมากไม่ยอมให้พกกับเทียมาเรียกเขาว่าลูกพี่อีกต่อไ ป แม้ว่าทั้งสองพยายามขอโทษ
ในเมืองโชซอนที่พวกเขาอาศัยอยู่ได้มีพ่อค้าอยู่ 2 กลุ่มด้วยกันคือกลุ่ม “ซงซาง”และ “กังซาง” จากการวิวาทกันของพ่อค้า 2 กลุ่มจึงทำให้อิมซังอ๊กได้รับบาดเจ็บและทำให้เขาได้รู้จักกับปา ร์กดานุงลูกสาวของปาร์กจูมุง พ่อค้าใหญ่แห่งกลุ่มซงซาง
“มันเป็นเรื่องที่จะต้องเกิดขึ้นอยู่แล้ว การที่กลุ่มกังซางมีปฏิกิริยารุนแรงขนาดนี้ก็เพราะเราเริ่มเหนื อกว่า ซึ่งเท่ากับยืนยันได้ว่ากลุ่มซงซางของเรามีศักยภาพเหนือกว่า ซึ่งจะว่าไปมันก็ไม่เลว” วังกล่าว
“แล้วคนที่ได้รับบาดเจ็บกับคนงานของเราเป็นยังไง” ดายงถามถึง
“หมอมาตรวจแล้วครับ คุณหนูไม่ต้องห่วง”
กิดเสริมว่า “พวกเขาเป็นนักแสดงที่ต้องใช้หน้าตาทำมาหากิน ซึ่งเราต้องออกแสดงเท่านั้นถึงจะมีกิน แต่ดูพวกเขาตอนนี้สิ หน้าตาบวมปูดแขนขาช้ำไปหมด ถ้าท่านจะไม่สนใจใยดีก็ใจร้ายไปหน่อยแล้ว”
“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเรากลุ่มซงซาง ไปเรียกร้องเอาจากกลุ่มกังซางแล้วกัน” วังว่า
กิดไม่พอใจ “พูดแบบนี้ได้ยังไง ที่พวกเขาบาดเจ็บก็เพราะพวกนั้นนึกว่าเป็นกลุ่มซงซางแล้วคิดดูส ิขนาดซังอ๊กก็ยังพลอยถูกลูกหลง เขาไม่ใช่นักแสดงข้างถนนเหมือนพวกเรานะ เขาเป็นบัณฑิตคนแก่เรียนที่เตรียมจะสอบเป็นล่ามหลวง โธ่ ซังอ๊ก เจ้าช่างน่าสงสารจริงๆ ฮือๆ ซังอ๊กๆ ฮือๆ”
วังไล่ทุกคนกลับไป แต่กิดขอร้องว่า “ปัทโธ่ นายท่าน ถือว่าเห็นใจช่วยออกค่ายาให้เด็กๆ พวกนี้ไปซื้อยาบำรุงหน่อยเถอะ นายท่าน นะครับ เออ นายท่านๆๆ เดี๋ยวสิครับเดี๋ยว อย่าเพิ่งไปสิ ถุย ทุเรศจริงๆ ทั้งหมดนี้เป็นเพราะพวกเจ้าก่อเรื่องดีนัก” กิดหันมาต่อว่าพกกับเทีย
“ทีนี้ ข้าเอาตายแน่ๆ ซังอ๊ก ท่าทางเด็กผู้หญิงคนนั้นน่าจะเป็นเจ้าของร้านผ้าไหม ข้าแก่ปูนนี้เพิ่งเคยเห็นเด็กผู้หญิงเป็นเถ้าแก่” กิดบอกกับอิมซังอ๊ก
“หัวหน้าปล่อยก่อนได้มั้ย พวกข้าไม่หนีหรอก โอ๊ยๆ”
“หุบปากแล้วไปกับข้า”
“หัวหน้า หนนี้ต้องลงโทษให้หนักนะ” อิมซังอ๊กบอก กิดก็เห็นด้วย
วังย้อนกลับมาเรียกอิมซังอ๊กไปพบกับดายง แต่ได้ยินดายงว่า
“ถึงจะเร่งด่วนแค่ไหนข้าก็ว่าไม่เหมาะ การที่เราจะให้อันธพาลอย่างงั้นมาช่วย”
สาวใช้แย้ง “คุณหนู ตอนนี้เราไม่ควรถือสาเรื่องนั้น เพราะครั้งนี้เป็นลูกค้ารายใหญ่ของเรา”
“เพราะเป็นเรื่องเร่งด่วนข้าจึงขอบอกตามตรง เจ้าพูดภาษาจีนเก่งใช่มั้ย มีพ่อค้าชาวจีนมาหาเราซึ่งเราจำเป็นต้องใช้ล่ามสื่อสาร แต่ล่ามของร้านเราไปซงตู ส่วนข้าก็ฟังออกแค่นิดหน่อย ลูกค้ารายนี้สำคัญต่อพวกเรามาก” วังว่า
“เมื่อสำคัญแล้วมาไหว้วานอันธพาลทำไม” อิมซังอ๊กโต้กลับ
“ช่วยเราหน่อยเถอะ”
“ตอนนี้พ่อค้าชาวจีนอยู่ไหน”
“ขอแค่ชั่งละ 100 ตำลึงจีนก็พอ”
“100 ตำลึงจีนเทียบกับเงินโชซอนเป็นเท่าไหร่”
“ตอนนี้ก็ประมาณ 400 ตำลึง”
“ถ้างั้นมูลค่าของโสม 1 ชั่งก็เท่าข้าวสารร้อยกระสอบ”
“ถูกต้อง เพราะฉะนั้นเจ้าต้องทำให้เต็มที่ เชิญครับคุณหนู เริ่มกันได้เลย”
ว่าแล้วอิมซังอ๊กก็ช่วยเจรจาจนพ่อค้าชาวจีนตกลงซื้อโสมจากดายง วังถามอิมซังอ๊กว่าเจรจาแบบไหน เพราะคนค้าขายต้องซื่อสัตว์
“ท่านคงคิดว่าข้าวู่วามใช่มั้ย” อิมซังอ๊กย้อนถาม
“ก็มันจริงนี่ ดีนะที่ลูกค้ายอมตกลง 90 ก็พอแล้วนี่เล่นตั้ง 120 ถ้าเมื่อกี้คุณหนูไม่ห้ามเอาไว้ข้าคงเจรจาแทนไปแล้ว”
“ที่ท่าน เสนอราคานี้เพราะมีเหตุผลใช่มั้ย”
“พ่อค้าชาวจีนทั้งสองอ้างว่ามาจากจ้าเหมินความจริงแล้วโกหก”
“รู้ได้ไงว่าโกหก”
“ในหนังสือเทียนลู่เคยบันทึกเอาไว้ พ่อค้าชาวจีนแบ่งเป็นพ่อค้าใต้จากซินอันละพ่อค้าเหนือจากซานซี ซึ่งพ่อค้าจากซินอันต่างกับพ่อค้าจากซานซีโดยดูได้จากเสื้อผ้าแ ละสีครามของผ้าไหม ซึ่งเมื่อดูจากการแต่งกายจึงรู้ว่ามาจากซินอันแถมเขายังใส่รองเ ท้ากันฝนซึ่งภาคใต้ของจีนตอนนี้เข้าฤดูฝนพอดีพื้นดินจึงเฉอะแฉะ ดังนั้นถ้าไม่ใส่รองเท้ากันฝนจะเดินเหินลำบากมาก ในขณะที่พ่อค้าจากจ้าเหมินที่มาอีจูไม่เคยใส่รองเท้าแบบนี้”
“แต่มันก็ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้”
“เกี่ยวข้องกันมากทีเดียว ที่เขาหลอกว่ามาจากจ้าเหมินซึ่งอยู่ไม่ไกล ก็เพราะอยากจะได้ราคาที่ต่ำกว่าจ้าเหมิน ประกอบกับเข้าฤดูฝนพ่อค้าจากภาคใต้จึงมาโชซอนทางบกไม่ได้ หนทางเดียวที่จะมาได้คือทางเรือ พวกเขาหลีกเลี่ยงทางบกถึงกับเสี่ยงตายมาทางเรือเพื่ออะไร ดังนั้นถึงเราจะขายแพงแค่ไหนพวกเขาก็ต้องซื้ออย่างแน่นอน ต่อให้ยืนที่ 120 เขาก็ต้องตกลง แต่เพราะคำนึงถึงสายสัมพันธ์ระยะยาวข้าจึงลดให้เหลือ 110″
ดายงเสนอว่า “ต่อไป การค้าขายของเราที่ติดต่อกับชาวจีนข้าจะมอบให้ตกลงมั้ย ถ้าท่านยอมรับข้อเสนอข้าจะมอบตำแหน่งสำคัญในร้านให้ พร้อมกับผลตอบแทนอย่างงาม”
“ข้าไม่เคยคิดที่จะเป็นพ่อค้า ที่ข้าศึกษาภาษาจีนก็เพราะอยากเป็นล่ามหลวง ข้าขอลาก่อน”
“พ่อหนุ่มๆ นี่เป็นผลตอบแทนที่เจ้าช่วยเจรจา”
“ที่ข้าช่วยไม่ใช่เพื่อเงิน เก็บเอาไปเถอะ”
“เจ้านี่มันดื้อจริงๆ เลยนะ งั้นถือเป็นค่ายาที่กลุ่มซงซานให้ก็แล้วกัน”
กิดกับเชาลีลงโทษพกกับเทียที่เล่นการพนัน แล้วไม่คิดเอาทั้งสองคนไว้ในคณะอีกต่อไป เพราะจะพลอยทำให้คนอื่นเดือดร้อน กิดคิดจะฆ่าทั้งสองให้ตาย พอดีกับอิมซังอ๊กนำเงินค่าทำขวัญมาให้ และบอกให้สั่งสอนพกกับเทียเบาะๆ ก็พอ
อิมซังอ๊กกลับถึงบ้าน ซังฮีน้องสาวกับแม่ก็บอกว่าพ่อรอเขาอยู่ เหมือนมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย อิมซังอ๊กรีบเข้าไปหาพ่อ
“ข้าตัดสินใจ ที่จะทำการค้าแล้ว” พ่อว่า
แม่ตกใจ “ทำไมพูดแบบนี้ล่ะ ท่านจะละทิ้งอุดมการณ์ของตัวเองไปเป็นพ่อค้าหรือ”
“อุดมการณ์ควรเปลี่ยนได้แล้ว”
“ถ้าเพื่อความอยู่รอดไม่ต้องเป็นห่วงหรอกข้ายินดีแบกเกลือขายแบ บนี้ต่อไป”
“อย่าพูดอีกเลย คงเพราะข้าไม่มีดวง ชาตินี้ข้าคงไม่ได้เป็นขุนนางแล้ว อีกไม่กี่วัน คณะทูตที่จะไปเอียนจิงจะผ่านเมืองอีจู ซึ่งข้าจะร่วมขบวนไปด้วยเพราะฉะนั้นเจ้าไปกับข้าด้วย จะได้สัมผัสแผ่นดินจีนที่แท้จริง หลังจากที่ได้สัมผัสแล้วน่าจะช่วยในการสอบเป็นล่ามได้”
“แต่ตามกฎหมายเราจะข้ามประเทศเองไม่ได้ ถ้าเกิดถูกจับกุมตัวล่ะก็”
“ถ้าเราเดินทางไปในฐานะของคนเลี้ยงม้าก็จะไม่มีปัญหาอะไร ยิ่งถ้าอยู่กับขบวนพ่อค้าแล้วนำสินค้าไปขายก็จะได้กำไรงาม ไม่เพียงได้เงินยังได้ไปเอียนจิงโดยไม่ต้องเสียเงิน ทั้งยังสามารถมีทุนให้กับซังอ๊กในการไปสอบด้วย”
ถึงข้าจะเจ้าใจความคิดของท่านแต่สภาพของเราตอนนี้คงไปเอียนจิงไ ม่ได้หรอก ถึงเราจะรู้ว่าเอาของไปขายจะได้กำไรงาม แต่ท่านพ่อเรามีเงินลงทุนหรือครับ ของที่จะขายในเอียนจิงได้ต้องเป็นของราคาแพงเราจะไปเอาทุนจากที ่ไหน”
“เรื่องนี้พ่อมีทางอยู่แล้ว”
ว่าแล้วพ่อก็พาอิมซังอ๊กไปที่บ้านของเศรษฐี ฮุงต๊อกจู เวลานั้นฮุงต๊อกจูกำลังมายึดร้านของแทจู เพราะทำให้การค้าเสียหายมาก อิมซังอ๊กเห็นอย่างนั้นก็บอกกับพ่อว่า
“ท่านพ่อ ข้ามักจะได้คุยกับพ่อค้าที่มาจากเมืองจีนจึงรู้เรื่องของจีนเป็ นอย่างดี ถึงไม่ได้ไปเอียนจิงข้าก็รู้เรื่องราวทุกอย่างดี เพราะฉะนั้นข้าจะทำตามคำสั่งของท่าน ต้องเป็นล่ามหลวงอันดับหนึ่งให้ได้ ดังนั้นอย่าคิดถึงเรื่องทำการค้าอีกเลย ท่านไม่ควรมาที่นี่เพื่อถูกหยาม เรากลับกันเถอะครับ”
แต่พ่อยืนยันที่จะพบฮุงต๊อกจูให้ได้ แม้ว่าลูกน้องของฮุงต๊อกจูไม่ยอมให้เข้าพบ พอดีฮุงต๊อกจูมาพบก็สั่งให้ลูกน้องหยุด
“เจ้าคือ”
“ข้าคืออิมบงแฮ”
“ไม่เจอซะนาน แล้วเจ้ามาที่นี่ทำไม”
“ยืมเงินให้ข้าหน่อย ข้าต้องการ 500 ตำลึง”
ฮุงต๊อกจูสั่งให้ปั๊กกุงนำเงินมาให้พ่อตามนั้น แต่ปั๊กกุงถามเรื่องสัญญา แต่ฮุงต๊อกจูบอกว่าไม่ต้องใช้ พ่อสัญญาว่าจะนำเงินมาคืนให้ภายใน 6 เดือน พ่อพาอิมซังอ๊กกลับไป
“เยี่ยมจริงๆ ฮ่ะๆ” ฮุงต๊อกจูหัวเราะ
“ข้าติดตามท่านมาสิบกว่าปีแล้ว ทุกครั้งที่ท่านใช้เงินจะมีเหตุมีผลเสมอ ไม่ทราบท่านเป็นอะไรกับเขาถึงให้ยืมเงิน 500 ตำลึงอย่างง่ายดาย”
“อย่าว่าแต่ 500 ต่อให้พันหนึ่งข้าก็ให้ ข้ากะอยู่แล้วว่าต้องมีวันนี้ สะใจเป็นบ้าเลย ฮ่ะๆ เฮ้อ มีความสุขจริงๆ”
เมื่อกลับถึงบ้าน อิมซังอ๊กก็ตกใจเมื่อพ่อพูดเรื่องเงินเยน
“ใช่ เราจะเอาเงินไปซื้อเงินเยนแล้วเอาไปแลกเป็นเงินจีนที่เอียนจิง เพราะในโชซอนเงินจีนมีมูลค่าสูงกว่าเงินเยน ซึ่งสร้างผลกำไรได้อย่างงาม ตอนที่พ่อเป็นหนุ่มเคยตามคณะทูตไปเอียนจิงและเคยเห็นคนใช้วิธีน ี้สร้างผลกำไร แล้วพรุ่งนี้พ่อจะเช่าม้าไปเปียงยาง”
“ถึงจะไปเปียงยางก็เปล่าประโยชน์” อิมซังอ๊กว่า
“เปล่าประโยชน์หรือ หมายความว่ายังไง”
“เพราะเงินเยนไม่มีการเข้ามาในโชซอนมาหลายสิบปีแล้ว”
“เจ้าพูดจริงรึเปล่า”
“ครับ ข้าได้ยินมาจากเพื่อนที่ทำการค้า”
“ถ้าเป็นอย่างงั้นจริงๆ เราก็แย่น่ะสิ เฮ้อ เพราะพ่อถอยห่างจากวงการค้ามานาน ก็เลยไม่รู้ถึงความเปลี่ยนแปลง”
“ตามความคิดของข้า ถ้าเอาโสมไปขายก็น่าจะดี”
“โสมหรือ”
“ครับ ไม่นานมานี้ข้าพบพ่อค้าชาวจีนที่มาซื้อโสมถึงที่อีจู พวกเขาอุตส่าห์ดั้นด้นเดินทางมาถึงที่นี่แสดงว่าในจีนราคาโสมต้ องสูงมาก”
“แล้วจะหาซื้อโสมได้จากที่ไหน”
“โชคดีที่ข้ารู้จักพ่อค้ากลุ่มซงซาง ซึ่งที่เขามี” พ่อเห็นดีด้วย
อิมซังอ๊กไปพบกับดายงและวัง ทั้งสองถามว่ามาพบเรื่องอะไร
“ข้าอยากซื้อโสมจากพวกท่าน”
“เจ้าจะซื้อโสมเอาไปทำอะไร”
“จะมีคณะทูตที่ไปเมืองเอียนอิงผ่านมาข้ากับพ่อจะสมัครเป็นคนเลี ้ยงม้าเพื่อจะได้นำโสมไปขายด้วย”
“อยากจะรนหาที่ตายหรือไง ถ้าเอาโสมไปด้วยนอกจากจะถูกยึดที่ด่านตรวจแล้วยังมีโทษด้วยนะ”
“หมายความว่ายังไง”
“อ้าว เจ้าไม่รู้เรื่องเลยหรือ”
“คนที่ไปกับคณะทูตที่จะเอาโสมไปได้ก็มีแต่พ่อค้าหลวงของฮันยางก ับล่ามหลวงเท่านั้น ขนาดเรากลุ่มพ่อค้าซงซาง กลุ่มเยาซางของเปียงยาง กลุ่มนานซางของดงลา และกลุ่มกังซางของอีจู ยังเอาโสมไปไม่ได้”
“ถ้าใครฝ่าฝืนกฎจะได้รับโทษสถานหนัก ที่เราไม่ค่อยส่งโสมให้ตลาดมืดของจีนก็ด้วยสาเหตุนี้ เพราะมีกฎหมายกำหนดเอาไว้”
“ถ้าเอาโสมไปไม่ได้ แล้วควรเอาอะไรไปถึงจะกำไรงาม”
“การนำผลิตภัณฑ์กระดาษและผลิตภัณฑ์ไม้จากโชซอนไปขายที่เมืองจีน ก็ถือได้ว่าได้กำไรงาม แต่คนที่เป็นคนเลี้ยงม้าคงไม่สามารถนำไปได้หรอก”
“ข้าว่าน่าจะเอาหนังเสือไปนะ” ดายงว่า
วังเห็นด้วย “ก็ไม่เลวนะครับคุณหนู ถึงหนังเสือเป็นสินค้าต้องห้ามแต่ระยะนี้ไม่ค่อยตรวจตรา”
“แล้วข้าจะหาหนังเสือได้จากที่ไหน”
“ที่เราไม่มีหรอก คณะทูตใกล้มาถึงแล้วกลุ่มกังซางก็คงไม่มีเหมือนกัน”
“ขอบคุณมากที่ช่วยแนะนำ”
“เดี๋ยวก่อน อยากร่วมงานกับข้ามั้ย” ดายงถามทิ้งท้าย

จบเรื่องย่อละคร อิมซังอ๊ก ตอน 1

 

BY... http://wordpress.com/tag/%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%8 B%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B9%8A%E0%B8%81/



Edited by donnamoni - 21 ม.ค. 2008 at 08:18
Back to Top
donnamoni View Drop Down
Special Member
Special Member
Avatar

Joined: 05 ส.ค. 2007
Location: Thailand
Posts: 938
Post Options Post Options   Quote donnamoni Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 21 ม.ค. 2008 at 08:20

เรื่องย่อละครตามบทโทรทัศน์ - อิมซังอ๊ก ตอนที่ 2

อิมซังอ๊กตัดสินใจนำหนังเสือไปขายที่เมืองเอียนจิงของประเทศจีน แต่หนังเสือเป็นสินค้าที่หายากมาก เขาจึงต้องไปซื้อยังอีกเมืองหนึ่ง และก็ได้ถูกพ่อค้าที่ชื่อว่าฮุงแดจือหักหลัง โดยให้สมุนของตัวเองปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่มาจับกุมอิมซังอ๊กเพ ื่อที่จะได้ฮุบเงินไปฟรีๆ
แต่อิมซังอ๊กก็สามารถซ้อนแผนนำหนังเสือกลับไปได้สำเร็จ แต่กว่าอิมซังอ๊กและพ่อจะไปถึงขบวนของคณะทูตก็ได้ล่วงเลยเวลาไป แล้ว แต่ด้วยความช่วยเหลือจากดายง เขาและพ่อจึงสามารถเข้าไปเป็นคนเลี้ยงม้าของคณะทูตได้สำเร็จ
เมื่อไปถึงเมืองเอียนจิง อิมซังอ๊กไปหาซื้อหนังสือสี่คลังสมบัติ แต่เงินไม่พอจึงกลับไปเขียนเท่าที่จำได้ไว้ก่อน พ่อเห็นก็นำเงินมาให้อิมซังอ๊กไปซื้อหนังสือ แต่ปรากฎว่าหนังสือหมดแล้ว
ขณะที่อิมซังอ๊กไปตามหาคนที่ซื้อหนังสือไป หวังจะซื้อต่อ ก็พบว่าชายคนนั้นกินอาหารเสร็จแล้วไม่มีเงินจ่าย เพราะเงินหายหมด และกำลังจะถูกพวกเจ้าของร้านทำร้าย เขาจึงเข้าไปจ่ายให้
“เดี๋ยวข้าจ่ายแทนเองจงปล่อยเขาซะ เงินเขาหายก็ทุกข์ใจพออยู่แล้วทำไมยังจะซ้ำเติมกันอีก ต้าชิงเป็นเมืองที่เจริญแล้วทำไมยังทำแบบนี้ รีบขอโทษเขาสะ”
“ครับ ขอโทษนะครับ”
“เพราะเจ้าแท้ๆ ข้าถึงไม่โดนซ้อม เจ้าชื่อว่าอะไร”
“ข้าชื่ออิมซังอ๊ก”
“แล้วมาที่เมืองเอียนจิงทำไม”
“ข้าเป็นคนเลี้ยงม้าที่มากับคณะทูต”
“งั้นหรือ คนเลี้ยงม้าจะอ่านหนังสือสี่คลังสมบัติ ในเมื่อเจ้ามากับคณะทูตก็น่าจะรู้นี่ว่าข้าเป็นใคร”
“ขออภัยข้าไม่ทราบจริงๆ”
“ไม่รู้จริงหรือ ข้าก็คือเจ้ากรมอาญายุนผู้เป็นหัวหน้าคณะทูต”
“ไต้เท้ายุน ข้าน้อยสมควรตาย โปรดอภัยที่ข้าล่วงเกิน”
เจ้ากรมอาญาพาอิมซังอ๊กไปนั่ง แต่อิมซังอ๊กไม่กล้า
ข้าไม่บังอาจนั่งร่วมกับท่าน”
“ความกล้าที่ขอซื้อหนังสือสี่คลังสมบัติจากข้าหายไปไหนหมด นั่งเถอะ”
“ครับ”
“เจ้าบอกว่าเจ้าเป็นคนเลี้ยงม้า แล้วทำไมถึงต้องการหนังสือสี่คลังสมบัติ หรือว่าคนอื่นฝากให้เจ้าซื้อ”
“ข้ามิบังอาจโกหก ข้าเป็นผู้อยากอ่านหนังสือเอง”
“งั้นหรือ”
“การที่ข้าติดตามคณะทูตมาด้วย ก็เพื่อศึกษาเรื่องเกี่ยวกับต้าชิงหมายสอบเป็นล่ามหลวง”
“เจ้าอยากเป็นล่ามหลวงงั้นหรือ”
“ครับ”
“เป็นล่ามหลวง มันไม่จำเป็นต้องอาศัยหนังสือเล่มนี้เลยนะ”
“ข้าเห็นว่าผู้เป็นล่ามหลวงนอกจากต้องเก่งภาษาจีนแล้วยังต้องรู ้เรื่องต่างๆ เกี่ยวกับประเทศต้าชิง สี่คลังสมบัติ ได้บันทึกเรื่องต่างๆ ของต้าชิง ข้าจึงเห็นว่าเป็นหนังสือที่สำคัญ”
“แล้วเจ้าว่าต้าชิงในตอนนี้เป็นยังไงบ้าง บอกข้ามาเถอะ”
“หลังจากฮ่องเต้เฉียนหลงทรงขึ้นครองราชย์แล้วแม้ภายนอกจะดูว่าต ้าชิงมั่งคั่งแต่จากการที่ข้าได้คุยกับพ่อค้าชาวจีนที่เดินทางม าโชซอน ประชาชนส่วนใหญ่ยังอัตคัดแร้นแค้นและกำลังเริ่มจะเสียขวัญแล้ว”
เจ้ากรมอาญายุนสั่งให้คนนำกับแก้มเข้ามา พร้อมรินเหล้าให้อิมซังอ๊ก
“ข้าขอรินให้เจ้า”
“ไม่ ข้าน้อยมิกล้า”
“ไม่เป็นไร ข้าอยากรินให้”
“เป็นพระคุณอย่างยิ่ง”
“ดื่มสิ ในยามร่ำสุราจะขาดโคลงกลอนไม่ได้ กลางสวนกับสุราโดดเดี่ยวไร้ผู้ใด มีเพียงแสงจันทราก่อเกิดเป็นสามเงา จีรังจวบข้ามคืน รู้มั้ยว่าเป็นกลอนของใคร”
“กวีเอกหลี่ไป๋ ข้านั่งดื่มสุราอยู่กลางสวน ดวงจันทร์ตัวข้าและเงารวมเป็นสามถึงดวงจันทร์กับเงาจะไม่ดื่มเห ล้า แต่ก็อยู่กับข้าตลอดคืน”
“ดีมาก หลี่ไป๋คือผู้รู้สุราและรู้หาความสุข เจ้าร่ายกลอนสักบทหนึ่งสิ”
“เมื่อวานไปโรงทอน้ำตาไหลรวยริน ผู้สวมใส่แพรไหมหาใช่ผู้ถักทอ เมื่อวานได้ไปที่โรงทอ แล้วกลับออกมาด้วยน้ำตา เพราะผู้ใส่ชุดไหมที่งดงามหาได้เป็นผู้เลี้ยงหม่อนไหม”
“ข้าเพิ่งได้ยินเป็นครั้งแรกเป็นกลอนของใคร”
“เป็นของกวีเอกจางหยีในสมัยถัง”
“จางหยี”
“ครับ ผู้เลี้ยงหม่อนไหมมาชั่วชีวิต แต่กลับไม่เคยได้มีปัญญาได้ใส่ผ้าไหม ใจของหญิงในโรงทอคงไม่ต่างจากใจของแม่ข้า ท่านแม่ ได้แบกเกลือขาย เป็นการค้าที่แม้แต่ผู้ชายยังขยาด ดังนั้นเพื่อท่านแม่ของข้า ข้าจะต้องสอบเป็นล่ามหลวงอันดับหนึ่งให้ได้”
“เอ้า หนังสือเป็นของเจ้าแล้ว รับเอาไว้สิ”
“ไต้เท้า”
“ที่ผ่านมาข้าเคยเห็นล่ามหลวงมาเยอะแต่ละคนพอมาถึงเอียนจิงก็หว ังจะเอาแต่ค้าขายหาผลประโยชน์ใส่ตัว ดังนั้นคนที่เฉลียวฉลาดและมุ่งมั่นอย่างเจ้าถ้าได้เป็นล่ามหลวง ข้าคงภาคภูมิใจอย่างมาก แล้วข้าจะจำชื่อของเจ้าเอาไว้”
อิมซังอ๊กกลับไปเล่าให้พ่อฟัง พ่อตื่นเต้นมาก
“ช่างเป็นพระคุณจริงๆ”
“ก่อนข้าจะกลับท่านยังบอกว่าจะจำชื่อของข้าเอาไว้”
“วิเศษๆ ลองถ้าผู้มีบุญหนักศักดิ์ใหญ่อย่างเจ้ากรมอาญาพอใจเจ้า จะต้องไม่เหมือนกับพ่อในอดีตที่ขุนนางคุมสอบไม่ให้ความเป็นธรรม เรามาเอียนจิงหนนี้ช่างโชคดีจริงๆ มา เจ้าดูสิ เงินที่ได้จากการขายหนังเสือ ขากลับเราซื้อผ้าไหมกลับไปขาย นอกจากจะพอใช้หนี้ 500 ตำลึง ยังสามารถเปิดร้านค้าที่เมืองอีจูได้อีกด้วย หลังจากนั้นแม่ของเจ้าจะได้ไม่ต้องลำบากอีก ส่วนซังฮีกับซังเอียนถึงชีวิตนี้จะไม่มั่งคั่งแต่อย่างน้อยก็ไม ่ต้องอดตาย ดีจริงๆ ช่างวิเศษมาก ดีจริงๆ ดีมาก”
ในขากลับอิมซังอ๊กและพ่อพบว่าลังสินค้าที่พวกเขาทั้งสองรับผิดช อบอยู่จะมีงูมาป้วนเปี้ยนเป็นพิเศษ ทั้งสองจึงแกะลังออกดูและพบว่าสินค้าในลังคือกำมะถัน อิมซังอ๊กจึงนำเรื่องนี้ไปแจ้งต่อนายห้างใหญ่ซึ่งก็คือปาร์กดาน ุงบิดาของดายง
“ท่านนายห้างลังสินค้าของข้ามีกำมะถัน ซึ่งเป็นสินค้าต้องห้าม ข้าจึงอยากทราบว่าเพราะอะไร”
“บังอาจสิ้นดีเจ้าถึงกับกล้าเปิดลังสินค้าหรือ ข้าก็เคยบอกแล้วไงว่าห้ามแตะต้อง” หัวหน้าดุ
“แต่ถ้าเจ้าหน้าที่พบกำมะถันที่ด่านตรวจอาจมีโทษถึงประหาร ทำไมของอันตรายแบบนี้ถึงได้มาอยู่กับข้า”
“หุบปากนะ เจ้ามีหน้าที่แค่เลี้ยงม้ากับหาบของหรือว่าอยากให้ข้าตัดมือเจ้ า”
“อย่าเอะอะโวยวาย เจ้าพูดถูกแล้วกำมะถันเป็นของต้องห้ามแต่ทางการได้ให้อนุญาตเรา แล้ว ไม่ต้องห่วงหรอก”
“แต่ว่า”
“ข้ารู้ว่าควรทำยังไง เจ้าไม่ต้องสนใจ ค้าขายต้องยึดถือสัจจะ ความน่าเชื่อถือของเราอย่าว่าแต่ทางการคนทั้งโชซอนต่างก็รู้กัน ดี เจ้าจึงควรไว้ใจข้า”
“เมื่อเข้าใจแล้วก็จงรีบกลับไปซะ”
“ครับ”
ปาร์กดานุงเรียกไว้ “เดี๋ยวก่อน เจ้ากลับมานี่ บ้านอยู่ที่ไหน ชื่อว่าอะไร”
“ข้าชื่ออิมซังอ๊กบ้านอยู่เมืองอีจู”
“สนใจอยากฝึกค้าขายกับห้างซงซางมั้ย”
“ขออภัย ข้ามีเป้าหมายอื่นอยู่แล้ว”
“งั้นหรือ เอาล่ะงั้นกลับไปได้แล้ว”
“ครับ”
“ไอ้หมอนี่มีแววตาที่ลึกมาก” ปาร์กดานุงไม่พอใจเป็นอย่างมาก
ปาร์กจูมุงได้ยืนยันกับอิมซังอ๊กว่าเขาได้รับอนุญาตให้ค้าขายกำ มะถัน แต่แล้วซังอ๊กกับพ่อกลับถูกจับที่ด่านตรวจ ส่วนปาร์กจูมุงก็ปัดความรับผิดชอบว่าไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ทำให้อิมซังอ๊กต้องขอความเป็นธรรมจากนายด่าน
ดายงไม่เข้าใจพ่อ จึงถามว่าทำไมต้องนำของต้องห้ามเข้ามา ปาร์กจูมุงอ้างว่าเคยได้รับอนุญาตจากทางการ ดายงย้อนว่าถ้าได้รับอนุญาตทำไมถึงถูกจับ
“เรื่องที่พ่อติดต่อกับทางการผู้พันเมืองอีจูเขาไม่รู้เรื่อง”
“ข้าได้ ทำตามคำสั่งของท่านมาเปิดสาขาที่นี่ ต้องผ่านอุปสรรคมานับไม่ถ้วน กลุ่มกังซางมาหาเรื่องเราหาว่าเราแย่งลูกค้าเขาถึงกับเคยมาทำลา ยข้าวของ ในขณะที่ชาวอีจูไม่ค่อยไว้ใจคนต่างถิ่น มีอยู่บ่อยครั้งที่บางวันขายของไม่ได้ เราต้องผ่านปัญหามากมายกว่าที่จะมีวันนี้ได้ และที่ข้าทนสู้ก็เพราะเชื่อในศักดิ์ศรีของกลุ่มซงซาง แต่แล้ว ท่านกลับก่อเรื่องเช่นนี้ทำเรื่องที่ทำลายชื่อเสียงกลุ่มซงซาง ทำไมท่านพ่อถึงละทิ้งอุดมการณ์ของพ่อค้าทำสิ่งผิดกฎหมาย”
เจ้าคิดว่ากลุ่มซงซางเป็นผู้นำแห่งวงการหรือ มันยังเร็วเกินไป ถ้าอยากจะเป็นหนึ่ง กลุ่มซงซางของเราจะต้องดึงสัมปทานการค้ามาจากกลุ่มฮันยางของเมื องหลวงเช่นสัมปทานการค้าโสมกับต้าชิง และได้อำนาจการค้าแถบชายแดนจากกลุ่มกังซาง นี่แหละคือเหตุผลที่พ่อต้องนำกำมะถันเข้ามา แม้ราชสำนักอยากจะเสริมอำนาจทางทหารแต่เราก็ไม่สามารถนำดินปืนห รือกำมะถันเข้าประเทศได้ เนื่องจากเราถูกควบคุมด้านการทหารจากต้าชิง พ่อจึงจำเป็นต้องลอบนำเข้าอย่างลับๆ ซึ่งข้อแลกเปลี่ยนก็คือสัมปทานการค้าโสมและการค้าขายตามแนวชายแ ดนในอนาคต พ่อจึงไม่ได้ทำผิดกฎหมายและผิดต่ออุดมการณ์ของพ่อค้า แต่พ่อทำเพื่ออนาคตข้างหน้าของกลุ่มซงซาง”
“แล้ว แล้วคนเลี้ยงม้าที่ถูกทางการจับกุมล่ะ”
“ท่านพ่อ”
“ก็คงต้องยอมเสียพวกเขาไปเพื่องานใหญ่แล้วบางครั้งก็จำเป็นต้อง ยอมเสียสละ”
“แต่นั่นชีวิตคนนะคะ ถึงผลประโยชน์จะมหาศาลเราก็ไม่ควรทำ สละชีวิตผู้อื่นเพื่อเป้าหมายมันไม่ถูก”
“อย่ามาพูดแบบนี้กับพ่อนะ ถึงเจ้าจะผ่านอุปสรรคมามากมายแต่ถ้าอยากเป็นผู้นำมันยังห่างไกล เจ้าอ่อนแอแบบนี้จะนำกลุ่มซงซางได้ยังไง ถ้าหากวันหน้ามีโอกาสได้ถือครองสัมปทานการค้าโสมและการค้าตามเข ตชายแดน ซึ่งตอนนั้นเจ้าต้องไปต้าชิง ถ้าเจ้ายังอ่อนแอแบบนี้อีกคิดหรือว่าจะทำได้ เจ้าควรเริ่มหัดซ่อนอสรพิษเอาไว้ในใจและซ่อนคมมีดเอาไว้ เมื่อใดที่มีใครขวางทางเจ้าก็จงใช้อสรพิษและคมมีดกำจัดมันซะ เจ้าถึงจะอยู่รอดได้”
ด้วยความสงสัยนายด่านจึงคิดจะสืบหาความจริง แต่กลับช้ากว่าปาร์กจูมุงเนื่องจากเขาได้ติดต่อหัวหน้าพัศดีจาก เปียงยางให้มาดำเนินการคดีนี้แทน ทำให้นายด่านต้องถูกปลดจากตำแหน่งพร้อมๆ กับที่อิมซังอ๊กและพ่อถูกส่งตัวไปยังเมืองหลวง เพื่อให้รับโทษพร้อมกับพวกโจรกบฏตามที่ปาร์กจูมุงและหัวหน้าพัศ ดีได้จัดฉากเอาไว้
อิมซังอ๊กมีโอกาสได้พบกับเจ้ากรมอาญายุนจองฮอนอีกครั้งในคุกหลว ง แต่มันก็สายไปเสียแล้วเนื่องจากองค์เหนือหัวทรงมีพระราชโองการใ ห้ตัดสินประหารทุกคนแล้ว อิมซังอ๊กพยายามบอกยุนจองฮอนว่าเขาโดนใส่ร้าย แต่เจ้ากรมอาญายุนจองฮอนก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้อีกแล้ว
“ซังอ๊ก”
“ท่านพ่อ ข้าทำใจไม่ได้ ข้าทำใจไม่ได้ที่ตายแบบนี้ ข้ากับท่านพ่อได้ทำความผิดอะไรหรือ ถึงต้องมาพบกับจุดจบในลักษณะนี้ ข้าไม่เข้าใจเลยจริงๆ ข้านึกไม่ออกจริงๆ ว่าเราทำอะไรผิด ทำไมข้าต้องมาถูกประหาร ทำไมเราต้องตายอย่างไม่รู้เหตุผล ข้าทำใจไม่ได้หรอก ข้าทำใจไม่ได้”
“ถ้าจะโทษ มันก็ต้องโทษพ่อนี่แหละ เพราะพ่อก้าวพลาดไปเจ้าถึงเป็นแบบนี้ มันเป็นความผิดของพ่อ เพราะพ่อผิดเอง ยกโทษให้กับพ่อด้วย”
“ท่านพ่อ”
“พ่อคือต้นเหตุแห่งความผิด ตัวเองหวังอยากจะเป็นล่ามหลวง ยึดมั่นในเป้าหมายอย่างแรงกล้า เชื่อในตัวเองเกินไปโดยไม่ยอมคิดเปลี่ยนแปลง”
“ท่านพ่อ”
“พ่อควรจะเปลี่ยนเป้าหมาย ตั้งแต่ตอนที่เจ้าคลอดแล้ว ตอนนั้นพ่อกำลังจะเตรียมตัวไปสอบที่วัดซองวอง แต่ได้แวะกลับมาที่บ้าน และพบว่าแม่เจ้ากำลังปวดอย่างหนัก ขนาดโจ๊ก ยังไม่มีกิน เพราะปวดจนทำอะไรไม่ได้แล้วเจ้าก็ได้คลอดออกมาในคืนนั้น ขณะที่พ่อมองดูเจ้า แม่เจ้าได้ยื่นถุงข้าวสาลี ยัดใส่มือของพ่อ แล้วรีบให้พ่อกลับไปที่วัดซองวอง คืนนั้นพ่อได้เดินลุยหิมะ มุ่งตรงไปยังวัดซองวองเพียงเพื่อหวังแต่จะสอบเป็นล่ามหลวง โดยที่ทิ้งแม่ของเจ้าที่กำลังเจ็บปวดรวมถึงเจ้าที่เพิ่งคลอด ให้ทนความหนาวเหน็บ ฤดูใบไม้ผลิปีนั้นพ่อไปสอบพร้อมกับฮุงต๊อกจูเพื่อนที่เรียนด้วย กันมา ซึ่งเป็นการสอบครั้งที่ 3 แต่เราก็ยังตกรอบ ฮุงต๊อกจูบอกพ่อว่า ตราบใดที่ขุนนางคุมสอบยังฉ้อฉล แม้จะทุ่มเทชั่วชีวิตก็ไม่มีวันสอบได้ เขาจึงชวนพ่อไปค้าขาย ซึ่งตอนนั้นพ่อน่าจะเชื่อเขา แต่ด้วยความโง่เขลาพ่อจึงยืนกรานจะสู้ใหม่เป็นเหตุให้เงินที่พ่ อสะสมไว้เพื่อเตรียมที่จะไปเอียนจิง ถูกฮุงต๊อกจูขโมยไป หลังจากที่เราตัดสัมพันธ์กันเขาก็ไปเป็นพ่อค้าปลาที่ริมหาดแดจง ขณะที่พ่อเอาแต่อ่านตำรา ฮุงต๊อกจูก็มั่งคั่งขึ้นเรื่อยๆ เพื่อชดใช้เงินที่เขาขโมยไปจากพ่อ เขาได้มาหาพ่อหลายครั้ง แต่พ่อกลับไล่เขา โดยที่ไม่เคยมองเลยสักนิด เมื่อหนทางการเป็นล่ามหลวงของพ่อเริ่มเลือนลาง พ่อกลับบีบให้เจ้าเป็นตัวแทน ถ้าหาก ในตอนนั้น พ่อไม่ได้บีบบังคับเจ้า ให้ต้องเจริญรอยตามพ่อ ตามเส้นทางที่พ่อเคยเดินพลาดมาก่อน ถ้าไม่เพราะ พ่อยืนกรานหวังแต่สอบเป็นล่ามหลวงจนเวลาสูญเปล่าไปชั่วชีวิต ถ้าไม่เพราะพ่อชวนเจ้าเดินทางไปเอียนจิงด้วย เรื่องทุกอย่างก็จะไม่เกิด เป็นเพราะพ่อผิดเอง”
“ท่านพ่อ ฮือๆ”
ระหว่างที่ทหารจะนำพ่อกับอิมซังอ๊กไปประหาร ก็มีทหารอีกคนหนึ่งเข้ามา
“ไม่ทราบมีอะไรหรือครับ”
ช้าก่อน จงหยุดการประหาร”
“มีพระราชโองการ นักโทษอิมซังอ๊กจงฟัง แม้เจ้าจะร่วมมือกับโจรกบฏมีความผิดอย่างมหันต์แต่หากถูกประหาร พร้อมพ่อย่อมโหดร้ายเกินไป ดังนั้นจึงทรงพระเมตตาให้ละเว้นโทษตายแก่อิมซังอ๊ก และให้รับโทษเป็นทาสแทนส่งไปเป็นทาสในค่ายทหาร”
“ท่านพ่อ”
“ซังอ๊ก ถ้าเจอแม่กับน้องๆ จงบอกว่าพ่อเสียใจ จงอย่าใช้ชีวิตที่โง่เหมือนพ่ออีก”
พ่อโดนประหาร อิมซังอ๊กได้แต่ร้องเรียกพ่อด้วยความเสียใจ
จากนั้นอิมซังอ๊กก็ได้ถูกส่งไปตัวไปเป็นทาสในค่ายทหารแห่งหนึ่ง ซึ่งเขาได้เคยหลบหนีหลายครั้ง จนกระทั่งต้องถูกตีตรวน ชายคนหนึ่งเห็นแล้วทนไม่ได้บอกทหาร” ใต้เท้า ดูเขาสิขาบวมไปหมดแล้ว ปลดโซ่ตรวนให้เขาเถอะ บาดแผลของเขาจะได้ทุเลาลงบ้าง”
“ถ้ามันหนีเจ้ารับผิดชอบมั้ย”
“ขาเขาเจ็บขนาดนี้จะหนีได้ยังไง”
“เจ้าไม่รู้รึไง ขนาดขามันเจ็บยังเคยหนีมา 2 หน มัน น่ะนักโทษอุกฉกรรจ์นะ”
“จริงหรือ แล้วทำไมถึงรอดการประหารมาได้”
“ข้าก็ไม่รู้รายละเอียดนัก ได้ข่าวว่าความจริงต้องถูกประหารพร้อมพ่อแต่เหนือหัวทรงเมตตาคน ลูกก็เลยรอดและให้มาเป็นทาส ดูมันสิเคยคุยกับใครที่ไหน”

จบเรื่องย่อละคร อิมซังอ๊ก ตอนที่ 2

 

BY... http://wordpress.com/tag/%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%8 B%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B9%8A%E0%B8%81/

Back to Top
donnamoni View Drop Down
Special Member
Special Member
Avatar

Joined: 05 ส.ค. 2007
Location: Thailand
Posts: 938
Post Options Post Options   Quote donnamoni Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 21 ม.ค. 2008 at 08:21

เรื่องย่อละครตามบทโทรทัศน์ - อิมซังอ๊ก ตอนที่ 3

คิมแทชูเจ้าของโรงเหล็กได้มาคัดเลือกนักโทษที่เป็นทาสเพื่อไปใช ้แรงงานในโรงงาน เขาเกิดถูกใจอิมซังอ๊กขึ้นมาจึงต้องการฝึกในเขาให้เป็นนายช่าง
ที่โรงงานของคิมแทชูมีหัวหน้านายช่างที่เคยเป็นทาสมาก่อน เพื่อต้องการอิสระภาพ อิมซังอ๊กจึงตัดสินใจที่จะศึกษาการตีเหล็กจากโรงงานแห่งนี้
แล้วหัวหน้าช่างของคิมแทชูก็ถูกเรียกตัวไปเป็นช่างในวัง แต่คิมแทชูไม่เสียใจเพราะเขาได้โรงเหล็กเพิ่มอีกแห่งหนึ่ง นายช่างเรียกอิมซังอ๊กมาพบ
“อาจารย์หาข้าหรือ ได้ข่าวว่าท่านจะย้ายไปอยู่โรงเหล็กของวังหลวงใช่มั้ยครับยินดี ด้วยนะครับ”
“ยินดีทำไม ข้าไม่ได้ไปอยู่ในวังสักหน่อย ก็แค่เป็นอีกโรคหนึ่ง”
“อาจารย์ ทำไมพูดแบบนี้ล่ะ”
“นั่งลงก่อน
“ครับ”
“ข้าป่วยเป็นโรคร้าย คงอยู่ได้อีกไม่นาน แต่ก่อนที่จะเข้าวังข้ามีของให้เจ้า”
“อาจารย์”
“จงดูที่เตาไฟ สิ่งที่สร้างเครื่องโลหะไม่ใช่มือคนแต่ว่าเป็นไฟ ถ้าอยากจะได้เครื่องเหล็กที่ดีต้องคุมไฟให้พอเหมาะ จงเอาทองเหลืองกับดีบุกมา”
“ครับ”
“สัดส่วนของทองเหลืองกับดีบุกคือเท่าไหร่”
“ถ้าทองเหลือง 1 ชั่งต้องใช้ดีบุกหนัก 5 บาท”
“ถ้าฝึกฝนไปเรื่อยๆ สักวันหนึ่ง ถึงไม่ใช้ตาชั่งเจ้าก็สามารถกะเอาได้ จงใส่เตาหลอมแล้วเร่งไฟ”
“ครับ”
“หลังจากที่โลหะหลอมละลายแล้ว เราจะรู้ความร้อนของมันได้จากสี เมื่อใดที่โลหะที่หลอมละลายเปล่งแสงเป็นสีขาว นั่นแหละอุณหภูมิที่ดีที่สุด แล้วก็” พูดไม่ทันจบนายช่างก็ไออีก
“อาจารย์ๆ เป็นยังไงบ้าง อาจารย์ๆ” อิมซังอ๊กถามอย่างเป็นห่วง
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวกินยา เดี๋ยวกินยาแล้วข้าก็ดีขึ้นเอง”
หลังจากอยู่มาได้ 1 ปีเขามีโอกาสได้กลับมายังบ้านเกิดอีกครั้งด้วยความช่วยเหลือของ นายช่างที่สอนงานให้เขา แต่ก็พบว่าแม่กับน้องๆ ได้ถูกทางการจับตัวไปหมดแล้ว และเขาก็ได้พบกับดายงและพ่อบ้านวังอีกครั้ง ทั้งสองยังคงต้องการให้ซังอ๊กกลับมาทำงานด้วย
รวมทั้งเขายังได้พบกับพกแทจึงทราบข่าวของซังเอียนน้องชายของเขา ว่าได้มาทำงานในโรงเหล็กของเขตอำเภอนาชองเช่นเดียวกัน น้องชายของเขาได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเหล็กที่หลอมละลายจนขาพิการ ชายคนหนึ่งเล่าให้เขาฟังว่าโดนเหล็กหลอมละลาย แต่เถ้าแก่ไม่ยอมช่วยรักษาให้เขา ถ้าปล่อยทิ้งไว้คงไม่รอด
อิมซังอ๊กกลับไปหาคิมแทชู เพื่อขอร้องเรื่องให้รับซังเอียนไปด้วย
“รู้มั้ยว่าเจ้าพูดอะไร ไม่ต้องพูดแล้วออกไป”
“แต่เถ้าแก่”
“เจ้านี่ไม่เกึมจริงๆ นึกว่าเถ้าแก่คนอื่นใจดีกับทาสเหมือนอย่างข้าหรือ ถ้าเอาคนพิการมาแล้วจะทำอะไรได้”
“เถ้าแก่ครับ ข้าจะทำแทนส่วนเขาเอง แต่ถ้าเราไม่ช่วยเขาต้องตายแน่ๆ”
“แต่เราต้องได้รับอนุมัติจากค่ายทหาร ข้าตัดสินใจเองไม่ได้ กลับไปทำงานเถอะ”
พกแทมาที่โรงเหล็ก บอกกับคิมแทชูว่าอยากให้เขาช่วยซ่อมกลองกับฉาบ
“เรายังไม่ว่างไว้มาใหม่แล้วกัน” คิมแทชูว่า
“เดี๋ยวเถ้าแก่ หลังจากส่งของให้ทางการทั้งอำเภอจะจัดงานรื่นเริงพวกเราถึงได้ม านาชอง ซึ่งถ้าไม่รีบซ่อมเราจะเปิดการแสดงกันได้ยังไง”
“งั้นซ่อมให้เขาหน่อย”
“ครับ ข้าจะพาซังเอียนไปจากที่นี่” อิมซังอ๊กบอกพกแท
“อะไรนะ”
“ซังเอียนบาดเจ็บสาหัสเขาเดินเหินไม่ได้ ข้าอยากให้พวกเจ้าช่วย”
“จะให้ข้ากับเทียตองช่วยพี่ยังไง”
“หลังจากส่งของทั้งอำเภอจะจัดงานฉลอง”
“ใช่ ก็เพราะเขามีงานคณะของเราถึงได้มา”
“ถึงตอนนั้นทุกคนจะออกไปฉลองกันหมด ซึ่งเป็นโอกาสดีของเรา การหนีจากที่นี่ต้องข้ามเขาชีลิงกับเขาซัมฮัน แต่ถ้าข้ามเขาคงจะหนีไม่รอดนอกจากลงเรือหนีไปทางโปชอง”
“แต่ตามแนวชายฝั่งมีการตรวจตรา ข้าว่ายากกว่าข้ามเขานะ”
“ข้ารู้ว่ายากกว่าแต่ช่วยไปหาเรือหน่อยเถอะ แล้วคืนนี้เราค่อยลงมือกัน”
“ได้”
“พวกเจ้าพาซังเอียนไปที่ชายหาดก่อน ข้าจะดูเหตุการณ์ก่อนแล้วค่อยตามไปแต่ถ้า 4 ทุ่มแล้วข้ายังไม่ไปที่นั่น จงพาซังเอียนหนีไป”
มันหนีไป 4 ถึง 5 ชั่วยามแล้ว ตอนนี้น่าจะถึงหมู่บ้านชิงจูต้องรีบจับมันให้ได้ ไปเร็ว ถ้าจะไปเมืองฮุยชองต้องผ่านภูเขาชีลิม แต่ถ้าโปชองมันต้องข้ามแม่น้ำชิงโจ แต่ช่วงนี้ฤดูน้ำหลากถ้าไปทางนั้นอาจจะลำบาก งั้นเจ้าสองคนไปเขาซัมฮันซานที่เหลือตามข้ามา”
หลังจากหลบหนีจากค่ายทหารอิมซังอ๊กได้รับความช่วยเหลือจากชายแก ่และหญิงชราผู้หนึ่ง แต่เพื่อเงินชายแก่ได้หักหลังเขา ส่งเขาให้กับทหาร
ซังอ๊กถูกจับกุมตัวได้อีกครั้งเขากับนักโทษอีก 3 คนจึงถูกทหารส่งตัวไปยังเหมืองโฮชาง แต่ในระหว่างทางหนึ่งในนักโทษซึ่งเป็นหัวหน้าโจรได้มีลูกน้องตา มมาช่วยเหลือและฆ่าทหารผู้คุมจนหมด ซึ่งในการหลบหนีครั้งใหม่นี้แชยุนหญิงสาวผู้เป็นทาสเช่นเดียวกั นได้ขอหนีตามมาด้วย
“ข้าเป็นทาสอยู่ในค่ายทหารชื่อว่าแชยุน”
“มาที่นี่ทำไม” อิมซังอ๊กถาม
“ผู้อาวุโสท่านนี้ ท่านคอยดูแลข้าเหมือนลูกเหมือนหลาน เมื่อท่านหมดลมข้าจึงอยากตามมาอยู่ด้วยสักครู่ ฮือๆ”
“ถึงข้าจะเข้าใจเจ้าแต่คงช่วยอะไรไม่ได้ เจ้าเป็นแค่ผู้หญิงถ้าคิดจะหนีการตามล่าของทหารย่อมเป็นไปไม่ได ้ จงรีบกลับไปที่ค่ายเถอะ”
“ถือว่าข้าขอร้องอย่างน่าไม่อาย โปรดช่วยข้าด้วย”
“แต่ว่า”
“โปรดช่วยข้าให้ไปพ้นๆ จากที่แห่งนี้หลังจากนั้นข้าจะไม่รบกวนท่านอีก ข้าจะหาทางไปของข้าเอง”
“งั้นไป” อิมซังอ๊กตัดสินใจทันที
ทั้งสองมาถึงด่านตรวจกักกันคนที่เป็นโรคระบาด แชยุนเอ่ยว่าคงมาผิดทาง แต่อิมซังอ๊กบอกว่าถูกแล้ว แชยุนตกใจ
“อะไรนะ จะเข้าไปในหมู่บ้านที่มีโรคระบาดหรือ”
“พวกทหารต้องไม่ตามเข้าไปอยู่แล้ว ที่นี่จึงเป็นที่ซึ่งปลอดภัยที่สุด”
“แล้วถ้าติดโรคระบาดล่ะ”
“ถ้าถูกทหารจับเราก็ต้องตายอยู่ดี เพราะฉะนั้นถ้าเราไม่เสี่ยงก็ไม่มีทางหนีรอดหรอก รีบไปกันเถอะ”
เมื่อเขาไปอยู่ในค่าย อิมซังอ๊กจึงเอ่ยบอกว่า
“เราหนีมาตั้งไกลแล้วพวกทหารคงตามไม่ทันแล้วล่ะ เจ้าคิดว่าจะไปที่ไหน เพราะเห็นเจ้าน่าสงสารข้าถึงพามาด้วย แต่จากนี้ข้าคงจนปัญญา เพราะว่า ข้ายังไม่รู้อนาคตตัวเอง”
“ลือกันว่าชายแดนติดกับมองโกล มีบรรดาข้าทาสกับนักโทษแผ่นดินหนีไปรวมตัวกัน ข้าก็ไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน คิดว่าจะลองไปที่นั่นดู”
“อย่าไปที่นั่นเชียวนะ บ้านเกิดข้าอยู่ที่เมืองอีจู ที่ซึ่งเจ้าเอ่ยถึงเมื่อครู่อยู่ไม่ไกลจากบ้านเกิดข้า ข้าจึงเคยไปที่นั่น มันเป็นที่ซึ่งเจ้าไปอยู่ไม่ได้หรอกที่นั่นมีแต่คนป่าเถื่อนแล้ วก็มหาโจรที่อาจจะฆ่าเจ้าได้ทุกเมื่อ จงล้มเลิกความคิดซะเถอะ เฮ้อ เจ้ามีญาติพี่น้องที่ไหนอีกรึเปล่า”
“แค่ท่านพาข้ามาถึงที่นี่ข้าก็ซึ้งใจมากแล้ว บุญคุณที่ท่านมีต่อข้าชาตินี้ข้าจะไม่ลืมเลย ท่านจงอย่าเป็นห่วงข้าอีกเลย รีบหนีไปเถอะค่ะ”
ยามลาจากโลก แม้แต่โลงสักใบก็ยังไม่มี ต้องขอโทษด้วยนะครับที่ข้าช่วยไม่ได้ เมื่อกี้พวกโจรมาฆ่าทหารของทางการเดี๋ยวพวกทหารก็คงจะตามมา ถ้าเจ้ายังอยู่ที่นี่อาจพลอยติดร่างแห จงรีบกลับไปก่อนเถอะ เพราะข้าก็ต้องไปแล้วเหมือนกัน”
“ข้าเอง ก็คงกลับไปไม่ได้แล้วเหมือนกัน เมื่อก่อน ตอนที่อยู่ในค่ายทหาร ข้ามักจะถูกพวกทหารลวนลามอยู่เสมอ เคยคิดจะฆ่าตัวตายมาหลายครั้ง แต่ที่ทนมาได้ถึงทุกวันนี้ ก็เพราะได้ท่านปู่ท่านนี้ ท่านคอยปกป้องข้าเหมือนลูกในไส้ แต่ตอนนี้เมื่อขาดท่านไป ถ้าขืนข้ายังกลับไป จะต้องถูกทหารพวกนั้น ลวนลามอีกแน่ๆ”

จบเรื่องย่อละคร อิมซังอ๊ก ตอนที่ 3

BY... http://wordpress.com/tag/%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%8 B%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B9%8A%E0%B8%81/

 

Back to Top
jsrifa View Drop Down
Special Member
Special Member
Avatar

Joined: 06 มิ.ย. 2007
Location: Thailand
Posts: 1855
Post Options Post Options   Quote jsrifa Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 21 ม.ค. 2008 at 11:52
ชอบมากคะ ติดตามซีรีส์เกาหลีแนวนี้มาตั้งแต่ช่องสามเอาเรื่องแดจังกึมมา& nbsp; อดทนรอไม่ไหวต้องใช้บริการแม่สาย ดูพากษ์เกาหลีมันกว่าพากษ์ไทยเยอะคะ
คาถาเสริมความงาม

คนจะงาม งามน้ำใจ ใช่ใบหน้า
คนจะสวย สวยจรรยา ใช่ตาหวาน
คนจะแก่ แก่ความรู้ ใช่อยู่นาน
คนจะรวย รวยศีลทาน ใช่บ้านโต
Back to Top
nouchiko View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar
เข็มโปร 2

Joined: 14 ก.ย. 2007
Location: Thailand
Posts: 6358
Post Options Post Options   Quote nouchiko Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 21 ม.ค. 2008 at 15:36

เหอ ๆ ไม่อยากดูคะ

เพราะว่า ดูแล้วจะติดมาก ๆ จนไปไหนไม่ได้จ้า

Back to Top
donnamoni View Drop Down
Special Member
Special Member
Avatar

Joined: 05 ส.ค. 2007
Location: Thailand
Posts: 938
Post Options Post Options   Quote donnamoni Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 21 ม.ค. 2008 at 17:06

เรื่องย่อละครตามบทโทรทัศน์ - อิมซังอ๊ก ตอนที่ 3

คิมแทชูเจ้าของโรงเหล็กได้มาคัดเลือกนักโทษที่เป็นทาสเพื่อไปใช ้แรงงานในโรงงาน เขาเกิดถูกใจอิมซังอ๊กขึ้นมาจึงต้องการฝึกในเขาให้เป็นนายช่าง
ที่โรงงานของคิมแทชูมีหัวหน้านายช่างที่เคยเป็นทาสมาก่อน เพื่อต้องการอิสระภาพ อิมซังอ๊กจึงตัดสินใจที่จะศึกษาการตีเหล็กจากโรงงานแห่งนี้
แล้วหัวหน้าช่างของคิมแทชูก็ถูกเรียกตัวไปเป็นช่างในวัง แต่คิมแทชูไม่เสียใจเพราะเขาได้โรงเหล็กเพิ่มอีกแห่งหนึ่ง นายช่างเรียกอิมซังอ๊กมาพบ
“อาจารย์หาข้าหรือ ได้ข่าวว่าท่านจะย้ายไปอยู่โรงเหล็กของวังหลวงใช่มั้ยครับยินดี ด้วยนะครับ”
“ยินดีทำไม ข้าไม่ได้ไปอยู่ในวังสักหน่อย ก็แค่เป็นอีกโรคหนึ่ง”
“อาจารย์ ทำไมพูดแบบนี้ล่ะ”
“นั่งลงก่อน
“ครับ”
“ข้าป่วยเป็นโรคร้าย คงอยู่ได้อีกไม่นาน แต่ก่อนที่จะเข้าวังข้ามีของให้เจ้า”
“อาจารย์”
“จงดูที่เตาไฟ สิ่งที่สร้างเครื่องโลหะไม่ใช่มือคนแต่ว่าเป็นไฟ ถ้าอยากจะได้เครื่องเหล็กที่ดีต้องคุมไฟให้พอเหมาะ จงเอาทองเหลืองกับดีบุกมา”
“ครับ”
“สัดส่วนของทองเหลืองกับดีบุกคือเท่าไหร่”
“ถ้าทองเหลือง 1 ชั่งต้องใช้ดีบุกหนัก 5 บาท”
“ถ้าฝึกฝนไปเรื่อยๆ สักวันหนึ่ง ถึงไม่ใช้ตาชั่งเจ้าก็สามารถกะเอาได้ จงใส่เตาหลอมแล้วเร่งไฟ”
“ครับ”
“หลังจากที่โลหะหลอมละลายแล้ว เราจะรู้ความร้อนของมันได้จากสี เมื่อใดที่โลหะที่หลอมละลายเปล่งแสงเป็นสีขาว นั่นแหละอุณหภูมิที่ดีที่สุด แล้วก็” พูดไม่ทันจบนายช่างก็ไออีก
“อาจารย์ๆ เป็นยังไงบ้าง อาจารย์ๆ” อิมซังอ๊กถามอย่างเป็นห่วง
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวกินยา เดี๋ยวกินยาแล้วข้าก็ดีขึ้นเอง”
หลังจากอยู่มาได้ 1 ปีเขามีโอกาสได้กลับมายังบ้านเกิดอีกครั้งด้วยความช่วยเหลือของ นายช่างที่สอนงานให้เขา แต่ก็พบว่าแม่กับน้องๆ ได้ถูกทางการจับตัวไปหมดแล้ว และเขาก็ได้พบกับดายงและพ่อบ้านวังอีกครั้ง ทั้งสองยังคงต้องการให้ซังอ๊กกลับมาทำงานด้วย
รวมทั้งเขายังได้พบกับพกแทจึงทราบข่าวของซังเอียนน้องชายของเขา ว่าได้มาทำงานในโรงเหล็กของเขตอำเภอนาชองเช่นเดียวกัน น้องชายของเขาได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเหล็กที่หลอมละลายจนขาพิการ ชายคนหนึ่งเล่าให้เขาฟังว่าโดนเหล็กหลอมละลาย แต่เถ้าแก่ไม่ยอมช่วยรักษาให้เขา ถ้าปล่อยทิ้งไว้คงไม่รอด
อิมซังอ๊กกลับไปหาคิมแทชู เพื่อขอร้องเรื่องให้รับซังเอียนไปด้วย
“รู้มั้ยว่าเจ้าพูดอะไร ไม่ต้องพูดแล้วออกไป”
“แต่เถ้าแก่”
“เจ้านี่ไม่เกึมจริงๆ นึกว่าเถ้าแก่คนอื่นใจดีกับทาสเหมือนอย่างข้าหรือ ถ้าเอาคนพิการมาแล้วจะทำอะไรได้”
“เถ้าแก่ครับ ข้าจะทำแทนส่วนเขาเอง แต่ถ้าเราไม่ช่วยเขาต้องตายแน่ๆ”
“แต่เราต้องได้รับอนุมัติจากค่ายทหาร ข้าตัดสินใจเองไม่ได้ กลับไปทำงานเถอะ”
พกแทมาที่โรงเหล็ก บอกกับคิมแทชูว่าอยากให้เขาช่วยซ่อมกลองกับฉาบ
“เรายังไม่ว่างไว้มาใหม่แล้วกัน” คิมแทชูว่า
“เดี๋ยวเถ้าแก่ หลังจากส่งของให้ทางการทั้งอำเภอจะจัดงานรื่นเริงพวกเราถึงได้ม านาชอง ซึ่งถ้าไม่รีบซ่อมเราจะเปิดการแสดงกันได้ยังไง”
“งั้นซ่อมให้เขาหน่อย”
“ครับ ข้าจะพาซังเอียนไปจากที่นี่” อิมซังอ๊กบอกพกแท
“อะไรนะ”
“ซังเอียนบาดเจ็บสาหัสเขาเดินเหินไม่ได้ ข้าอยากให้พวกเจ้าช่วย”
“จะให้ข้ากับเทียตองช่วยพี่ยังไง”
“หลังจากส่งของทั้งอำเภอจะจัดงานฉลอง”
“ใช่ ก็เพราะเขามีงานคณะของเราถึงได้มา”
“ถึงตอนนั้นทุกคนจะออกไปฉลองกันหมด ซึ่งเป็นโอกาสดีของเรา การหนีจากที่นี่ต้องข้ามเขาชีลิงกับเขาซัมฮัน แต่ถ้าข้ามเขาคงจะหนีไม่รอดนอกจากลงเรือหนีไปทางโปชอง”
“แต่ตามแนวชายฝั่งมีการตรวจตรา ข้าว่ายากกว่าข้ามเขานะ”
“ข้ารู้ว่ายากกว่าแต่ช่วยไปหาเรือหน่อยเถอะ แล้วคืนนี้เราค่อยลงมือกัน”
“ได้”
“พวกเจ้าพาซังเอียนไปที่ชายหาดก่อน ข้าจะดูเหตุการณ์ก่อนแล้วค่อยตามไปแต่ถ้า 4 ทุ่มแล้วข้ายังไม่ไปที่นั่น จงพาซังเอียนหนีไป”
มันหนีไป 4 ถึง 5 ชั่วยามแล้ว ตอนนี้น่าจะถึงหมู่บ้านชิงจูต้องรีบจับมันให้ได้ ไปเร็ว ถ้าจะไปเมืองฮุยชองต้องผ่านภูเขาชีลิม แต่ถ้าโปชองมันต้องข้ามแม่น้ำชิงโจ แต่ช่วงนี้ฤดูน้ำหลากถ้าไปทางนั้นอาจจะลำบาก งั้นเจ้าสองคนไปเขาซัมฮันซานที่เหลือตามข้ามา”
หลังจากหลบหนีจากค่ายทหารอิมซังอ๊กได้รับความช่วยเหลือจากชายแก ่และหญิงชราผู้หนึ่ง แต่เพื่อเงินชายแก่ได้หักหลังเขา ส่งเขาให้กับทหาร
ซังอ๊กถูกจับกุมตัวได้อีกครั้งเขากับนักโทษอีก 3 คนจึงถูกทหารส่งตัวไปยังเหมืองโฮชาง แต่ในระหว่างทางหนึ่งในนักโทษซึ่งเป็นหัวหน้าโจรได้มีลูกน้องตา มมาช่วยเหลือและฆ่าทหารผู้คุมจนหมด ซึ่งในการหลบหนีครั้งใหม่นี้แชยุนหญิงสาวผู้เป็นทาสเช่นเดียวกั นได้ขอหนีตามมาด้วย
“ข้าเป็นทาสอยู่ในค่ายทหารชื่อว่าแชยุน”
“มาที่นี่ทำไม” อิมซังอ๊กถาม
“ผู้อาวุโสท่านนี้ ท่านคอยดูแลข้าเหมือนลูกเหมือนหลาน เมื่อท่านหมดลมข้าจึงอยากตามมาอยู่ด้วยสักครู่ ฮือๆ”
“ถึงข้าจะเข้าใจเจ้าแต่คงช่วยอะไรไม่ได้ เจ้าเป็นแค่ผู้หญิงถ้าคิดจะหนีการตามล่าของทหารย่อมเป็นไปไม่ได ้ จงรีบกลับไปที่ค่ายเถอะ”
“ถือว่าข้าขอร้องอย่างน่าไม่อาย โปรดช่วยข้าด้วย”
“แต่ว่า”
“โปรดช่วยข้าให้ไปพ้นๆ จากที่แห่งนี้หลังจากนั้นข้าจะไม่รบกวนท่านอีก ข้าจะหาทางไปของข้าเอง”
“งั้นไป” อิมซังอ๊กตัดสินใจทันที
ทั้งสองมาถึงด่านตรวจกักกันคนที่เป็นโรคระบาด แชยุนเอ่ยว่าคงมาผิดทาง แต่อิมซังอ๊กบอกว่าถูกแล้ว แชยุนตกใจ
“อะไรนะ จะเข้าไปในหมู่บ้านที่มีโรคระบาดหรือ”
“พวกทหารต้องไม่ตามเข้าไปอยู่แล้ว ที่นี่จึงเป็นที่ซึ่งปลอดภัยที่สุด”
“แล้วถ้าติดโรคระบาดล่ะ”
“ถ้าถูกทหารจับเราก็ต้องตายอยู่ดี เพราะฉะนั้นถ้าเราไม่เสี่ยงก็ไม่มีทางหนีรอดหรอก รีบไปกันเถอะ”
เมื่อเขาไปอยู่ในค่าย อิมซังอ๊กจึงเอ่ยบอกว่า
“เราหนีมาตั้งไกลแล้วพวกทหารคงตามไม่ทันแล้วล่ะ เจ้าคิดว่าจะไปที่ไหน เพราะเห็นเจ้าน่าสงสารข้าถึงพามาด้วย แต่จากนี้ข้าคงจนปัญญา เพราะว่า ข้ายังไม่รู้อนาคตตัวเอง”
“ลือกันว่าชายแดนติดกับมองโกล มีบรรดาข้าทาสกับนักโทษแผ่นดินหนีไปรวมตัวกัน ข้าก็ไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน คิดว่าจะลองไปที่นั่นดู”
“อย่าไปที่นั่นเชียวนะ บ้านเกิดข้าอยู่ที่เมืองอีจู ที่ซึ่งเจ้าเอ่ยถึงเมื่อครู่อยู่ไม่ไกลจากบ้านเกิดข้า ข้าจึงเคยไปที่นั่น มันเป็นที่ซึ่งเจ้าไปอยู่ไม่ได้หรอกที่นั่นมีแต่คนป่าเถื่อนแล้ วก็มหาโจรที่อาจจะฆ่าเจ้าได้ทุกเมื่อ จงล้มเลิกความคิดซะเถอะ เฮ้อ เจ้ามีญาติพี่น้องที่ไหนอีกรึเปล่า”
“แค่ท่านพาข้ามาถึงที่นี่ข้าก็ซึ้งใจมากแล้ว บุญคุณที่ท่านมีต่อข้าชาตินี้ข้าจะไม่ลืมเลย ท่านจงอย่าเป็นห่วงข้าอีกเลย รีบหนีไปเถอะค่ะ”
ยามลาจากโลก แม้แต่โลงสักใบก็ยังไม่มี ต้องขอโทษด้วยนะครับที่ข้าช่วยไม่ได้ เมื่อกี้พวกโจรมาฆ่าทหารของทางการเดี๋ยวพวกทหารก็คงจะตามมา ถ้าเจ้ายังอยู่ที่นี่อาจพลอยติดร่างแห จงรีบกลับไปก่อนเถอะ เพราะข้าก็ต้องไปแล้วเหมือนกัน”
“ข้าเอง ก็คงกลับไปไม่ได้แล้วเหมือนกัน เมื่อก่อน ตอนที่อยู่ในค่ายทหาร ข้ามักจะถูกพวกทหารลวนลามอยู่เสมอ เคยคิดจะฆ่าตัวตายมาหลายครั้ง แต่ที่ทนมาได้ถึงทุกวันนี้ ก็เพราะได้ท่านปู่ท่านนี้ ท่านคอยปกป้องข้าเหมือนลูกในไส้ แต่ตอนนี้เมื่อขาดท่านไป ถ้าขืนข้ายังกลับไป จะต้องถูกทหารพวกนั้น ลวนลามอีกแน่ๆ”

จบเรื่องย่อละคร อิมซังอ๊ก ตอนที่ 3

BY... http://wordpress.com/tag/%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%8 B%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B9%8A%E0%B8%81/

Back to Top
donnamoni View Drop Down
Special Member
Special Member
Avatar

Joined: 05 ส.ค. 2007
Location: Thailand
Posts: 938
Post Options Post Options   Quote donnamoni Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 21 ม.ค. 2008 at 17:07

เรื่องย่อละครตามบทโทรทัศน์ - อิมซังอ๊ก ตอนที่ 4

พกแทนัดเชาลีออกมา เชาลีมาตามนัดด้วยความหงุดหงิดนิดๆ
“ดึกป่านนี้แล้วเรียกข้ามาทำไมมีอะไรก็รีบพูด ไม่พูดข้าไปนะ”
“เฮ้ เดี๋ยวสิ”
“วันนี้เพี้ยนรึไง จะเอายังไงกันแน่”
“ให้เจ้า” พกแทมอบแหวนทองให้
“นี่อะไร”
“เปิดออกดูสิ”
“เออ นี่ นี่แหวนทองนี่ ฮ่ะ แหวนทองจริงๆ ซะด้วย คุณพระช่วย เหลือเชื่อสวยจังเลย เจ้าไปเอามาจากไหน สวยมากเลยเจ้าดูสิ ฮ่ะๆ สวยจัง”
“เชาลี”
“หือ จะทำอะไร”
“เชาลี” พกแทโผกอดหญิงสาว
“ว๊าย จะบ้ารึไง”
“เชาลี”
“ฮึ ปล่อยนะ จะทำอะไร จะทำอะไรข้า”
“ก็เจ้าเคยรับปาก ถ้าข้าให้แหวนทองเจ้าจะเข้าหอกับข้า”
พกแท ฮึ เจ้าปัญญาอ่อน มีสมองรึเปล่า ถึงข้าจะเคยรับปากเจ้าแต่ตอนที่ชายหญิงจะเข้าหอกัน มีใครที่ไหนบ้างที่ทำท่าทางหื่นเหมือนเจ้า”
“ถ้าอย่างงั้น จะให้ข้าทำยังไง”
“ต้องให้ข้าสอนอีกหรือ มา มาใกล้ๆ สิ”
“วางล่อก่อนสิ”
“หลับตาก่อน”
เสียงอิมซังอ๊กดังขัดจังหวะเข้ามา “พกแท”"
“ใคร ใครน่ะ นั่นใคร”
“ข้าเองซังอ๊ก”
“ลูกพี่”
“ซังเอียนล่ะ”
พกแทพาอิมซังอ๊กไปที่คณะ
อิมซังอ๊กจึงพาแชยุนมาฝากไว้ยังคณะการแสดงของหัวหน้ากิดทังคู
“ไม่ต้องเป็นห่วงเขาหรอก ข้าได้ฝากเขาไปอยู่กับคณะการแสดงที่เขาฟงซานแล้วของเพื่อนซี้ข้ าเอง ไม่มีปัญหาแน่ จริงสิ แล้วนางเป็นใคร” กิดทังคูถาม
“นางเป็นทาสอยู่ที่ค่ายกังไก แต่เพราะถูกข่มเหงรังแกจึงหนีมากับข้า รับนางเอาไว้หน่อยเถอะ”
“เออ คือ เออ”
“ไม่ต้องห่วงเรื่องทหาร นางไม่ได้ทิ้งเบาะแสอะไรเอาไว้ แถมนางไม่มีญาติมิตรทหารตามตัวไม่เจอหรอก”
“แต่เจ้าก็รู้อาชีพข้าดีพกแทกับเชาลีเริ่มฝึกกันมาตั้งแต่เด็กแ ล้ว แต่นางไม่เป็นเลยจะร่วมกับคณะได้ยังไง”
แชยุนรีบกล่าว “ถ้าท่านสอนข้า ข้ายินดีฝึกหมดทุกอย่าง ต่อให้เป็นคนรับใช้ข้าก็ยินดี รับข้าเอาไว้เถอะ”
“หน้าตาก็ดีนะ ผู้ชายที่มาดูการแสดงถ้าได้เห็นคงติดใจ”
“รับเอาไว้เถอะครับ”
กิดทังคูหันมาทางเชาลี “เจ้าว่าไง”
“แฮ้ม ข้าไม่รู้หรอก แล้วแต่หัวหน้าแล้วกัน”
“ก็ได้ จะรับเอาไว้ แล้วซังอ๊ก เจ้าจะทำยังไง”
ส่วนตนเองก็ได้หลบหนีขึ้นไปอยู่ในวัดบนเขาซึ่งมีถ้ำที่พ่อของเข าเคยใช้เป็นที่ท่องตำรามาก่อน โดยมีกิดทังคูมาส่ง และแนะนำให้เขาได้รู้จักกับซกซองไต้ซือ
“ซังอ๊กมานี่สิ คำนับไต้ซือก่อน นี่ซกซองไต้ซือ”
“ข้าชื่ออิมซังอ๊ก”
“ข้าเล่าเรื่องของเจ้าให้ท่านฟังแล้วท่านยินดีให้เจ้าพักอยู่ที ่นี่ ฮ่ะๆ” กิดทังคูว่า
“คนหมู่บ้านจองเทใช่มั้ย”
“ครับไต้ซือ”
“ถ้างั้น รู้จักคนที่ชื่ออิมบงแฮรึเปล่า”
“ไต้ซือรู้จักเขาด้วยหรือครับ คนที่ถูกใส่ร้ายว่าเป็นกบฏจนถูกประหารชีวิตก็คือพ่อของเขา” กิดทังคูหน้าตื่น
“ถ้าเดินผ่านวัดไปเจ้าจะมองเห็นถ้ำ ซึ่งภายในถ้ำนั้น มีสมบัติของพ่อเจ้าอยู่”
“ไต้ซือหมายความว่ายังไง ในถ้ำมีสมบัติของพ่อเจ้าหรือ”
ในถ้ำที่พ่อของอิมซังอ๊กเคยใช้เป็นที่ท่องตำรามาก่อน ทำให้ไฟแค้นของอิมซังอ๊กกลับมาลุกโชนอีกครั้ง จากนั้นอิมซังอ๊กไปกล่าวลาซกซองไต้ซือ
“ไต้ซือ ข้ามาเพื่อกล่าวอำลา”
“เจ้าถูกทางการตามล่ากำลังหลบหนีอยู่ จะไปที่ไหนอีก” ซกซองไต้ซือถาม
“ข้าจะไปซงตู”
“ไปซงตูเพื่ออะไร”
ถ้าไม่หลบหนีแบบนี้ไปตลอดชีวิต ก็ต้องโดนทหารจับไปฆ่า ข้าไม่อยากตายสภาพนั้น ข้าอยากหาคนผู้หนึ่งก่อนที่ข้าจะตาย คนที่ทำลายชีวิตของข้า ข้าจะแก้แค้นมันด้วยมือของข้าเอง ต้องขออภัยท่านด้วย เพราะข้าพยายามทนแล้ว แต่ไฟแค้นมันก็ยังแผดเผาในใจของข้า เพราะมันทำให้พ่อข้าถูกประหาร ท่านแม่ต้องกลายเป็นทาส ส่วนน้องสาวก็หายไป แม้ว่า จะต้องถูกสวรรค์ลงทัณฑ์ แต่ถ้าข้าไม่แก้แค้นแล้ว ก็คงทรมานไม่สิ้นสุด”
“ในมือของข้าถืออะไรอยู่ ได้ยินที่ถามมั้ย ข้าถืออะไรอยู่ ไฟแค้นในใจของเจ้าข้าคงช่วยปัดเป่าไม่ได้ ถ้าอยากไปซงตูก็จงไป แต่ว่า ก่อนที่เจ้าจะไป ต้องรู้ก่อนว่าในมือข้าถืออะไร แล้วค่อยไป ตอบมาสิ ในมือข้าถืออะไรอยู่”
ข้าไม่ทราบครับ”
“งั้นกลับไปได้แล้ว”
อิมซังอ๊กกลับไปคิด แล้วกลับมาพบซกซองไต้ซืออีกครั้ง
“ไต้ซือ ข้าซังอ๊กครับ”
“เข้ามา”
“ครับ ไต้ซือ ในมือข้าถืออะไรอยู่ ในมือของข้าถืออะไรอยู่”
“ดาบ 1เล่ม”
“ตอนนี้ข้าทราบแล้ว ว่าในมือของไต้ซือถืออะไร”
“ถืออะไร”
“ถือดาบ”
“แล้วมัน คือดาบประเภทไหน ดาบที่ใช้ช่วยคนหรือว่าดาบที่ใช้ฆ่าคน ในมือของข้าถือดาบพันเล่ม แต่ในมือของเจ้ามีดาบแค่เล่มเดียว ดาบพันเล่มในมือของข้า สามารถใช้ฆ่าคนและช่วยเหลือคน แต่ดาบ 1เล่มในมือของเจ้ามันเป็นเพียงแค่ดาบที่ใช้ฆ่าคนเท่านั้น ในเมื่อสามารถถือดาบ 1 พันเล่ม แล้วทำไมต้องถือดาบที่ใช้ฆ่าคนแค่เล่มเดียว ในโลกนี้ ยังมีเรื่องอีกมาก ที่ดาบ 1พันเล่มสามารถแก้ปัญหาได้มากกว่า แล้วทำไมเจ้าต้องถือดาบแค่เล่มเดียวเอาไว้ ถ้าโยนดาบที่ใช้ฆ่าคนนี้ไปเจ้าก็จะได้ครอบครองดาบช่วยคน 1พันเล่ม”
“ไต้ซือ”
“เมื่อทิ้งดาบที่ใช้ฆ่าคน แล้วได้ดาบที่ใช้ช่วยคน 1พันเล่มมา เจ้าก็จะสามารถดับไฟแค้นที่แผดเผา
อยู่ภายในใจของเจ้า”
ทหารได้ตามล่าอิมซังอ๊กมาจนถึงหมู่บ้านและได้จับกุมตัวกิดทังคู กับเชาลีไปเพื่อไต่สวน พกแทก็รีบวิ่งมาหาอิมซังอ๊กแล้วบอกให้เขาหนี อิมซังอ๊กถามว่าเกิดอะไรขึ้น
“พวกทหารมันตามล่าพี่มาถึงที่หมู่บ้าน นอกจากจะค้นจนทั่วทั้งหมู่บ้านมันยังจับหัวหน้าเทียตอง เชาลีกลับไปด้วย ถ้าพวกเขาถูกทรมานขึ้นมาอาจจะบอกที่ซ่อนของพี่ก็ได้ รีบหนีไปเถอะลูกพี่ ลูกพี่มัวโอ้เอ้อะไรอีก รีบหนีก่อนเถอะ”
“งั้นไป”
“จะไปไหน ลูกพี่จะไปไหน ลูกพี่จะบ้าหรือถ้าโดนจับอีกพี่ต้องตายแน่ๆ แล้วยังจะไปอำเภออีก”
“แต่พวกเขากำลังเดือดร้อนเพราะข้า ข้าจะไปได้ยังไง”
“ลูกพี่ ถึงหัวหน้า เชาลี กับเทียตองจะถูกทรมานบ้างแต่รับรองอีกไม่นานก็ต้องถูกปล่อยตัว ซึ่งพวกเขาไม่เหมือนกับพี่หรอก ถ้าโดนจับพี่ต้องตายแน่ๆ รีบหนีก่อนเถอะ”
“อย่าพูดอีกเลย”
อิมซังอ๊กจึงตัดสินใจเข้ามอบตัว ระหว่างทางเขาได้ผ่านมายังบ้านและได้พบกับแม่ของตนเอง สองแม่ลูกต่างดีใจที่ได้พบหน้ากันอีกครั้ง อิมซังอ๊กเล่าไปพร้อมกับร้องไห้
“แม้แต่ศพของพ่อ ข้ายังไม่สามารถฝัง ได้โปรดยกโทษให้ข้าด้วย”
“รู้มั้ยว่าซังฮีกับซังเอียนอยู่ที่ไหน”
“ตอนนี้ซังเอียนอยู่ที่เขาฟงซาน เขาสบายดีไม่ต้องห่วงครับ สำหรับซังฮีรู้แต่ว่าถูกส่งตัวไปเป็นนางโลม”
“ขอแค่ไม่ตายก็พอ ขอแค่มีชีวิตอยู่ก็ดีแล้ว ทาสได้รับการอภัยโทษแล้ว เชื่อว่าอีกไม่นานพวกเขาก็คงกลับมา”
“ทาสได้รับอภัยโทษหรือครับ หมายความว่ายังไง”
“เจ้าไม่รู้หรือ มีราชโองการให้อภัยโทษแก่ข้าทาสที่เคยต้องอาญา เดิมแม่เคยเป็นทาสอยู่ที่ค่ายเปียงยางเพราะได้รับอภัยโทษก็เลยก ลับมา”
“ลูกพี่ พี่มีทางรอดแล้ว พี่รอดแล้ว ลูกพี่รีบไปที่อำเภอกันเถอะ ต่อไปจะได้ไม่ต้องหนีอีกแล้ว”
พกแทเข้ามาบอกข่าวดี
ทั้งสองออกมา อิมซังอ๊กกล่าวกับพกแทว่า
“ถึงที่แม่พูดมันจะจริงแต่ข้าเกี่ยวข้องกับการตายของทหาร ข้าอาจจะถูกจับก็ได้”
“ผู้ที่ฆ่าคนคือโจรเขาแทฮองไม่ใช่หรือ”
“การพิสูจน์ความจริงไม่ใช่เรื่องง่าย ช่วงที่ข้าไม่อยู่ ดูแลแม่ข้าหน่อยแล้วกัน”
“ได้ครับพี่”
กิดทังคูกับเชาลีได้รับการปล่อยตัวกลับมา ขณะที่อิมซังอ๊กถูกส่งตัวไปที่จงจู
“เหนือหัวทรงอภัยโทษให้พวกทาสแล้วนี่ทำไมยังส่งไปที่จงจู” พกแทบ่น
“เพราะเขาต้องสอบก่อนว่าเกี่ยวกับการตายของทหารรึเปล่า คงไม่ถูกปล่อยง่ายๆ หรอก”

จบเรื่องย่อละคร อิมซังอ๊ก ตอนที่ 4

BY... http://wordpress.com/tag/%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%8 B%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B9%8A%E0%B8%81/

 

Back to Top
donnamoni View Drop Down
Special Member
Special Member
Avatar

Joined: 05 ส.ค. 2007
Location: Thailand
Posts: 938
Post Options Post Options   Quote donnamoni Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 21 ม.ค. 2008 at 17:07

เรื่องย่อละครตามบทโทรทัศน์ - อิมซังอ๊ก ตอนที่ 5

ปาร์กจูมงถามหาบุตรสาว หัวหน้าบอกว่าอยู่สวนหลังบ้าน เขาตามไปต่อว่าบุตรสาว
เจ้าทำงานประสาอะไร เพียงเพื่อค้าขายด้านชายแดนกับจีนเลยไปติดต่อกับโตเทใช่มั้ย”
“ครับ เราทำเช่นนั้น”
“เราจะเริ่มค้าขายกันในต้นเดือนหน้า”
“คุณหนูบอกว่างานนี้จะเจรจาด้วยตนเอง” สาวใช้ช่วยพูด
“อะไรนะ จงยกเลิกเดี๋ยวนี้”
“ท่านพ่อ เราได้เปิดสาขาที่อีจูมาได้ 2 ปีแล้ว ถ้กลุ่มกังซางยังครองการค้าย่านชายแดนกลุ่มซงซางจะเสียประโยชน์ อย่างมาก ดังนั้นถึงจะเสี่ยงแค่ไหนข้าก็ต้องเจรจาให้สำเร็จ”
“แล้วพวกเจ้ารู้มาก่อนหรือว่าโตเทเบื้องหลังเป็นใครมาจากไหน มันเป็นหัวหน้ากลุ่มโจรที่อาละวาดไปทั่วแถบเมืองหลวง พอรู้ทางการจะยกกำลังมาปราบก็รีบบุกจวนนายอำเภอฆ่าหัวหน้าขุนนา งแล้วหลบหนีมา ถ้าค้าขายกับมันแล้วถูกหักหลังจะทำยังไงถึงการค้าด้านชายแดนจะส ำคัญต่อกลุ่มซงซาง แต่ถ้าทำโดยไร้ยั้งคิดอาจจะเสียมากกว่าได้เพราะฉะนั้นเจ้าจะต้อ งหยุดไว้ก่อน”
หลังจากเป็นอิสระอีกครั้ง อิมซังอ๊กจึงตัดสินใจที่จะไปเรียนรู้การทำการค้าจากฮุงต๊อกจู
“เมื่อหลายปีก่อน ข้าได้ข่าวว่าบงแฮถูกลงโทษประหารชีวิตที่ฮันยาง ถึงเขาจะจบชีวิตไปแล้ว แต่ความเชื่อที่ฝังอยู่ในตัวของเขานับว่าน่านับถือ และได้ข่าวว่าลูกเมียก็ต้องกลายเป็นทาสด้วย เจ้าคงได้รับอภัยโทษแล้วสินะ” ฮุงต๊อกจูกล่าว
“ใช่ครับ ท่านครับ ที่ข้ามา ก็เพื่อจะคืนเงินที่ท่านพ่อของข้าเคยยืมไป”
“คืนเงิน เจ้ามีคืนข้าหรือ”
“ถึงตอนนี้ข้าจะยังไม่มีแต่ว่า ถ้าท่านยอมรับข้าเอาไว้ ข้าจะเรียนรู้และช่วยท่านค้าขายเพื่อคืนให้” อิมซังอ๊กเสนอ
“เรียนรู้ค้าขาย”
“ครับ”
“นั่นเป็นเงินที่ข้าเคยติดค้างพ่อของเจ้าต่างหากเจ้าไม่ต้องคืน หรอก จงลืมมันสะแล้วนี่ ข้าขอมอบให้ฐานะที่เป็นมิตรกับพ่อเจ้า จงเอาไปฝากสำนักเงินตรา แล้วค่อยหาลู่ทางเถอะ”
“ข้าได้ตัดสินใจเป็นพ่อค้าแล้ว โปรดรับข้าไว้ด้วย”
“ฮึ ไม่เข้าใจที่ข้าพูดหรือ คิดว่าทำการค้ามันง่ายนักหรือ ถ้าข้าจำไม่ผิด เจ้าอยากจะเป็นล่ามหลวงไม่ใช่หรือ จงไปเตรียมตัวทำการสอบเถอะ”
“ท่านครับ เมื่อครู่นี้ท่านบอกว่า ความเชื่อที่อยู่ในตัวท่านพ่อนับว่าน่านับถืออย่างยิ่ง แต่ท่านทราบมั้ยครับ ก่อนท่านพ่อจะถูกประหาร ท่านบอกข้า อย่าใช้ชีวิตโง่เขลาเหมือนท่าน ความเชื่อที่ไม่บรรลุเป้าหมายมีไปก็เหมือนไร้ค่า ท่านรู้สึกเสียดายกับวันเวลา ที่ผ่านไปอย่างมาก ตั้งแต่เล็กจนโตข้าตั้งใจเรียนรู้ภาษาเพื่อหวังเป็นล่ามหลวงอัน ดับหนึ่ง แต่ว่าถ้าขุนนางผู้ตัดสินรับเงินสินบน ต่อให้เรามีความสามารถศึกษามามากแค่ไหนก็สอบไม่ได้อยู่ดี ถ้าข้ายังอยากเป็นล่ามหลวงก็คงเป็นเหมือนท่านพ่อ ท่านครับ การที่ข้าอยากจะเป็นพ่อค้าก็เพราะท่านพ่อสั่งให้ข้าอย่าเจริญรอ ยตามท่าน ข้าจะทำงานอย่างเต็มที่ ได้โปรดรับข้าเอาไว้เถอะ”
“ถ้าอย่างงั้นข้าจะรับเจ้าเอาไว้”
“ขอบคุณมากครับๆ”
“แต่ว่า จงจำเอาไว้ให้ดี จงอย่านึกนะว่าข้าจะนึกถึงความสัมพันธ์กับพ่อเจ้าแล้วคอยโอ๋เจ้ า เมื่อรับเจ้าไว้แล้ว ก็เท่ากับว่าสายสัมพันธ์ต่างๆ ได้จบสิ้น หลังจากมาทำงานเจ้าจะได้เป็นพ่อค้าหรือไม่มันก็ต้องขึ้นอยู่กับ ความสามารถของเจ้าเอง จะดีหรือชั่วข้าไม่สนใจหรอก”
“ข้าจะจำเอาไว้”
อิมซังอ๊กตัดสินใจไปทำงานเป็นคนงานในร้านขายภาชนะโลหะของฮุงต๊อ กจู โดยมีซามฟูเป็นเถ้าแก่คอยดูแลร้าน
อิมซังอ๊กกลับไปที่บ้าน ซึ่งแม่อยู่กับซังเอียน อิมซังอ๊กบอกกับแม่ว่า
“ท่านแม่ ข้าจะไม่สอบเป็นล่ามหลวงแล้ว”
“พี่ใหญ่ ทำไมพูดอย่างงั้นล่ะ ไม่ต้องห่วงทางบ้านหรอกข้าจะช่วยท่านแม่ขายเกลือเอง เราจะออกตระเวนขายพร้อมกับตามหาพี่รองไปด้วย พี่ใหญ่เตรียมตัวเข้าสอบเป็นล่ามหลวงเถอะ”
“ข้าเลิกคิดจะเป็นล่ามหลวงแล้ว”
“พี่ใหญ่ พี่”
“ท่านแม่ พรุ่งนี้ ข้าจะไปเริ่มงานที่ร้านเครื่องเหล็กของกลุ่มกังซาง ซึ่งเป็นกิจการของฮุงต๊อกจู ข้าอยากเป็นพ่อค้า ข้าทำให้ท่านแม่ต้องผิดหวัง ขออภัยด้วย”
“ไม่เป็นไร ทำตามที่เจ้าต้องการเถอะ 2 ปีมานี้แม่สูญเสียพ่อเจ้า ต้องพลัดพรากจากลูกๆ ต้องใช้ชีวิตอย่างไม่รู้อนาคต วันๆ มีแต่ความขมขื่น จนทำให้แม่ได้คิด ต่อไปแม่จะไม่หวังอะไรอีกแล้ว เพราะเมื่อหวังก็จะมีความโลภเมื่อเกิดความโลภก็จะคิดเพ้อฝัน พอนึกย้อนกลับไป พ่อของเจ้า เพราะเขาเพ้อฝันแต่จะเป็นล่ามหลวง ประกอบกับความโลภและความเพ้อฝันของแม่ด้วย ดังนั้นต่อไปนี้ ขอแค่ให้พวกเราเป็นคนดีก็พอ สิ่งที่แม่หวังในตอนนี้ก็คือตามหาซังฮี ขอแค่ได้เจอซังฮี แม่ไม่หวังอะไรอีกแล้ว ลูกอายุยังน้อยแต่กลับต้องมาพลอยตกระกำลำบาก”
“ข้าจะตามหาซังฮีเอง ยังไงข้าก็ต้องพาน้องกลับมา ท่านแม่วางใจเถอะ”
อิมซังอ๊กนึกถึงคำพูดของซกซองไต้ซือ ทำให้เขาคิดได้ “ไต้ซือ ข้าได้ตัดสินใจทิ้ง ดาบที่ใช้ฆ่าคนไปแล้ว ต่อไปนี้ข้าจะครอบครองดาบ 1พันเล่มแทน ขอให้ไต้ซือได้โปรด ช่วยอวยพรให้ข้าสมหวังด้วย”
ซามฟูและชุนจอคิดว่าอิมซังอ๊กมีเส้นสายที่แนบแน่นกับฮุงต๊อกจูจ ึงพยายามกันแย่งชิงตัวเขา เพราะทั้งสองคนหมายจะชิงตำแหน่งหัวหน้าขบวนเรือสินค้าที่กำลังว ่างอยู่ แต่เนื่องจากยอดขายที่ตกต่ำของภาชนะโลหะ จึงทำให้ฮุงต๊อกจูลงโทษซามฟู ทำให้ซามฟูรู้ว่าอิมซังอ๊กไม่ใช่เด็กเส้นจึงบังคับให้เขานำภาชน ะทองเหลืองราคาแพงออกไปเร่ขาย พวกกิดทังคู เดินทางมาที่นี่เช่นกัน ทำให้พบกับอิมซังอ๊ก กิดทังคูเข้าไปทัก
“เจ้าทำอะไร”
“พี่มาทำอะไรอยู่แถวนี้ ไหนว่าทำงานกับกลุ่มกังซางทำไมมาขายของแบกะดิน”
“ซังอ๊ก เฮ้อ หลงนึกว่าเจ้าฉลาดมีไหวพริบที่แท้กลับไม่เอาอ่าว ดันมาขายของในตลาดนัด แถมเป็นชามทองเหลืองอีกแล้วใครจะซื้อไหว”
“ถ้าข้าไม่ต้องการตกงานจะต้องขายให้หมดใน 10 วัน แต่ตอนนี้ยังขายไม่ได้เลย” อิมซังอ๊กว่า
“เจ้าไม่เหมาะกับเป็นพ่อค้าหรอก มาอยู่กับคณะของข้ามั้ยล่ะ”
“หัวหน้า อย่าเพิ่งถากถางข้าเลยช่วยหาทางหน่อยเถอะ”
“ลูกพี่ใจเย็นๆ ดื่มแล้วค่อยคุย”
“จะขายของแบบนี้ต้องไปตลาดใหญ่ เฮ้ เราต้องไปแสดงที่ไหนบ้างท่องมาสิ”
เทียเริ่ม “ครับ ตลาดเพียงอัน เมืองกุยชอง ตลาดเมืองโปชอง ตลาดฮองแฮ”
“เฮ้ยๆ แค่ถึงฮองแฮก็พอ เราเองก็จะแสดงในตลาดใหญ่ ที่ผ่านมาตลาดโปชองใหญ่ที่สุดส่วนตลาดเพียงอันกฎเกณฑ์หยุมหยิมม ะรืนนี้เราจะไปตลาดโปชอง ไปกันมั้ย”
“เราต้องไปแสดงที่นั่นอยู่แล้ว” พกแทว่า
“ซังอ๊ก มาๆๆ ได้ทำเลแล้ว ตรงนี้แหละแจ๋วเลยไม่มีใครมาตั้งแผง ตำแหน่งนี้ดีนะ รีบตั้งแผงก่อนที่คนอื่นจะมาแย่ง สวัสดีครับ ฮ่ะ ทำเลดีจริงๆ มา รีบตั้งแผงเร็ว โชคดีจัง ฮ่ะๆ ทำเลแจ๋ว ซังอ๊กเราจะไปแสดงก่อนนะ เจ้าขายของเถอะ” กิดทังคูแนะนำ
แต่พอทุกคนแยกไปแล้ว อิมซังอ๊กก็ถูกเจ้าถิ่นทำร้าย โชคดีที่ดายงผ่านมาจึงช่วยอิมซังอ๊กไว้ พ่อบ้านวังเข้ามาช่วยดูแลอิมซังอ๊ก ไม่นานอิมซังอ๊กก็ฟื้นขึ้นเขาถามพ่อบ้านวังว่าทำไมมาอยู่ที่นี่ ได้ สาวใช้รายงานว่า
“เพราะเจ้าถูกทำร้ายจนหมดสติคุณหนูจึงให้เราพากลับมา”
“ขอบคุณมาก”
“เจ้าอยู่โรงงานที่นาชองไม่ใช่หรือ เถ้าแก่ให้เจ้ามาขายรึไง”
“ข้าได้รับอภัยโทษเป็นสามัญชนแล้ว ตอนนี้ เป็นคนงานร้านถ้วยชามของกลุ่มกังซาง”
“เจ้านี่มันแย่มาก ในเมื่อปรารถนาอยากค้าขายทำไมถึงไม่ยอมมาหาพวกเรา แต่กลับไปอยู่กับกลุ่มกังซางทนลำบากเป็นแค่คนงานกระจอกๆ”
“ตอนที่เจ้าอยู่โรงเหล็กที่นาชองเรากะว่าจะให้เจ้ามาช่วยกลุ่มซ งซาง”
“แต่เถ้าแก่โรงงานปฏิเสธเราเลยต้องวางมือ”
“ถ้าจะมาก็ยังได้นะ” ดายงพูดแทรกเข้ามา
“ข้ายังไม่อยากทำอย่างงั้น”
“ข้าไม่เข้าใจเจ้าจริงๆ ตอนนั้นเจ้าว่าอยากเป็นล่ามหลวงเราเลยไม่ฝืนแล้วหนนี้ยังจะลังเ ลอะไรอีก”
“ข้ามีเหตุผลส่วนตัว ขอบคุณมาก ข้าขอลา”
“สินค้าของเจ้าอยู่ที่ด้านนอก” พ่อบ้านวังบอก
“ข้าเชื่อว่าท่าน ไม่มีทางขายภาชนะทองเหลือง” ดายงว่า
“ไม่มีทางหรือ หมายความว่ายังไง”
“สิทธิ์การค้าภาชนะโลหะจากนาชองในย่านเพียงอันเป็นของพ่อค้ากลุ ่มหนึ่ง การที่ท่านถูกทำร้ายไม่ใช่เพราะพวกเขาหาเรื่องแต่เพราะไม่ได้รั บอนุญาตจากกลุ่มพ่อค้าจึงถือว่าละเมิดกฎ เป็นการค้าข้ามถิ่น”
“ถ้าอย่างงั้น ก็เท่ากับว่าคนที่ร้านคิดกลั่นแกล้งข้า”
“ถ้าข้าเดาไม่ผิด อาจเป็นได้ที่เขาอยากให้ท่านได้รับบทเรียนจะได้รู้วิธีค้าขายแต ่ถ้าไม่ใช่ ก็แสดงว่าเถ้าแก่ร้านขายจานชามจงใจจะกลั่นแกล้งท่าน แต่ถ้าท่านอยากจะขายให้หมด คงต้องเลี่ยงไปหาวิธีอื่น”
อิมซังอ๊กยังคงพยายามหาทางขายภาชนะทองเหลืองต่อไปจนกระทั่งสามา รถทำได้สำเร็จ และเขาก็ย้อนกลับมาที่ร้านอีกครั้ง
“เพิ่งโผล่มาหรือ หนอย ไอ้บัดซบหายหัวไปไหนมาข้าสั่งให้ไปขายของคงจะแอบไปเที่ยวล่ะสิถ ึงเพิ่งกลับมาป่านนี้แล้วชามทองเหลืองข้าล่ะ ชามชุด 7 ใบกับ 9 ใบของข้าอยู่ที่ไหน เจ้ารู้มั้ยมูลค่าเท่าไหร่ รู้มั้ยแพงแค่ไหน เอาคืนมานะเร็ว” ซามฟูดุ
“ข้าขายหมดแล้ว” อิมซังอ๊กกล่าว
ซามฟูไม่เชื่อ “ไม่ต้องมาอ้าง ขาย ขายหมด”
“ขายหมดแล้ว”
“ขาย ขายหมดหรือ”
“ไหนดูสิ หา”
“เงินที่ได้จากการขายครับ” อิมซังอ๊กส่งเงินให้
ซามฟูตกใจไม่น้อย “ซังอ๊ก”

จบเรื่องย่อละคร อิมซังอ๊ก ตอนที่ 5

BY... http://wordpress.com/tag/%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%8 B%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B9%8A%E0%B8%81/

 

Back to Top
donnamoni View Drop Down
Special Member
Special Member
Avatar

Joined: 05 ส.ค. 2007
Location: Thailand
Posts: 938
Post Options Post Options   Quote donnamoni Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 21 ม.ค. 2008 at 17:08

เรื่องย่อละครตามบทโทรทัศน์ - อิมซังอ๊ก ตอนที่ 6

ความสำเร็จจากการขายชามทองเหลืองของอิมซังอ๊กเป็นที่ฮือฮามากใน กลุ่มกังซาง จนทุกคนต่างชื่นชม ยกเว้นจุงจิซูที่เห็นว่าการที่อิมซังอ๊กนำชามทองเหลืองไปแลกกับ ยา แล้วนำไปขายเป็นวิธีการที่ไม่ถูกต้อง
ชุนจอถามขึ้น “แล้วเจ้าคิดว่ายังไง ไหนว่ามาสิ”
“ถ้าเป็นพ่อค้าที่เก่งจริง สิ่งที่ขายได้ไม่ควรเป็นยาแต่เป็นชามทองเหลือง”
“คุณชาย ท่านพูดแบบนี้เพราะไม่เข้าใจคนที่นั่น คนที่นั่นไม่ใช้ชามโลหะก็อย่างตอนที่ข้าเอาไปขายยังถูกผู้หญิงห ัวเราะเยาะเอาหาว่าเอามะพร้าวห้าวไปขายสวน” อิมซังอ๊กว่า
“เจ้าคิดว่าการทำอย่างงั้นเป็นความโง่เขลาหรือ พ่อค้าที่มีความสามารถต้องรู้ข้อดีและจุดเด่นสินค้าของตน เพราะคนที่นั่นใช้แต่ชามกระเบื้องจนเคยชินจึงไม่คุ้นกับชามโลหะ แต่ถ้าเราทำให้เขารู้ถึงคุณภาพของชามโลหะเราก็จะสามารถขายได้”
ซามฟูตัดบท “จะยาหรือชามทองเหลืองก็ช่างเถอะ ขอแค่ได้เงินก็พอ จริงมั้ยล่ะ”
“นั่นสิ เขาทำสำเร็จอย่างงดงามเอาแต่ติอยู่ได้” ชุนจอเห็นด้วย
“แค่หนเดียวมันยังไม่ถือว่าสำเร็จหรอก พ่อค้าไม่ควรพอใจกับเงินแค่เล็กน้อยแต่ควรมองถึงอนาคต ตอนแรกอาจจะยากแต่เราต้องทำให้เขาชอบจะได้ขายสินค้าได้อีกต่อไป ”
ซามฟูเริ่มหงุดหงิด “ฮึ เจ้า งั้นขอถามหน่อย เจ้าเคยขายของมากี่ครั้งถึงได้คุยโว ขนาดชามน้ำจิ้มเจ้ายังไม่เคยขายเลยวันๆ ได้แต่ขีดๆ เขียนๆ แล้วคิดจะมาสอนพวกเราหรือ”
“ข้าจะเอาเครื่องทองเหลืองไปขายบ้าง”
จุงจิซูอาสานำชามโลหะและเครื่องทองเหลืองไปขายบ้างซึ่งเขาก็สาม ารถทำได้สำเร็จโดยการนำไปแลกกับฝ้ายเก่า จากนั้นก็นำฝ้ายเก่าไปขายในราคาของฝ้ายใหม่ที่เมืองเปียงยาง ซึ่งผลงานของจุงจิซูเป็นที่พอใจของฮุงต๊อกจูเป็นอย่างมาก
คณะการแสดงของกิดทังคูได้ไปเปิดการแสดงบริเวณท่าเรือ การแสดงของแชยุนเป็นที่ต้องตาของปาร์กจูมุง เขาจึงว่าจ้างเธอให้มารินเหล้าให้แก่ขุนนางพร้อมกับชักชวนเธอไป อยู่ที่เมือง
พกแทรีบไปรายงานให้อิมซังอ๊กทราบด่วน เพื่อหาทางช่วยแชยุน อิมซังอ๊กรีบมาพบกิดทังคู พอรู้ว่าเป็นความจริง เขาก็บุกไปจะช่วยแชยุน แต่กลับพบกับปาร์กจูมุง อิมซังอ๊กถามว่าจำเขาได้หรือไม่
“จำได้แล้ว เพราะเจ้าลอบนำกำมะถันเข้ามาจึงสร้างปัญหาให้กับข้า” ปาร์กจูมุงว่า
“ท่านนายห้างท่านพูดออกมาได้ยังไง ที่เรานำกำมะถันเข้ามาก็เพราะเป็นคำสั่งของท่านไม่ใช่หรือ”
“ข้าไม่เคยสั่งให้ใครทำเช่นนั้น”
“ท่าน มันเป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้ว ซึ่งทำให้ข้าโกรธแค้นมากถึงกับเคยสาบแช่งท่านด้วยซ้ำไป แต่ตอนนี้ข้าไม่คิดเช่นนั้นแล้ว ขอแค่ ท่านพูดความจริงออกมา ดวงวิญญาณของพ่อข้า จะได้พบกับความสงบไม่ค้างคาใจต่อคำโกหกของท่าน โปรดบอกมาเถอะ ที่เราสองพ่อลูกนำกำมะถันเข้ามาก็เพราะท่านสั่งใช่มั้ย”
“ข้าไม่เคยสั่งให้ใครทำแบบนี้มาก่อน”
“หยุดนะ ที่แท้ที่ท่านมั่งคั่งขึ้นมาได้จนโด่งดังในโซซอนเพราะการโป้ปดน ี่เอง คอยดูเถอะ สักวันสิ่งที่ท่านสร้างขึ้นจะต้องพังทลายเหมือนประสาททรายจำเอา ไว้ ข้าจะทำลายทุกสิ่งทุกอย่างของท่านให้หมดสิ้น แล้วสักวันหนึ่งข้าจะต้องทำให้ท่านไปคุกเข่าขอขมาพ่อข้าที่หลุม ศพ”
อิมซังอ๊กออกมาก็คิดถึงคำพูดของไต้ซือ แล้วอดแย้งไม่ได้ว่า
“ไต้ซือ ข้าก็อยากจะทำตามที่ท่านพูด อยากจะทิ้งดาบที่ใช้ฆ่าคนเล่มนี้ไปสะ แต่เวลานี้ไฟแค้นในใจข้ามันร้อนแรงเหลือเกิน ข้าควรทำยังไงดี ไต้ซือมีวิธีทำให้จิตใจข้าสงบ สลายไฟแค้นได้มั้ย”
และจากเหตุการณ์นี้ทำให้ดายงรู้ว่าแท้ที่จริงแล้วลูกหาบคนเลี้ย งม้าที่ตกเป็นแพะรับบาปจากการกระทำของพ่อของนางก็คืออิมซังอ๊กแ ละบิดา
ปั๊กชิลคุยกับชุนจอว่าคงต้องเลือกถือหางจุงจิซูแล้ว เพราะฮุงต๊อกจูยอมรับเขาเป็นลูกเขย ชียางเองก็ไม่เข้าใจว่าวิธีการของอิมซังอ๊กกับจุงจิซูต่างกันอย ่างไร อิมซังอ๊กอธิบายว่า
“มันแตกต่างกันครับ ก็เนื่องจากว่า ข้าได้ขายชามให้กับหมอเพียงแค่คนเดียวแต่เลขาจุงได้ขายชามให้คน เป็นจำนวนมาก ถ้าไม่เพราะเลขาจุงเป็นผู้จุดประกายชาวบ้านก็คงไม่ยอมรับชามโลห ะและยอมมาแลกเปลี่ยนกับพวกเรา แต่ตอนนี้เลขาจุงได้ทำให้ชาวบ้านได้รับรู้ถึงข้อดีของชามโลหะแล ้ว ซึ่งเท่ากับว่าวันหน้าถ้าพวกเขาเลือกภาชนะก็จะต้องเลือกซื้อชาม โลหะกลับมาเป็นลูกค้าของเราอีก การมองการไกลนี่แหละที่เป็นหัวใจสำคัญของพ่อค้าที่แท้จริง”
จิซูได้ยินเช่นนั้นก็เข้ามาคุยกับอิมซังอ๊ก
“ทำอะไรอยู่ยังไม่กลับอีกหรือ ที่ข้าเคยพูดกับเจ้าเช่นนั้น ไม่ใช่เป็นการแดกดันโปรดอย่าเข้าใจผิด เจ้าไม่เคยมีประสบการณ์แต่กลับขายชามทองเหลืองได้ ความจริงข้าเองก็รู้สึกเลื่อมใสมาก”
“จอยง อึงลี และซีชอง เป็นแหล่งเพาะปลูกฝ้ายที่ใหญ่มาก ซึ่งคนที่เคยไปที่นั่นจะรู้กันดี ส่วนเรื่องที่ฝ้ายเก่ามีราคาดีกว่าฝ้ายใหม่ในเปียงยางก็เป็นเรื ่องที่ทุกคนรู้เช่นเดียวกัน คุณชายจุงสามารถนำข้อเท็จจริงทั้ง 2 เรื่องมาโยงกันจนค้าขายสำเร็จ ในขณะที่ข้าไม่เคยนึกมาก่อน ความสำเร็จของท่านเปิดหูเปิดตาให้ข้าจริงๆ”
“แล้วอีกหน่อยประสบการณ์จะเป็นผู้สอนเจ้าเอง หือ นี่อะไร บันทึกข้อมูล”
“นี่เป็นรายชื่อของร้านเครื่องเหล็ก นอกจากลูกค้าขาประจำยังมีรายละเอียดของเศรษฐีคนมีฐานะในอีจูอย่ างครบถ้วนสมบูรณ์”
“ใครสั่งให้ทำ”
“ไม่มี เพราะข้าเห็นว่าจะมีประโยชน์ในอนาคตก็เลยจดบันทึกเอาไว้”
“ขอข้ายืมอ่านได้มั้ย”
“ได้ครับ”
พกแทสามารถสืบจนรู้ว่าซังฮีน้องสาวของอิมซังอ๊กถูกขายมาอยู่ที่ หอนางรำในเปียงยาง อิมซังอ๊กจะไปขอตัวน้องสาวคืน แต่เถ้าแก่หอนางรำได้ตั้งเงินค่าไถ่ตัวเอาไว้ถึง 50 ตำลึง อิมซังอ๊กกลับมาหาซามฟู บอกว่ามีเรื่องสำคัญอยากคุยด้วย
“เถ้าแก่ครับ ข้าขอ 50 ตำลึง”
“อะไรนะ”
“แล้วข้าจะทำให้ท่านได้สิทธ์การค้าเครื่องโลหะทั้งหมดจากนาชองบ วกกกับกำไรอีกพันตำลึง”
ซามฟูไม่ตกลงให้อิมซังอ๊กยืมเงิน ในขณะเดียวกันทางกลุ่มซงซางได้ใช้กลวิธีเข้ายึดครองโรงงานเหล็ก ในนาชองถึง 6 แห่ง ซึ่งจะทำให้กลุ่มซงซางสูญเสียตลาดไป ทำให้ซามฟูอาจจะต้องถูกไล่ออกเขาจึงยอมร่วมมือกับอิมซังอ๊ก โดยวิธีของอิมซังอ๊กก็คือการไปดักซื้อดีบุกซึ่งเป็นส่วนสำคัญขอ งการหลอมภาชนะโลหะ
“ขอแค่สามารถถ่วงเวลาหัวหน้ากลุ่มโรงเหล็กข้าเชื่อว่าเราต้องซื ้อดีบุกได้หมดแน่ แต่ปัญหาในตอนนี้ก็คือจะรั้งตัวหัวหน้ากลุ่มโรงเหล็กได้ยังไง ถ้าทำสำเร็จเรือเที่ยวใหม่ที่จะมาก็ต้องอีก 3 เดือน ถึงตอนนั้นยังไงดีบุกของพวกเขาก็ต้องมีไม่พอที่จะใช้ตีเหล็กประ กอบกับเครื่องโลหะที่ต้องส่งให้ทางการจะล่าช้าไม่ได้ ดังนั้นถึงท่านจะขายแพงแค่ไหนพวกเขาก็ต้องซื้อ” อิมซังอ๊กบอกซามฟู
“ข้าก็แค่สมมุติ ถ้าไม่เป็นอย่างที่ว่าจะทำยังไง เรือส่งดีบุกที่ว่าอีก 3 เดือนถึงมา ถ้ามาเร็วกว่ากำหนดล่ะ ถ้ากลุ่มโรงงานนาชองสำรองดีบุกไว้มากกว่าที่เราคิดพอที่จะตีเหล ็กส่งให้ทางการ จะทำยังไง”
“ถ้าอย่างงั้นเราก็อาจจะล้มละลาย แต่ว่า เมื่อเราอยากได้ผลประโยชน์มันก็จำเป็นต้องเสี่ยงบ้าง ท่านครับ ข้าได้บอกทุกอย่างให้ท่านทราบหมดแล้ว ก็ต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของท่าน”
“ก็ได้ ข้าจนตรอกแล้วนี่ งั้นตายเป็นตาย ถ้าเราจะซื้อดีบุกไว้ทั้งหมดต้องใช้เงินเท่าไหร่”
“อย่างน้อยก็ต้องใช้เงินทั้งหมดราว 500 ตำลึง”
ซามฟูตาโต “500″
“ครับ”
“เออ เดี๋ยวนะ ถ้าต้องใช้เงินมากขนาดนั้นข้าก็ต้องดึงเงินของร้านมาใช้ ไม่ได้หรอก ต่อให้ดึงเงินของร้านมาทั้งหมด ก็ได้แค่ 300 ตำลึง ยังไงก็ยังไม่พออยู่ดี”
ชุนจอเข้ามา ซามฟูรีบบอกว่ามีเรื่องคุยด้วย พอชุนจอรู้เรื่องก็บ่นว่าทำไมเยอะจัง ซามฟูบอกว่าเขาจะคืนเงินให้ภายใน 1 เดือน
“เพราะเจ้ารู้ว่าจะโดนเชือดเลยคิดจะหอบเงินหนีรึไง”
“ไอ้ปากเสียเจ้าดูถูกข้าหรือ ลืมแล้วหรือเราเป็นเพื่อนซี้กัน เพราะตอนนี้ข้ามีลู่ทางที่จะทำเงินต่างหาก”
“อื้ม ข้าดึงเงินร้านมาใช้ไม่ได้หรอก”
“เอาอย่างนี้ ถ้างานครั้งนี้สำเร็จข้าแถมให้เจ้า 50 ตำลึง”
“50 ตำลึง”
“แต่ถ้าเกิดผิดพลาด ข้ารับผิดชอบเอง เจ้าไม่ต้องกลัวหรอก”
ซามฟูออกมาบอกอิมซังอ๊กว่า เขาได้ 500 ตำลึงมาแล้ว เขาต้องเดิมพันด้วยชีวิต ถ้าพลาดต้องตายทั้งคู่แน่ แล้วเขาก็ถามอิมซังอ๊กว่าจะเอายังไงต่อ
“การไปซื้อดีบุกที่ปากแม่น้ำดงแฮต้องใช้เวลาเดินทางถึง 3-4 วัน”
“เรื่องนี้ข้าจัดการได้ เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง แต่ข้าก็ยังเป็นห่วงอยู่เรื่องนึง เจ้ารู้มั้ยว่าปาร์กจูมุงนายห้างกลุ่มซงซางซื้อโรงเหล็กไป 6 แห่ง”
“จริงหรือ”
“หมายความว่า ในเมื่อโรงเหล็กส่วนใหญ่ตกเป็นของกลุ่มซงซางต่อให้ข้าซื้อดีบุก เอาไว้พวกมันก็อาจไม่ซื้อต่อ”
“กลับเป็นผลดีด้วยซ้ำ”
“หือ ดีที่ตรงไหน”
“การที่กลุ่มซงซางฮุบกิจการโรงเหล็กในนาชองเป้าหมายก็เพื่อผลิต เครื่องโลหะป้อนให้กับทางการ ดังนั้นเพื่อรักษาสัญญายังไงเขาก็ต้องหาดีบุกมาป้อนให้ทันต่อกา รผลิต”
และพวกอิมซังอ๊กก็ได้รับความช่วยเหลือจากกิดทังคูและพวก โดยร่วมกันวางแผนหลอกคิมแทชูซึ่งเป็นหัวหน้าของกลุ่มโรงงานเหล็ กในนาชองในการมาซื้อดีบุกในครั้งนี้ ให้เชาลีไปหลอกคิมแทชูไว้
แล้วซามฟูกับอิมซังอ๊กก็ไปสวมรอยซื้อดีบุก อ้างว่าคิมแทชูให้เป็นตัวแทนมาซื้อ เพราะคิมแทชูไปเมืองอีจู
“ใต้เท้าเสิ่นใช่มั้ยครับ ข้าคืออิมซังอ๊กจำข้าได้มั้ย เมื่อครั้งที่แล้วข้าเคยติดตามเถ้าแก่คิมมาซื้อดีบุกที่นี่ และเราก็ได้เจอกัน” อิมซังอ๊กแนะนำตัว
“งั้นหรือ” ชายคนนั้นตอบงง
“ได้ยินพ่อค้าจากต้าชิงที่มาโชซอนบอกว่า ชาวนาเกิดลุกฮือขึ้นที่หยุนหนานไม่ทราบจริงรึเปล่า”
“ใช่ ยังไม่รู้เลยว่าจะลุกลามกลายเป็นสงครามรึเปล่า ตอนนี้ชาวบ้านเสียขวัญมาก”
“ท่านจะไม่ขายดีบุกหรือ”
“ท่านมาจากนาชองจริงรึเปล่า”
“ได้ยินเขาพูดภาษาจีนมั้ย ยังจะสงสัยอีกหรือ” ซามฟูบ่น
หลังคิมแทชูกลับมา เขาก็รู้ว่าดีบุกหายไปหมด ถึงกับอยากร้องไห้ ด้านซามฟูก็รีบเร่งทุกคน
“เร็วๆ เข้า เร็ว เร็วเข้า เร็วหน่อยๆ อย่าทิ้งช่วงเร็วหน่อย เร็วเข้า ไว้ถึงแล้วข้าจะเลี้ยงเหล้า”

จบเรื่องย่อละคร อิมซังอ๊ก ตอนที่ 6

BY... http://wordpress.com/tag/%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%8 B%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B9%8A%E0%B8%81/

 

Back to Top
donnamoni View Drop Down
Special Member
Special Member
Avatar

Joined: 05 ส.ค. 2007
Location: Thailand
Posts: 938
Post Options Post Options   Quote donnamoni Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 21 ม.ค. 2008 at 17:09

เรื่องย่อละครตามบทโทรทัศน์ - อิมซังอ๊ก ตอนที่ 7

อิมซังอ๊กสามารถซื้อดีบุกจากพ่อค้าชาวจีนได้สำเร็จแผนขั้นต่อไป ของเขาคือการตั้งโรงเหล็กขึ้น แล้วคิมแทชูก็ได้สืบจนรู้ว่าคนที่แอบซื้อดีบุกไปก็คือซามฟูเขาจ ึงมาติดต่อขอซื้อคืน แต่ซามฟูโก่งราคาถึง 5 ตำลึง หัวหน้าของคิมแทชูจึงติดสินบนขุนนางเพื่อเลื่อนเวลาการส่งมอบเค รื่องโลหะ ทำให้แผนการของอิมซังอ๊กเริ่มเกิดปัญหาขึ้น
แชยุนต้องการจะช่วยอิมซังอ๊กจึงนำกระดุมทองที่เธอเก็บเอาไว้ออก ไปเร่ขาย แต่เนื่องจากเป็นกระดุมทองของขุนนางจึงไม่มีใครกล้าซื้อ เป็นเหตุให้ดายงเริ่มสงสัยในฐานะที่แท้จริงของแชยุนว่าเธอเป็นใ ครกันแน่
การตรวจสอบบัญชีประจำเดือนของร้านต่างๆ ในกลุ่มกังซางใกล้จะมาถึงชุนจอจึงไปทวงเงิน 200 ตำลึงจากซามฟู ทำให้ซามฟูเริ่มร้อนใจยอมตัดสินใจขายดีบุกให้กับคิมแทชูในราคา 1 ตำลึง 20 เฟื้อง แต่เนื่องจากอิมซังอ๊กได้คิดเอาไว้ก่อนล่วงหน้าแล้วจึงนำดีบุกไ ปซ่อนเอาไว้
ปั๊กกุงได้มาตรวจสอบบัญชีของร้านค้าจึงพบว่าเงินของร้านได้หายไ ปเลยนำตัวซามฟูและอิมซังอ๊กไปให้ฮุงต๊อกจูไต่สวน
“ซามฟูบอกว่าเจ้าเป็นคนแนะให้เขาซื้อดีบุกแล้วก็ตั้งโรงเหล็กขึ ้นใช่มั้ย”
“ใช่ครับท่าน”
“เชื่อคำพูดของคนงานที่เพิ่งมาทำงานแล้วทำเรื่องไร้สาระมันสมคว รตายจริงๆ แล้วทำไมเจ้าถึงได้เสนอให้เขาทำแบบนี้”
“สมัยที่ข้าเป็นทาส เคยทำงานในโรงเหล็กที่นาชองถึง 2 ปี จากประสบการณ์ทำให้ข้ารู้ว่าถ้าซื้อดีบุกเอาไว้จะทำให้ได้กำไร”
“แล้วทำไมเจ้าถึงคิดว่ามันต้องเป็นอย่างงั้น”
“โรงเหล็กในนาชองต้องส่งมอบเครื่องโลหะให้ทางการปีละหน ซึ่งหมายกำหนดการส่งมอบจะเลื่อนไม่ได้”
“แล้วเป็นยังไง”
“ดีบุกส่วนผสมที่สำคัญจะไม่มีในโชซอนแต่จะมีเรือจากเมืองจีนขนด ีบุกมาขายให้ทุกๆ 3 เดือน ซึ่งในช่วงที่ใกล้ส่งมอบให้กับทางการถ้าเราซื้อดีบุกเอาไว้บรรด าเจ้าของโรงเหล็กที่เขาเร่งส่งของจะต้องยอมซื้อในราคาสูง แถมตอนนี้กลุ่มซงซางเป็นหัวเรือใหญ่ข้าจึงเชื่อว่าพวกเขาจะต้อง รักษาคำมั่นสัญญา”
“ถ้างั้นแค่ซื้อดีบุกไว้ก็น่าจะพอ แล้วทำไมต้องตั้งโรงเหล็ก”
“แค่ซื้ออย่างเดียวยังไม่พอ เราต้องทำให้เขารู้ว่าจำเป็นต้องใช้ดีบุกด้วยเช่นกันเมื่อนั้นเ จ้าของโรงเหล็กและกลุ่มซงซางจะได้ยิ่งร้อนใจ ดังนั้นถ้าพวกเขาหลงกลฝ่ายเราก็จะยิ่งได้เปรียบ ประกอบกับกลุ่มซงซางยึดโรงเหล็กไปหลายแห่งถ้ากลุ่มกังซางไม่มีโ รงเหล็กก็จะเป็นเบี้ยล่าง ถ้าไม่ทำอะไรเลยสักวันหนึ่งกลุ่มซงซางก็จะกลืนธุรกิจค้าโลหะไปห มด”
“แล้วตอนนี้เจ้าทำสำเร็จมั้ย ถ้าหากฝ่ายเราเป็นฝ่ายได้เปรียบจริงๆ เราก็จะได้สิทธิ์ค้าเครื่องเหล็กด้วยใช่มั้ย”
อิมซังอ๊กกล่าวว่า “ข้าเพิ่งได้ข่าวมาว่า กลุ่มซงซางติดสินบนเลื่อนการส่งมอบ เดิมทีข้าเชื่อว่า กลุ่มซงซางน่าจะรักษาสัญญา ไม่นึกว่าเขาจะทำแบบนี้ เพราะข้าคาดการณ์ผิดพลาดทำให้เกิดผลเสียหาย ข้ายินดีรับผิดชอบครับ”
“หลงเชื่อคนงานจนเสียหายอย่างมหาศาล เจ้าออกไปได้แล้ว” ฮุงต๊อกจูส่ายหน้า
ในเวลาเดียวกันดายงได้พบว่ามีการติดสินบนเพื่อเลื่อนเวลาในการส ่งมอบเครื่องโลหะให้กับทางการ
“เลื่อนวันส่งมอบหรือ มันเกิดอะไรขึ้น เลื่อนวันส่งมอบไม่ได้นะ ถึงต้องขาดทุนก็ต้องซื้อดีบุกมา” ดายงถาม
1,000 ตำลึง ข้าให้ขุนนางไป 500 แล้ววางใจเถอะครับ”
1,000 ตำลึง ถึงจะขาดทุนแค่ไหนก็ต้องรักษาชื่อเสียง”
“คุณหนู แต่เราจะขาดทุนถึง 2
“แต่ถ้าเลื่อนการส่งมอบจะยิ่งสูญเสียกว่า 2
“ถ้าเราใช้เงินอย่างเหมาะสมนอกจากจะไม่เสียชื่อเหล่าขุนนางก็ยั งพอใจแล้วทำไมเราจะต้อง”
ดายงแทรกขึ้นก่อน “ติดสินบนเพื่อรักษาชื่อเสียง ท่านไม่สมเป็นคนของซงซางเลยนะ”
“คุณหนู เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับคุณหนู ถ้าเกิดผิดพลาดขึ้นมาข้าขอรับผิดชอบเอง”
“แต่ข้าไม่ยอมหรอกนะ รีบไปซื้อดีบุกมาแล้วส่งมอบของให้ทัน”
“คุณหนู”
ปาร์กจูมุงเข้ามาพอรู้เรื่องก็เห็นด้วยกับบุตรสาว สั่งให้หัวหน้าไปซื้อดีบุกมา
“นายห้าง แต่เราได้ติดสินบนเพื่อเลื่อนกำหนดไปแล้ว”
“เจ้ามันโง่ที่สุด ถ้าเอาแต่ใช้เงินแก้ปัญหาก็เท่ากับมีชนักติดหลังเจ้ารู้มั้ย”
“แต่ข้าไม่อยากให้เราขาดทุน”
“หุบปากเดี๋ยวนี้ สำหรับพ่อค้าคำมั่นสัญญาคือสิ่งล้ำค่า ถึงยังไงก็ต้องส่งมอบตามกำหนด”
“ครับ”
คิมแทชูมาขอเข้าพบฮุงต๊อกจูเพื่อขอซื้อดีบุก ฮุงต๊อกจูคุยการค้าเรียบร้อยก็เรียกซามฟูกับอิมซังอ๊กมาซักถามอ ีก
“ถ้าการค้าครั้งนี้สำเร็จเจ้าขอซามฟู 50 ตำลึงใช่มั้ย” ฮุงต๊อกจูถามอิมซังอ๊ก

จบเรื่องย่อละคร อิมซังอ๊ก ตอนที่ 7

BY... http://wordpress.com/tag/%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%8 B%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B9%8A%E0%B8%81/

Back to Top
donnamoni View Drop Down
Special Member
Special Member
Avatar

Joined: 05 ส.ค. 2007
Location: Thailand
Posts: 938
Post Options Post Options   Quote donnamoni Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 21 ม.ค. 2008 at 17:10

เรื่องย่อละครตามบทโทรทัศน์ - อิมซังอ๊ก ตอนที่ 8

“ครับ”
“จะเอาเงินนี่ไปทำอะไร”
“เพราะน้องสาวข้าถูกขังใจหอนางโลมถ้าต้องการไถ่ตัวนางต้องใช้ 50 ตำลึง เพราะข้าไม่มีหนทางอื่นก็เลยจำเป็นต้องทำเช่นนี้ ได้โปรดอภัย”
“ซามฟู”
“ครับนายห้าง”
“ฝีมือฮ่วยๆ อย่างเจ้าทำกำไรเดือนละตั้งพันตำลึง ช่างบุญหล่นทับจริงๆ”
“ข้าเองได้ทุ่มเทอย่างเต็มที่จนแทบลากเลือด ถ้าท่านยังว่าบุญหล่นทับ จะไม่ดูถูกกันเกินไปหน่อยหรือ”
“แค่ทำกำไรเยอะหน่อยกล้าเถียงข้าแล้วหรือ ก็ได้ข้ายอมแพ้ การเอาเงินของร้านไปใช้ถึงจะเป็นโทษหนัก แต่เห็นแก่ที่เจ้าตั้งโรงเหล็กขึ้นข้าจะยกให้ จงเป็นเถ้าแก่ร้านต่อไปก็แล้วกัน”
“หา นายห้าง เป็นพระคุณยิ่งครับ”
“ปั๊กกุง ให้เขาไป 50 ตำลึง”
“ครับ”
“ขอบคุณมากครับ”
อิมซังอ๊กสามารถช่วยเหลือซังฮีออกจากหอนางโลมได้สำเร็จ เขารีบพาน้องสาวกลับมาหาแม่ทันที
เวลาต่อมาปั๊กกุงเข้ามารายงานฮุงต๊อกจูว่า
“นายห้างครับ ร้านซงซางสาขาอีจู ส่งคนมาแจ้งว่านายห้างปาร์กจูมุงขอเข้าพบท่าน”
“อะไรนะ ปาร์กจูมุง”
ด้านดายงก็ศึกษาการค้าของฮุงต๊อกจู โดยมีพ่อบ้านวังคอยให้คำแนะนำด้วย
“นายห้างฮุงต๊อกจูเริ่มธุรกิจจากการเป็นพ่อค้าปลาจนกระทั่งได้เ ป็นผู้นำของกลุ่มกังซาง ปัจจุบันธุรกิจเดินเรือและการค้าย่านลำน้ำแดจงล้วนเป็นของเขาแถ มในเมืองอีจูเขายังมีร้านเครื่องหยก ร้านเครื่องนอน ร้านชำ และอื่นๆ อีก 12 แห่ง ครอบคลุมหมดทุกอย่าง นอกจากนี้ธุรกิจมืดการค้าของหนีภาษีในย่านนี้เขาก็ยังมีส่วนร่ว มด้วยเช่นเดียวกัน แถมกลุ่มกังซางยังมีการลักลอบส่งสินค้าไปขายที่ชายแดนจ้าเหมิน”
“ลูกน้องคนสนิทของฮุงต๊อกจูคือคิมปั๊กกุงและยังมีเลขาส่วนตัวจุ งจิซู คิมปั๊กกุงรับผิดชอบค้าขายกับพ่อค้าชาวจีนทั้งยังมีความสนิทสนม กับพวกโจรป่า จุงจิซุมาจากครอบครัวบัณฑิตกลยุทธ์ส่วนใหญ่มาจากเขา เขาเป็นคนที่เก่งมากแถมยังเป็นว่าที่ลูกเขยด้วย”
หัวหน้าเข้ามารายงานว่า “ฮุงต๊อกจูส่งคนมาแจ้งว่า ยินดีพบกับท่านแล้วครับ”
ปาร์กจูมุงตัดสินใจนัดพบกับฮุงต๊อกจูเพื่อหมายร่วมมือกันทำการค ้าด้านชายแดนโดยเฉพาะการขายโสม แต่ฮุงต๊อกจูกลับปฏิเสธปาร์กจูมุงอย่างไม่มีเยื่อใยเนื่องจากฮุ งต๊อกจูได้วางโครงการขายโสมภูเขามาตั้งแต่เมื่อสิบกว่าปีที่แล้ ว แต่การขายโสมจำเป็นต้องไปขายที่ชายแดนจ้าเหมิน ซึ่งระหว่างทางจากเมืองอีจูไปยังจ้าเหมินเต็มไปด้วยโจรป่าจึงไม ่มีใครอาสาทำหน้าที่นี้ อิมซังอ๊กตัดสินใจอยู่นานแต่เพื่อความก้าวหน้าของตนเองเขาจึงอา สาทำหน้าที่นี้ พร้อมกับปั๊กชิลที่ฝันอยากเป็นเถ้าแก่ร้านแทนที่ซามฟู
“เถ้าแก่ครับ ข้าขอไปเอง”
ซามฟูตกใจเล็กน้อย “หา มานี่ๆ เจ้าจะบ้าหรือ ที่นั่นมันน่ากลัวมากนะ รู้รึเปล่า ตอนนี้เจ้าเป็นมือขวาของข้าแล้วนะ ข้าไม่ให้ไปหรอก”
“ให้ข้าไปเถอะครับ”
“เร็วๆ นี้ข้าจะไล่โปซกออกแล้วให้เจ้าเป็นหัวหน้างาน แต่ถ้าเจ้าจะทำเพื่อเงินเอาอย่างหนก่อนก็ได้ คิดแผนหาเงินมาสิแล้วข้าจะแบ่งให้”
“ข้าไม่ได้ทำเพื่อเงินหรือตำแหน่ง”
“งั้นทำเพื่ออะไร”
“จ้าเหมินเป็นศูนย์กลางการค้าด้านชายแดนและว่ากันว่าโสมภูเขาจะ เป็นสินค้าสำคัญที่สุดที่ชาวจีนต้องการ เมื่อข้าตัดสินใจเป็นพ่อค้าแล้วจึงอยากหาประสบการณ์”
“เอาชีวิตไปทิ้งล่ะไม่ว่า ถ้าเกิดเจ้าเท่งทึงขึ้นมาข้าจะทำยังไง”
“ถ้ากลับจากจ้าเหมินเมื่อไหร่ข้าจะรีบมาช่วยท่านทันที ให้ข้าไปเถอะครับ”
“เออ เจ้า อยากจะบ้าตาย อยากไปมากหรือ”
“ช่วยข้าสักครั้งเถอะ” อิมซังอ๊กอ้อนวอน
ขณะที่ฮุงต๊อกจูก็สอบถามปั๊กชิลถึงเรื่องที่อาสาไปในครั้งนี้เช ่นกันว่า
“คนอื่นไม่ไปแล้วทำไมเจ้าถึงไป”
ปั๊กชิลอึกอัก “เออ”
“ว่าไง ไม่มีความคิดหรือ”
“เออ นายห้าง ข้าเป็นเสมียนร้านผ้าไหมา 5 ปีแล้วเพราะได้ข่าวว่าถ้าไปแล้วอาจได้เป็นเถ้าแก่ก็เลย”
“อะไรนะ ได้เป็นเถ้าแก่ เจ้าบอกเขาหรือ”
“ข้าไม่เคยพูด”
“ข้าไม่เข้าใจว่าเจ้าเถรตรงหรือว่าติงต๊องกันแน่ ถ้าอยากเป็นเถ้าแก่ก็รอดตายกลับมาแล้วกัน”
“ครับนายห้าง”
“แล้วทำไมถึงยอมไป”
“ถ้าอยากเป็นพ่อค้าขั้นแนวหน้าควรรู้จักธุรกิจการค้าโสม”
“งั้น 2 คนนี้แหละ”
“ครับ”
หัวหน้าเข้ามารายงานกับปาร์กจูมุงว่า
“ท่านครับๆ การที่กลุ่มกังซางปฏิเสธท่านเพราะมีสาเหตุ”
“อะไรนะ โสมภูเขาหรือ”
“ครับ กลุ่มกังซางมีการปลูกโสมภูเขา เมื่อสิบกว่าปีที่แล้วฮุงต๊อกจูได้ให้ชาวหมู่บ้านกึมจองและหมู่ บ้านเพียงอันหาพันธุ์โสมมาปลูกไว้บนเขา ซึ่งปีนี้เก็บเกี่ยวได้แล้ว เขาเลยคิดว่าจะนำไปขายอย่างลับๆ ที่จ้าเหมิน”
“ไม่นึกเลยว่าฮุงต๊อกจูจะใจใหญ่ถึงขนาดนี้ ที่เขาแดบงมีโจรชื่อยุกซุนใช่มั้ย”
“โจรที่เคยปล้นขบวนสินค้าของเราเมื่อหลายปีก่อนหรือครับ”
“ชุมโจรของมันถูกปราบตอนนี้มันถูกขังที่ค่ายโฮชอง”
“มันได้หนีกลับไปเขาแดบงแล้ว เจ้าจงรีบไปหามัน”
ซามฟูบอกอิมซังอ๊กว่าให้เข้าไปหาซงซางกับเขา เพราะตั๋วเงินที่ได้จากการขายดีบุกยังไม่ได้ขึ้นเงินเลย ซามฟูยังสั่งให้เอาม้ากับหีบเงินมาให้เขา ต้องใช้ม้า 2 ตัว
ซามฟูไปพบพ่อบ้านวังกับดายง เพื่อขอขึ้นเงินค่าดีบุก ดายงให้พ่อบ้านวังช่วยจัดการให้
“ครับคุณหนู โรงเหล็กท่านเป็นยังไงบ้าง”
“ทุกอย่างราบรื่นดี เออ นี่คือชามทองเหลืองที่เราทำขึ้นมา ถ้าพวกท่านมีปัญหาการส่งมอบเหมือนเมื่อครั้งที่แล้วก็มาหาข้าได ้นะ ข้ายินดีขายให้”
“ฮ่ะๆ เรื่องนี้จะไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว ข้าได้ข่าวว่ากลุ่มกังซางจะไปขายโสมที่จ้าเหมิน”
“อ้าว รู้แล้วหรือเนี่ย ทำไมข่าวมันไปไวจัง คนนี้แหละที่จะรับผิดชอบการค้าโสมที่จ้าเหมิน”
“หา แต่การไปจ้าเหมินมันเสี่ยงมากนะ”
“ไม่ใช่แค่เสี่ยงอย่างเดียวอาจถึงตายด้วยซ้ำ”
ปาร์กจูมุงสั่งให้หัวหน้าชังซกจูไปติดต่อกับจอมโจรยุกซุนให้มาค อยดักสังหารคนของกลุ่มกังซางที่จะเดินทางไปขายโสมที่จ้าเหมิน
ขณะเดียวกันแม่ก็ถามอิมซังอ๊กว่า
“ตัดสินใจแล้วหรือ”
“ครับ”
“พี่ใหญ่ ใครๆ ต่างก็รู้เส้นทางจากอีจูไปจ้าเหมินมันอันตรายแค่ไหนแล้วทำไมพี่ ยังต้องไปเสี่ยงแบบนี้อีก กลับไปปฏิเสธเขาเถอะ” ซังฮีว่า
“พี่ใหญ่ หลังจากพี่ซังฮีกลับมาเราถึงได้อยู่กันพร้อมหน้า ถ้าพี่ใหญ่ยังไปอีกพวกเรากับท่านแม่อาจจะกินไม่ได้นอนไม่หลับ”
“ไม่ต้องกลัวหรอก ข้าต้องกลับมาแน่ ท่านแม่ ให้ข้าไปนะ”
“งั้นจงไปเถอะ ถ้าตัดสินใจแล้วไม่ทำจะเป็นพ่อค้าได้ยังไง ในเมื่อคิดจะเป็นพ่อค้า เมื่อคิดแล้วจงทำทันที เชื้อไม่ทิ้งแถวจริงๆ เขาเหมือนท่านพี่มากเลยนะถ้าตัดสินใจแล้วไม่มีใครห้ามได้หรอก ขอให้ท่านพี่จงคุ้มครองลูกด้วยนะ”
ขณะที่พวกพกแทก็จะขอติดตามอิมซังอ๊กไปด้วย
“ลูกพี่ ให้ข้าไปด้วยไม่ได้หรือ ถึงจะเสี่ยงแค่ไหนขอแค่ให้ได้เงินข้าลุยอยู่แล้ว”
เชาลีแทรกขึ้น “บ้าหรือพูดออกมาได้”
“จู่ๆ มาว่าข้าบ้าทำไม เจ้ามาเกี่ยวอะไรด้วย”
“เจ้านี่มัน”
“จะทำไมข้า ไม่ต้องมายุ่งจงไปหาเถ้าแก่ร้านเหล็กเถอะ”
“เจ้ามันคนใจแคบ”
อิมซังอ๊กตัดบท”อย่าเถียงกันเลย ช่วงที่ข้าไม่อยู่ช่วยดูแลแม่กับน้องๆ ข้าด้วยนะ”
“ได้”
“พี่ไม่ต้องห่วงหรอก พี่ก็ต้องระวังล่ะ”
“แล้วพี่จะกลับมาเมื่อไหร่”
“การค้าขายมันเอาแน่ไม่ได้หรอก ข้าคงต้องอยู่ที่จ้าเหมินซักพัก”
“อ้าว แล้วพี่แชยุนล่ะ”
อิมซังอ๊กหาโอกาสมาคุยกับแชยุน “ตอนแรกที่กลับมาถึงอีจู เพราะไม่มีหนทางเลือกเลยต้องให้เจ้าอยู่กับคณะ แต่ในตอนนี้ ข้าไม่รู้ว่าควรทำยังไงดี การอยู่ในคณะต้องแสดงไปทั่ว เจ้าคงเหนื่อยมากสิ”
“ไม่หรอกค่ะ ทุกคนรักข้าเหมือนคนในครอบครัวท่านวางใจเถอะ แต่เรื่องที่ทำให้ ข้ารู้สึกละอายใจก็คือไม่สามารถตอบแทนท่านได้ ข้าจะรอคอยท่านจนกว่าจะกลับมา สิ่งที่ข้าทำได้ ก็มีเพียง เพียงแค่นี้เท่านั้น”
ด้านปาร์กจูมุงก็ถามหัวหน้าชังซกจูว่าไปติดต่อกับจอมโจรยุกซุนไ ด้เรื่องยังไง
“ถึงมันจะเป็นโจรแต่เจรจาไม่ยาก หลังจากงานนี้คงได้ร่วมมือกันอีก”
“ข้าได้สั่งให้มันแต่งชุดเป็นชาวจีนตามที่ท่านสั่งแล้ว”
“พรุ่งนี้พวกมันจะไปเขาซึงอึนดักคนของกลุ่มกังซางหลังจากฆ่าแล้ วก็ปล้นโสมของมัน”
“แล้วยังต้องขัดขวางการค้าของมันที่จ้าเหมิน เพราะถ้ามันขายโสมภูเขาได้โสมซงตูของเราก็จะราคาตก” ปาร์กจูมุงสั่ง
“งั้นพรุ่งนี้ข้าจะไปสั่งยุกซุนอีกครั้งให้มันฆ่าคนกลุ่มกังซาง ที่ไปขายโสมให้หมด”
“ทำไมข่าวมันไปไวจัง คนนี้แหละที่จะรับผิดชอบการค้าโสมที่จ้าเหมิน”

จบเรื่องย่อละคร อิมซังอ๊ก ตอนที่ 8

BY... http://wordpress.com/tag/%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%8 B%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B9%8A%E0%B8%81/

Back to Top
donnamoni View Drop Down
Special Member
Special Member
Avatar

Joined: 05 ส.ค. 2007
Location: Thailand
Posts: 938
Post Options Post Options   Quote donnamoni Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 21 ม.ค. 2008 at 17:10

เรื่องย่อละครตามบทโทรทัศน์ - อิมซังอ๊ก ตอนที่ 9

ดายงรู้อยู่แล้วว่าคนที่รับผิดชอบเรื่องนี้ก็คืออิมซังอ๊กจึงทำ ให้เธอเป็นห่วงอย่างมาก
ดายงคิดจะไปห้ามซังอ๊กที่จะเดินทางไปจ้าเหมินเพราะพวกโจรเขาแทบ งกำลังดักรออยู่แต่ก็ไม่ทัน เธอเรียกพ่อบ้านวังมาคุยกันสองคน
“หัวหน้าโจนยุกซุนที่อยู่เขาแทบงหรือครับ”
“ใช่ เขาคือคนที่จะไปทำลายไร่โสมภูเขาของกลุ่มกังซาง รวมถึงคนที่จะไปขายโสมที่จ้าเหมินอีกด้วย”
“เถ้าแก่ร้านเครื่องเหล็กเคยบอกเราว่า คนที่จะไปจ้าเหมินคืออิมซังอ๊กนี่ครับ”
“เขาออกเดินทางไปแล้ว ข้าไปแต่ไม่พบ ซึ่งถ้าเราห้ามไม่ทันเขาต้องถูกฆ่าตายแน่ๆ เราควรจะทำยังไง”
“ถึงจะน่าเสียดายแต่มันเป็นคำสั่งของท่านนายห้าง เราจึงไม่มีทางเลือก ถ้ากลุ่มกังซางสามารถขายโสมได้เชื่อว่าจะต้องเอาชนะกลุ่มจิงซาง ของเมืองหลวงฮันยาง เมื่อนั้นแผนของนายห้างก็จะล้มเหลว ที่นายห้างทำเช่นนี้ก็เพราะความจำเป็น”
“ถึงมันจะจำเป็นแค่ไหนก็ตามแต่ท่านพ่อก็ไม่ควรจ้างโจรป่ามาทำแบ บนี้”
ปาร์กจูมุงเมื่อรู้ว่าดายงมีใจให้กับอิมซังอ๊กก็หาเรื่องส่งเธอ ไปตรวจงานที่เมืองอื่น เขากำชับกับสาวใช้ว่า
“เจ้าจงไปบอกให้ดายงไปจากอีจูไปตรวจดูงานที่เพียงอันและวังแฮ และจงพักอยู่ที่โปชองไปก่อน”
“ข้าเข้าใจแล้วค่ะ”
“แล้วจงเฝ้าดูความเคลื่อนไหวให้ดี ถ้าพบอะไรที่ผิดปกติจงรีบมารายงาน”
“ได้ค่ะท่าน”
ก่อนที่จะไปจ้าเหมิน อิมซังอ๊กและปั๊กชิลต้องแวะเขาซึงอึนซานเพื่อรับโสมที่เก็บเกี่ ยวได้ซึ่งการมาครั้งนี้ได้ ทำให้อิมซังอ๊กได้ความรู้เกี่ยวกับโสมเป็นอย่างมาก
“ข้าปั๊กชิลมาจากกลุ่มกังซาง”
“ข้าอิมซังอ๊ก”
“โสมที่จะส่งไปจ้าเหมินพร้อมรึยัง”
“โสมจำนวนมากขนาดนั้นคงต้องขอเวลาอีก 2 วัน”
ปั๊กชิลมอง “2วันเชียวหรือ”
“ตามวันที่หัวหน้ากำหนดมาให้ยังพอมีเวลา” อิมซังอ๊กว่า
“งั้นก็ค่อยยังชั่ว เฮ้อ แต่ปัญหาก็คืออยู่ในป่าตั้ง 2 วันจะทำอะไรดีเนี่ย”
“ข้าอยากไปดูการปลูกโสมบนภูเขา”
“เฮ้อ ข้าขอนอนก่อนดีกว่าอยากไปดูก็ไปเถอะ”
“งั้นเชิญครับ”
“โสมที่ดีที่สุดคือเทียนจ้ง เพราะเขาว่าคือโสมที่สวรรค์ประทานให้ โสมเทียนจ้งมีอายุกว่า 500 ปี ที่เรามักเรียกว่าโสมเด็กหรือโสมกุมาร รองลงมาคือโสมตี้จ้งโสมตี้จ้งเกิดจากเมล็ดของโสมเทียนจ้งที่บรร ดาสัตว์ป่าหรือว่านกขับถ่ายออกมาแล้วเติบโต เป็นโสมที่อายุไม่ถึงร้อยปี ส่วนโสมภูเขาต้นยาวที่เราปลูกได้จากเมล็ดของโสมเทียนจ้งและโสมต ี้จ้ง ที่ปลูกเอาไว้บนภูเขานานกว่า 10 ปี เป็นยังไงกันบ้าง เก็บได้เยอะรึยัง”
“จวนแล้วครับ ที่หุบเขามังกรเก็บเสร็จแล้ว พรุ่งนี้เราจะเก็บต่อที่เขาฮันชองเพียงแค่นี้ก็เสร็จ”
“ข้อแตกต่างของโสมภูเขาและโสมคนคือความยาวของลำต้น ซึ่งโสมคนสั้นกว่าโสมภูเขามากทีเดียว ซึ่งรากก็เช่นเดียวกัน โสมคนยาวคืบเดียว แต่รากของโสมภูเขายาวมากกว่า 3 คืบ ที่รากท่านจะเห็นเม็ดๆ ที่คล้ายกับเมล็ดข้าว คนหาโสมอย่างเราเรียกว่าไข่มุก โสมต้นไหนไข่มุกมากก็จะยิ่งมีฤทธิ์ทางยาสูง”

จบเรื่องย่อละคร อิมซังอ๊ก ตอนที่ 9

BY... http://wordpress.com/tag/%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%8 B%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B9%8A%E0%B8%81/

Back to Top
donnamoni View Drop Down
Special Member
Special Member
Avatar

Joined: 05 ส.ค. 2007
Location: Thailand
Posts: 938
Post Options Post Options   Quote donnamoni Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 21 ม.ค. 2008 at 17:11
เรื่องย่อละครตามบทโทรทัศน์ - อิมซังอ๊ก ตอนที่ 10
ด้านหัวหน้าโจรยุกซุนก็สั่งให้ลูกน้องทำลายโสมให้หมด จากนั้นฆ่าคนงานให้หมดเพื่อไม่ให้งานครั้งนี้ผิดพลาดและให้ใครล ่วงรู้ เมื่อตะวันตกดินให้ลงมือได้เลย
แม่ของอิมซังอ๊กมาขายเกลือ ภรรยาของซามฟูสั่งซื้อหมดเลย แม่นำเกลือไปส่งทำให้พบกับฮูหยินของฮุงต๊อกจู
“ไม่เจอกันนานแค่ไหนแล้ว น่าจะสิบกว่าปีได้แล้วนะ ใช่มั้ยคะ” ฮูหยินว่า
“น่าจะใช่”
“เฮ้อ เวลาผ่านไปเร็วจริงๆ พี่ยังเข้มแข็งเหมือนเดิม เฮ้อ จากมือที่อ่อนนุ่มแต่ตอนนี้กลับหยาบกร้านไปหมด พี่คะ ทำไมต้องทำงานที่แม้แต่ผู้ชายยังขยาด”
ฮูหยินยังชวนแม่และภรรยของซามฟูทานข้าวและคุยกันต่อว่า
“ฮ่ะๆ หลังจากแต่งงานได้ไม่นาน ข้าเกิดไปชอบแหวนพลอยเจ็ดสีที่พ่อค้าเอามาเสนอขายก็เลยเอาค่าอา หารตลอดทั้งเดือนไปแลกกับแหวน จากนั้นไม่นานเจ้าจอมงกต๊อกจูก็ทวงถามถึงข้าวสาลีที่ให้ข้าไปซื ้อ ข้าไม่รู้ว่าจะตอบยังไงก็เลยโกหกเขาไปว่า พี่ฮันเป็นคนขอยืมไปแล้วก็บังเอิญตอนนั้นพี่ฮันเดินผ่านมาพอดีข ้าเลยตะโกนไปว่า เอาข้าวสาลีข้าคืนมา พี่ฮันงงเป็นไก่ตาแตกไปเลย ฮ่ะๆ”
“แล้วเป็นยังไงต่อคะ” ภรรยาซามฟูซัก
“ข้ากลัวว่าพี่ฮันจะปฏิเสธเรื่องนี้ใจหดเหลือนิดเดียว แต่เพราะพี่ฮันเขารู้ทันก็เลยรีบวางข้าวสาลีไว้ให้ข้า 2 ถุง ข้าถึงได้รอดมาจนถึงทุกวันนี้ ฮ่ะๆ ความจริงพี่ฮันเองก็ใช่ว่าฐานะดี ฮ่ะๆ ดูนี่ นี่เป็นเครื่องประดับที่พวกผู้หญิงในเมืองหลวงฮันยางเขาใช้กัน แล้วก็ยังมีนี่ ผ้าไหมชั้นดีที่มาจากเมืองจีนแล้วยังมีนี่ ปิ่นหยกที่ข้าคิดว่าเหมาะกับพี่ที่สุด ถือเป็นของตอบแทนที่พี่มอบข้าวสาลีให้ข้าในวันนั้น โปรดรับไว้เถอะ”
แม่ปฏิเสธ “ไม่จำเป็นหรอก”
“พี่คะ”
“เพียงแค่ยังจำข้าได้ แล้วเชิญข้ามากินข้าวข้าก็ดีใจแล้ว”
“พี่จะกลับแล้วหรือ อยู่กินข้าวเย็นกันก่อนสิ นะคะ”
“ไม่ต้องหรอก”
“พี่คะ ข้าขอซื้อเกลือไว้แล้วกันทั้งหมด 5 ตำลึงใช่มั้ย เดี๋ยวนะขอไปหยิบเงินก่อน”
“ไม่จำเป็นหรอก เราไม่เจอกันนานแล้ว แล้วข้ามามือเปล่าถือเป็นของฝากแล้วกัน ขอแค่นี้ข้าให้ได้”
“พี่คะ”
แม่ตัดบท “แล้วเจอกัน”
“พี่คะ”
ภรรยาซามฟูบ่นเมื่อแม่เดินไปแล้ว “เฮ้อ จนจะตายอยู่แล้วยังจะทำเป็นหยิ่งอีกแน่ะ ฮึ ให้ผ้าไหมกับหยกแล้วยังจะไม่รับ”
“ที่ข้าเก็บผ้าไหมกับเครื่องหยกเอาไว้ก็เพราะหวังไว้ว่าสักวันเ มื่อได้พบกับพี่ฮันแล้วจะได้ให้เขา แต่ไม่นึกเลยว่าเขาจะไม่เอา”
“อาหญิง”
“ทำไมหรือ
“เออ พวกเครื่องประดับพวกนั้นข้ารู้สึกชอบมาตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นแ ล้ว อาหญิงให้ข้าได้มั้ย”
“ตอนนี้เจ้ากลับไปได้แล้ว”
มีกึมเข้ามา “ท่านแม่ แม่ของเลขาจุงมาจากเปียงยางค่ะ”
“จริงหรือ แล้วตอนนี้เขาอยู่ไหนล่ะ”
ทางด้านจิซูก็กำลังคุยกับแม่อยู่ เขาถามแม่ว่าจะมาทำไมไม่ส่งข่าวก่อน
“เพราะไม่มีข่าวคราวของลูกแม่เลยจำเป็นต้องมาด้วยตนเอง”
“ข้าผิดเอง”
“แม่ให้เจ้าไปสอบเป็นขุนนางก็ไม่ยอมไป กลับมาทำงานต่ำต้อยอยู่ร่วมกับพ่อค้า เจ้าชอบแบบนี้หรือไง”
“คือว่า ข้าได้ทิ้งความฝันอยากเป็นขุนนางแล้ว การฝันถึงสิ่งที่ไม่อาจเป็นจริงได้มันช่างสูญเปล่า สู้หาเงินเหมือนตอนนี้ก็ไม่ได้”
“จิซู”
“ข้าอยากเป็นพ่อค้าอันดับหนึ่งของโชซอน เมื่อข้าทำสำเร็จได้เมื่อไหร่จะกลับไปหาท่าน เพราะฉะนั้นช่วงนี้จงลืม ข้าไปก่อนเถอะ”
“ฮือๆ นี่คือวันแต่งงานที่ทางสกุลโชส่งมาให้ ดีที่เขายังไม่รู้ว่าเจ้าเป็นพ่อค้าแล้ว จงรีบกลับไปเปียงยางกับแม่เถอะ”
“ไปบอกพวกเขาด้วย ว่าข้าได้เป็นพ่อค้าแล้ว เมื่อนั้นพวกเขาก็จะยอมถอนหมั้นกับข้าเอง”
“จิซู”
“ตอนนี้ ข้ามีคนที่ข้าได้เลือกเอาไว้แล้ว”

จบเรื่องย่อละคร อิมซังอ๊ก ตอนที่ 10

BY... http://wordpress.com/tag/%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%8 B%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B9%8A%E0%B8%81/

Back to Top
donnamoni View Drop Down
Special Member
Special Member
Avatar

Joined: 05 ส.ค. 2007
Location: Thailand
Posts: 938
Post Options Post Options   Quote donnamoni Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 21 ม.ค. 2008 at 17:17

เรื่องย่อละครตามบทโทรทัศน์ - อิมซังอ๊ก ตอนที่ 11

มีกึมได้ยินก็อึ้ง “เดิมทีข้ามีน้องชายที่เฉลียวฉลาดมาก ซึ่งครอบครัวของข้าเชื่อว่าเขาต้องสามารถกอบกู้ฐานะของเรา จึงต่างฝากความหวัง อาหารของเรา มีแต่เพียงข้าวต้มอย่างเดียวเท่านั้น เขามักจะอ้างว่าตัวเองกินไม่ลง เพื่อจะได้ยกข้าวต้มให้ข้ากิน เขาเป็นน้องชายที่ดีจริงๆ แต่แล้ว จู่ๆ เขาก็เกิดล้มป่วยแล้วก็จากไปโดยที่ไม่ได้กินยาเลย ส่วนท่านพ่อก็ได้แต่เฝ้ามองดูน้องชายค่อยๆ หมดลม ตอนนั้น ข้าอยากให้ท่านพ่อไปยืมเงินมาซื้อยา แต่หัวโขนของคำว่าบัณฑิต ทำให้น้องข้า ทำให้น้องข้า ต้องมาพบกับจุดจบ เฮ้อ หัวโขนของคำว่าบัณฑิตและลูกหลานขุนนางเก่าข้าได้ซึ้งกับมันแล้ว มันทำให้ข้าค้นพบคำตอบที่แท้จริง ไม่รู้ เออ ไม่รู้ทำไมข้าถึงบอกความในใจกับคุณหนูคงเพราะข้า สามารถถอดหัวโขนของคำว่าบัณฑิตมาเป็นพ่อค้าอย่างเต็มตัว ตอนนี้ข้ามีคนที่ข้าเลือกเอาไว้แล้ว ไม่รู้ไม่รู้ทำไมข้าถึงบอกความในใจกับคุณหนู คงเพราะข้าสามารถถอดหัวโขนของคำว่าบัณฑิตมาเป็นพ่อค้าอย่างเต็ม ตัว”
ตอนแรกฮุงต๊อกจูยังไม่ตัดสินใจจะรับจิซูเป็นเขน มีกึมเข้ามาพบเขากลางดึกแล้วบอกว่า
“ข้ามีเรื่องอยากจะบอกท่านพ่อค่ะ อนุญาตให้ข้าแต่งงานกับเลขาจุงเถอะค่ะ”
กลุ่มโจรเขาแทบงได้บุกเข้าทำลายไร่โสมบนเขาและปล้นเอาโสมของกลุ ่มกังซาง แต่เนื่องจากหัวหน้าโจรยุกซุนจำอิมซังอ๊กจึงไว้ชีวิต ปั๊กชิลกับอิมซังอ๊กกลับมาบอกกับพวกฮุงต๊อกจูว่า
“โสมของเราที่ซึงอึนซาน ถูกพวกโจรชาวจีนทำลายหมดแล้วแถมพวกคนงานที่ปลูกโสมภูเขาก็ถูกพว กมันฆ่าจนไม่เหลือหลอ ฮือๆ”
“แน่ใจรึว่าพวกมันเป็นโจร”
“ข้าเห็นเหตุการณ์หมดทุกอย่าง พวกมันเป็นโจรที่แต่งชุดชาวจีนแถมไว้ผมเปียแบบแมนจู”
“คนงานที่ปลูกโสมถูกฆ่าตายหมด แล้วพวกเจ้ารอดมาได้ยังไง” ฮุงต๊อกจูถาม
“เออ เพราะ เพราะว่าข้า ข้ามันดวงแข็งก็เลยหนีมาได้ทัน ส่วนอิมซังอ๊กก็”
อิมซังอ๊กกล่าวต่อว่า “เวลานั้นข้าถูกพวกมันทำร้ายจนหมดสติ แต่ไม่ทราบเพราะอะไรมันถึงไม่ฆ่าข้า”
“จงกลับไปได้แล้ว จงไปช่วยจัดการพิธีศพของคนงานที่ตายด้วย แล้วอย่าลืมให้เงินช่วยเหลือคนในครอบครัว” ฮุงต๊อกจูสั่งการ
“ครับนายห้าง”
“กลับออกไปได้แล้ว”
ปั๊กกุงออกมาก็บ่นขึ้นว่า “ข้าติดตามนายห้างมาสิบกว่าปีผ่านเรื่องต่างๆ มาเยอะแต่ไม่เคยเห็นนายห้างเสียใจถึงขนาดนี้”
“ทุ่มเทถึงสิบกว่าปี แต่แล้วกลับหายวับไปกับตาก็ย่อมต้องเสียใจ” จิซูว่า
“แต่เรานัดกับลูกค้าที่จ้าเหมินเอาไว้ ถ้าล้มเหลวคงเสียหายยับเยิน” จิซูฟังแล้วก็ได้แต่ถอนใจ
ขณะที่อิมซังอ๊กเองก็แปลกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น เขานิ่งคิด
“มันสามารถฆ่าข้าได้แต่กลับไม่ลงมือ เหมือนกับจงใจปล่อยข้าไปชัดๆ เพราะอะไร ซึงอึนซานอยู่ไกลจากชายแดนถึง 2 วัน แต่พวกโจรกลับลักลอบเข้ามา แสดงว่าต้องมีคนส่งข่าว แถมสิ่งที่พวกมันทำคือการทำลายไร่โสม และโสมที่เก็บเกี่ยวได้บนเขา พร้อมกับฆ่าคนงานปลูกโสมที่มีความชำนาญ ถ้าไม่มีการวางแผนมาก่อนจะต้องไม่ทำแบบนี้”
หัวหน้าโจรยุกซุนกล่าวกับเขาว่า “ถ้าไปอยู่กับข้าเจ้าก็จะสามารถมีชีวิตรอด ไปกับข้าเถอะ”
“ขอบคุณที่หวังดี แต่ข้าไม่ต้องการเป็นโจร”
โจรคนหนึ่งไม่พอใจ “มันจะมากเกินไปแล้ว เจ้ากล้าปฏิเสธพี่ใหญ่ข้าหรือ”
“ถอยไปก่อน ถ้าเจ้าไม่เต็มใจข้าก็ไม่อยากฝืน แต่ว่า จงจำไว้ให้ดี ความจริงข้าเองก็ไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นโจร แต่เป็นเพราะสถานการณ์มันบังคับ ถึงข้าจะเป็นโจรบนเขาแทบง แต่สักวันข้าต้องยิ่งใหญ่ให้ได้”
“โจรเขาแทบงหรือ ที่แท้ยุกซุนนี่เอง ถึงเขาจะปิดหน้าเอาไว้ แต่ข้าจำแววตาของเขาได้”
อิมซังอ๊กจำหัวหน้าโจรยุกซุนได้เขาจึงนำเรื่องนี้ไปแจ้งต่อฮุงต ๊อกจู ซึ่งมีปั๊กกุงและจิซูอยู่ด้วย ปั๊กกุงเอ่ยขึ้นหลังจากรับรู้จากอิมซังอ๊ก
“ท่านครับ คนที่ทำลายไร่โสมกับต้นโสมไปไม่ได้เป็นโจรชาวจีน แต่เป็นโจรเขาแทบง”
“เจ้ารู้ได้ยังไง” ฮุงต๊อกจูซัก
“สมัยที่ข้าเป็นทาส ข้ากับยุกซุนหัวหน้าโจรเขาแทบงถูกส่งไปทำงานเหมืองแต่พวกเขามาช ่วยเอาไว้จึงหนีมาได้ แล้วตอนที่พวกโจรบุกเขาซึงอึนซานเขากลับไว้ชีวิตข้า จึงทำให้ข้าลองคิดทบทวนจนนึกขึ้นได้ว่า พวกเขาคือโจรจากเขาแทบง ถึงจะแกล้งแต่งตัวเป็นชาวจีนแถมยังไว้ผมเปียแต่ข้ามั่นใจว่าต้อ งจำไม่ผิด”
“ถ้าจริงอย่างที่ว่า ก็แสดงว่ามีคนบงการอยู่เบื้องหลัง”
“แล้วเป็นใคร”
“ถ้าเราสามารถขายโสมภูเขาผู้ที่เสียหายก็คือกลุ่มซงซาง”
“ไม่น่าจะเป็นไปได้”
“ถ้าไม่ใช่กลุ่มซงซางแล้วก็ไม่น่าจะมีใครกล้าทำ”
“ถกกันไปก็เปล่าประโยชน์ ต่อให้ปาร์กจูมุงทำจริงๆ เราก็จับพวกโจรให้ได้ก่อนถึงชี้ตัวได้ อย่าพูดเลยเสียเวลาเปล่า”
หลังจากที่อิมซังอ๊กออกไปแล้ว ปั๊กกุงก็ปรึกษากับฮุงต๊อกจูต่อว่า
“ท่านครับ เราเหลืออีก 4 วันเท่านั้นที่ต้องไปพบลูกค้าที่จ้าเหมิน ถ้าเราไม่สามารถนำโสมไปขายได้ใต้เท้าชอยที่ได้เตรียมผ้าไหมไปขา ยในครั้งนี้ด้วยจะต้องเสียหายอย่างหนัก ซึ่งเชื่อว่าเขาจะต้องให้ฝ่ายเรารับผิดชอบ และถ้าใต้เท้าชอยโกรธขึ้นมาเราก็อาจจะไม่ได้ค้าขายที่จ้าเหมินอ ีก”
“ไม่มีโสมแล้วจะเอาอะไรไปขาย”
“ข้ายังพอมีวิธีครับ เราน่าจะยอมร่วมมือกับกลุ่มซงซาง”
“อะไรนะ”
“เราสามารถนำโสมของกลุ่มซงซางไปขายแทนได้”
“หมายความว่าจะให้ข้ายอมแพ้ปาร์กจูมุงเรอะ ไม่มีทาง ข้าไม่ยอมหรอก”
“ท่านครับ คิดดูให้ดีนะครับ ถ้าครั้งนี้เราพลาดขึ้นมาความเสียหายของเราจะมากมายมหาศาล”
“ถึงต้องหมดตัวข้าก็ไม่ยอมหรอก” ฮุงต๊อกจูยืนยันเช่นเดิม
“เฮ้อ เราควรจะทำยังไงกันดี จะปล่อยให้พลาดไม่ได้ซะด้วย”
“ข้าจะลองไปคุยกับนายห้างเอง”
ด้านเมก็มาบอกแชยุนว่าอิมซังอ๊กกลับมาอีจูแล้ว นางรีบถามว่าเกิดเหตุร้ายอะไรขึ้น
“ข้าก็ยังไม่รู้รายละเอียดหรอกแค่ได้ข่าวว่าอยู่ดีๆ ก็มีโจรป่ามาบุกแถมยังฆ่าคนตายไปตั้งสิบกว่าศพ”
แชยุนได้ยินเช่นนั้นก็หาโอกาสไปพบกับอิมซังอ๊ก
“เจ้ามาได้ยังไง”
“ได้ข่าวว่าเกิดเรื่องระหว่างทางไปจ้าเหมินข้าเป็นห่วงก็เลยมาด ู เห็นเขาบอกว่ามีคนตายไปเยอะ ท่านเป็นอะไรบ้างหรือเปล่า”
“ข้าไม่เป็นอะไร”
“เมื่อเห็นท่านปลอดภัย ข้าก็สบายใจ”

จบเรื่องย่อละคร อิมซังอ๊ก ตอนที่ 11

BY... http://wordpress.com/tag/%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%8 B%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B9%8A%E0%B8%81/

Back to Top
donnamoni View Drop Down
Special Member
Special Member
Avatar

Joined: 05 ส.ค. 2007
Location: Thailand
Posts: 938
Post Options Post Options   Quote donnamoni Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 21 ม.ค. 2008 at 17:18
เรื่องย่อละครตามบทโทรทัศน์ - อิมซังอ๊ก ตอนที่ 1 2
ดายงเรียกหัวหน้าชังมาพบแล้วถามว่า
“เรื่องที่ให้โจรเขาแทบง ไปทำลายโสมภูเขาของกลุ่มกังซางเป็นยังไงบ้าง”
“คุณหนู ท่านทราบเรื่องนี้ได้ยังไง”
“ข้าเป็นหัวหน้าคุมการค้าในอีจูแล้วทำไมข้าจะไม่รู้เรื่องที่เก ิดขึ้นในเมืองนี้”
พ่อบ้านวังแทรกขึ้น “ขนาดข้ายังรู้เลย บอกคุณหนูไปเถอะ”
“ผลออกมาเป็นยังไง” ดายงถาม
“ทุกอย่างสำเร็จตามเป้าหมาย โสมที่ปลูกบนภูเขาซึงอึนซานถูกทำลายคนงานที่ปลูกโสมถูกฆ่าตาย ถ้ากลุ่มกังซางคิดจะขายโสมภูเขาอีกอย่างน้อยก็ต้องรออีก 10 ปี”
“ข้าได้ข่าวว่า ยังมีคนที่จะนำโสมไปขายที่จ้าเหมิน คนพวกนั้น ถูกฆ่าด้วยเหมือนกันใช่มั้ย”
“ถูกต้องครับ ถ้ากลุ่มกังซางสามารถขายโสมจะต้องเกิดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อกลุ ่มซงซางของเรา ดังนั้นเราจึงนิ่งเฉยไม่ได้ โสมที่พวกมันเก็บเกี่ยวเตรียมส่งไปจ้าเหมิน ตอนนี้พวกเราได้มาหมดแล้ว”
“ข้าเข้าใจแล้ว กลับออกไปเถอะ”
“คงเพราะอิมซังอ๊ก เคยมีเวรมีกรรมกับกลุ่มซงซางของเราเอาไว้ จงลืมเขาเถอะครับ ถ้าขืนยังคิดถึงเรื่องนี้ คุณหนูก็ต้องยิ่งเสียใจ”
“ตอนนี้เขา ยังคงมีชีวิตอยู่” ดายงถาม
พ่อบ้านวังว่า “แต่เมื่อกี้หัวหน้าชังเพิ่งบอกว่า เขาถูกโจรป่าฆ่าตายไปแล้ว”
“เขายังไม่ตาย” ดายงเชื่อเช่นนั้น
สาวใช้เข้ามา “คุณหนู ท่านนายห้างใหญ่กลับมาแล้ว ไปพบท่านเถอะค่ะ”
ดายงออกไปพบปาร์กจูมุง ปาร์กจูมุงถามขึ้นว่า
“การประชุมกลุ่มของเราที่โปชองเป็นยังไง”
“ทุกอย่างราบรื่นดี หัวหน้าสาขาเปียงยางไม่ได้มาร่วมงาน”
“หัวหน้าสาขาเปียงยางฮันชีชอง พ่อได้ปลดเขาแล้วเรียกตัวกลับซงตูแล้ว”
“แต่ข้าจำได้ เขาติดตามท่านพ่อมาหลายสิบปีร่วมสร้างอาณาจักรซงซางมีผลงานอย่า งมาก”
“จริงอย่างที่เจ้าพูด เขาเคยเป็นลูกน้องของพ่อที่มีความสามารถที่สุด แต่ตอนนี้เขาแก่ชรามากสมองเฉื่อยชาทำงานไม่ไหว ประกอบกับเปียงยางมีการแข่งขันสูง ผู้นำจึงสำคัญ หากยังลังเลนึกถึงความสัมพันธ์เก่าๆ จริงอยู่อาจทำให้สบายใจ แต่รับรองอีกไม่นานมันจะกลับกลายเป็นภาระ ถ้าไม่อยากเป็นต้นไม้ที่ผุพังเราก็ต้องตัดกิ่งที่เหี่ยวเฉากับส ่วนที่ถูกน้ำเน่าเปื่อย พ่อไม่อยากให้เจ้าเป็นแค่หัวหน้าสาขาอีจูของซงซาง ต่อไปในวันหน้า เจ้าอาจต้องขึ้นเป็นหัวหน้าใหญ่ที่คุมทุกคน และขึ้นเป็นนายห้าง ถ้าอยากจะเป็นเช่นนั้นก็จงอย่าปล่อยให้ความรู้สึกมาเป็นนาย เจ้าคงจะเข้าใจนะว่าพ่อหมายความถึงอะไร ถ้ายังแสดงความอ่อนแอออกมาให้พ่อเห็นอีกล่ะก็พ่อจะต้องไม่ปล่อย เจ้าเอาไว้แน่”
ทางด้านซามฟูก็บอกกับชียางว่าเราต้องขายเชิงเทียนให้เยอะหน่อย พอดีชุนจอเข้ามาร้องเรียกซามฟูเสียงดัง
“ทำไมเล่า ปัทโธ่” ซามฟูร้องออกไปอย่างหงุดหงิด
“ออกมานี่ๆ เร็ว ออกมาก่อน”
“มีเรื่องอะไรอีกล่ะ”
“เมื่อตะกี้ข้าเพิ่งกลับมาจากห้างใหญ่ ตอนนี้นายห้างของเราท่านเครียดมากเลย”
“โสมที่ปลูกมานับ 10 ปีหายวับไปกับตาจะไม่เครียดได้ยังไง” ซามฟูว่า
“อย่าเพิ่งแย่งพูดสิ ปัญหาตอนนี้ไม่ใช่แค่โสมอย่างเดียว แต่มันยังมีเรื่องอื่น” ชุนจอว่า
“อะไรนะ มีเรื่องอื่นอีกหรือ”
“ปัญหาที่ใหญ่ที่สุด ก็คือเราอาจจะไม่ได้ไปจ้าเหมินค้าขายกับใต้เท้าเฉิน”
“ใต้เท้าเฉินคือพ่อค้าชาวจีนที่แอบค้าขายกับเราอยู่ใช่มั้ย”
“เขานั่นแหละ ความจริงครั้งนี้เราคิดว่าจะเอาโสมภูเขาไปแลกกับผ้าไหมของใต้เท ้าเฉิน เฮอะ แล้วดูสิ โสมถูกโจรปล้นไปหมดแล้ว แล้วทีนี้เราจะเอาอะไรไปแลกกับเขา”
“งั้นก็ไม่ต้องไปแลก” ซามฟูพูดง่ายๆ
“ไอ้ซื่อบื้อ นี่มันเรื่องใหญ่นะ ไม่ได้เล็กเหมือนอย่างที่เจ้าคิด คิดให้ดีสิ เฮอะโสมภูเขาแพงออกจะตายราคาแลกเปลี่ยนสูง เพราะฉะนั้นผ้าไหมที่ใต้เท้าเฉินเตรียมไว้ให้เราจึงมหาศาล ซึ่งก็เท่ากับว่าเราจะได้กำไรเพียบ แต่ถ้าจู่ๆ เราไป บอกเขาว่าไม่มีโสมไปแลก ถ้าข้าเป็นใต้เท้าเฉินก็ต้องเอาเรื่องเหมือนกัน แล้วถ้าผิดใจกับใต้เท้าเฉิน ต่อไปกลุ่มกังซางก็จะไม่ได้ค้าขายที่จ้าเหมินอีก”
“เดี๋ยวก่อนนะ เดี๋ยวก่อน ถ้าเราไม่ได้ค้าขายที่ชายแดนกลุ่มเราก็ต้องจบเห่น่ะสิ”
“ก็เพราะเหตุนี้แหละ ท่านนายห้างถึงอารมณ์ไม่ค่อยจะดี”
“เฮ้ย นี่มันไม่ใช่เรื่องเล็กแล้วนะ จะทำยังไง ตอนนี้ข้าไม่เหลือกำลังใจแล้ว”
“อดตายแน่ พวกเจ้าอดตายแน่”
“พวกเจ้าก็ต้องอดตายเหมือนกันแหละ”
จิซูมาขอเข้าพบกับฮุงต๊อกจู
“ข้าจิซูครับ”
“เข้ามาสิ”

จบเรื่องย่อละคร อิมซังอ๊ก ตอนที่ 12

BY... http://wordpress.com/tag/%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%8 B%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B9%8A%E0%B8%81/

Back to Top
donnamoni View Drop Down
Special Member
Special Member
Avatar

Joined: 05 ส.ค. 2007
Location: Thailand
Posts: 938
Post Options Post Options   Quote donnamoni Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 21 ม.ค. 2008 at 17:18

เรื่องย่อละครตามบทโทรทัศน์ - อิมซังอ๊ก ตอนที่ 13

“นายห้าง เมื่อครั้งที่นายห้างกลุ่มซงซางมาขอพบท่าน ท่านเคยบอกข้าว่าจะไม่จับมือกับกลุ่มซงซางเป็นอันขาด ถ้าร่วมมือกับพวกเขาในการค้าโสมถึงจะได้ผลประโยชน์ในทันที แต่สักวันหนึ่งเขาจะต้องทิ้งพวกเรา แต่ว่า สถานการณ์ได้เปลี่ยนไปแล้ว เราต้องใช้โสมของกลุ่มซงซางไปขายที่จ้าเหมินโดยด่วนที่สุดเพราะ ไม่เช่นนั้นท่านจะต้องสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างที่อุตส่าห์สร้างข ึ้นมา ท่านครับ ร่วมมือกับกลุ่มซงซางเถอะ”

“ถ้าข้ายอมร่วมมือกับมันก็เท่ากับว่ายอมแพ้”

“ท่านครับ”

“พวกโจรจากภูเขาแทบง ที่ทำลายโสมที่เราปลูกเป็นคนของกลุ่มซงซางและคนที่บงการเรื่องน ี้คือปาร์กจูมุง ข้ายอมหมดตัวสะดีกว่าที่จะยอมพวกมัน”
“ท่านครับ เราต้องยอมเสียจี้หยกเพื่อหยกชิ้นใหญ่ ในสมัยถังฉางเจี้ยนกวีเอกแห่งเมืองซูโจวได้ใช้บทกลอนที่ไม่เอาไ หนหลอกล่อทำให้กวีเอกจ้าวเจียยอมเปิดเผยสุดยอดคำกลอน ความหมายก็คือว่า ยอมเสียจี้หยกเล็กๆ ทำให้ ได้หยกชิ้นใหญ่ ตอนนี้ความสัมพันธ์ของกลุ่มกังซางและซงซาง ก็เหมือนกับเหตุการณ์เมื่อครั้งฉางเจี้ยนที่งัดข้อกับจ้าวเจีย เวลานี้กลุ่มซงซางมีโสมที่กลุ่มกังซางของเราไม่มี ซึ่งถ้าหากเรามีโสมก็สามารถไปจ้าเหมินแลกเปลี่ยนกับใต้เท้าเฉิน ได้ การที่เราร่วมมือกับกลุ่มซงซางไม่ใช่เป็นการยอมแพ้แต่เป็นการยอ มเสียจี้หยกเพื่อหยกชิ้นใหญ่กว่า” จิซูพูดกล่อม
พอออกมา ปั๊กกุงก็รีบเข้ามาถามจิซูว่าเป็นยังไงบ้าง
“นายห้างไม่ยอมพูดอะไรเลย” จิซูว่า
“แต่ตอนนี้เราเหลือเวลาแค่ 3 วัน”
ด้านใน ฮุงต๊อกจูนั่งนึกถึงคำพูดของจิซูว่า “ การที่เราร่วมมือกับกลุ่มซงซางไม่ใช่เป็นการยอมแพ้แต่เป็นการยอ มเสียจี้หยกเพื่อหยกชิ้นใหญ่กว่า”
ฮุงต๊อกจูคิดอยู่ครู่หนึ่งก็ออกมาบอกปั๊กกุงว่าจะออกไปเดินเล่น หน่อย ไม่ต้องตามเขาไป ฮุงต๊อกจูเดินไปดูงานไป ลูกน้องหลายคนทำความเคารพเขา เขาก็สั่งให้ทำงานไปเถอะ จนมาถึงปั๊กชิลกับชุนจอ ฮุงต๊อกจูก็ถามว่าทำไมถึงยังไม่กลับบ้าน
ชุนจอตอบว่า “ต้องอยู่สะสางบัญชีก่อนครับ นายห้าง เรื่องโสมภูเขาคงจะทำให้ท่านเสียใจมากขนาดข้าเองยังแค้นเลย พวกมัน”
“ชุนจอ”
“ครับนายห้าง”
“ทำงานกับข้ามานานกี่ปีแล้ว”
“15 ปีแล้วครับ”
“15 ปี ช่างผ่านไปเร็วจริงๆ ก็เพราะข้ามีเถ้าแก่ร้านที่ดีๆ อย่างพวกเจ้าข้าถึงได้มีวันนี้”
“แต่ถ้าไม่มีนายห้างข้าก็ไม่มีวันนี้เหมือนกัน ต่อไปข้าจะทุ่มเททำเพื่อนายห้างให้มากยิ่งกว่าเดิม”
“อย่าไปยุ่งกับซามฟูให้มากนัก เพราะเจ้าเหมาะกับตำแหน่งหัวหน้าสาขาที่สุด”
“หา เพื่อนายห้างแล้ว ข้าพร้อมทุ่มเทเต็มที่ครับ”
“ไปทำงานต่อเถอะ”
พอฮุงต๊อกจูเดินไปแล้ว ปั๊กชิลก็พากันดีใจกับชุนจอที่จะได้เป็นหัวหน้าสาขา
ฮุงต๊อกจูเดินมาเจออิมซังอ๊ก เห็นเข้ายังทำงานอยู่ก็ถามขึ้น
“ฮะแฮ้ม ยังไม่กลับบ้านอีกหรือ”
“ข้าต้องเก็บงานก่อนครับ”
“ซามฟูสั่งให้เจ้าทำหรือ”
“เปล่าครับ”
“แล้วนั่นหนังสืออะไร”
“มันเป็นหนังสือที่เสมียนร้านผ้าไหม แนะนำให้ข้าอ่านครับ”
“ผ้าไหม ช่างโลภมากจริงนะ รู้มั้ยว่าการค้าคืออะไร คิดว่าขายของแล้วได้กำไรคือการค้าหรือ มาทำงานได้ไม่ทันไร ก็รู้จักหากำไรจากดีบุกซะแล้วแถมยังเสนอตัวแอบเอาโสมไปขายทั้งท ี่รู้ว่าเสี่ยง เป็นคนงานร้านเครื่องเหล็กกลับศึกษาเรื่องผ้าไหม เจ้าจะรีบร้อนไปไหน”
“ข้าอยากเรียนรู้การทำการค้า เพื่อจะได้หาเงิน”
“คิดว่าทำแบบนี้จะได้เงินหรือ การค้าที่แท้จริงคือกำไรใจคนไม่ใช่กำไรเม็ดเงิน ไม่ใช่หวังแต่ผลประโยชน์แต่ต้องกุมใจคนให้ได้ ถ้ากำไรใจคนกุมใจคนได้นั่นแหละคือการค้า ซึ่งเมื่อถึงตอนนั้นเงินทองก็จะตามมาเอง การต่อสู้เพื่อให้ได้เงินของเจ้าในตอนนี้มันไม่ใช่การค้าแต่เป็ นทาสเงินตรา เสร็จแล้วก็รีบกลับล่ะ”
“ครับ”
แล้วฮุงต๊อกจูก็ตัดสินใจบอกปั๊กกุงว่า
“พรุ่งนี้เช้า ช่วยบอกกลุ่มซงซางข้าขอพบปาร์กจูมุง”
ปั๊กกุงตกใจ “นายห้าง”
“เสียจี้หยกเพื่อหยกชิ้นใหญ่ใช่มั้ย ยอมเสียส่วนน้อยเพื่อส่วนที่มากกว่า”
“ใช่ครับท่าน”
“การที่ข้ายอมไปพบปาร์กจูมุง ไม่ใช่เพราะสาเหตุนี้ แต่ถ้าข้าล้มลง คนที่ต้องพึ่งพาอาศัยข้าคนงานจำนวนหลายร้อยลูกเมียครอบครัวของเ ขาจะพลอยอดไปด้วย ข้าไม่กลัวล้มลงหรอก แต่ข้าจะปล่อยให้คนของข้าอดตายไม่ได้”
ซามฟูมาหาชุนจอถามว่ายุ่งอยู่หรือเปล่า ชุนจอรีบตอบกลับทันทีว่า
“ถึงจะว่างข้าก็ไม่ว่างคุยด้วย”
“เป็นอะไร”
“ท่านนายห้างบอกข้าว่านกกระยางขาวไม่ควรยุ่งกับอีกาสีดำ ต่อไปถ้าไม่มีธุระสำคัญอย่ามาที่ร้านผ้าไหมของข้า”
“เฮอะ เจ้านี่มันชักจะเพ้อเจ้อใหญ่แล้ว หา”
ชุนจอเรียกปั๊กชิลให้ไล่ซามฟูออกไปที ซามฟูได้ยินก็โกรธ
“ไอ้ทุเรศ ถ้าเจ้าเป็นนกกระยางขาวแมลงวันที่บินไปบินมาไม่กลายเป็นนกหงส์ร ึ”
“อะไรนะ”
แทจูเข้ามาห้าม “เฮ้ยๆ ซามฟู”
“สวัสดีครับหัวหน้า” ปั๊กชิลทักแทจู
“เออ ชุนจอ”
“ครับ”
แทจูถามต่อว่า “เจ้าได้ข่าวเรื่องที่พี่ชายของข้ายอมไปเจรจากับปาร์กจูมุงแล้ว รึยัง”
“ยังไม่ได้ข่าว”
“เขาไปห้างซงซางแล้ว รู้สึกว่าจะร่วมมือทำการค้ากัน”
ชุนจอหน้าตื่น “หา ร่วมมือทำการค้า”
“เฮ้อ ก็เพราะไม่มีโสมไปขายที่จ้าเหมินก็เลยต้องไปขอความช่วยเหลือ”
ซามฟูเอ่ยแทรกขึ้น “เฮ้อ กลุ่มกังซางคงอนาคตมืดมนซะแล้ว”
เวลาเดียวกันนี้ ฮุงต๊อกจูกับปั๊กกุงก็ไปนั่งรอเข้าพบปาร์กจูมุง ดายงเห็นว่าทั้งสองรอนานแล้ว นางบอกให้สาวใช้ดูแลให้ดี ทางด้านหัวหน้าชังก็เห็นว่าเป็นเวลานานแล้ว จึงเตือนปาร์กจูมุง ปาร์กจูมุงจึงให้เขาออกไปพบกับฮุงต๊อกจู เขาถึงกับออกอาการอึกอัก
“เออ อย่างข้าหรือจะ”
“นายห้างใหญ่กลุ่มกังซางสำหรับกลุ่มซงซางของเราแค่ระดับหัวหน้า สาขาเจ้าไม่ด้อยไปกว่าเขาหรอก”
หัวหน้าชังยอมออกไปพบกับฮุงต๊อก
“ต้องขออภัยด้วยจริงๆ นายห้างใหญ่รู้สึกไม่ค่อยสบายจึงไม่สามารถมาพบกับท่านได้ มีอะไรคุยกับข้าได้เลย”
“อะไรนะ ปล่อยให้รอตั้ง 2 ชั่วยามแล้วไม่ยอมมาพบหมายความว่ายังไง”
“เมื่อกี้ข้าก็ได้กล่าวขออภัยแล้วไม่ใช่หรือ”
“ไม่เป็นไร แค่ยอมส่งคนมาพบก็ถือว่าโชคดีแล้ว” ฮุงต๊อกจูตัดบท แล้วเริ่มการเจรจากับหัวหน้าชัง
เมื่อฮุงต๊อกจูกลับไปแล้ว หัวหน้าชังก็เข้ามาพบกับปาร์กจูมุง
“ท่านครับ ข้าชังซกจู”
“เข้ามาสิ”
“เรียนนายห้าง อีก 3 วันพวกเขาจะต้องนำโสมภูเขาไปแลกเปลี่ยนกับผ้าไหมของใต้เท้าเฉิน ที่ดูแลตลาดมืดของจ้าเหมินครับ และสิ่งที่พวกเขาต้องการก็คือโสมของกลุ่มซงซางของเรา”
“เงื่อนไขล่ะ”
“ขอซื้อโสมในราคาชั่งละ 90 ตำลึง จากนั้นผลกำไรจากการขายผ้าไหมที่ได้มาแบ่งกันคนละครึ่ง”
“กลุ่มกังซางต้องการโสมเท่าไหร่”
หัวหน้าชังบอกว่า 20 ชั่ง แล้วก็รับข้อเสนอ
ฝ่ายฮุงต๊อกจูก็กลับมาปรึกษาแล้วถามถึงข้อเสนอที่หัวหน้าชังว่า
“กลุ่มซงซางนอกจากต้องการค้าขายที่จ้าเหมินเรายัง ต้องการนำโสมไปขายที่เอียนจิง”
“เอาไว้ตอนที่คณะทูตเดินทางไปเอียนจิงค่อยนำไปขายก็ได้นี่”
“ขายตอนนั้นจะถูกกำจัดจำนวน ซึ่งท่านก็น่าจะทราบดีนี่”
“ท่านหมายความว่าจะลอบนำเข้าไปขายหรือ” จิซูถาม
“ท่านเข้าใจถูกแล้วเราต่างฝ่ายต่างส่งคนไปเอียนจิงร่วมกันติดต่ อกับพ่อค้าที่นั่นร่วมเปิดตลาดด้วยกัน นี่คือสิ่งที่เราต้องการ”
“ตกลง เรายินดีรับข้อเสนอ การค้าที่จ้าเหมินจะพลาดไม่ได้ โปรดช่วยรีบเตรียมโสมให้เราด้วย”
“ข้าจะรีบจัดให้”
“คนของซงซางที่จะไปจ้าเหมินอีก 3 วันให้ไปที่จ้าเหมิน เมื่อเสร็จวานที่จ้าเหมินแล้วจะได้ร่วมกันเดินทางไปเอียนจิงพร้ อมๆ กัน”
“ฮ่ะ งั้นตกลง”
“ปัญหาก็ถูกคลี่คลายแล้ว แล้วใครจะไปเอียนจิง”
ปั๊กกุงเสนอว่า “คนที่เคยไปจ้าเหมินเมื่อครั้งที่แล้วลิวปั๊กชิลกับอิมซังอ๊กคิ ดว่าดีมั้ยครับ”
“งานนี้สำคัญมาก คนพวกนี้ทำไม่ได้หรอก”
จิซูจึงเสนอตัวว่า “ท่านครับ งั้นให้ข้าไปเถอะ”
ฮุงต๊อกจูค้านว่า “ข้ารู้ว่าเจ้าสามารถทำได้ แต่ไปกลับเอียนจิงต้องใช้เวลากว่า 6 เดือนขณะที่เจ้ายังมีงาน ส่งใครไปดี”
สุดท้ายฮุงต๊อกจูก็ตัดสินใจบอกให้ซามฟูไปเอียนจิง ซามฟูตกใจไม่น้อย
“หา ท่านว่าอะไรนะ แต่ช่วงนี้ยังไม่มีทูตไปนี่ครับ”
“เราจะไม่ไปกับคณะทูตแต่ว่าเราจะไปเอง”
“เออ หมายความว่าลักลอบไปหรือครับ”
“ถูกต้อง เจ้าเคยตามคณะทูตเดินทางไปเอียนจิงหลายครั้งแล้วไม่น่าจะมีปัญห า งั้นก็ให้ซามฟูกับเจ้าหมอนี่ไปแล้วกัน”
ปั๊กกุงรับคำ “ครับนายห้าง”
“ช่วงนี้จิซูดูแลร้านเครื่องเหล็กไปก่อน”
“ครับนายห้าง”
ขณะที่ชุนจอรู้เรื่องที่ซามฟูจะไปเอียนจิงกับอิมซังอ๊กก็ไม่ค่อ ยพอใจนัก

เรื่องย่อละครตามบทโทรทัศน์ - อิมซังอ๊ก ตอนที่ 13 (ต่อ)

“เฮ้ย นั่งเถอะๆ ซามฟู ได้ข่าวว่าต้องไปเอียนจิงอีกแล้วใช่มั้ย เฮ้อ บ้าจริงๆ ท่านนายห้างนี่ลำเอียงชะมัด เจ้าเคยไปเอียนจิงมา 3 หนแล้วข้ายังไม่เคยไปทำไมไม่ส่งไปบ้าง หา หรือเพราะเห็นเจ้าเป็นญาติก็เลยให้ความสำคัญ เฮอะ”
“เจ้าอยากจะไปใช่มั้ย”
“ข้าต้องอยากไปอยู่แล้ว แต่เสียดายนายห้างตัดสินใจอะไรแล้วไม่เคยเปลี่ยนแปลงข้าคงต้องร อโอกาสหน้า เฮ้ย ข้ายังไม่เคยไปเอียนจิงเลยสักหนแต่เจ้าล่อตั้ง 4 เจ้าน่ะ มันโชคดีจริงๆ โชคดีจริงๆ ฮ่ะๆ”
แชยุนได้ทำกระดุมทองของเธอตกในระหว่างการซ้อมเต้นรำ มองแทพบเข้าก็นำกระดุมทองไปขายได้ราคา 5 ตำลึง พอขากลับเดินมาเจอกับพวกพกแท
“เจ้าออกมาตลาดทำไม” พกแทถาม
“หา เหวอ” มองแทตกใจ
“เจ้าตกใจทำไม”
“ข้าเปล่าสักหน่อย”
“เจ้าเองก็ไม่ใช่ว่ามีเงินไปยืนเกะกะหน้าร้านเขาทำไม ไปกันเถอะเดี๋ยวข้าเลี้ยงเหล้าเอง”
“เฮ้ยๆ ข้าเลี้ยงพวกเจ้าดีกว่า”
“เจ้าน่ะหรือ จริงรึเปล่า ถ้าไม่มีเงินจ่ายต้องล้างชามเจ้าล้างคนเดียวนะ”
มองแทยืนยัน “ข้าเลี้ยงไหวน่า”
“ฮ้า ไม่นึกเลยว่าจะมีวันนี้ได้ ฮ่ะๆ”
เทียเห็นด้วย “นั่นสิ นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ข้าเห็นมองแทยอมเลี้ยงคนอื่น เหลือเชื่อจริงๆ”
“เพราะเมียของข้านั่นแหละ คอยรีดนาทาเร้นความจริงข้าคิมมองแทไม่ใช่คนงกหรอกนะ เพราะฉะนั้นจงดื่มกินให้เต็มที่ หลังจากที่กินอิ่มกันแล้วเราไปเที่ยวหอนางโลมกันต่อให้บรรดาสาว ๆ นวดให้ จากนั้นก็ร้องเพลงสุขโขสุขขี”
ขณะที่ทั้งสามสนุกสำราญกันเต็มที่ ชายคนที่มองแทนำกระดุมไปขายก็พาทหารเข้ามา แล้วบอกว่ามองแทเป็นคนนำมาขาย เพราะกระดุมทองเป็นสมับัติของขุนนางชั้นผู้ใหญ่ ทั้งสามจึงถูกจับกุมตัว
“รู้มั้ยนี่คืออะไร” ทหารถาม
พกแทงง “ท่านจับพวกข้ามาเพื่อถามเรื่องแค่นี้เองหรือ ใต้เท้าจะเว่อร์เกินไปรึเปล่า ถึงเราจะเป็นแค่นักแสดงพื้นบ้านที่ต่ำต้อยแต่เราไม่เคยทำความผิ ดแล้วจับมัดทำไม”
“หุบปากนะ อยากให้ข้าตบปากเจ้าก่อนใช่มั้ย”
“งั้นข้าไม่พูดก็ได้”
“กระดุมทองชนิดนี้ขุนนางขั้น 2 ขึ้นไปเท่านั้นถึงจะใช้ได้ แต่ทำไมนักแสดงพื้นบ้านอย่างพวกเจ้าถึงมีของสิ่งนี้ได้ ขโมยมาจากไหน”
“ใต้เท้า ข้าเพิ่งเห็นมันเป็นครั้งแรกเองนะ”
“ข้าก็เพิ่งเคยเห็นเหมือนกัน”
ทหารหันมาทางมองแท “เจ้าก็เพิ่งเคยเห็นใช่มั้ย แต่เจ้าเป็นคนเอามันไปขายไม่ใช่หรือ ขโมยมาจากไหนรีบบอกมา”
“มองแทมันเป็นของเจ้าหรือ เจ้าเอาไปขายเองหรือ รีบบอกใต้เท้าไปสิว่าเจ้าได้มาจากที่ไหน”
“ใต้เท้า ข้าเก็บได้ครับ ข้าเก็บได้จริงๆ”
“ยังจะโกหก นึกหรือว่าข้าจะเชื่อ ทหาร จงเอามันไปทรมาน”
ทหารหลายคนเข้ามาจับตัวมองแท พกแทกับเทียนรีบบอกให้มองแทบอกความจริง
ทหารไปที่คณะ และสั่งให้ทุกคนมารวมกัน แล้วพูดขึ้นว่า
“เจ้าคนนี้บอกว่าเก็บถุงใบนี้ได้จากบริเวณนี้ ซึ่งภายในถุงมีกระดุมทองที่ล้ำค่ามาก ถุงใบนี้ของใคร”
“เป็นของใครก็บอกไปสิ” กิดทังคู
“ถ้ายังไม่ยอมรับ ข้าคงต้องทรมานพวกมัน ถุงเป็นของใคร”
“เร็วสิ ถุงของใคร ถุงใบนี้ของใคร”
“ไม่มีใครยอมรับใช่มั้ย งั้นทหารคุมตัวพวกมันกลับไป”
แชยุนโพล่งออกมาว่า “ใต้เท้า ของข้าเอง”
ซามฟูมาพบกับฮุงต๊อกจูอีกครั้ง ก่อนที่จะออกเดินทาง
“นายห้าง ท่านให้ข้าลักลอบไปเอียนจิงมันเท่ากับให้ข้าไปตายนะครับ ทำไมท่านถึงใจดำแบบนี้ ไว้ชีวิตข้าเถอะ”
“ไอ้ปัญญาอ่อนนี่ ข้าให้เจ้าไปเป็นการเปิดโอกาสทำไมคิดว่าให้ไปตาย”
“โอกาสที่ไหนกันเล่า คนที่ไปจ้าเหมินมันเป็นพวกเดนตายทั้งนั้น แถมทางไปเอียนจิงมันไกลนับหมื่นลี้ขนาดคณะทูตที่ไปกันเป็นร้อยก ็ยังเจอแต่ปัญหาแล้วนี่ท่านให้ข้าไปกับซังอ๊ก มันเหมือนกับเอาชีวิตไปทิ้งนะ”
“ซามฟู”
“นายห้าง”
”ไม่รู้รึไงว่าข้าสนับสนุนเจ้ามากกว่าคนอื่นๆ กลุ่มกังซางของเราต่อไปนี้จะร่วมมือกับกลุ่มซงซางเพื่อค้าขายโส มกับทางเมืองจีน ถ้าครั้งนี้เจ้าสามารถเปิดตลาดโสมที่เอียนจิงได้ ต่อไปนี้เจ้าก็จะได้รับผิดชอบตลอดไป คนที่มีหน้าที่สำคัญขนาดนี้ คิดว่าเป็นแค่หัวหน้าสาขาหรือ”

เรื่องย่อละครตามบทโทรทัศน์ - อิมซังอ๊ก (13) ต่อ 2

“เออ แต่ว่า”

“เจ้ากำลังจะได้เป็นหัวหน้าใหญ่แล้ว เจ้าจงคิดให้ดีนะ”

ซามฟูฟังแล้วตาโต “หัว หัวหน้าใหญ่”

ขณะที่ภรรยาของซามฟูก็ไปขอร้องกับฮูหยิน

“อาหญิง ได้โปรดช่วยซามฟูด้วยเถอะค่ะ”

“ให้ข้าช่วยหรือ หมายความว่ายังไง เจ้านึกว่านายห้างจะบังคับให้หลานชายของตัวเองไปลงนรกหรือไง”

“แต่มันเป็นหนทางแห่งความตายนะคะ”

“เลิกเพ้อเจ้อซะที”

“อาหญิง”

“ข้าไม่เคยก้าวก่ายงานของนายห้างอยู่แล้ว เจ้าจงกลับไปเถอะ”

ภรรยาของซามฟูกลับมาร้องห่มร้องไห้กับซามฟู

“หา ซามฟูๆ ข้าขาดเจ้าไม่ได้นะ ถ้าเจ้าตายแล้วข้าจะอยู่ได้ยังไง ฮือๆ”

“โธ่โว้ย นี่เจ้าแช่งข้ารึไง ฟังให้ดีนะ ข้าเป็นพ่อค้าดังนั้นเพื่อการค้าแล้วถึงต้องบุกน้ำลุยไปก็ต้องไ ป แล้วนี่ข้าไปเอียนจิงไม่ใช่ไปนรก ร้องไห้ทำไม”

“ซามฟู”

“เฮ้ย ข้าไม่ปล่อยให้เข้าเป็นหม้ายหรอก ไม่ต้องกลัวหรอก หา แล้วอีกไม่นานเจ้าก็จะได้เป็นฮูหยินของหัวหน้าใหญ่แล้ว เพราะฉะนั้นต้องหัดวางมาดสวยเริ่ดเชิดหยิ่ง”

“ฮูหยินหัวหน้าใหญ่” ภรรยาของซามฟูหยุดร้องไห้ทันที

“ข้าไปก่อนล่ะ”

ด้านอิมซังอ๊กก็สั่งน้องๆ ให้ช่วยดูแลแม่แทนตัวเอง

“ไปกลับเอียนจิงต้องใช้เวลาถึง 6 เดือนดูแลท่านแม่ด้วย”

“พี่ใหญ่ไม่ต้องห่วงหรอก ดูแลตัวเองด้วย”

“เจ้าเองก็ต้องดูแลโรงเหล็กให้ดี”

“ครับพี่ใหญ่”

“ท่านแม่ข้าไปก่อนนะ”

“เดี๋ยวจะไม่ทันรีบไปเถอะ”

ทันใดนั้นพกแทกับเทียก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาร้องเรียกอิมซังอ๊ก “ลูกพี่ๆๆ”

“มีอะไร”

“ลูกพี่เกิดเรื่องใหญ่แล้ว”

“แชยุนถูกทหารจับตัวไปแล้ว”

“พวกทหารรู้หรือว่านางเป็นทาสที่หลบหนีมา”

“ไม่ใช่ๆ ไม่ใช่เรื่องนั้น แต่เป็นเพราะนางมีกระดุมทอง กระดุมทองที่ขุนนางชั้นสูงเท่านั้นที่มีก็เลยถูกจับไป แล้วถ้าเกิดถูกสืบสาวว่าเป็นทาสที่หลบหนีมาจะต้องแย่แน่ๆ”

อิมซังอ๊กอึ้งไป เขาบอกทั้งสองว่าตัวเขาเองกำลังจะเดินทางไปเอียนจิง

“ถ้าเกิด ลูกพี่ไปเอียนจิงแล้ว แชยุนเขาจะทำยังไง”

“เฮ้อ” อิมซังอ๊กได้แต่ถอนหายใจ

“ความจริง ถึงพี่จะอยู่มันก็ช่วยอะไรไม่ได้ ปล่อยให้เป็นไปตามดวงแล้วกันลูกพี่ ลูกพี่รีบไปเถอะ”

อิมซังอ๊กตัดสินใจเดินหน้า เขาไปสมทบกับพวกซามฟูแล้วทุกคนก็เริ่มออกเดินทางทันที ระหว่างทางพักกินข้าวกัน ซามฟูนำอาหารมาให้ปั๊กกุง

“เฮ้อ เดินซะจนเมื่อยไปหมดทั้งตัวแล้วคงจะน่วมตายก่อนจะถึงเอียนจิง เหวอ เหวอ แม่จ๋า โจรป่าๆ โจรป่า”

“ฮ่ะๆ ถ้าไม่อยากตายก็จงทิ้งข้าวของเอาไว้ แล้วหนีไปสะ” โจรเสียงดัง

ปั๊กกุงฮึดสู้ “ข้าไม่หลีก พวกเจ้าต่างหากที่ต้องตาย ซองแท จุนวาน นอกนั้นถอยไป”

โจรสั่งให้ฆ่าทันที แต่สุดท้ายก็สู้ไม่ได้จำต้องล่าถอยกลับไป ปั๊กกุงมองแล้วคิดว่า

“พวกมันต้องไปตามพรรคพวกมาแน่รีบไปกันเถอะ”

ซามฟูกลัวมากรีบบอกทุกคน “เร็วเข้า รีบไปเถอะ”

“ครับ”

“ไป”

ทางด้านปาร์กจูมุงก็กล่าวขอบคุณขุนนางที่ให้ความช่วยเหลือเขา

“ด้วยความช่วยเหลือของท่านเราสามารถเปิดตลาดมืดที่ชายแดนได้แล้ ว รับรองว่าภาษีที่กลุ่มซงซางจะมอบให้กับใต้เท้าจะต้องมากกว่ากลุ ่มกังซางแน่”

“ถ้ามีปัญหาอะไรก็มาหาข้าได้เลยนะ”

“ข้าต้องขอขอบคุณใต้เท้าล่วงหน้า”

“เจ้าได้กระดุมทองมาจากไหน สารภาพมาเดี๋ยวนี้ ยังไม่ยอมบอกอีกหรือว่าได้กระดุมทองมาจากไหนบอกมาเดี๋ยวนี้นะ รีบบอกมาเดี๋ยวนี้” เสียงทหารสอบสวนแชยุน

ปาร์กจูมุงหันมาบอกกับหัวหน้าชังว่า “เจ้าช่วยไปสืบทีว่าเรื่องเป็นมายังไง”

“ครับนายห้าง”

พกแทเข้ามาหากิดทังคู พร้อมกับจดหมายที่อิมซังอ๊กฝากมาส่งให้แชยุน

“เฮ้ย แล้วเอามาให้ข้าทำไม” กิดทังคูงง

“ไหนท่านเคยบอกว่าซี้กับผู้คุมไม่ใช่หรือ ท่านก็ต้องเอาไปให้นางสิ”

“ไอ้ปัญญาอ่อนถ้าไม่มีเงินเขาก็ไม่ยอมช่วยหรอก”

“ผีขี้งกเข้าสิงหรือไงอะไรๆ ก็เอาแต่เงิน โอ๊ย”

“เฮอะ เจ้ากล้าว่าข้าหรือ ก็ได้ ข้าจะลองหาวิธีดู ไปไกลๆ เลย เจ้าด้วยอีกคน”

“ถึงหัวหน้าจะปากเสียพูดแบบนี้แต่ก็มีน้ำใจนะ เฮ้ย มาตีข้าทำไม” เทียบ่นไม่จริงจัง

หัวหน้าชังไปสืบจนได้เรื่องก็กลับมารายงานปาร์กจูมุง

“เพราะนางมีกระดุมทองเลยทำให้ถูกจับกุมตัว”

“กระดุมทอง”

“เป็นแค่นักแสดงพื้นบ้านแต่กลับมีกระดุมทองที่ขุนนางระดับสูงใช ้กัน นางจึงถูกสอบสวนว่าไปได้มาจากไหน”

“แล้วนางบอกหรือเปล่าว่าได้กระดุมมาจากไหน”

“ขนาดถูกซักถามอย่างหนัก นางก็ยังไม่ยอมบอกครับ”

“จะต้องหาวิธีช่วยเหลือนางให้ได้ ใช้เงินเท่าไหร่ก็ไม่เป็นไร ซึ่งถ้าหากจำเป็นก็จงไปบอกกับใต้เท้ายุน”

“ครับนายห้าง”

ทางด้านครอบครัวของฮุงต๊อกจู ฮูหยินกล่าวกับสามีว่า

“ครั้งที่แล้วเพราะมีปัญหาเรื่องโสมก็เลยยังคุยกันไม่จบ แต่ตอนนี้ปัญหาคลี่คลายแล้วเรามาคุยเรื่องมีกึมกันต่อเถอะ มีกึมก็บอกแล้วนี่ว่าอยากจะแต่งงานกับจิซู”

ฮุงต๊อกจูหันมาทางลูกสาว “บอกพ่อสิ เจ้าชอบจิซูมากหรือ”

“ค่ะ”

ฮุงต๊อกจูจึงให้คนไปเชิญจิซูมาพบ

“ท่านหาข้าหรือครับ”

“อ้อ นั่งก่อนสิ เออนี่ เจ้าคิดว่ามีกึมเป็นยังไง”

“ขนาดบุตรสาวของขุนนาง ยังมีน้อยคนนักที่มีความรู้เพียบพร้อมเท่าคุณหนู”

“อืม แล้วถ้าข้ายกนางให้เจ้าล่ะ”

“ข้าน้อยมิบังอาจเอื้อม”

ฮูหยินชอบใจ “ฮ่ะๆ ไม่ต้องถ่อมตัวหรอก”

“ลูกสาวของข้ามีใจให้กับเจ้ามาตลอด ซึ่งถ้าเจ้าไม่รังเกียจข้าก็จะให้หมั้นหมาย”

“ขอบคุณนายห้างที่เมตตา แต่ข้าต้องกลับเปียงยางขออนุญาตท่านแม่ก่อนขอเวลาข้าสักนิด”

“ก็ได้ ตกลงตามนี้ ไว้หาเวลากลับไปเปียงยาง”

“ครับ”

“ดีแล้ว”

ในการเดินทางไปจ้าเหมิน ปั๊กกุงสามารถเจรจาขายโสมกับใต้เท้าเฉินได้สำเร็จ พออิมซังอ๊กเห็นก็รีบถาม

“เป็นยังไงบ้างครับ”

ซามฟูตอบว่า “เรียบร้อยแล้ว นั่ง นั่ง ใต้เท้าเฉินพอใจกับโสมที่พวกเรานำมาส่วนหัวหน้าใหญ่ไปดูผ้าไหมท ี่ใต้เท้าเฉินแลกเปลี่ยนกับเรา เดี๋ยวก็คงกลับมา”

“ดีแล้วล่ะครับ เถ้าแก่ครับ ข้าขอออกไปสักครู่แล้วจะรีบกลับ”

“เดี๋ยวก่อน ถ้าถูกสายตรวจจับได้จะเดือดร้อนเอานะ” ซามฟูเตือน

“สายตรวจอะไรครับ”

“อ้าว อะไรเนี่ย เจ้าไม่รู้จักสายตรวจหรือ แต่อย่างว่าเจ้าเพิ่งจะมาจ้าเหมินเป็นครั้งแรก พวกสายตรวจน่ะ”

“ครับ”

“ก็คือเจ้าหน้าที่ของโชซอนที่มาตรวจดูว่ามีใครแอบเอาของมาขายรึ เปล่า ถ้าถูกจับได้จะถูกปรับภาษีอย่างหนัก แถมยังอาจติดคุก”

“จริงหรือครับ”

แชยุนได้รับจดหมายของอิมซังอ๊กแล้ว นางก็คิดเพียงว่า

“แต่เรื่องที่ทำให้ข้ารู้สึกละอายใจก็คือไม่สามารถตอบแทนท่านได ้ ข้าจะรอคอยท่าน จนกว่าจะกลับมา สิ่งที่ข้าทำได้ ก็มีเพียง เพียงแค่นี้เท่านั้น”

ปั๊กกุงบอกกับซามฟูว่า

“ข้าจะเอาผ้าไหมกลับอีจูส่วนพวกเจ้าจงอยู่รอคนกลุ่มซงซางที่จะเ ดินทางไปเอียนจิงกับพวกเจ้า ระวังให้ดีล่ะ”

“เออ ท่านหัวหน้าใหญ่ ให้คนที่มีฝีมือเดินทางไปกับเราด้วยได้มั้ย พอนึกถึงเรื่องโจรป่าพวกนั้นทีไรข้าเป็นต้องเข่าอ่อนทุกทีเลย” ซามฟูขอร้อง

“แต่ข้าต้องใช้กำลังคนขนผ้าไหมกลับอีจู”

“บ้าชะมัดแร้งน้ำใจที่สุดเลย ฮึ ทำไมจนป่านนี้คนกลุ่มซงซางยังไม่มา หา ซังอ๊ก มาดื่มกันดีกว่า”

“ไม่ครับข้าไม่ดื่ม”

“ถ้วยเดียวเอง เพราะข้ามันเพี้ยนเอง ข้าผิดเอง ดันโลภมากอยากเป็นหัวหน้าใหญ่ ถึงได้หลงกลเป็นเครื่องมือจิ้งจอกเฒ่า”

“นั่นใคร นั่นใครครับ”

พ่อบ้านวังเข้ามา “เราคนจากห้างซงซาง เชิญครับคุณหนู เจ้าเองหรือ”

จบเรื่องย่อละคร- อิมซังอ๊ก ตอนที่ 13

BY... http://wordpress.com/tag/%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%8 B%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B9%8A%E0%B8%81/

 

Back to Top
donnamoni View Drop Down
Special Member
Special Member
Avatar

Joined: 05 ส.ค. 2007
Location: Thailand
Posts: 938
Post Options Post Options   Quote donnamoni Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 21 ม.ค. 2008 at 17:20

เรื่องย่อละครตามบทโทรทัศน์ อิมซังอ๊ก ตอนที่ 14

“หนทางไกลขนาดนี้ทำไมคุณหนูถึงมาด้วยตนเอง” ซามฟูว่า

“เพราะเราเห็นความสำคัญของการค้าครั้งนี้มาก”

“เฮ้อ ขนาดผู้ชายยังรู้สึกยากลำบากแล้วผู้หญิงจะไปไหวได้ยังไง”

“ข้าจะไม่เป็นภาระให้กับผู้ร่วมทางหรอก ขอท่านสบายใจได้ ก่อนอื่นเราต้องศึกษาเส้นทางไปเอียนจิง จากนั้นก็ค่อยคิดว่าควรทำยังไงต่อไป”

“ฮ่ะๆ ถ้าคิดจะเดินทางไปเอียนจิงหลังจากออกจากจ้าเหมินต้องผ่านเมืองฟ ่งหวาง จากนั้นก็ข้ามแม่น้ำเสี่ยวหลิงในเมืองเหลียวตง เมื่อนั้นก็จะถึงด่านซานไห่กวานเมื่อผ่านซานไห่กวานก็ถึงเอียนจ ิง ซึ่งรวมระยะทางแล้วกว่า 500 ลี้ หา แต่ว่า แค่ผ่านด่านซานไห่กวานก็นับว่าถึงเอียนจิงแล้ว”

พ่อบ้านวังอึ้ง “เฮ้ หมายความว่า ท่านเคยไปเมืองเอียนจิงแล้วใช่มั้ย”

ซามฟูคุยต่อทันที “ก็แน่อยู่แล้ว ข้า ข้าเคยไปออกบ่อยไป ถึงนี่จะเป็นการลักลอบมาเป็นครั้งแรกแต่ข้าเคยติดตามคณะทูต เออ 1 2 3 ข้าตามคณะทูตไป 3 หนแล้ว ฮ่ะๆ เส้นทางไปเมืองเอียนจิงน่ะ ข้างทางมีก้อนหินกี่ก้อนข้าหลับตาเดินไปยังรู้เลย”

พ่อบ้านวังเตือนว่า “ถึงท่านจะคุ้นเคยเส้นทาง แต่เราก็ควรว่าจ้างชาวจีนเป็นลูกหาบ เพราะถ้าหากมีชาวจีนนำทางแม่จะเจอโจรระหว่างทาง ถูกปล้นทรัพย์สินไปหมดก็ยังรอดชีวิต”

ซามฟูเริ่มเกรงกลัวอีก “อย่าพูดได้มั้ย ระหว่างทางที่มาจ้าเหมินพวกเราเจอโจรป่าเกือบจะตายไปแล้ว ตอนนี้แค่นึกถึงคำว่าโจรข้าก็เสียวสันหลังวูบมาจนถึงท้ายทอยแล้ ว”

“จุนวานผู้ติดตามของเราเคยเป็นครูฝึกทหารมาก่อน เขาสามารถรับมือโจรได้อย่างสบาย พรุ่งนี้ออกเดินทางกันเลยแล้วกัน แล้วเดี๋ยวเราออกไปติดต่อหาลูกหาบกัน”

“เฮ้ เดี๋ยวก่อน ซังอ๊ก เจ้าออกไปกับหัวหน้าวังแล้วกัน เพราะถ้าเราออกไปเป็นโขยงอาจเป็นที่สังเกตของสายตรวจ ท่านไปกับซังอ๊กแล้วกันข้าอยากอยู่ทบทวนเส้นทางว่าเส้นทางไหนปล อดภัยที่สุด ซึ่งมันจำเป็นมาก”

“ฮ่ะๆ งั้นก็เอาตามนี้”

ดายงกล่าวต่อว่า “ครั้งนี้เป็นการร่วมมือกันระหว่างกลุ่มกังซางและซงซาง เป้าหมายที่เราไปเอียนจิงก็เพื่อเปิดตลาดโสมที่กลุ่มขุนนางและพ ่อค้าเมืองหลวงฮันยางกุมตลาดเอาไว้ เพราะฉะนั้นถ้าหากข่าวนี้รั่วไหลกลุ่มกังซางและซงซางก็จะถูกกลุ ่มขุนนางและพ่อค้าจากเมืองหลวงเล่นงานทันที เราจึงต้องปิดเป็นความลับสุดยอด ถึงแม้ว่าจะพลาดพลั้งขึ้นมาก็ห้ามเปิดเผยเด็ดขาดว่าพวกเราเป็นใ คร และที่สำคัญห้ามบอกใครว่าพวกเรามาเพื่อค้าโสม”

“เรื่องนี้มันแน่อยู่แล้ว ถึงยังไงก็บอกไม่ได้”

อิมซังอ๊กเป็นคนเสนอราคาให้พวกชายชาวจีนว่า

“เราจะให้คนละ 5 ตำลึง”

“อื้มๆ 10 ตำลึงๆ”

“ข้าจะจ่ายให้ 3 ตำลึงก่อนเมื่อถึงเอียนจิงจะให้อีก 3 ถ้าพวกท่านไม่เอา ข้าจะหาคนอื่น”

“ก็ได้”

“ขอบคุณๆ”

“ข้ารู้สึกประหลาดใจมากที่ได้ไปกับเจ้า เรื่องที่เจ้าบาดหมางกับนายห้างทำให้คุณหนูไม่สบายใจมาก แต่ในเมื่อต้องร่วมทางกันข้าอยากให้เจ้าลืมอดีตก่อนชั่วคราว”

“ความจริง ข้าไม่เคยแค้นเคืองคุณหนูเลยแม้แต่น้อย” อิมซังอ๊กกล่าว

“งั้นข้าก็สบายใจ บอกตามตรงการได้ไปเอียนจิงกับเจ้าข้าดีใจมาก”

“เรื่องที่หัวหน้าซามฟูเป็นห่วงก็มีเหตุผล ระยะทางไปกลับรวมแล้วกว่าพันลี้ซึ่งอาจจะลำบากสำหรับคุณหนู”

“นางเข้มแข็งกว่าที่เจ้าคิดอย่ากังวลเลย ไปกันเถอะ”

อิมซังอ๊กมีโอกาสได้คุยกับดายงว่า

เรื่องย่อละครตามบทโทรทัศน์ อิมซังอ๊ก ตอนที่ 14 (ต่อ)

“คอยดูเถอะ สักวันสิ่งที่ท่านสร้างขึ้นจะต้องพังทลาย ข้าจะทำลายทุกสิ่งทุกอย่างของท่านให้หมดสิ้น สักวันข้าจะต้องทำให้ท่านไปคุกเข่าขอขมาพ่อข้าที่หลุมศพ”

“ความทุกข์ที่ท่านได้รับจากนายห้างใหญ่ ข้ายินดีขอขมาแทนเขา”

“คนที่สมควรมา กล่าวคำขออภัย สมควรเป็นนายห้างใหญ่ คุณหนูอย่ามายุ่งกับเรื่องนี้อีกเลย”

ทหารสายตรวจเข้ามาตรวจพวกซามฟู เขาตกใจมากร้องถามออกไปว่า

“หา ใครน่ะ”

“ข้าเป็นสายตรวจจากโชซอนชาวโชซอนทุกคนที่มาจ้าเหมินจะต้องมาราย งานตัวกับข้า”

“แล้วจะทำยังไงดี แย่แล้วเรา แย่แน่ๆ”

“เปิดประตูๆ เปิดเดี๋ยวนี้ เปิดเร็ว” ทหารสั่ง

“เดี๋ยวนะ”

“เดินมานี่สิ”

“มีอะไรหรือครับ”

“ข้ามีหน้าที่ตรวจจับคนที่ค้าของเถื่อน ดังนั้นชาวโชซอนทุกคนที่มาจ้าเหมิน ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามต้องรายงานตัวกับข้า”

ซามฟูตกใจรีบพูดว่า “หนีห่าวมา”

“เจ้าเป็นชาวโชซอน ไม่ใช่หรือ”

“หนีห่าว เจ้อซื่อตัวซ่าวเฉียน เสียว เสียวแจ่ เสียวแจ่ หนี่จ่างเตอเจินเพี่ยวเลี่ยง เจินเพี่ยวเลี่ยงๆ โอ๊ย”

แต่ซามฟูพูดผิดแล้วก็ไม่เหมือนทำให้ทหารจับได้ “ยังจะโกหกอีก”

“หนีห่าวมา โอ๊ย”

“บอกความจริงมา”

“แล้วท่านเป็นใคร” ซามฟูย้อนถาม

“ข้ามีหน้าที่ตรวจจับพ่อค้าเถื่อนที่มาจากโชซอน แล้วเจ้าเป็นใคร มาจ้าเหมินทำอะไร”

“เออ คืออย่างนี้ครับ” ซามฟูนึกถึงคำพูดของดายงว่าต้องปิดเป็นความลับสุดยอดเรื่องการม าค้าโสม ทำให้เอาอึกอักมากขึ้น “คือ คือว่าข้า”

“ตอบคำถามข้าไม่ได้แสดงว่ามีพิรุธ พาตัวไป”

“ครับ”

“เฮ้ย เดี๋ยวก่อนสิ ปล่อยข้าไปเถอะ เออ อย่าจับข้าไปเลยนะ ปล่อยข้าเถอะ”

“มีใครอยู่รึเปล่า เปิดประตู”

ดายงเข้ามาแล้วถามว่า “ท่านเป็นใคร”

“ข้าเป็นสายตรวจจากโชซอนที่มาตรวจจับพ่อค้าเถื่อน”

“เป็นชาวโชซอนกล้ากำแหงในอาณาจักรต้าชิงหรือ” ดายงเสียงเข้ม

“ขออภัย ไปได้” ทหารรีบขอโทษ

“ข้าเชื่อว่าคงไม่มีปัญหาแล้ว” อิมซังอ๊กบอกกับพ่อบ้านวัง

พ่อบ้านวังก็เห็นด้วย “อืม”

“หัวหน้าวัง”

“คุณหนูท่านแต่งชุดต้าชิงได้สวยจริงๆ”

“เกิดเรื่องใหญ่แล้ว”

อิมซังอ๊กรีบถาม “มีอะไรหรือครับ”

“หัวหน้าโฮซามฟูถูกสายตรวจจับตัวไปแล้ว” ดายงบอกพ่อบ้านวังกับอิมซังอ๊ก ทั้งสองตกใจมาก

ด้านทหารก็นำตัวซามฟูมาสอบถามอย่างละเอียด

“เจ้ามาจ้าเหมินคนเดียวไม่ได้หรอก พรรคพวกของเจ้าอยู่ไหน แล้วพวกเจ้ามาจ้าเหมินทำไม”

ซามฟูอึกอัก “เออ ข้า”

“มาจ้าเหมินทำไม” ทหารซักอีก

“ข้ามาเพื่อค้าขาย”

“ค้าขาย แล้วสินค้าที่นำมาคืออะไร สินค้าตอนนี้อยู่ที่ไหน”

“เออ คือว่า ความจริงคืออย่างนี้ ข้าไม่ได้นำมาด้วย เพียงแค่มาหาลู่ทางว่าควรจะขายอะไร”

“พูดเหลวไหล คิดจะโกหกข้าหรือ ทหาร”

“ครับ”

“จับไปนั่งเครื่องทรมาน”

“ครับ”

ซามฟูตกใจมาก “อย่า อย่านะ อย่าครับใต้เท้า ใต้เท้า ฮือๆ”

กิดทังคูพาพกแทกับเทียเข้าจ่ายเงินทหารเพื่อหวังเข้าไปเยี่ยมแช ยุนจนได้

“ต้องขออภัยด้วย ที่ข้าทำให้เป็นห่วง” แชยุนซาบซึ้งใจทุกคนอย่างมาก

“เฮ้อ ดูสภาพของเจ้าสิ ซูบผอมซะจนจำแทบไม่ได้ ผู้คุมบอกข้าหมดแล้วนายกองซักถามยังไงเจ้าก็ไม่ยอมบอก เจ้าทำแบบนี้อาจถึงตายได้นะ บอกข้ามาเถอะได้กระดุมทองมาจากไหน บอกความจริงมาเถอะนะ บ้าจริงๆ เอ้า นี่ของเจ้า”

“พี่ซังอ๊กฝากเรามามอบให้เจ้า คืนวันที่เจ้าถูกจับมาเขาต้องไปจ้าเหมิน แต่พอรู้ข่าวว่าเจ้าถูกจับเขากระวนกระวายมาก”

“จะคุยกันให้ถึงเช้าหรือไง” ทหารเตือนเข้ามา

“ครับๆ รู้แล้วครับ พวกเราต้องกลับก่อนนะ”

“รักษาตัวด้วยล่ะ” ทั้งสามลาแชยุนกลับไป

เมื่อกลับออกมาเชาลีก็รีบถามกิดทังคูว่า

“ตอนนี้แชยุนเป็นยังไงบ้าง”

“จะเป็นยังไงซะอีก ก็โดนเฆี่ยนน่ะสิ เฮ้อ ถ้ายังไม่สารภาพอีกนางอาจจะถูกทรมานจนตายก็ได้”

“เฮ้อ แชยุนเองก็แปลกคนตอนที่เป็นทาสในจวนคงขโมยกระดุมทองของขุนนางคน เราบางครั้งมันก็โลภกันได้ ฮ่ะ ถ้าเป็นข้าป่านนี้สารภาพไปตั้งนานแล้ว”

“แต่ข้าคิดไม่เหมือนเจ้านะ”

“ทำไมล่ะ”

“ข้าเชื่อว่านางน่าจะมีเหตุผลที่บอกใครไม่ได้ เพราะว่า แววตาของแชยุนถ้ามองให้ดีมันเหมือนเปล่งประกาย ซึ่งถ้าเทียบกับเชาลีกับเมเมแล้ว มันแตกต่างกัน”

“ถูกเผง เพียงแค่เห็นแววตาที่เปล่งประกายของนางก็รู้แล้วว่านางต้องมีเห ตุผลส่วนตัว” พกแทว่า

“เงียบไปเลย” เชาลีดุ

“ฮ่ะๆ ไอ้พวกปัญญาอ่อนนึกว่าพวกเจ้ากินเป็นอย่างเดียวมองคนเป็นเหมือน กันนี่ นี่ พวกเจ้ารู้มั้ยความจริงข้ามองออกตั้งแต่ตอนที่ซังอ๊กพาแชยุนมาท ี่นี่แล้ว”

“ท่านเห็นอะไร” เมเมถาม

“คนงามมักอาภัพไง ข้าดูออกตั้งนานแล้วว่านางโหงวเฮ้งอายุสั้น ชะตาชีวิตของนางไม่เหมือนเจ้าสองคนมันคนละเรื่องกันเลย จะอธิบายให้ อย่างเจ้าสองคน เชาลีอาจอายุยืนกว่าเมเมนิดหน่อย อย่างเจ้าน่ะจะได้แก่คนเป็นอัมพาต” กิดทังคูว่า

“แช่งข้าหรือ”

ด้านแชยุนก็อ่านจดหมายที่อิมซังอ๊กฝากมาให้ มีใจความว่า

“ตอนที่เจ้าเห็นจดหมายฉบับนี้ ข้าคงอยู่กลางทุ่งหญ้าชายแดนเหลียวตงซึ่งเป็นเส้นทางไปเอียนจิง ทั้งที่รู้ว่าเจ้ากำลังลำบาก แต่ข้ากลับจากมาโดยไม่ได้ช่วยเหลือ เจ้าคงจะผิดหวังมาก ข้าก็เหมือนกัน เหมือนเดินอยู่ทางที่ไร้จุดหมาย แต่ว่า ข้ายังจำได้ดีถึงคำที่ว่าเจ้าจะรอข้า รอจนกว่าข้าจะกลับมา ถึงข้าจะไม่รู้ว่า เจ้าถูกทหารจับกุมตัวด้วยสาเหตุอะไร แต่ก็หวังว่าเจ้า คงจะแคล้วคลาดปลอดภัย”

เวลาเดียวกันอิมซังอ๊กก็สอบถามดายงเรื่องของซามฟูว่า

“ข้าอยากรู้รายละเอียดของสายตรวจที่มาจากโชซอน”

“คนที่ได้รับอนุญาตให้มาค้าขายกับคนที่แอบมาค้าขายแทบจะไม่ต่าง กันทุกคนที่จะมาค้าขายที่จ้าเหมินจะต้องรายงานตัวต่อหัวหน้าสาย ตรวจเพื่อจะได้ตรวจสอบมูลค่าสินค้าและเก็บภาษี แต่ถ้าสินค้าตัวไหนลักลอบนำเข้านอกจากจะถูกยึดยังต้องถูกปรับเป ็นเงินอีกด้วย”

พ่อบ้านวังเสริมว่า “ความจริงพวกสายตรวจก็เหมือนกับโจรดีๆ นี่เอง พวกมันพยายามหาผลประโยชน์จากพ่อค้าอย่างเรา ลือกันว่าสายตรวจที่มาอยู่จ้าเหมิน 1 ปี สามารถหาเงินที่ใช้ได้ไปจนถึงรุ่นหลาน หัวหน้าสายตรวจที่จ้าเหมินเห็นเงินตาโตทั้งนั้น เพราะฉะนั้นถ้าเราติดสินบนเขาต้องยอมปล่อยหัวหน้าโฮแน่ แต่ถ้าเราไปติดต่อเขาก็จะรู้ว่าเราเป็นใคร แถมยังต้องเปิดเผยสินค้าที่นำมาด้วย แต่เราจะยังเปิดเผยไม่ได้เพราะเรายังต้องนำโสมไปขายที่เอียนจิง อีกก็เลยทำให้ข้าหนักใจ”

“ถ้าหัวหน้าสายตรวจมีพฤติกรรมแบบนี้จริงเราก็จำเป็นต้องเผชิญหน ้ากัน จริงสิ รู้จักตำแหน่งผู้ตรวจการมั้ย”

“ผู้ตรวจการ”

“ก็คือขุนนางที่ได้รับพระบัญชาให้มาตรวจจับขุนนางที่ฉ้อราษฎร์”

“หมายความว่า เราจะปลอมเป็นผู้ตรวจการหรือ”

“ถูกต้อง”

“แล้วคิดว่า เขาจะเชื่อว่าเราเป็นผู้ตรวจการหรือ”

“คนที่ทำความผิดมักจะตื่นกลัวเหมือนกับวัวสันหลังหวะอยู่แล้ว ผู้ตรวจการจะมีหลักฐานเป็นราชสาสน์แต่งตั้งและป้ายทอง ซึ่งของทั้งสองสิ่งนี้เป็นยังไงข้ารู้ดี ส่วนการปลอมตัวก็ไม่น่าจะยากอะไร”

“ในตอนนี้เราเองก็ไม่รู้ว่าจะช่วยหัวหน้าโฮยังไง งั้นลองเสี่ยงดูก็แล้วกัน”

ด้านซามฟูเองก็นั่งร้องไห้เศร้าใจอยู่คนเดียว รำพึงรำพันคนเดียวว่า

“ฮือๆ เพราะฮุงต๊อกจูคนเดียวข้าคงไม่ได้เจอเชาลีอีกแล้ว ฮือๆ”

ทหารได้ยินเสียงซามฟูร้องไห้ก็เข้ามา “ที่นี่คือจ้าเหมินไม่ใช่โชซอน ถ้าเป็นที่โชซอนเจ้าก็จะต้องได้รับโทษตามกฎหมาย แต่ที่นี่ข้าคือกฎหมาย ถ้าหากเจ้า ไม่ทำตามที่ข้าสั่งก็จะต้องตายอยู่ที่นี่”

“อย่านะ”

“ข้าจะขอถามอีกครั้ง เจ้ามาจ้าเหมินทำไม พรรคพวกเจ้าอยู่ไหน”

“เออ คือ” ซามฟูอึกอัก

“ทหาร เริ่มทรมาน”

“ครับ”

ซามฟูร้องขอ “อย่านะใต้เท้าไว้ชีวิตข้าด้วย”

“ใต้เท้าเราพบชาวโชซอนแอบนำสินค้ามาขาย”

“อยู่ที่ไหน”

“เชิญตามข้ามา”

“ทหาร เอามันกลับเข้าไปขังในคุกก่อน”

“ครับ” ทหารพาซามฟูเข้าไปขังเหมือนเดิม

ทหารไปดักจับ และรอให้มีการแลกเปลี่ยนกันก่อนถึงจะลงมือ พอพวกนั้นลงมือก็ปรากฎตัวขึ้น อิมซังอ๊กคือหนึ่งในนั้นก็หันมาถามว่า

“มีธุระอะไร”

“ข้าเป็นสายตรวจจากโชซอนที่มาตรวจจับคนที่ลอบค้าของเถื่อน ชาวโชซอนทุกคนที่มาที่นี่ต้องมารายวานตัวกับข้า แล้วทำไมก่อนจะค้าขายถึงไม่แจ้งกับข้า จงวางของลงเดี๋ยวนี้”

“เราขออนุญาตแล้ว นี่เป็นใบอนุญาตกับรายการของสินค้า” อิมซังอ๊กยื่นให้ดู

“ไปตรวจสอบสินค้า” ทหารคนที่เป็นหัวหน้าสั่งลูกน้อง

“ครับ”

“ใครเป็นคนรับผิดชอบ”

อิมซังอ๊กออกรับหน้า “ข้านี่แหละ”

“งั้นตามข้ามา จ่ายข้ามา 30 ตำลึง แล้วข้าจะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น เพราะถ้าทำตามกฎเกณฑ์เจ้าจะต้องจ่ายภาษีอีกเยอะ เท่าที่ดูจากสินค้าเจ้าคงต้องเสียภาษีเยอะเลย ถ้ายอมจ่าย 30 ตำลึง ข้าจะปล่อยพวกเจ้าไป ว่าไง” ทหารรีดไถ่เอาง่ายๆ “จะยอมตกลงมั้ยล่ะ นี่อะไร”

“ดูให้ดีๆ ข้าได้รับพระบัญชาให้มาตรวจสอบพฤติกรรมของหัวหน้าสายตรวจประจำจ ้าเหมินลิวจอซอง และก็จริงอย่างที่ว่า เจ้าฉ้อราษฎร์บังหลวงตามข่าวที่ได้รับ ความผิดของเจ้าจะต้องได้รับโทษสถานหนัก” อิมซังอ๊กว่า

ทหารคนนั้นตกใจมาก “ใต้เท้า ไว้ชีวิตข้าด้วย ใต้เท้าข้ามีโทษสมควรตายโปรดอภัยให้ข้าด้วยโปรดอภัยให้ข้าสักคร ั้งเถอะ เมตตาข้าด้วย”

ซามฟูเห็นก็ทั้งอึ้งและตกใจ “เออๆ เฮ้ย เฮ้ยนั่นมัน”

อิมซังอ๊กถามเสียงเข้มว่า “คนพวกนี้เป็นใคร”

“เป็นพ่อค้าที่ถูกจับกุม เนื่องจากมาลักลอบ มาค้าขายที่จ้าเหมิน”

“เจ้าก็เลยคิดจะรีดไถแต่ไม่ได้ตามที่ต้องการก็เลยขังพวกเขาเอาไ ว้ใช่มั้ย” อิมซังอ๊กว่า

เรื่องย่อละครตามบทโทรทัศน์ อิมซังอ๊ก ตอนที่ 14 (ต่อ) 2

“เปล่า ไม่ใช่นะครับ”

“หุบปากนะ ตรวจสอบว่าเป็นใครบ้างแล้วลงโทษตามกฎหมายบ้านเมือง”

พ่อบ้านวังรีบน้อมรับคำสั่ง “ครับใต้เท้า”

“ความจริงต้องจับเจ้ากลับไปโชซอน แต่ข้าต้องกลับไปอีจูก่อนเพื่อหารือกับผู้ว่ายุน จากนั้นค่อยมาลงโทษเจ้า เข้าใจมั้ย”

“ใต้เท้า ได้โปรดไว้ชีวิตข้าด้วยเถอะครับ ไว้ชีวิตข้าด้วย”

พอซามฟูออกมาได้ พ่อบ้านวังก็รีบบอกให้ทุกคนรีบไปจากจ้าเหมินก่อนที่ความจะแตก

กิดทังคูมาคุยกับแม่ของอิมซังอ๊ก

“จะเปิดร้านอาหารหรือ” กิดทังคูถาม

“จะเปิดที่หน้าหมู่บ้านฮันเท”

“เอ้อ ก็ทำเลดีนะน่าจะได้ลูกค้าเยอะ แต่ทำร้านอาหารมันเหนื่อยมากนะแถมพวกขี้เหล้าพอเมาขึ้นมาก็ชอบอ าละวาด ในขณะที่พวกกินแล้วชอบชักดาบก็มีออกบ่อยไป”

“ข้าเตรียมใจไว้อยู่แล้ว ช่วยข้าหน่อยเถอะนะ” แม่ขอร้อง

“เฮ้อ แต่มันเหนื่อยมากเลยนะ” กิดทังคูค้าน

“ซังเอียนบอกว่าจะมาช่วยหลังเลิกงานน่าจะไม่มีปัญหา” ซังฮีว่า

“ใช่ครับ พอเลิกงานจากโรงเหล็กข้าจะกลับมาช่วยด้วย ช่วยพวกเราหน่อยเถอะ” ซังเอียนช่วยขอร้องอีกคนหนึ่ง

ส่วนทางด้านแชยุน ปาร์กจูมุงได้ช่วยเหลือเธอออกมาจากเรือนจำได้สำเร็จ ปาร์กจูมุงถามหัวหน้าชังว่า

“ตอนที่พานางออกมามีปัญหาอะไรรึเปล่า”

“ท่านผู้ว่ายุนอนุญาตแล้วรับรองว่าไม่มีปัญหาครับ”

“ขอบใจมาก เจ้ากลับไปทำงานเถอะ”

พวกกิดทังคูก็บอกพวกลูกน้องว่า

“นี่ ก่อนที่ร้านอาหารจะเปิดเราจะเปิดการแสดงเชื่อว่าคงเรียกลูกค้าไ ด้เยอะเลย แล้วก็พวกเจ้าช่วงที่ไม่มีการแสดงอย่างเชาลีกับเมเมก็ไปช่วยงาน เขาที่ร้านหน่อย”

“ได้” เชาลีน้อมรับด้วยความเต็มใจ

“แล้วก็ เทียตอง เฮ้ย ตอนกินน่ะเคี้ยวก่อนค่อยกลืนได้มั้ย นี่เล่นกลืนลูกเดียว”

เทียเถียง “ก็ไม่เห็นจะต้องเคี้ยวเลยนี่”

“เฮ้อ นั่งกินกับเจ้าทีไรข้าไม่เคยกินอิ่มซักที เห็นเจ้ากินแล้วข้าอยากจะบ้า อุ๊บ เมเม เอาแกงหัวไช้เท้ามาหน่อย”

“ค่ะ”

“เอ้อใช่”

“เร็วๆ หน่อย”

พกแทวิ่งหน้าตื่นเข้ามา “หัวหน้าๆ”

“ทำไมวิ่งหน้าตั้งมาเชียว”

“แชยุนถูกปล่อยตัวจากคุกแล้วนะ”

“จริงหรือ”

“ตอนนี้อยู่ไหน แชยุนอยู่ไหน” กิดทังคูถาม

“นายห้างใหญ่ซงซางพาไปแล้ว”

“อะไรนะ”

“นายห้างใหญ่ซงซางพาเขาไปทำไม”

“ข้าก็ไม่รู้หรอกนะ”

“ทำไมถึงไม่รู้ล่ะ” กิดทังคูสงสัยยิ่งนัก

แชยุนถูกนำตัวมาพบกับปาร์กจูมุง นางตื่นขึ้นมาปาร์กจูมุงบอกให้นางนอนพักก่อน

“ทำไมข้าถึงมาอยู่ที่นี่” แชยุนถาม

“ข้าเป็นคนช่วยเจ้าออกมาจากคุกเมืองอีจู”

“ทำไม ทำไมต้องมาช่วยข้าด้วย”

“ข้าไม่ต้องการเรียกร้องอะไรหรอก ไม่ต้องเป็นห่วง ตอนนี้เจ้ายังอ่อนแออยู่ จงพักผ่อนก่อนเถอะนะ”

ทางด้านฮูหยินได้เจอกับจิซู จึงถามเขาว่า

“เดี๋ยวก่อนสิเลขาจุง ที่ว่าจะไปเปียงยางจะไปเมื่อไหร่”

“ช่วงนี้ข้าต้องดูแลร้านเครื่องเหล็กเลยปลีกตัวไม่ได้ ข้าคิดว่าน่าจะเป็นเดือนหน้า”

“รีบไปรีบกลับล่ะ จะได้ขออนุญาตท่านแม่กลับมาแต่งงาน รู้มั้ยว่ามีกึมร้อนใจมากขาดไหน”

มีกึมอาย “ท่านแม่”

“ทำเป็นเขินแล้วแม่พูดผิดหรือ”

ภรรยาซามฟูแทรกขึ้น “ฮ่ะ น่าอิจฉามีกึมจังเลยได้แต่งกับคนที่ทั้งเก่งแล้วก็ทั้งหล่อ”

“ซามฟูของเจ้าก็ไม่เลวนี่ ช่วงนี้อยู่บ้านคนเดียวคงเหงามากสินะ” ฮูหยินย้อนแทนลูกสาว

“เฮ้อ ข้าต้องอยู่บ้านแค่คนเดียวเบื่อจะตายอยู่แล้ว”

“ตายอะไรกัน ชอบพูดจาไม่เป็นมงคล”

ปาร์กจูมุงได้พบกับจิซู ปาร์กจูมุงเชิญเขาดื่ม

“ขอบคุณ”

“เป็นยังไง นี่เป็นชาที่ดื่มกันในวังหลวงของต้าชิง เมื่อเทียบกับชาของโชซอนต่างกันมากมั้ย”

“กลิ่นหอมแรงเกินไปจนไม่อาจสัมผัสรสชาติของชา”

“ใช่ กลิ่นหอมแรงไป ตอนที่เจ้าดื่มชาเจ้าเน้นที่รสชาติหรือเน้นที่ความหอม” ปาร์กจูมุงถาม

“รสชาติและความหอมต้องผสานกลมกลืนเข้าด้วยกัน”

“ผสานและกลมกลืน เจ้าคิดว่าการร่วมมือกันระหว่างกลุ่มซงซางและกังซางจะนานสักแค่ ไหน เคยได้ยินเรื่องโง่ก๊กกับอวกก๊กมั้ย”

“สมัยที่โง่ก๊กกับอวกก๊กทำสงครามกัน ชาวโง่และชาวอวกเคยนั่งเรือลำเดียวกันแล้วเจอพายุ”

“เพราะฉะนั้นเขาจึงปรองดองกันได้ไม่นาน หลังจากขึ้นฝั่งแล้วก็จะต้องฟาดฟันกันเหมือนเดิม อีกไม่นานซงซางและกังซางต้องร้าวฉานกัน ถ้าเจ้ายังอยู่กับกลุ่มกังซาง สักวันต้องโดนข้าบดขยี้”

จิซูกลับมาชียางก็เข้ามาพบ

“อ้อ ท่านครับ ข้าตรวจสอบสินค้าที่มีอยู่เรียบร้อยแล้ว ตรวจสอบดูสิครับ”

“ไม่ต้องแล้ว”

“อ้าว เฮ้อ อุตส่าห์ทำแทบตาย แต่กลับไม่มองแม้แต่หางตา” ชียางบ่น

ชายอีกคนหนึ่งหมั่นไส้จิซูมากก็เอ่ยขึ้นว่า “พวกเราร่วมมือกันสำแดงเดชหน่อยดีมั้ยจะได้รู้ว่าไผเป็นไผ ชอบทำเป็นเก๊กอยู่เรื่อย”

ฮุงต๊อกจู ปั๊กกุง ชุนจอ แทจู มารวมตัวคุยกัน

“เป็นความจริงหรือ” ปั๊กกุงถาม

“ครับ ข้าเห็นเต็มสองลูกกะตาเลย” ชุนจอยืนยัน

แทจูเสริมว่า “เออ ทางกลุ่มซงซางอยากให้ขบวนเรือของเราช่วยลำเลียงสินค้าให้กับเขา จะรับดีมั้ยครับ”

ฮุงต๊อกจูถามว่า “เจ้าคิดว่าควรรับมั้ยล่ะ”

“เขาจ่ายค่าจ้างเท่าไหร่” ปั๊กกุงถาม

“เออ เขาให้ค่าจ้างงามมากครับ ในเมื่อตอนนี้เราก็ร่วมมือกันแล้วถ้าเขาใช้เรือของเราขนส่งสินค ้าก็น่าจะดี” แทจูว่า

ฮุงต๊อกจูกล่าวว่า “ตัดสินใจเองแล้วกัน”

“ครับพี่ใหญ่ ฮ่ะๆ”

“นายห้าง ท่านมีสั่งให้เลขาจุงไปที่ห้างซงซางรึเปล่า” ปั๊กกุงถามขึ้น

“ข้าไม่ได้สั่งนี่ ทำไม มีอะไรหรือ”

ปั๊กกุงรีบกลบเกลื่อน “อ้อ เปล่าครับ”

จิซูนั่งคิดถึงคำพูดของฮูหยินที่มาเร่งให้เขาเดินทางกลับไปบอกแ ม่เรื่องงานแต่งงานกับมีกึม ขณะที่ใจหนึ่งเขาก็คิดถึงคำพูดของปาร์กจูมงที่ว่า

“อีกไม่นานซงซางและกังซางต้องร้าวฉานกัน ถ้าเจ้ายังอยู่กับกลุ่มกังซาง สักวันต้องโดนข้าบดขยี้” ทำให้จิซูเริ่มคิดหนักว่าจะทำอย่างไรดี

ซามฟูพูดว่า “ฮ้า ตอนที่ข้าไปกับคณะทูตข้าเคยสังเกตแล้วพวกล่ามหลวงกับพ่อค้าฮันย างพอไปถึงเอียนจิงก็จะรีบไปหาพ่อค้ายา ส่วนพ่อค้ายาก็จะขนเงินจีนมาให้เป็นคันรถเลย เพราะฉะนั้นแค่ขายให้ได้ราคาดีก็พอ เรื่องการติดต่อกับพ่อค้ายาข้ากับซังอ๊กจัดการเอง ส่วนเรื่องผ้าไหมที่เราจะซื้อกลับไปขายพรุ่งนี้แวะไปดู มีอีกเรื่องนึง เออ คุณหนูดานุง ถ้าอยากไปเดินเที่ยวในเมืองเอียนจิงก็ขอให้เปลี่ยนชุดหน่อยเถอะ นะ เพราะตามถนนหนทางขนาดกลางวันแสกๆ ยังมีการจี้ปล้น ยิ่งเป็นผู้หญิงถ้าแต่งชุดโชซอนเดินออกไป อาจจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นมาก็ได้”

จากคำพูดของซามฟู ทำให้อิมซังอ๊กคิดถึงพ่อ แล้วเรื่องราวที่เขาได้คุยกับพ่อว่า

“ตอนที่ผ่านด่านซานไห่กวานเห็นป้ายบนนั้นรึเปล่า” พ่อว่า

“เห็นครับ”

“ป้ายเขียนว่าอะไร”

“ป้ายเขียนว่าด่านหนึ่งในใต้หล้า”

“ถูกต้อง ด่านหนึ่งในใต้หล้า ตอนที่พ่อเห็นข้อความนี้ ก็คิดว่าตัวเองสามารถเป็นล่ามหลวงอันดับหนึ่ง แต่ในที่สุดกลับทำไม่ได้”

“การที่ข้าศรัทธาในตัวท่านพ่อก็เพราะท่านพ่อเชื่อมั่นในเป้าหมา ยของตัวเองมาตลอด”

“เชื่อมั่น ฮึ ถ้าไปถึงเป้าหมายไม่ได้ความเชื่อมั่นก็คือสิ่งไร้ค่า เป็นแค่ความคิดโง่ๆ”

“ท่านพ่อๆ ท่านพ่อๆ”

กลุ่มของอิมซังอ๊กและดายงสามารถเดินทางมาจนถึงเมืองเอียนจิง ดายงเข้าไปในร้านผ้าไหม

“อ้อ สวัสดีครับ รับอะไรครับ”

อิมซังอ๊กบอกจุดประสงค์ไปว่า “เราอยากจะซื้อผ้าไหม”

“จะซื้อเท่าไหร่ครับ”

“ขอดูก่อน”

“ได้ครับ เชิญเลือกได้เลยครับ”

ซามฟูตื่นตาตื่นใจ “โอ้โห เหลือเชื่อจริงๆ ผ้าไหมมีสารพัดลายแบบนี้เชียวหรือ”

“ผ้าไหมมีอยู่หลายชนิด เช่นไหมแท้ ไหมเทียม ไหมแก้ว ยังมีผ้าไหมที่ได้จาก3หัวไหมและไหมบนซึ่งยังจำแนกได้อีกนับไม่ถ ้วนทีเดียว เหมือนอย่างเช่นการจำแนกโดยลายของมัน พวกนี้เรียกไหมลายน้ำ พื้นทอด้วยไหมแก้วลายดอกทอด้วยหัวไหมที่ย้อมสีเดียวกัน นี่เป็นไหมลายดอกย้อมสีและนี่ก็ไหมลายดอกพิมพ์ลาย ส่วนพับนี้เป็นไหมแก้วละเอียดลายดอก”

“เออ แล้วเราควรซื้อผ้าไหมแบบไหนกลับไปถึงจะได้กำไรสูงสุด”

อิมซังอ๊กตอบว่า “ตามความคิดของข้า ควรซื้อผ้าไหมลายดอกดิ้นทองกลับไป”

“ผ้าไหมลายดอกดิ้นทอง เป็นของที่ใช้ในวังเท่านั้นนะ” ดายงว่า

“เรื่องนี้ข้าทราบดี”

พ่อบ้านวังแทรกขึ้น “ในเมื่อรู้แล้วทำไมยังแนะนำ มองแคบแบบนี้จะขายของยังไง”

“ฤดูใบไม้ผลิปีหน้าจะครบ 3 ปีที่อดีตองค์เหนือหัวทรงสวรรคต ซึ่งเหล่านางในจะต้องพากันตัดชุดใหม่”

“เอาอย่างนี้เราจะลองไปติดต่อขายโสมที่ร้านขายยา” ซามฟูว่า

พ่อบ้านวังพยักหน้า “งั้นก็ได้”

“ไปเถอะ”

“เขามองการไกล รู้ว่าเวลาไหนควรขายอะไร เฮ้อ การเป็นแค่คนงานภายในร้านเครื่องเหล็กน่าเสียดายจริงๆ” พ่อบ้านวังชื่นชม

ซามฟูกับอิมซังอ๊กพากันนำโสมไปขาย

“เรายังไม่ต้องการ ไปขายร้านอื่นก็แล้วกัน”

ซามฟูมองหน้าไม่เข้าใจ “ทำไมไม่เอาล่ะ”

“โสมของเราเป็นโสมชั้นยอดจากซงตู เถ้าแก่ดูก่อนสิครับ”

“แปลกคนแฮะ ก็บอกแล้วว่าไม่เอา พอแล้ว ออกไปได้แล้ว” ชายคนนั้นบ่น

ซามฟูมองแล้วถาม “เขาไม่เอาหรือ”

พ่อบ้านวังเองก็แปลกใจ “เกิดอะไรขึ้นทำไมขายไม่ได้”

“เราไปมาถึง 5 6 ร้าน แต่ทุกร้านกลับปฏิเสธทั้งๆ ที่ยังไม่เห็นโสม”

ดายงนิ่งคิด “เป็นเพราะสาเหตุอะไร”

“ตอนแรกข้าก็ยังไม่รู้ว่าทำไม ตอนหลังมีคนงานในร้านขายยายอมบอกพวกเราเพราะเกิดข่าวลือขึ้นในเ มืองเอียนจิงว่า โสมที่มาจากโชซอนมีพิษกินแล้วจะเกิดอาการท้องเสีย”

“ข่าวลือบ้าๆ แบบนี้เกิดขึ้นได้ยังไง ในโสมมันจะมีพิษได้ยังไง” พ่อบ้านวังหัวเสีย

ซามฟูไม่เข้าใจ “แต่พวกร้านขายยาพากันเชื่อแบบนี้กันหมด ขายไม่ได้แล้วล่ะ”

“การที่เกิดข่าวลือขึ้นมันจะต้องมีสาเหตุ ในปัจจุบันโสมที่ล่ามหลวงและพ่อค้าจากเมืองหลวงฮันยางนำมาขายที ่เอียนจิงล้วนเป็นโสมขาว ที่ได้จากการปลูกในไร่ซึ่งสะอาด แต่ก็เคยมีคนลือกันว่าเมื่อกินโสมขาวแล้วเกิดอาการท้องเสีย” ดายงว่า

“ข้าเองก็เคยได้ยินมาเหมือนกัน แต่ว่าไม่มีหลักฐาน” พ่อบ้านวังเสริม

“ในเมื่อเกิดข่าวลือแบบนี้ขึ้นมันก็ช่วยไม่ได้เหมือนกัน แต่ว่า โสมที่เรานำมาไม่ใช่โสมขาวแต่ว่าเป็นโสมแดง”

“เออ โสมแดงมันเป็นยังไง”

ดายงอธิบายว่า “คือโสมที่นึ่งแล้วนำมาตากแดด ในอดีตปาร์กยูจ๊กชาวซงตูพอรู้ว่าโสมขาวมีพิษแฝงอยู่จึงค้นคว้าต ามหลักการของชาวจีนแล้วก็พบว่า ถ้านำโสมมานึ่ง แล้วตากให้แห้งนอกจากจะไม่ทำให้ท้องเสียยังรักษาคุณภาพได้นานแถ มให้ผลดีกว่าโสมขาว ถ้าอธิบายคุณสมบัติของโสมแดงให้พวกเขาฟังข้าเชื่อว่าต้องได้ราค าดีกว่าโสมขาวแน่”

“แต่พวกเขาไม่มองเลยแล้วจะอธิบายยังไง ไม่มีสิทธิ์แล้วล่ะ”

“ช่วยพาข้าไปร้านยาที่ใหญ่ที่สุดก็แล้วกัน ข้าจะลองคุยกับพวกเขาดู” ดายงเสนอ

พวกอิมซังอ๊กไปรอคุยกับเจ้าของร้าน แต่ปรากฎว่ารออยู่นาน 1 ชั่วยาม ก็มีชายคนหนึ่งออกมาบอกว่า

“ต้องขออภัย นายของเรางานยุ่งพบพวกท่านไม่ได้ เชิญกลับเถอะ”

อิมซังอ๊กหันมาปรึกษากับพรรคพวก “เอายังไงดีเขาไม่ยอมพบพวกเรา”

ซามฟูหัวเสียอยู่แล้ว บ่นว่า “มันน่าบ้องกะโหลกปล่อยให้รอตั้งนานพอส่งน้ำชามาเสร็จก็ไล่ตะเพ ิดกลับแบบนี้ใช้ได้ที่ไหนกัน”

“ถึงจะเอาโสมไปขายกับใครก็ไม่มีใครซื้อหรอก”

“เออ เจ้าเป็น เป็นชาวโชซอนหรือ” พ่อบ้านวังถาม

“ครับ ข้าชื่อคิมแดวาน ร้านของเราเป็นร้านที่ใหญ่ที่สุดในเอียนจิง ชาวโชซอนทุกคนที่มาจึงมาหาเราข้าจึงมีหน้าที่ต้อนรับโดยตรง”

ดายงขอร้อง “พยายามช่วยให้เราได้พบเถ้าแก่หน่อยได้มั้ย”

“ขออภัย ข้าไปเรียนหลายครั้งแล้วแต่เขาไม่อยากพบพวกท่าน”

“งั้นขอรบกวน ขอกระดาษกับพู่กันข้าได้มั้ย”

ซามฟูมองแล้วถามว่าเขียนอะไร อิมซังอ๊กฝากข้อความมอบให้เถ้าแก่ด้วย

“ไม่ทราบนะครับว่าเขาจะอ่านรึเปล่า”

“ตอนนี้เราพักอยู่ในโรงเตี๊ยมถนนไห่ตง ถ้าเถ้าแก่อยากพบพวกเราเชิญไปหาที่นั่นได้”

“ได้ครับ”

“ที่เจ้าเขียนเมื่อกี้เป็นกลอนไม่ใช่หรือ แล้วเจ้าทำไปเพื่ออะไร” พ่อบ้านวังถาม

“ก็แค่เขียนกลอนระบายความในใจ ไม่มีอะไรมากหรอก”

“ข้าล่ะงงเจ้าจริงๆ แล้วจะทำยังไงต่อไปเราอุตส่าห์มาตั้งไกลอย่าว่าแต่ได้เงินเลย เงินซื้อผ้าไหมฝากเมียข้าก็ยังไม่มี” ซามฟูบ่น

“หรือว่าเรายอมลดราคาเพื่อจะได้ขายมันให้หมด”

ดายงได้ยินก็ร้องห้าม “ไม่ได้เด็ดขาดนะ”

จุนฮวานเข้ามา “คุณหนูข้าจุนฮวานครับ”

“เข้ามาสิ มีอะไร”

“คนของร้านยามาขอพบ”

“หา ถ้างั้นรีบเชิญ”

“ครับ”

ชายคนเดิมมาบอกว่า “เถ้าแก่ยอมพบพวกท่านแล้ว เถ้าแก่อยากพบท่านเป็นการส่วนตัว”

พวกอิมซังอ๊กรีบเดินทางไปพบเถ้าแก่ร้าน อิมซังอ๊กเข้าไปพบกับเถ้าแก่ร้านเพียงลำพัง เถ้าแก่ร้านถามว่า

“รู้มั้ยนี่เป็นบทกลอนของใคร”

อิมซังอ๊กตอบว่า “เป็นของอู๋เหว่ยเยี่ยครับ”

“รู้จักอู๋เหว่ยเยี่ยด้วยหรือ”

“ใช่ครับ”

“งั้นเล่าให้ข้าฟังหน่อย”

ซามฟูอยู่ข้างนอกก็กระวนกระวายใจยิ่งนัก

“แปลกแฮะ เข้าไปตั้งนานแล้วนะทำไมยังไม่กลับออกมา หรือว่าเกิดปัญหาถึงข้าจะรู้ว่าซังอ๊กมีความสามารถสูงขนาดเถ้าแ ก่ร้านที่ไม่ยอมให้พวกเราพบมันก็ยังเข้าพบจนได้จะต้องมีอะไรแน่ ๆ หา เป็นยังไงบ้าง”

อิมซังอ๊กออกมาบอกทุกคนว่า “เขาให้ ชั่งละ 200 ตำลึงจีน เขาจะซื้อทั้งหมด”

ซามฟูฟังแล้วตกใจมาก “หา”

อิมซังอ๊กเขียนบทคำกลอนของอู๋เหว่ยเยี่ยจนทำให้เถ้าแก่ร้านขายย าเกิดความซาบซึ้งและรับซื้อโสมเอาไว้ทั้งหมด

พ่อบ้านวังถามอิมซังอ๊กว่า

“เจ้าใช้วิธีอะไรถึงสามารถทำให้เขาเปลี่ยนใจ เพราะบทกลอนที่เขียนใช่มั้ย”

“ใช่ครับ”

“กลอนบทเดียวทำให้คนเปลี่ยนใจได้เป็นไปได้ยังไง พูดให้ละเอียดหน่อยได้มั้ย” ซามฟูไม่เข้าใจ

“กลอนที่ข้าเขียน เป็นของกวีเอกอู๋เหว่ยเยี่ย”

“อู่เหว่ยเยี่ย ทำไมข้าไม่เคยได้ยินชื่อไม่ใช่หลี่ไป๋สักหน่อย แค่บทกลอนของกวีปลายแถวแต่กลับเปลี่ยนใจคนได้มันเจ๋งขนาดนั้นเช ียวหรือ”

อิมซังอ๊กเล่าเรื่องที่เขาเข้าไปพบกับเถ้าแก่ร้านให้ฟังว่า เถ้าแก่ร้านถามเขาว่า

“รู้มั้ยว่าเป็นบทกลอนของใคร”

“เป็นบทกลอนของอู๋เหว่ยเยี่ยครับ”

“รู้จักอู๋เหว่ยเยี่ยด้วยหรือ”

“ครับ”

“ดี งั้นเขาเป็นใคร”

“เขาเป็นขุนนางในรัชสมัยฉงเจิ้นฮ่องเต้กษัตริย์องค์สุดท้ายแห่ง ต้าหมิง ทั้งยังเป็นกวีเอก ราชวงศ์หมิงล่มสลายตอนเขาอายุ 36 ปี ตอนแรกเขาคิดจะใช้ชีวิตพเนจรแต่ภายหลังได้กลับมาเป็นขุนนางต้าช ิงเมื่ออายุ 45 บทกลอนที่ข้าเขียนเป็นบทกลอนที่อู่เหว่ยเยี่ยตำหนิตนเองที่อ่อน ไหวยอมเป็นบ่าวสองนายรับใช้ราชวงศ์ชิง”

“ทำไมเจ้าถึงเขียนกลอนบทนี้ส่งมาให้ข้า” เถ้าแก่ถาม

“เพราะข้าคิดว่าท่านน่าจะสืบเชื้อสายจากชาวฮั่นคงเข้าใจความรู้ สึกของอู๋เหว่ยเยี่ย ทั้งข้ายังรู้ดีว่าหลังจากราชวงศ์หมิงล่มสลายลงเพราะเผ่าหนีเจิ นชาวฮั่นรู้สึกเจ็บช้ำเป็นอย่างมาก เพราะศิลปะทุกอย่างแทบจะถูกทำลายจนหมดสิ้น อย่างโชซอนของข้าที่ถูกอาณาจักรชิงปกครอง เราต้องเจ็บปวดในฐานะประเทศราช ข้าจึงเข้าใจความรู้สึกของพวกท่าน”

“ข้าเคยเจอกับพ่อค้ามาเป็นจำนวนมากแต่ว่า ไม่มีใครเหมือนเจ้าเลยสักคนที่สามารถเข้าใจความรู้สึกของผู้อื่ น พ่อค้าอย่างเจ้าถึงแม้ว่าจะนำอะไรมาขายข้าก็ไว้ใจและยินดีที่จะ ซื้อ บอกข้ามาสิว่าเจ้านำอะไรมาขาย”

เมื่อฟังจบแล้วพ่อบ้านวังถามว่า “แล้วเจ้ารู้ได้ยังไงว่าเถ้าแก่ร้านเป็นชาวฮั่น”

“เอียนจิงแบ่งออกเป็นเมืองชั้นในและเมืองชั้นนอก หลังจากเผ่าหนีเจินก่อตั้งอาณาจักรชิงก็ขับไล่ชาวฮั่นในเมืองออ กมาอยู่ที่เมืองชั้นนอก ซึ่งชาวฮั่นที่ถูกขับไล่ออกมาส่วนใหญ่จะกลายเป็นพ่อค้ามีฐานะแล ะมีอิทธิพลในปัจจุบัน ตอนที่เราเข้าไปในร้านขายยาไม่มีของสิ่งไหนเลยที่บ่งบอกความเป็ นต้าชิง มีก็แต่หนังสือและเครื่องกระเบื้องของต้าหมิง ประกอบกับ ภาพวาดที่แขวนอยู่บนผนังและตัวอักษรล้วนเป็นของสมัยหมิง ข้าถึงได้มั่นใจว่าเถ้าแก่เป็นชาวฮั่น เพราะฉะนั้นข้าจึงเชื่อว่าเขาจะต้องระลึกถึงราชวงศ์หมิง หลังจากที่คิดได้เช่นนั้นข้าถึงได้ลอง เขียนบทกลอนของอู๋เหว่ยเยี่ยไปให้เขาอ่านและคงเพราะโชคดีที่สาม ารถเปิดใจทำให้เขายอมรับ”

“ใครว่าโชคดี เจ้าอย่าถ่อมตัวเลย ถ้าไม่ได้เจ้าเราคงยากที่จะขายได้”

ซามฟูได้โอกาสคุยเบ่งบ้าง “ฮ่ะๆ แน่อยู่แล้วเขาเป็นพ่อค้าที่สวรรค์ส่งมา พวกท่านรู้มั้ยเรื่องที่กลุ่มซงซางไปเหมาซื้อดีบุกแล้วตั้งโรงเ หล็กขึ้นจนทำให้กลุ่มซงซางเดือดร้อนล้วนเกิดขึ้นจากสมองของซังอ ๊กทั้งนั้น เขาน่ะ ฮ่ะๆ เปรียบเหมือนมือซ้ายมือขวาของข้าเลย เออ ติ๊ต่างก็คือว่าข้าน่ะคือเล่าปี่เขาคือจูกัดขงเบ้ง ฮ่ะๆ”

พ่อบ้านวังฟังซามฟูแล้วได้แต่ส่ายหน้า จากนั้นพ่อบ้านวังก็ไปคุยกับดายงตามลำพัง

“ขอบอกตามตรง พอเห็นความสามารถของซังอ๊กแล้ว ข้าหนาวไปถึงขั้วหัวใจเนื่องจากเขาบาดหมางกับท่านนายห้างใหญ่ ถ้าวันหน้าเขาคิดจะเล่นงานกลุ่มซงซาง เชื่อว่าจะต้องทำให้เราเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส”

“ท่านพ่อทำให้เขาต้องสูญเสียพ่อไป แถมเคยทำให้เขาต้องบ้านแตกสาแหรกขาด ถึงในอนาคตกลุ่มซงซาง ต้องลำบากยากเข็ญสักแค่ไหน มันก็เทียบกับเขาไม่ได้อยู่ดี” ดายงกล่าว

ทางด้านกิจการร้านอาหารของแม่อิมซังอ๊กก็ดำเนินไปด้วยดี คนเข้าร้านไม่ขาดสาย

“ขายดีจริงๆ ไม่อยากจะเชื่อเลย แค่วันแรกลูกค้าก็แน่นร้านซะแล้ว ฮ่ะๆ” หญิงสาวที่มาช่วยแม่ขายชื่นชม

“เพราะเขามาเปิดการแสดงก็เลยเรียกลูกค้าได้เยอะ จะขายดีจริงรึเปล่าต้องรอดู” แม่ว่า

“เจ๊รู้รึเปล่าพวกผู้ชายที่นั่งอยู่ตรงโน่นกับพวกผู้ชายที่นั่ง อยู่ตรงนี้ ที่พวกเขามาอุดหนุนก็เพราะว่าเห็นแก่ข้าหรอกนะเนี่ย ฮ่ะๆ สมัยที่ข้าทำงานอยู่ที่โรงเตี๊ยมตรงปากแม่น้ำพวกผู้ชายพากันมาร ุมจีบข้ายังกับหนูแย่งข้าวสารกันกินยั๊วเยี๊ยเต็มไปหมดเลย ฮ่ะๆ ก็อย่างว่าแหละนะผู้ชายมักจะชอบตอดเล็กตอดน้อย คอยดูก็แล้วกันพวกลูกค้าขาประจำที่โรงเตี๊ยมปากแม่น้ำจะต้องย้า ยมากินที่ร้านนี้เพราะข้าแน่ๆ ฮ่ะๆ”

“ขี้เกียจคุยด้วยแล้ว ทำงานดีกว่า” แม่เดินไปทำอาหารต่อ

แม่เดินมาดูพวกพกแทที่นำการแสดงมาช่วยในวันเปิดร้าน พร้อมบอกให้ทุกคนไปทานอะไรก่อน

ขณะที่กิดทั้งคูจะขอเข้าไปเยี่ยมแชยุน แต่หัวหน้าชังไม่ยอมให้เข้า

“เออ ทำไมข้าถึงเข้าไปพบกับนางไม่ได้ล่ะ แชยุนเป็นหนึ่งในนักแสดงของคณะเป็นเหมือนลูกข้านะทำไมเจอไม่ได้ ”

“ตอนที่นางอยู่ในคุกเจ้าทำอะไรบ้าง รู้มั้ยเราใช้เงินเท่าไหร่ในการช่วยเหลือนางออกมา เงินที่กลุ่มซงซางจ่ายไปถึงเจ้าจะหาทั้งชาติก็หาไม่ได้หรอก”

กิดทังคูได้แต่อ้ำอึ้งไป “เออ”

“กลับไปได้แล้ว”

“ทำไมนายห้างซงซางต้องใช้เงินจำนวนมาก ในการช่วยเหลือแชยุนออกมา นางก็เป็นแค่นักแสดงกระจอกๆ คนหนึ่งเท่านั้นมันต้องมีเหตุผลสิน่า ถ้าหากนายห้างซงซางอยากจะได้นางเป็นอนุล่ะก็ เออ เชิญท่านบอกข้ามาได้เลยเหมือนอย่างครั้งที่แล้ว จ่ายเงินแค่หน่อยเดียวข้าจะเจรจาให้ รับรองไม่มีปัญหาแน่ๆ”

“ข้าสั่งให้เจ้ากลับไปยังจะไม่ไปอีก”

“เหวอ ครับ ครับๆ ข้าไปแล้วจะไปเดี๋ยวนี้แหละ ไปนะครับ”

เวลาเดียวกันนี้โซลี สาวใช้คนหนึ่งเข้ามาดูแลแชยุน

“รีบดื่มซะสิ เจ้ากับอิมซังอ๊กเป็นอะไรกันหรือ ครั้งนั้นตอนที่เจ้ามา ดูจากท่าทางตอนที่เขามารับ คงไม่ใช่แค่เพื่อนกันธรรมดา”

“เขาเคยช่วยชีวิตข้า” แชยุนตอบไป

ทางด้านปาร์กจูมุงก็ให้หัวหน้าชังไปสืบว่าทำไมแชยุนถึงมีกระดุม ทอง

“เจ้าสืบรู้รึยังว่าทำไมนางถึงมีกระดุมทอง”

“สืบได้แล้วครับ นางชื่อว่ายุนแชยุนเป็นบุตรสาวของเจ้ากรมการศึกษายุนซองพีขุนนา งขั้นสอง ยุนซองพีถูกประหารในโทษฐานเป็นกบฏทรัพย์สมบัติถูกยึดส่วนนางถูก จับตัวเป็นทาส ต่อมาได้หลบหนีแล้วมาอยู่เมืองอีจู มาอยู่ในคณะการแสดง”

“นางไม่มีญาติหรือ”

“นางเหลือแค่ตัวคนเดียว”

ด้านโซลีก็เข้ามารายงานปาร์กจูมุงว่า “ข้าถามถึงความสัมพันธ์กับอิมซังอ๊กแล้วนางบอกว่า อิมซังอ๊กเคยช่วยชีวิตนาง”

“แล้วร่างกายเป็นยังไงบ้าง”

“นางแข็งแรงขึ้นมากแล้วสามารถลุกขึ้นเดินได้”

“ดี กลับออกไปได้แล้ว” ทั้งสองออกไป

ปาร์กจูมุงเข้าไปคุยกับแชยุนตามลำพัง

“ข้าเป็นคนช่วยเจ้ามาจากคุกจวนอีจู”

“ทำไมท่าน ถึงได้ช่วยเหลือข้า” แชยุนย้อนถามด้วยความอยากรู้

“ข้าไม่ได้ทำเพื่อหวังสิ่งตอบแทนสบายใจได้ ข้าเป็นพ่อค้าจากเมืองซงตู อยากไปซงตูกับข้ามั้ย ถ้ายังอยู่กับคณะเจ้าก็จะต้องถูกลวนลามด้วยสายตาตลอดไป ทางที่ดีไปอยู่กับข้าเถอะ” ปาร์กจูมุงพูดทิ้งท้ายไว้ให้แชยุนได้ตัดสินใจ

อิมซังอ๊กมีโอกาสได้คุยกับดายงตามลำพัง เขากล่าวกับนางว่า

“ขายโสมได้แล้วค่อยโล่งอกหน่อย พรุ่งนี้ไปเดินเล่นในตลาดกันหน่อยมั้ย ข้าเคยมาแล้วยินดีนำทาง ที่ถนนใหญ่ในเมือง มีโรงเตี๊ยมที่ชื่อว่าชั้นหนึ่งซาลาเปาเขาขึ้นชื่อมาก การที่ชื่อว่าชั้นหนึ่ง เล่ากันว่าหลังจากเฉียนหลงฮ่องเต้เสวยซาลาเปาของร้านแล้วถึงกับ อุทานว่าชั้นหนึ่ง”

ดายงกล่าวไปอีกเรื่องหนึ่งว่า “ตลอดเวลาที่อยู่ในเอียนจิง ข้าคิดอยู่เสมอ 3 ปีก่อนข้าชวนท่านมาร่วมงาน ถ้าตอนนั้นท่านยอมรับข้อเสนอมันก็น่าจะดี ถ้าหากท่านยอมรับ ก็คงจะไม่อาฆาตแค้นนายห้างใหญ่เหมือนอย่างทุกวันนี้ อีกทั้งท่านจะต้องประสบความสำเร็จในการค้าอย่างรวดเร็ว ถ้าหากท่านยอมรับ ทุกครั้งที่ข้าได้เห็นหน้าท่าน ก็คงไม่รู้สึกละอายใจและขมขื่นขนาดนี้ ข้ารู้ดีวันเวลาย้อนกลับคืนไม่ได้ แต่ทุกครั้งที่นึกถึง มันทำให้ข้าไม่สบายใจเลยจริงๆ”

“ถึงตอนนั้น ข้าจะยอมรับข้อเสนอของท่าน ข้าก็คงจะทำได้ไม่นานนัก เพราะข้ารู้แล้ว การค้าที่แท้จริงไม่ได้ทำเพื่อเงิน แต่การค้าคือการซื้อใจคน ขณะที่นายห้างใหญ่ซงซาง เห็นเงินมีคุณค่าสำคัญยิ่งกว่าคน ซึ่งข้ายอมรับใช้ไม่ได้หรอก หัวหน้าวังเคยบอกข้าว่า การบาดหมางกันระหว่างข้ากับนายห้าง ทำให้แม่นางรู้สึกทุกข์ใจเป็นอย่างมาก จงอย่าคิดอย่างงั้นอีกเลย มันไม่ได้เลวร้ายเหมือนอย่างที่ท่านคิด แม้ว่า ความแค้นที่ข้ามีต่อนายห้างใหญ่ จะยังฝังอยู่ในใจ แถมยังเคยถึงกับ อาฆาตแค้นอยู่ในส่วนลึก จนเจ็บปวดทรมาน แต่ในตอนนี้ข้าได้ทิ้งมันไปแล้ว ถ้าในใจของคนค้าขายมีแต่ความแค้นแล้วเขาจะขายของได้ยังไง ข้าจึงมีเป้าหมาย ข้าต้องเป็นพ่อค้าที่ประสบความสำเร็จ และให้ความสำเร็จนี้ กลายเป็นบทเรียนตอกย้ำนายห้างใหญ่ว่าสิ่งที่เขาทำ มันช่างน่าละอายและไร้คุณค่า

ข้าน่ะไม่เป็นไร แต่แม่นางน่ะสิต้องทำงานกับคนที่เลือดเย็นอย่างเขา ภายในใจคงขมขื่นมากทีเดียว ถึงข้าจะไม่ควรพูดแบบนี้กับท่าน แต่เมื่อไม่นานมานี้ ข้าได้รู้ซึ้งแล้วว่านายห้างใหญ่คือบุคคลอันตราย ไม่ได้ดีเหมือนอย่างที่ท่านคิด แม้ข้าจะไม่รู้ว่า ท่านเป็นอะไรกับเขาและได้มาร่วมงานกับคนที่เลือดเย็นประเภทนี้ไ ด้ยังไง แต่ข้าคิดว่า ท่านควรจะรีบปลีกตัวจากนายห้างใหญ่ซะ แล้วผลดีจะเกิดขึ้นกับท่านเอง”

คำพูดของอิมซังอ๊ก ยิ่งสร้างความหนักใจให้กับดายงไม่น้อย เพราะถึงขนาดที่อิมซังอ๊กบอกให้เธอปลีกตัวมาจากปาร์กจูมุง ซึ่งเป็นพ่อของนางเอง

โซลีเข้ามาดูแลแชยุน นางขอให้โซลีพาไปพบกับปาร์กจูมุงที

“นั่งสิ สีหน้าดีขึ้นเยอะนี่แสดงว่าคงจะหายแล้ว มีเรื่องอยากจะคุยกับข้าหรือ”

“ข้าจะไม่มีวันลืมความเมตตาของท่านในช่วงเวลาที่ผ่านมา แต่ว่า ข้าควรกลับหมู่บ้านนักแสดงได้แล้ว”

“ความจริงเจ้าไม่ได้เป็นคนของที่นั่น ข้ารู้แล้วว่าเจ้าคือบุตรสาวของท่านเจ้ากรมการศึกษายุนซองพี แม้แต่เรื่องที่เจ้าเป็นทาสในค่ายทหารแล้วหลบหนี ข้าก็ยังรู้ ข้ายินดีดูแลเจ้าดั่งเช่นคนในตระกูลขุนนาง ไปซงตูกับข้าเถอะ”

“ขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง แต่ข้าก็ยังอยากกลับไป”

“เจ้าไม่มีความเกี่ยวดองใดๆ กับคณะนักแสดงแล้วและมีเหตุผลอะไรที่จะต้องกลับไปอีก”

“เพราะใจข้ามีเจ้าของแล้ว ข้ากำลังรอเขากลับมา”

“ถ้าเป็นอย่างงั้นก็ไม่เป็นไรหรอกนะ แล้วสักวันหนึ่ง ข้าเชื่อว่าเจ้าจะต้องไปหาข้าที่ซงตูเอง” ปาร์กจูมงกล่าวอย่างมั่นใจมาก

ด้านกิดทังคูก็กำลังบ่นกับพวกลูกน้องถึงเรื่องแชยุน

“โบราณเขาว่าไว้ถูก ถ้ารับผู้หญิงผมดำเอาไว้สักวันต้องทรยศนาย ต่อไปข้ายอมไว้ใจหมาดีกว่าไว้ใจคน” กิดทังคูบ่น

พกแทโพล่งขึ้น “หมายถึงแชยุนหรือ”

“นังตัวดีนั่นแหละข้าอุตส่าห์รับเข้าคณะแต่แล้วกลับมาทำเป็นเหม ือนไม่รู้จักกัน”

“แชยุนอาจจะมีเหตุผลจำเป็นก็ได้นะครับ”

“เหตุผลอะไร ไปอยู่กับกลุ่มซงซางกี่วันแล้วจนป่านนี้ยังไม่โผล่มา นางคงอยากจะเป็นอนุของนายห้างใหญ่”

“เดี๋ยวครับน้า” พกแทเรียกหญิงคนที่มาช่วยแม่ทำร้านอาหาร

“ทำไม”

“โต๊ะนี้ไม่ได้มีเขาคนเดียวจะให้เนื้อก็ยุติธรรมหน่อยสิ มีอย่างที่ไหนหยิบให้เขาคนเดียว”

“ก็ข้าพอใจ ฮึ”

กิดทังคูมองหญิงคนนั้นแล้วบ่นต่อ “ฮึ ผู้หญิงคนนี้แปลกแฮะ”

เมเมเข้ามา “หัวหน้ากิดคะ พี่แชยุนกลับมาแล้ว”

“หา เฮ้ย อ้าว ปัทโธ่ เป็นยังไงบ้าง” กิดทังคูถามด้วยความเป็นห่วง

“ต้องขอโทษที่ทำให้ท่านเป็นห่วง”

“เจ้า เจ้ากลับมาจริงๆ หรือ ไม่อยู่กับกลุ่มซงซางหรือ” กิดทังคูถาม

“ค่ะ หากท่านหัวหน้ายินดีรับข้าเอาไว้ข้าก็จะอยู่กับท่าน”

“ได้เลยมันไม่มีปัญหาอยู่แล้ว จริงสิ แล้วสุขภาพเป็นยังไง”

“ข้าหายดีแล้ว”

“ก็ดีแล้วล่ะ กลับไปพักผ่อนเถอะแล้วรีบหาอะไรกินสะ นะ”

พอแชยุนเดินออกไป พกแทก็หันมาถามกิดทังคูว่า

“หัวหน้าไหนว่าผู้หญิงผมดำไม่ควรรับเลี้ยงเอาไว้ไง”

“อย่ามาสาระแนรีบๆ กินเข้าไป เอ้า เอาไปๆ ตอนนี้ข้าอารมณ์ดี แบ่งให้เจ้าด้วย เอ้า”

“ขอบคุณ”

จิซูเข้ามาลาฮุงต๊อกจูกับฮูหยินว่า

“นายห้างครับข้าจะเดินทางกลับเปียงยาง”

“ดีแล้วรีบไปรีบกลับ ข้าได้ตรวจดูฤกษ์มงคงเรียบร้อยแล้ว วันที่ 5 เดือนหน้าเป็นวันดีถึงจะกระชั้นชิด แต่ถ้าแม่เจ้าอนุญาตก็จัดได้ทันทีเลย”

ฮุงต๊อกจูกล่าวต่อว่า “ให้บัณฑิตเชื้อสายขุนนางมาทำงานกับพ่อค้าที่ต่ำต้อยนางคงอึดอั ดมาก เอาไปฝากแม่เจ้า”

“อย่าเลยครับ เรื่องนี้ไม่เป็นไร”

“เอาไปเถอะน่า ฮ่ะๆ”

“ขอบคุณมากครับ ข้าไปเปียงยางก่อนนะครับ”

ปั๊กกุงเข้ามาถามจิซูว่า “เรียนท่านนายห้างรึยัง”

“ครับ”

“งั้นรีบไปเถอะ เออนี่ เออ รีบไปเถอะ”

แต่ในความเป็นจริงแล้ว จิซูไม่ได้เดินทางไปเปียงยาง แต่กลับแวะไปพบกับปาร์กจูมุง

“ซกจูอยู่มั้ย” ปาร์กจูมุงเรียก

“ข้าอยู่ครับ”

“เจ้าช่วยพาเลขาจุงเดินทางไปที่เมืองซงตูหน่อย”

หัวหน้าซกจูรับคำแล้วพาจิซูเดินทางไปทันที เขากล่าวกับจิซูว่า “นายห้างใหญ่ไม่เคยให้คนนอกคนไหนมาดูไร่โสมจะมีก็แต่ท่านเป็นคน แรก ซึ่งก็หมายความว่านายห้างใหญ่ไว้ใจท่าน กลุ่มซงซางมีไร่โสมที่สามารถกุมตลาดได้เหนือกว่า ทั้งกลุ่มกังซางและจิงซาง”

ปั๊กกุงเฝ้าสังเกตพฤติกรรมของจิซูอยู่นาน ในที่สุดก็ตัดสินใจไปบอกฮุงต๊อกจู

“ท่านครับ ข้ามีเรื่องต้องการจะบอก”

“เรื่องอะไร”

“เลขาจุง รู้สึกว่าจะมีการติดต่อกับห้างซงซาง”

“อะไรนะ มีพยานหลักฐานมั้ย”

“คือ ชุนจอร้านผ้าไหมบอกข้าเอง เขาบอกว่าเห็น เลขาจุงกับชังซกจูคนกลุ่มซงซาง พากันเดินหายเข้าไปในบ้าน”

หลายวันต่อมา จิซูก็เดินทางกลับมา ฮุงต๊อกจูทำตัวปกติที่สุด ถามถึงแม่เขา

“ท่านครับ ข้าจุงจิซูครับ”

“เข้ามาสิ แม่ของเจ้าสบายดีหรือ”

“ครับ”

“แล้วนาง ยอมอนุญาตรึเปล่า”

“ต้องขออภัยเป็นอย่างยิ่ง ข้าอยากให้เลื่อนการแต่งงานออกไปก่อน” จิซูกล่าวกับฮุงต๊อกจู

ฮูหยินรู้เรื่องก็ได้แต่ไปปรับทุกข์ให้ภรรยาของซามฟูฟังว่า

“แม่เขายังคาใจไม่รู้จะบอกยังไงกับครอบครัวที่เคยหมั้นหมายกันเ อาไว้ แต่เลขาจุงว่าเขาจะพยายามเกลี้ยกล่อมแม่อีกที รอก่อนก็แล้วกัน”

“เฮ้อ ก็แค่ครอบครัวบัณฑิตถังแตกทำเป็นอวดเก่งไม่หัดเจียมซะบ้าง จริงสิ อาหญิงความจริงท่านน่าจะฉวยโอกาสนี้ใช้เงินซักก้อนซื้อตำแหน่งข ุนนางให้ท่านอา”

“อย่าพูดอีกเลย”

ด้านมีกึมเองก็บอกว่าเธอไม่เป็นไร

ปาร์กจูมุงยังคงวางแผนบ่อนทำลายกลุ่มกังซางโดยส่งคนเข้าไปลอบวา งเพลิงเรือสินค้า ข้าวสารที่กำลังจะเตรียมส่งไปก็เลยไหม้หมด แทจูรีบมาพบฮุงต๊อกจู

“พี่ใหญ่ พี่ใหญ่ จะโทษข้าไม่ได้นะ ข้าว่าเรื่องนี้ มัน มันต้องมีเบื้องหลังแน่ เออ คงมีใครที่แอบมาวางเพลิง พี่ใหญ่ยกโทษให้ข้าด้วย ยกโทษให้ข้าเถอะนะ”

“พอแล้วไม่ต้องพูดมาก”

“พี่ใหญ่”

ฮุงต๊อกจูหันมาถามปั๊กกุงว่า “เราเสียหายไปเท่าไหร่”

“ข้าว 800 กระสอบ 3,200 ตำลึง บวกกับเรือที่ถูกไหม้เสียหาย ก็กว่า 5,000 ตำลึงครับ”

เถ้าแก่ร้านให้คนมาตามอิมซังอ๊กไปพบเขาที่ร้าน และมอบเงินจีนให้ 200 ตำลึง

“เจ้าชื่อว่าอิมซังอ๊กใช่มั้ย”

“ใช่ครับ เถ้าแก่”

“ได้ข่าวว่าเจ้าเป็นคนงานของกลุ่มกังซางในเมืองอีจู เจ้าเป็นแค่คนงานมันช่างน่าเสียดายมาก จงนำเงินก้อนนี้กลับไปเถอะ แล้วเปิดกิจการของตน เจ้าไม่ต้องห่วงหรอก ข้าให้เจ้าโดยที่ไม่มีข้อแม้ แต่ถ้าเจ้าอยากจะคืนให้ข้าก็จงรีบทำกิจการให้ประสบความสำเร็จแล ้วค่อยนำมาคืน”

ซามฟูมองอิมซังอ๊กแล้วถาม “เออ เขา เขาหมายความว่าไง”

“เถ้าแก่ ทำไมให้ข้ามากขนาดนี้” อิมซังอ๊กถามเถ้าแก่

“ก็เพราะว่าข้าเชื่อว่าเจ้าจะต้องประสบความสำเร็จในอนาคต ซึ่งเมื่อถึงตอนนั้นจะเป็นผลดีต่อข้าด้วย”

“เถ้าแก่แล้วทำไมท่านถึงไว้ใจข้า”

“ก็เพราะ ข้าเชื่อมั่นในตัวข้าเอง”

“เขา เขาให้เงินเจ้าจริงๆ หรือ” ซามฟูถาม

“ให้โดยไม่มีข้อแม้ แถมเป็นเงินจีนถึง 200 ตำลึง”

“หา อะ อะไรนะ ฮ่ะๆ ฮ้า คราวนี้เจ้ารวยแล้ว 200 ตำลึงจีน ถ้านำเงินจำนวนนี้กลับไปอีจูจะเปิดร้านค้าได้ถึง 3 แห่งเชียวนะ หา เออ โอ้ คุณพระคุณเจ้า ไม่นึกเลยว่าจะเฮงอย่างนี้ ซังอ๊ก แล้วเจ้าจะลืมข้ารึเปล่าเนี่ย ตอนนี้เราเหมือนเป็นพี่น้องกันแล้วนะ ถ้าอีกหน่อยเจ้าเปิดร้านขึ้นมาจริงๆ ถึงข้าจะยุ่งแค่ไหนก็ ก็ต้องไปช่วยเจ้าอยู่ดี นะ เงิน 200 ตำลึงจีนบวกกับมันสมองอัจฉริยะของข้าเจ้าต้องรวยสุดในอีจู ไม่สิ รวยสุดในมณฑลเพียงอันต่างหาก ฮ่ะๆ เฮ้ย อุ้ยโหยวหัว หัวใจของข้า มันเต้นตูมตามตลอดเลย เรื่องนี้มันเหลือเชื่อจริงๆ เหมือนเงินหล่นมาจากฟ้า เออๆ เงินยังอยู่มั้ย อยู่ไหน ขอข้าดูหน่อยสิ ฮ่ะๆ พระเจ้า เจ้านี่มันดวงดีจริงๆ ข้าก็เลยพลอยเฮงไปด้วย ฮ่ะๆ”

ด้วยความคึกคะนองของซามฟูจึงพาอิมซังอ๊กไปเที่ยวหอนางโลม

“ที่นั่นมัน” อิมซังอ๊กไม่อยากเข้าไป

“ปัทโธ่ ถึงกับอึ้งไปเลยหรือมาถึงเอียนจิงทั้งทีมันก็ต้องจู๋จี๋กับสาวๆ ที่นี่ก่อนค่อยกลับสิ จริงมั้ยล่ะ”

“เชิญค่ะนายท่าน เชิญข้างในเลย”

“แต่เถ้าแก่ครับ” อิมซังอ๊กพยายามคัดค้าน

“ไม่ต้องพูดมาก ตามข้ามา”

“อย่าเข้าไปเลย กลับกันก่อนเถอะ”

“อย่าทำงานกร่อยได้มั้ย ถ้าอยากจะกลับก็เชิญข้าไม่กลับหรอกข้าจะอยู่ ฮ่ะๆ มาเถอะน่า เร็วเข้า”

“ดื่มเยอะๆ นะคะนายท่าน เชิญค่ะ”

สาวๆ ช่วยกันเชื้อเชิญ ซามฟูรีบชวนอิมซังอ๊กเข้าไป

“เถ้าแก่”

“เฮ้ย ยังจะเรียกว่าเถ้าแก่อีกเรียกซะห่างเหิน เราสองคนเป็นพี่น้องกันแล้วนะเจ้าลืมไปแล้วหรือ หา”

“พี่ใหญ่ เราควรกลับกันได้แล้ว”

“อะไรนะ กลับหรือ อุตส่าห์เข้ามาถึงถ้ำเสือแล้วจะไม่จับเสือก่อนได้ยังไงยังไงข้า ก็ไม่กลับ ตอนที่เดินเข้ามาเจ้าเห็นรึเปล่า มีแต่สาวๆ สวยๆ ทั้งนั้นเลยจะกลับทำไม กลับไปอีจูคราวนี้ถ้าเจ้าไม่ได้เป็นเถ้าแก่ร้านก็ต้องเป็นหัวหน ้าสาขา ถ้าปอดแหกกับเรื่องแค่นี้แล้วจะทำงานใหญ่ได้ยังไง”

ซามฟูดื่มหนักมาก อิมซังอ๊กพยายามเตือนแต่ก็ดูไม่ได้ผลสักเท่าไหร่

“ดื่มแค่นี้จิ๊บๆ เข้ามาที่แบบนี้มันก็ต้องดื่มสิ แล้วเดี๋ยวต้องเรียกสาวๆ เข้ามาด้วยนะ”

เมื่อซามฟูไปกับหญิงสาวแล้ว หญิงอีกคนก็เข้ามาถามอิมซังอ๊กว่าต้องการผู้หญิงบ้างมั้ย เขาปฏิเสธ

เวลาเดียวกันนี้ ดายงก็เป็นห่วงที่ซามฟูกับอิมซังอ๊กยังกลับมาไม่ถึง นางถามพ่อบ้านวัง

“ได้ข่าวพวกเขามั้ย”

“พวกเขายังไม่กลับหรือ นี่เป็นเสียงกลองแจ้งเวลา 3 ทุ่มของเมืองเอียนจิง เมื่อถึง 3 ทุ่มพวกเขาจะปิดประตูเมือง พวกเขายังไม่กลับน่าห่วงจริงๆ”

ระหว่างที่อิมซังอ๊กนั่งรอ ก็มีหญิงสาวเข้ามา แล้วบอกว่าซามฟูได้สั่งนางมาให้อิมซังอ๊ก แล้วก็จ่ายเงินเรียบร้อยแล้วด้วย อิมซังอ๊กยอมให้นางนั่งด้วย พออยู่กันตามลำพัง เหม่ยหลิงหญิงสาวที่เข้ามาบริการเขาก็ร้องห่มร้องไห้

“ฮือๆ ท่านคะ ฮือๆ ช่วยข้าด้วย ฮือๆ”

“เจ้าไม่ต้องกลัวหรอก ดื่มน้ำชาก่อนจะได้รู้สึกดีขึ้น ที่เจ้าว่าขอให้ข้าช่วยมันหมายความว่ายังไง”

“ช่วยข้าด้วย ท่านคะ วันนี้ข้าเพิ่งมารับแขกเป็นครั้งแรก ข้าไม่เคยแปดเปื้อนราคี ได้โปรดช่วยเหลือข้าด้วย”

“ไม่ต้องกลัว ข้าไม่ทำอะไรเจ้าหรอก ถ้าเจ้าอยากจะกลับออกไปก็เชิญตามสบายเลยนะ”

“ท่านคะ ช่วยข้าด้วย ฮือๆ ท่านคะ ได้โปรดช่วยข้าด้วย ฮือๆ ฮือๆ ข้าชื่อ จางเหม่ยหลิง บ้านเกิดของข้า อยู่เส้าซินมณฑลเจ๋อเจียง ท่านพ่อของข้าเขาเป็นปีศาจสุรา ถ้าขาดเหล้า แม้แต่วันเดียวก็แทบจะลงแดงตาย ที่บ้านของเราไม่มีอะไรที่จะขายอีกแล้ว แล้วก็มีคนมาหลอกพ่อว่ามีเศรษฐีคนหนึ่งอยากจะมีอนุ พ่อก็เลยขายข้าให้กับเขา ฮือๆ ตอนแรกข้าคิดว่า ถ้าได้ไปเป็นอนุของเศรษฐีก็น่าจะดีกว่าต้องทนทรมานอยู่ที่บ้าน แต่แล้วเจ้าคนนั้น กลับเอาข้ามาขายที่นี่ ถึงคืนนี้ท่านจะสามารถคุ้มครองข้าได้ แต่ถึงยังไงพรุ่งนี้ ข้าก็ต้องถูกผู้ชายคนอื่นย่ำยีอยู่ดี ท่านคะ ได้โปรดช่วยข้าด้วย”

“ความจริงข้าเข้าใจสภาพของเจ้าดี แต่ข้าคงช่วยอะไรไม่ได้หรอก”

“ท่านคะโปรดช่วยข้าด้วย ฮือๆ”

อิมซังอ๊กฟังเหม่ยหลิงแล้วก็นึกถึงซังฮี แล้วก็นึกถึงคำพูดของซกซองไต้ซือ

“ในเมื่อสามารถถือดาบ 1 พันเล่มทำไมต้องถือดาบที่ใช้ฆ่าคนแค่เล่มเดียว ในโลกนี้ยังมีเรื่องอีกมากที่ดาบ 1 พันเล่มสามารถแก้ปัญหาได้มากกว่าแล้วทำไมเจ้าต้องปล่อยให้ดาบแค ่เล่มเดียวทำลายชีวิตของเจ้า ถ้าโยนดาบที่ใช้ฆ่าคนเล่มนี้ไปเจ้าก็จะได้ครอบครองดาบที่ใช้ช่ว ยคน 1 พันเล่ม”

“ตอนนี้ในมือของข้ามีดาบที่สามารถช่วยคนและสามารถฆ่าคน ถึงแม้ว่าคืนนี้ข้าจะสามารถช่วยนางได้ แต่เมื่อวันพรุ่งนี้มาถึง นางก็ต้องถูกย่ำยีอยู่ดี สิ่งที่ซกซองไต้ซือสอนข้า ถ้าอยากครอบครองดาบที่ใช้ช่วยคน ข้าก็ควรที่จะช่วยเหลือนางไปจากที่นี่ เพราะความอาฆาตแค้นในใจข้าที่หวังแต่จะทำลาย มันได้กลายเป็นความเมตตาไปแล้ว ดังนั้นนี่จึงเป็นโอกาสที่ดี”

อิมซังอ๊กเรียกหญิงสาวที่นำตัวเหม่ยหลิงเข้ามาพบเขา

“เดี๋ยวก่อน ข้ามีเรื่องอยากจะคุยด้วย ข้าอยากจะซื้อแม่นางที่อยู่ภายในห้องของข้า”

“ท่านหมายความว่า”

“ถ้าข้าจะ พานางไปจากที่นี่จะได้มั้ย”

“เออ มันก็ได้อยู่หรอก แต่ว่าเหม่ยหลิงคนนี้นางยังเป็นสาวบริสุทธิ์ ท่านคะท่านเป็นแขกคนแรกของนางจริงๆ แถมนางก็ยังสาวอยู่แล้วยังจัดว่าสวยที่สุดของที่นี่ด้วย”

“ต้องการเงินเท่าไหร่”

“อย่างน้อยๆ ก็ต้อง 200 ตำลึง”

จบเรื่องย่อละคร อิมซังอ๊ก ตอนที่ 14

BY... http://wordpress.com/tag/%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%8 B%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B9%8A%E0%B8%81/

 

Back to Top
donnamoni View Drop Down
Special Member
Special Member
Avatar

Joined: 05 ส.ค. 2007
Location: Thailand
Posts: 938
Post Options Post Options   Quote donnamoni Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 21 ม.ค. 2008 at 17:20

เรื่องย่อละครตามบทโทรทัศน์ อิมซังอ๊ก ตอนที่ 15

อิมซังอ๊กช่วยไถ่ตัวเหม่ยหลิงพร้อมกับให้เงินเธอไว้ก้อนหนึ่ง เหม่ยหลิงคิดจะขอติดตามอิมซังอ๊กไปทุกทีแต่เขาปฏิเสธว่าคงเป็นไ ปไม่ได้ เพราะเขาต้องเดินทางไกล การกระทำของอิมซังอ๊กทำให้ซามฟูไม่พอใจเป็นอย่างมากถึงกับประกา ศตัดพี่ตัดน้อง

“เจ้า เจ้า บ้าไปแล้วหรือ แถมไม่ได้บ้าธรรมดาซะด้วย หา โบราณว่าไว้ลองถ้านักบวชได้กินเนื้อก็จะห้ามใจไม่อยู่ ข้าว่าเจ้าต้องหลงผู้หญิงแหงๆ เลยหา ฮึ เงิน เงินตั้ง 200 ตำลึงจีน ดัน ดันไปจ่ายให้กับหอนางโลมจนหมดแค่เห็นผู้หญิงเป็นครั้งแรกก็เอาเ งินไปประเคนให้ซะแล้ว ทั้งๆ ที่เงินก้อนนี้สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของเจ้าได้”

“ถึงชีวิตของข้าจะไม่เปลี่ยน แต่เงินก้อนนี้ได้เปลี่ยนแปลงชีวิตของนาง ข้าไม่เสียดายหรอก”

“ฮึ อยากจะบ้าตาย ถ้าให้เจ้าเป็นมือซ้ายมือขวาต่อไปอนาคตมีหวังมืดมน นับต่อจากนี้ เราสองคนตัดขาดกัน จบกันแค่นี้ พอกันที ข้ากับเจ้าเราตัดขาดกัน เฮอะ”

พ่อบ้านวังเข้ามาถามทั้งคู่ “เอ้อ เกิดอะไรขึ้นเมื่อคืนหายไปไหนมา”

“ข้าไม่มีแรงจะพูดแล้ว ไปถามเขาเองแล้วกัน” ซามฟูว่า

พ่อบ้านวังหันมาทางอิมซังอ๊ก “นี่ เขาเป็นอะไร เกิดเรื่องอะไรขึ้น”

“ไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอก” อิมซังอ๊กกล่าว

ซามฟูหันมาทันควัน “อะไรนะ ไม่ใช่เรื่องใหญ่หรือ ถ้าไม่ใช่แล้วอะไรถึงจะเป็นเรื่องใหญ่ หาจ่ายเงินตั้ง 200 ตำลึงเพื่อซื้อตัวนางคณิกา นี่รึไม่ใช่เรื่องใหญ่ เจ้านี่มัน เฮอะ”

พ่อบ้านวังฟังเรื่องราวของอิมซังอ๊กแล้วก็กลับมาบอกกับดายงว่า

“ข้าดูไม่ออกจริงๆ ว่าอิมซังอ๊กเป็นคนประเภทไหน ถ้าเป็นคนปกติคงไม่ยอมซื้อนางโลมด้วยเงินถึง 200 ตำลึงหรอก ข้าคงดูเขาผิดไปจริงๆ คนที่เห็นเงินไม่มีคุณค่าอย่างเขา ประสบความสำเร็จในการค้าไม่ได้หรอก”

“เขาไม่ใช่คนที่ เห็นเงินเป็นผลกำไรแต่เห็นใจคนเป็นผลกำไร พ่อค้าบางคนเพื่อเงินถึงกับยอมฆ่าคนอื่น ในเมื่อเราได้เจอพ่อค้าที่ใช้เงินช่วยคน ก็น่าจะยินดีไม่ใช่หรือ”

เมื่อพวกอิมซังอ๊กกลับมาถึงเมืองอีจู ซามฟูก็กำชับกับอิมซังอ๊กว่า

“เฮ้ย มานี่หน่อยสิ จงฟังข้าให้ดีล่ะ เรื่องที่เจ้าได้เงินจากเอียนจิงมา 200 ตำลึง แล้วเอาไปช่วยไถ่ตัวนางโลม จำเอาไว้ จงถือซะว่าเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้นเพราะถ้าขืนคนอื่นรู้เข้านอก จากเจ้าข้าก็จะซวยไปด้วย ถึงเถ้าแก่ร้านขายยาจะมอบเงินก้อนนั้นให้เจ้าเพียงคนเดียวแต่เจ ้าไปเอียนจิงในฐานะคนของห้างกังซางและได้เงินมาขณะทำหน้าที่ เพราะฉะนั้นโดยหลักการเงินต้องเป็นของห้าง ก็เท่ากับว่าเจ้าได้นำเอาเงินของห้างไปใช้ช่วยไถ่ตัวให้กับนางโ ลม แล้วถ้าเกิดเรื่องนี้รู้เข้าไปถึงหูท่านนายห้างเจ้ากับข้ามีหวั งถูกถีบออกไปจากห้างกังซาง คงจะเข้าใจนะ ห้ามเอ่ยถึงเรื่องนี้เป็นอันขาดถึงตายก็ห้ามบอกใคร เข้าใจมั้ย”

อิมซังอ๊กก้มหน้า “ครับ”

ฮุงต๊อกจู ปั๊กกุงและจิซูนั่งปรึกษากันอยู่

“กว่าจะซ่อมแซมเรือที่ถูกไฟไหม้จนแล้วเสร็จให้สามารถกลับมาลำเล ียงสินค้าอย่างน้อยต้องใช้เวลาถึง 6 เดือน” ปั๊กกุงว่า

“ถึงเรือกับสินค้าที่เสียหายจะมีมูลค่า 5 พันตำลึง แต่ถ้าบวกกับรายได้ที่จะได้มารวมแล้วมันมากกว่าหมื่นตำลึง” ฮุงต๊อกจูกล่าว

“ใช่ครับ”

“มีความคิดเห็นยังไง หรือเจ้ามีความคิดเห็นว่ามีคนมาลอบวางเพลิง ถ้าอย่างงั้นคิดว่าน่าจะเป็นฝีมือของใคร” ฮุงต๊อกจูถาม

“ในเมื่อกลุ่มซงซางส่งคนไปทำลายโสมของเราก็อาจเป็นไปได้ ที่เป็นฝีมือของเขา”

“แกล้งทำทีว่าร่วมมือกันค้าขาย ร่วมกันส่งคนเดินทางไปขายโสมที่เอียนจิง แต่แล้วกลับส่งคนมาเผาเรือเรา หรือมันคิดฮุบกิจการ กลุ่มกังซางของพวกเรา”

“ศัตรูอยู่เรือลำเดียวกัน คิดว่าจะอยู่ด้วยกันได้นานสักแค่ไหน”

“จิซู” ฮุงต๊อกจูเรียก

“ครับนายห้าง”

“ถ้าหากพวกมันเล่นงานเราด้วยวิธีนี้จริงๆ แล้วเราควรจะรับมือมันยังไง หรือว่าเอาแต่นิ่งเฉยอยู่แบบนี้ รอให้พวกมันเชือด”

“คนที่มาทำลายไร่โสม กับที่เผาขบวนเรือของเราก็เพียงแค่คาดเดาไม่อาจชี้ชัดได้ว่าเป็ นกลุ่มซงซาง ถ้าหากฝ่ายเราบุ่มบ่ามอาจทำให้เกิดเป็นผลร้ายที่ยิ่งใหญ่จึงน่า สังเกตอีกสักระยะว่าเป้าหมายของมันคืออะไร” จิซูกล่าว

ชายคนหนึ่งเข้ามารายงานว่าซามฟูกลับมาแล้ว ปั๊กกุงบอกให้เข้ามา

“จากการขายในครั้งนี้กลุ่มกังซางของเราได้กำไรทั้งหมด 400 ตำลึงจีนครับ” ซามฟูรายงาน

ปั๊กกุงคิด “ถ้ารวมกับที่ค้าขายกับใต้เท้าเฉินที่จ้าเหมินก็ 800 ตำลึงจีน”

“ถ้าเราร่วมมือกับกลุ่มซงซางทำการค้าโสมต่อไป นายห้างจะต้องได้กำไรอย่างมหาศาลรับรองได้”

“ซามฟู”

“ครับนายห้าง”

“ถ้าเจ้าเป็นปาร์กจูมุงนายห้างของกลุ่มซงซางคิดว่าอยากจะร่วมมื อกับกลุ่มกังซางอีกมั้ย เงิน 800 ตำลึงจีนเมื่อแลกเป็นเงินโชซอนตั้ง 3 พันกว่าตำลึงเชียวนะ ถ้ายกเงินก้อนนี้ให้กับกลุ่มกังซางเจ้าไม่เจ็บใจบ้างหรือ” ฮุงต๊อกจูถาม

“เออ มันก็จริงอยู่หรอก แต่เราก็ตกลงกันแล้วนี่ว่าเราจะร่วมมือกัน”

“ถ้าหากข้าเดาไม่ผิด ปริมาณโสมที่ร่วมกันค้าขายกับกลุ่มกังซางในครั้งหน้าจะต้องลดจำ นวนลงและในครั้งถัดไปก็จะยิ่งลดลงมากขึ้นจนเลิกร่วมมือกันในที่ สุด ต่อจากนั้นกลุ่มซงซางก็จะหาลู่ทางเปิดตลาดด้วยตัวเอง นี่แหละก็คือเป้าหมายที่แท้จริงของพวกเขาที่ต้องการร่วมมือกับเ รา แต่ยังไงก็เถอะ ครั้งนี้ต้องขอขอบใจมาก ไปพักเถอะ”

“เออ ท่านครับ ในเมื่อท่านรู้ว่าพวกเราลำบากไม่ทราบจะมีอะไรที่มันพิเศษ”

“ออกไป”

“แต่ว่า ไม่บำรุงขวัญกันหน่อยหรือ เออ ไปๆๆๆ ฮ่ะ”

“คนที่แต่งกลอนชื่อว่าอะไรนะ”

“ชื่ออู๋เหว่ยเยี่ยครับ” อิมซังอ๊กตอบ

ฮุงต๊อกจูแปลกใจมา “พ่อค้ารู้จักกลอนด้วยหรือ”

ทางด้านปาร์กจูมุงก็ถามลูกสาวว่าการเดินทางเป็นยังไงบ้าง

“เราได้ขายให้กับร้านขายยาที่ใหญ่ที่สุดในเมืองเอียนจิง แถมยังได้ราคาที่ดีมากเชื่อว่าต่อไปคงไม่มีปัญหาอีกแล้ว”

“อืม ก็หมายความว่าทุกอย่างราบรื่นใช่มั้ย”

พ่อบ้านวังเสริมว่า “ในตอนแรก เราไปติดต่อร้านยาถึงสิบกว่าแห่ง แต่เนื่องจากเกิดข่าวลือว่าโสมขาวเมื่อกินแล้วจะท้องเสียจึงทำใ ห้พวกเขาไม่สนใจโสมที่เรานำไปเสนอ”

“แต่โสมที่เรานำไปขายไม่ใช่โสมขาวแต่เป็นโสมแดง”

“ถึงโสมแดงจะดีกว่าโสมขาวสักแค่ไหนเราก็ไม่มีโอกาสอธิบาย แต่เนื่องจากอิมซังอ๊กคนงานของกลุ่มกังซาง เขาได้ใช้ไหวพริบทำให้เจ้าของร้านยาที่ใหญ่ที่สุดพอใจ เราถึงค้าขายได้สำเร็จ”

โซลีถามว่า “เดินทางไปเอียนจิงครั้งนี้ อิมซังอ๊กเดินทางไปด้วยหรือ”

“ในตอนแรกเราก็ไม่รู้หรอก แต่พอไปถึงจ้าเหมินถึงได้พบกับอิมซังอ๊กกับโฮซามฟูเถ้าแก่ร้านเ ครื่องโลหะ”

ปาร์กจูมุงถามอย่างสนใจว่า “อิมซังอ๊กใช้วิธีอะไรถึงสามารถทำให้เจ้าของร้านยาพึงพอใจ”

“ก็เพราะเจ้าของร้านยาเป็นชาวฮั่น ภายในส่วนลึกของจิตใจจึงเจ็บใจที่ชนเผ่าหนีเจินมารุกรานและทำลา ยอาณาจักรต้าหมิง อิมซังอ๊กจึงเขียนบทกลอนของอู๋เหว่ยเยี่ยส่งไปให้เป็นเหตุให้เข าเกิดความรู้สึกที่ดีกับอิมซังอ๊ก หลังจากที่เขาเปิดใจแล้วการขายครั้งนี้เลยจบลงได้ด้วยดี แถมยังเสนอตัวขอเป็นผู้แทนจำหน่ายโสมของพวกเราแต่เพียงผู้เดียว การที่ทุกอย่างราบรื่นเป็นผลงานของอิมซังอ๊กจริงๆ”

“ท่านพ่อ เขาเป็นพ่อค้าที่ขายโดยไม่ได้หลอกล่อผู้อื่น แต่เป็นพ่อค้าที่ขายสินค้าด้วยวิธีกุมหัวใจของลูกค้า ทำไมท่านถึงได้เป็นศัตรูกับคนดี ทำไมท่านถึงต้องฝากรอยแผล ที่ไม่มีวันสมานเอาไว้บนตัวของเขา” ดายงได้แต่พูดกับพ่อในใจเท่านั้น

อิมซังอ๊กรู้ว่าแม่เปิดร้านอาหารก็รีบกลับไปดูแม่กับน้องๆ เขาถามแม่ว่าเปิดมานานแค่ไหนแล้ว

“ประมาณ 3 เดือนแล้วล่ะ ในตอนแรกข้าก็ห้ามนะแต่แม่ก็ยังยืนกรานว่าจะทำ” ซังเอียนตอบ

“ซังอ๊ก นี่เป็นอาหารที่ขึ้นชื่อของเรา ลองชิมดูสิ” แม่แนะนำ

“แม่จะเหนื่อยไปรึเปล่า”

“สมัยก่อนแบกเกลือขายทั้งวันยังไม่เป็นไรเลย แล้วไปค้าขายหนนี้ราบรื่นดีใช่มั้ย”

“ครับ”

“ขายเกลือมาหลายสิบปีคิดแต่ว่าขอแค่ขายหมดให้ครอบครัวอยู่รอดก็ พอ แต่พอมาขายอาหารได้หยิบจับเงินเยอะขึ้นก็ชักจะโลภ เขาถึงว่าเงินนั้นเป็นภัย ถ้าเราค้าขายโดยหวังแต่เงินอีกไม่นานหูก็จะหนวกตาก็จะบอดแล้วใจ ก็จะพิการไปในที่สุด”

กิดทังคูพาลูกน้องมาทานข้าวที่ร้าน พอนั่งสักครู่กิดทังคูก็ต่อว่าบรรดาลูกน้อง

“พวกเจ้านี่มันทุเรศที่สุดนี่น่ะหรือการแสดงคณะอื่นน่ะเขาเดินบ นเชือกกันได้ทั้งนั้น แล้วดูพวกเจ้าสิ ร่วงจากบนเชือกตั้งไม่รู้กี่หน ในหัวสมองของเจ้าคิดอะไรอยู่ เชาลีเองก็เหมือนกันแค่ฟันฉับๆ บนอากาศแค่นี้เองหรือ ก็เพราะว่าเจ้าเล่นมั่วเมเมกับยอนวาก็เลยพลอยมั่วไปด้วย ถ้าไม่เพราะได้แชยุนเต้นจนชาวบ้านอ้าปากค้างพวกเจ้าโดนรุมตื้บไ ปแล้ว ฮึ”

“ท่านไปด่าว่าพวกเขาทำไม” อิมซังอ๊กเข้ามาทวง

“อ้าวซังอ๊กเจ้าเองหรือ กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ หา ไม่เจอซะนาน ดีแล้วล่ะ มาๆ นั่งก่อน”

พกแทกับเทียเข้ามาทักอิมซังอ๊กด้วย อิมซังอ๊กทักทายทุกคน รวมทั้งแชยุนที่ปลอดภัยกลับมา

“ข้ารู้สึกผิดที่ไม่อาจช่วยเหลือเจ้าได้ ข้ารู้แล้วล่ะว่าเจ้าถูกจับกุมเพราะมีกระดุมทอง แต่ก็แปลก ทำไมเจ้าถึงได้มีกระดุมทอง แล้วเจ้าถูกปล่อยตัวมาได้ยังไง พวกเขาไม่รู้ใช่มั้ยว่าเจ้าเคยเป็นทาสที่หลบหนี”

“กระดุมทอง เป็นสมบัติของท่านพ่อที่ข้าเก็บไว้เป็นที่ระลึก”

“ถ้าอย่างงั้นพ่อเจ้า”

“พ่อข้าเป็นอดีตเจ้ากรมการศึกษา ที่ถูกประหารชีวิตเนื่องจากถูกกล่าวหาว่าร่วมก่อการกบฏ”

“หมายความว่า พวกเขารู้เรื่องพ่อเจ้าก็เลยปล่อยตัวใช่มั้ย”

“สาเหตุที่ข้าถูกปล่อยตัวก็เนื่องจากท่านนายห้างกลุ่มซงซางให้ค วามช่วยเหลือ” แชยุนตอบ

“นายห้างกลุ่มซงซาง ปาร์กจูมุงอย่างงั้นหรือ”

“ค่ะ”

“ปาร์กจูมุงไม่ใช่ญาติมิตรของเจ้าแล้วเขามาช่วยเหลือทำไม”

“ข้าก็ไม่ทราบเหตุผลของเขาหรอก แต่เคยมีอยู่ครั้งหนึ่งที่เขาเสนอกับข้าว่าให้เดินทางไปอยู่ที่ ซงตู”

ซามฟูได้พลั้งปากบอกเรื่องที่ซังอ๊กไถ่ตัวนางโลมที่เมืองเอียนจ ิงด้วยเงินถึง 200 ตำลึงจีนแก่ภรรยาของเขาเป็นเหตุให้เรื่องนี้ลือกระฉ่อนไปทั้งเม ือง

อิมซังอ๊กได้ถูกตามตัวให้ไปเปียงยางกับฮุงต๊อกจู ซามฟูรู้ก็พูดกับอิมซังอ๊กว่า

“คงเป็นเพราะท่านนายห้างพอใจกับผลงานของเจ้าที่เอียนจิงถึงได้พ าเจ้าไปโดยที่เขี่ยจุงจิซูกองเอาไว้ที่ข้างๆ สงสัยท่านคงจะเห็นแววของเจ้าแล้ว ฮ่ะๆ”

อีกด้านหนึ่งดายงเห็นจิซูมาห้างซงซางของนางก็แปลกใจมากว่ามาทำไ ม จิซูมาพบปาร์กจูมุงนั่นเอง

“นี่เป็นสมุดบัญชีและรายการสินค้าเข้าออกของเรา หลังจากอ่านแล้วจะได้เข้าใจการทำงานของห้างซงซางดีขึ้น คิดว่าจะมาเริ่มงานเมื่อไหร่”

“ในเมื่อได้ตัดสินใจแล้วก็ไม่ควรให้เสียเวลาอีก ข้าคิดว่าจะเริ่มงานทันที โปรดสั่งงานข้ามาได้เลย”

“ไม่ต้องรีบถึงขนาดนั้น เจ้าจะต้องอยู่ที่กังซางทำงานชิ้นหนึ่งก่อน เจ้าต้องค้นหาจุดที่เป็นหัวใจของกลุ่มกังซางให้ได้ เจ้าเป็นคนในย่อมรู้ดีกว่าคนนอกอย่างข้า จากนั้นหาวิธีทำลาย”

หัวหน้าชังเตือนปาร์กจูมุงว่า “จุงจิซูได้มีการคุยเรื่องการแต่งงานกับลูกสาวของฮุงต๊อกจูแล้ว การดึงตัวมาอยู่กับเราอาจไม่ง่ายอย่างที่คิด ข้ากลัวใจจริงๆ เขาอาจจะไม่ทำตามคำสั่งของท่านก็ได้”

“ข้าถึงได้วางแผนให้เขาทำความผิดจะได้กลับไปอีกไม่ได้ยังไงล่ะ เขาเป็นคนมักใหญ่ใฝ่สูงย่อมรู้ว่าข้าต้องการอะไร”

ดายงเรียกโซลีมาถามว่าจิซูมาที่นี่ทำไม และช่วงที่เธอไม่อยู่เกิดเรื่องอะไรขึ้น

“อีกไม่นานนัก เขาจะมาอยู่กับซงซาง” โซลีกล่าว

ภรรยาของซามฟูมาพบฮูหยินและมีกึม นางกล่าวกับมีกึมว่า

“ฮ้า สวยมากๆ เลย มีกึมข้าล่ะอิจฉาเจ้าจังลองถ้าได้ห่มผ้าไหมนุ่มๆ แบบนี้สักคืนแล้วได้จู๋จี๋กับคนรักล่ะก็รับรองได้เลยว่าต้องไม่ รู้วันไม่รู้คืนแน่ๆ ฮ่ะๆ ฮ้า ทั้งนุ่มแล้วก็ทั้งลื่นดีจัง ฮ้า”

“เฮอะ เลิกทำทุเรศซะทีเถอะ ผืนนี้มันของผู้ชายนะไซร้อยู่นั่นแหละ” ฮูหยินดุ

“แหม อาหญิงคะข้าก็แค่ลูบๆ คลำๆ หน่อยเดียวเอง แล้วฟังพูดเข้าสิ”

“เฮ้อ ข้าไม่เคยเห็นเจ้าสำรวมกิริยามารยาทเลยนะ”

“ฮึ ข้าก็เป็นแบบนี้อยู่แล้วอาหญิงก็ไม่ใช่ไม่รู้นี่ อาหญิงคะ ข้าไม่อยากเห็นท่านอยู่ในสภาพนี้เลย”

“เจ้าหมายความว่ายังไง”

“ฝ่ายผู้ชายใช่ว่าอยากแต่งทำไมต้องตัดเย็บผ้าห่มให้เขาด้วย ทำยังกับว่าไล่จับผู้ชายมันก็ไม่สำรวมเหมือนกันนั่นแหละ”

“ใครไล่ตามจับผู้ชาย เจ้าหมายถึงใคร จุงจิซูไม่ใช่ว่าไม่อยากแต่งงานเขาก็แค่ขอเวลาอีกสักระยะหนึ่ง”

“ฮ่ะ ก็คือๆ กันนั่นแหละ ถ้าใจผู้ชายไม่เป็นอื่นป่านนี้ก็รีบแต่งไปแล้ว ไม่มีทางผลัดวันประกันพรุ่งหรอก”

“ข้ารู้นิสัยจุงจิซู ทั้งข้าและก็มีกึมต่างก็ทุ่มเทไปเพราะเขามากมาย ถึงยังไงเขาก็ไม่มีวันเปลี่ยนใจหรอก”

“อาหญิงคะ เคยได้ยินคำที่ว่ารู้หน้าแต่ไม่รู้ใจรึเปล่าคะ รู้ได้ยังไงว่าเขาไม่เปลี่ยน”

“เงียบเลยนะ ชอบชักใบให้เรือเสีย วันนี้โรคบ้ากำเริบรึไง” ฮูหยินดุอีก

“แหม ก็ท่านอาหญิงอยากพูดทำร้ายจิตใจข้าก่อนนี่”

“พอแล้วไม่ต้องพูด”

จุงจิซูไปขอสมุดบัญชีจากทุกร้านของกลุ่มกังซางเพื่อสืบข่าวที่จ ะได้โจมตีได้ถูกจุด ปั๊กชิลรู้ก็รีบมาบอกชุนจอ

จิซูไปพบแทจูที่ท่าเรือด้วยตัวเอง ทำให้แทจูแปลกใจ

“วันนี้ลมอะไรหอบเจ้ามาถึงกับมาหาข้าที่ท่าเรือด้วยตัวเอง”

“ได้ข่าวว่าเนื่องจากเรือสินค้าถูกไฟไหม้ ทำให้ขบวนเรือที่ท่านดูแลอยู่ต้องประสบกับปัญหาอย่างหนัก” จิซูว่า

“เฮ้อ ข้าว่าเรื่องนี้เจ้าอย่าเอ่ยถึงดีกว่า ช่วงนี้พี่ชายของข้าเองก็ไม่ไหวเหมือนกันนั่นแหละ”

“ข้ามาวันนี้ก็เพราะอยากจะช่วยแก้ปัญหาให้กับท่าน ท่านช่วยบอกรายละเอียดของการค้าที่ท่าเรือกับลูกค้าที่มาติดต่อ ให้ข้าหน่อยเผื่อข้าจะได้ช่วยคิดหาวิธีแก้ไขให้”

“หา พูดจริงรึเปล่า ขอบใจมากนะ ขอบใจมากจริงๆ ฮ่ะๆ ดีแล้วล่ะ” แทจูยินดีอย่างยิ่ง

ด้านชุนจอก็เข้าพบฮุงต๊อกจู ซึ่งฮุงต๊อกจูถามหาจิซูก่อน ชุนจอจึงบอกว่าไปที่ตลาดท่าเรือแดจง ก่อนจะบอกว่าเขามีเรื่องอยากรายงาน ซึ่งปั๊กกุงอยู่ด้วยจึงถามว่าเรื่องอะไร

“ช่วงที่ท่านนายห้างไม่อยู่ในเมืองอีจูจุงจิซูได้ทำเรื่องที่น่ าสงสัยมาก”

“เจ้ากำลังคิดจะบอกอะไรข้า”

เรื่องย่อละครตามบทโทรทัศน์ อิมซังอ๊ก ตอนที่ 15 (ต่อ)

เมื่อปั๊กกุงฟังเรื่องราวจากชุนจอ ก็ตรงไปหาจิซูเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“อ้อ เป็นยังไง สบายดีหรือ”

“ครับ ท่านกลับมาถึงอีจูตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ”

“อ้อ เพิ่งจะมาถึงนี่แหละ เพราะงานราบรื่นกว่าที่คิดเอาไว้ก็เลยกลับมาเร็ว ขอโทษนะที่เข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต พวกเถ้าแก่ร้านบอกว่า เจ้านำสมุดบัญชีของทุกร้านกลับมาตรวจสอบ เพราะข้าอยากจะอ่านเหมือนกันถึงได้มาตาม” ปั๊กกุงว่า

“งั้นข้าจะรีบคืนให้ครับ”

“ดี ขอรบกวนหน่อยนะ อ้อ แล้วทำไม จู่ๆ ถึงสนใจบัญชีของร้านรวงต่างๆ ทั้งๆ ที่งานก็ล้นมือ”

“ที่ข้าอยากทราบรายละเอียดก็เพราะต้องการจะวางแผนจะรับมือกับกล ุ่มซงซาง”

“งั้นหรือ ทำงานต่อเถอะ”

หลังจากจุงจิซูสืบรู้ว่ารายได้หลักของกลุ่มกังซางมาจากการค้าขา ยของหนีภาษีกับพ่อค้าชาวจีนแล้วก็ต้องแจ้งต่อปาร์กจูมุง

“ไม่ให้ชาวจีนมาซื้อสินค้าที่ท่าเรือแดจงหรือ” ปาร์กจูมุงถาม

“ถูกต้องแล้วครับ ถ้าเราสามารถสกัดกันพ่อค้าชาวจีนกลุ่มกังซางก็จะได้ผลกระทบอย่า งหนัก”

“คิดอะไรตื้นเกินไปรึเปล่า พ่อค้าชาวจีนที่เข้ามาลักลอบค้าขายมูลค่าไม่ใช่ว่ามากมายเราจะไ ปห้ามทำไม ต่อให้เราไปขัดขวางกลุ่มกังซางก็ไม่ได้รับผลกระทบหรอก”

“ท่านทราบมั้ยว่ามูลค่าสินค้าที่ซื้อขายในตลาดมืดทั้งหมดเท่าไห ร่ นี่เป็นรายการสินค้าและมูลค่าที่พ่อค้าชาวจีนมาซื้ออย่างลับๆ จากร้านค้าของกลุ่มกังซาง ซึ่งการซื้อขายเหล่านี้ไม่มีการรายงานต่อทางการ ถ้าอยากยึดกิจการของกลุ่มกังซางให้ได้เร็วที่สุด ก็ต้องตัดเส้นทางการเงินที่ใหญ่ที่สุดนั่นคือตลาดท่าเรือ” จิซูแนะนำ

หัวหน้าถามต่อว่า “อย่างเราจะไปห้ามพ่อค้าชาวจีนเข้ามาซื้อขายสินค้าได้ยังไง”

“ข้าเชื่อว่าท่านนายห้างต้องทราบอยู่แล้วว่าควรทำยังไง”

“ขอบใจเจ้ามาก รีบไปแจ้งท่านผู้ว่าเมืองอีจูว่าข้าต้องการเข้าพบ” ปาร์กจูมุงสั่งการ

“ท่านพ่อข้าเข้าไปได้มั้ยคะ” ดายงกล่าวก่อน

“เข้ามาสิ นี่คือหัวหน้าจุงจิซูของกลุ่มกังซาง อีกไม่นานเขาจะมาอยู่กับกลุ่มซงซางแล้วรู้จักกันไว้หน่อยสิ”

“ข้าจุงจิซูครับ” จิซูกล่าวแนะนำตัวก่อน

ข่าวลือเรื่องที่อิมซังอ๊กจ่ายเงิน 200 ตำลึงเพื่อช่วยหญิงคนหนึ่ง รู้ไปถึงพวกพกแท พอเขาเจอหน้าอิมซังอ๊กก็รีบถามทันที

“ลูกพี่ เรื่องที่คนงานในร้านเครื่องเหล็กคุยกัน เรื่องนั้นมันเป็นความจริงรึเปล่า”

“พวกเจ้ารู้เรื่องนี้เหมือนกันหรือ”

“ตอนนี้เขาลือกระฉ่อนกันทั่วทั้งเมืองอีจูแล้ว”

“ไม่เพียงแค่ร้านเครื่องเหล็กร้านผ้าไหมคนงานทุกคนในกลุ่มกังซา งต่างก็ซุบซิบถึงเรื่องนี้ พี่เลี้ยงนางโลมเอาไว้ที่เมืองอีจูจริงๆ หรือ”

“ลูกพี่”

“ข้าจะทำงานพวกเจ้ากลับไปเถอะ” อิมซังอ๊กตัดบท

ปาร์กจูมุงจึงขอความร่วมมือจากผู้ว่าโดยใช้กฎหมายเป็นข้ออ้าง

“เรื่องนี้มันไม่ง่ายเลยนะ พวกเขาลักลอบค้าขายกันที่ปากแม่น้ำและท่าเรือมานาน ถ้าจู่ๆ ไปสั่งห้าม อาจจะมีการต่อต้านก็ได้” ผู้ว่าหนักใจ

“ถึงจะต่อต้านก็เถอะ แต่การลักลอบค้าขายมันผิดต่อกฎหมายอยู่แล้วนี่”

“ท่านเองก็รู้ดีนี่ว่า กฎหมายของบ้านเมืองเรามันไม่เคยศักดิ์สิทธิ์”

“จริงอยู่ กฎหมายไม่เคยศักดิ์สิทธิ์ แต่กฎหมายมันคือแนวทางปฏิบัติไม่ใช่หรือ ท่านผู้ว่ากังวลใจเรื่องอะไรข้าเข้าใจดี เงินที่ท่านได้รับจากพ่อค้าในตลาดมืดและกลุ่มกังซาง กลุ่มซงซางจะขอรับผิดชอบเอง ขอได้โปรดวางใจ”

“เฮ้อ”

“ถือซะว่าเป็นการขอร้อง โปรดช่วยยับยั้งพ่อค้าชาวจีนที่ลักลอบเข้ามาค้าขายในลำน้ำแดจงด ้วย ถ้าท่านสามารถช่วยข้าได้ข้าจะไม่ลืมบุญคุณของท่านผู้ว่าในครั้ง นี้เลย”

เวลาเดียวกันจิซูก็ถูกตามตัวมาพบกับฮุงต๊อกจู

“ตามข้ามาทำไมหรือครับ” จิซูถาม

“ได้ข่าวว่าเจ้ามักจะไปมาหาสู่กับกลุ่มซงซางใช่มั้ย”

“ครับ”

“ข้าไม่เคยสั่งให้ทำอย่างงั้น แล้วเจ้าทำไปทำไม”

“ในเมื่อเราได้ร่วมมือกับกลุ่มซงซางทำการค้าโสมแล้ว การไปมาหาสู่กันก็ไม่น่าจะเสียหายตรงไหน”

“ที่เจ้าพูดมันก็ถูก เอาล่ะ ออกไปได้แล้ว” จิซูออกไป ฮุงต๊อกจูกล่าวกับปั๊กกุงว่า “ใจคนหวั่นไหวได้เสมอ ถึงมีเมียแต่งอยู่ทั้งคน แต่ก็มักมีใจให้สาวน้อยอยู่บ่อยครั้ง นี่แหละก็คือผู้ชาย แต่ตราบใดที่ยังไม่ทิ้งเมียแต่งชายผู้นั้นย่อมไม่ถูกปรามาส”

เรื่องย่อละครตามบทโทรทัศน์ อิมซังอ๊ก ตอนที่ 15 (ต่อ) 2

“ท่านยอมปล่อยให้มันไปทำไม มันก็ยอมรับแล้วว่าติดต่อกับกลุ่มซงซาง เราไม่ควรหยุดเรื่องนี้เพียงเท่านี้นะครับ ถ้าเขานำความลับไปบอกกับกลุ่มซงซางแล้วจะทำยังไง”

“พอได้แล้ว ข้ารู้ดีว่าควรจะทำยังไง”

ผู้ว่าจำต้องใช้กฎหมายเป็นข้ออ้างเข้าจับพ่อค้าแม่ค้าในตลาดท่า เรือที่ค้าของเถื่อนกับพ่อค้าชาวจีนทั้งยังสั่งห้ามพ่อค้าชาวจี นขึ้นฝั่งอีกด้วย แทจูถึงกับร้องห่มร้องไห้เข้าไปพบฮุงต๊อกจู

“พี่ใหญ่ๆๆ ฮือๆ พี่ใหญ่ พี่ใหญ่ครับ ฮือๆ พี่ใหญ่ๆ เกิดเรื่องใหญ่แล้ว พี่ใหญ่”

“มีอะไรอีกล่ะ อย่าบอกอีกนะว่าไฟไหม้”

“ไม่ใช่ๆ ไม่ใช่ไฟไหม้ ผู้ว่าส่งทหารไปปิดท่าเรือของเราแล้วยังสั่งให้ปิดตลาดแถมยังสั ่งห้ามพ่อค้าชาวจีนขึ้นฝั่งอีกด้วย”

“เจ้าว่าไงนะ” ฮุงต๊อกจูฟังแล้วตกใจมาก

เมื่อภารกิจนี้เสร็จสิ้นลงจุงจิซูจึงย้ายตัวไปอยู่กับกลุ่มซงซา งทันที

“โปรดรับข้าไว้ด้วย เวลานี้ข้ากลับไปห้างกังซางไม่ได้อีกแล้ว”

จบเรื่องย่อละคร อิมซังอ๊ก ตอนที่ 15

BY... http://wordpress.com/tag/%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%8 B%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B9%8A%E0%B8%81/

 

Back to Top
donnamoni View Drop Down
Special Member
Special Member
Avatar

Joined: 05 ส.ค. 2007
Location: Thailand
Posts: 938
Post Options Post Options   Quote donnamoni Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 21 ม.ค. 2008 at 17:21

เรื่องย่อละครตามบทโทรทัศน์ - อิมซังอ๊ก ตอนที่ 16

ปั๊กกุงพบข้อความในจดหมายที่จิซูทิ้งไว้ว่า “ไม่เข้าถ้ำเสือ ไม่ได้ลูกเสือ”

ปั๊กกุงนำจดหมายนี้ไปให้ฮุงต๊อกจูอ่าน

ฮุงต๊อกจูได้เรียกประชุมเหล่าหัวหน้าสาขาและเถ้าแก่ร้านต่างๆ เพื่อประกาศว่าจุงจิซูได้ทรยศต่อห้างกังซาง พร้อมกับนำความลับไปขายให้แก่กลุ่มซงซาง

ทางด้านปาร์กจูมุงก็ได้ประกาศแต่งตั้งจิซูว่า

“บัดนี้ขอแต่งตั้งเจ้าเป็นหัวหน้าสายงานของกลุ่มซงซาง สายงานที่เจ้าดูแลคือห้างซงซางในมณฑลเพียงอันและอีจู ข้าเชื่อว่าเจ้าต้องสามารถทำงานให้บรรลุเป้าหมายได้ ข้าเชื่อมั่นในตัวเจ้า”

“ครับ ข้าจะพยายามทำอย่างเต็มที่เพื่อตอบแทนท่าน” จิซูน้อมรับ

พวกซามฟูที่รู้เรื่องการประกาศของฮุงต๊อกจู ต่างไม่พอใจจิซูและกลุ่มของปาร์กจูมุงอย่างมาก ต่างวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างรุนแรง จนฮุงต๊อกจูปรามแล้ว

“พอซะที เลิกเอ่ยถึงมันได้แล้ว รีบบอกสถานการณ์ที่ตลาดท่าเรือกับทุกคน”

แทจูกล่าวต่อ “ครับ เออ ผู้ว่าเมืองอีจู ปิดตลาดท่าเรือที่ลำน้ำแดจงแล้ว แถมไม่อนุญาตให้พ่อค้าชาวจีนขึ้นฝั่ง เมื่อพ่อค้าชาวจีนขึ้นฝั่งไม่ได้เชื่อว่า รายได้ของพวกเราทุกคนจะต้องตกลงอย่างแน่นอน”

ปั๊กกุงเสริมว่า “จำไว้ให้ดี ทั้งหมดนี้เป็นฝีมือของกลุ่มซงซาง ในตอนแรกก็ทำทีว่าอยากร่วมมือกับเรา แต่แล้วกลับแอบส่งคนมาเผาเรือ ซื้อตัวจุงจิซู แค่นั้นยังไม่พอยังติดสินบนผู้ว่าเมืองอีจู ให้มาปิดตลาดท่าเรือไม่ให้ชาวจีนขึ้นฝั่งตัดแหล่งทำมาหากินของพ วกเรา”

“เล่นอย่างนี้เลยหรือ บ้าจริงๆ” หลายคนไม่พอใจมาก

“ในเมื่อกลุ่มซงซางไม่เป็นมิตร กลุ่มกังซางก็จะไม่ขอผูกไมตรีอีก ดังนั้นขอให้ทุกคนเตรียมตัวรับมือกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น”

ชุนจอแค้นมาก “คอยดูเถอะยังไงข้าก็ต้องเล่นงานเจ้าจุงจิซูให้ได้”

ซามฟูปราม “ชุนจอ ถึงจะฆ่าจุงจิซูก็แก้ปัญหาไม่ได้หรอกนะ ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไปกลุ่มกังซางต้องเจ๊งแน่ๆ”

“อย่าพูดให้ข้าใจแป้วได้มั้ย เจ้านึกว่าข้าอยากจะตกงานหรือไง เอาสิถ้าเจ๊งเมื่อไหร่ข้าจะลากกลุ่มซงซางลงนรกไปด้วย ไอ้คนเนรคุณเจ้าคอยดูก็แล้วกัน ข้าต้องเล่นงานมันแน่” ชุนจออาฆาต

“หรือว่ามันจะไปฆ่าจุงจิซูจริงๆ เฮ้ย ชุน ชุนจอ ชุนจอ”

“ท่าเรือและตลาดถูกปิดเราเสียหายเท่าไหร่” ฮุงต๊อกจูถาม

ปั๊กกุงตอบว่า “ถ้าพ่อค้าชาวจีนยังไม่สามารถขึ้นฝั่งได้ ในแต่ละวัน เราจะเสียหายถึง 200 ตำลึง”

“ถ้าอย่างงั้น เงินหมุนเวียนของพวกเราก็คงร่อยหลอไปเรื่อยๆ ข้าช่างละอายต่อเจ้า”

“นายห้าง”

“ลูกคือดวงใจของข้า เพราะข้าเป็นห่วงความรู้สึกของลูก ก็เลยทำให้ไม่กล้าตัดสินใจ เฮ้อ ไม่รู้สิว่ามีกึม ถ้ารู้เรื่องนี้แล้วจะรู้สึกยังไง”

ขณะเดียวกันมีกึมพอเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปของจุงจิซูและเมื่อรู้ ว่าเขาได้ทรยศต่อกลุ่มกังซางแล้ว เธอรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก

ในเวลาเดียวกันข่าวเรื่องที่อิมซังอ๊กได้ไถ่ตัวเหม่ยหลิงนางโลม ที่เมืองเอียนจิงได้ถูกแพร่สะพัดออกไปอย่างรวดเร็วจนเกิดเป็นข่ าวลือฉาวโฉ่ต่างๆ นานาว่าเขานำเงินของกลุ่มกังซางไปเปิดร้านผ้าไหมรวมถึงซื้อบ้าน ให้กับเหม่ยหลิงจนถูกไต่สวนความผิด

ปั๊กกุงถามชุนจอ “อิมซังอ๊กเอาเงินห้างไปใช้หรือ เรื่องมันเป็นมายังไง”

“ตอนนี้ทุกคนในห้างกังซางต่างก็ลือกระฉ่อนถึงพฤติกรรมของอิมซัง อ๊กที่เอาเงินกงสีไปใช้ซื้อตัวนางโลมตอนที่ไปเมืองเอียนจิง ถึงข้าจะทราบดีว่าท่านนายห้างกำลังไม่สบายใจอย่างมากเกี่ยวกับเ รื่องของจุงจิซู แต่เราก็ไม่ควรละเลยเรื่องนี้ ข้าจึงต้องขอให้ท่านหัวหน้าใหญ่ช่วยตัดสิน”

“เฮ้อ เกิดเรื่องร้ายๆ ขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำไมกลุ่มกังซางต้องมาอยู่ในสภาพนี้”

“ก็เพราะข้าเป็นห่วงเรื่องนี้แหละครับ จุงจิซูทรยศหักหลังกลุ่มกังซางของเรายังไม่พอ ยังดันมีคนงานยักยอกเงินของห้างไปใช้อีก ข้าเห็นว่าทั้งนี้ก็เนื่องจากกฎเกณฑ์ของห้างกังซางมันหย่อนยานเ กินไป เราต้องรีบฉวยโอกาสนี้ไต่สวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำของอิ มซังอ๊กว่ามันจริงรึเปล่า แล้วถ้าพบว่าเป็นความจริงเราจะได้ตัดสินลงโทษ อย่างน้อยๆ ก็เพื่อเป็นการเชือดไก่ให้ลิงดู”

ปั๊กกุงเรียกซามฟูมาสอบถามรายละเอียดเรื่องอิมซังอ๊ก ฮุงต๊อกจูรู้เรื่องก็เรียกอิมซังอ๊กกับซามฟูมาพบ แล้วถามว่าเรื่องที่ลือนั่นเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า

ซามฟูอึกอัก “เออ ข้าเปล่านะครับท่าน เออ นอกจากข้าจะบ้าถ้าไม่อย่างงั้นข้าไม่ทำหรอก ความจริงข้าก็ห้ามมันแล้ว จริงมั้ยล่ะ นายห้างครับ ข้าถูก ข้าถูกใส่ร้ายจริงๆ ข้าเป็นคนดีออกจะตายไป”

“ถูกต้อง ข้ารู้ว่าน้ำหน้าอย่างเจ้าคงไม่กล้าถึงขนาดนั้น”

“ใช่ครับใช่”

“มีความสุขรึเปล่า ได้ข่าวว่านอกจากเจ้าจะซื้อผู้หญิงยังซื้อบ้านอีก 1 หลัง พูดอะไรสะบ้างสิ ทุกคนมีเหตุผลกันทั้งนั้นทำไมไม่หาข้ออ้างให้ตัวเอง”

อิมซังอ๊กกล่าวว่า “ท่านครับ ข้าไม่อยากหาข้ออ้างมาแก้ตัว ถ้าคิดเอาผิดเรื่องที่ข้าเอาเงินไปใช้ ท่านก็จงลงโทษข้าเถอะ”

“ไม่ยอมแก้ตัวให้กับตัวเอง แสดงว่ายอมรับว่ามันจริงใช่มั้ย”

ปั๊กกุงเสริมต่อจากฮุงต๊อกจูว่า “กลุ่มกังซางไม่เคยปราณีต่อคนที่ยักยอกเงิน ถ้าเรื่องที่ว่าเป็นความจริงนอกจากเจ้าจะถูกไล่ออกแล้ว ยังอาจจะอยู่ในเมืองอีจูไม่ได้อีก”

ซามฟูรีบแก้ตัวให้ “เออ นาย นายห้าง เออ จริงอยู่ ซังอ๊กได้นำเอาเงิน 200 ตำลึงจีนไปใช้ แต่นั่นมันก็เป็นเงินของหวางจ้าวสือเถ้าแก่ร้านขายยาที่ให้เขา ซึ่งก็จริงอย่างว่าเขาไปในฐานะคนของกังซาง ดังนั้นเงินก้อนนี้ก็ควรเป็นของห้างด้วย แต่ว่ากฎข้อนี้เจ้าซื่อบื้อซังอ๊กมันไม่เคยรู้มาก่อน แล้วอีกอย่าง เรื่อง เรื่องที่ว่าเลี้ยงผู้หญิงเอาไว้มันเป็นแค่ข่าวลือ ซึ่งข้ายืนยันได้ทั้งหมดนี้เป็นเพราะความแอ๊บแบ๊วของมัน ที่พอเห็นผู้หญิงร้องไห้อ้อนวอนก็หลงกลถูกเขาหลอก ยอมยกเงินก้อนนั้นทั้งหมดเป็นค่าไถ่ตัวให้กับนาง แล้วไล่กลับบ้านไป เออ ถ้าหากมันเป็นความผิด ก็คงผิดที่ความบ้องตื้น นายห้างได้โปรดอภัยให้กับเขาเถอะครับ ก้มหัวลงเร็วเข้า” ซามฟูบอกอิมซังอ๊ก

“เป็นความจริงรึเปล่า” ฮุงต๊อกจูถาม

“ท่านนายห้างถามแล้วรีบตอบสิ” ปั๊กกุงเสียงดุ

“ครับ”

“เจ้านี่ไม่รู้จักแยกแยะจริงๆ”

“เออ แต่ตอนนี้เขาสำนึกผิดแล้วนะครับ เร็วเข้า รีบขอโทษท่านนายห้างสิเร็วเข้า รีบขอร้องเร็ว” ซามฟูบอกอิมซังอ๊ก

“ท่านครับ ถึงข้าจะเจอกับเหตุการณ์แบบนี้อีกครั้ง ข้าก็จะยังคงทำเหมือนเช่นเดิม” อิมซังอ๊กยืนยันคำเดิม

เรื่องย่อละครตามบทโทรทัศน์ - อิมซังอ๊ก ตอนที่ 16 (ต่อ) 2

ซามฟูหันมาดุ “ประสาทกลับรึไง รีบขอขมานายห้างเร็ว เร็วเข้าสิ”

“ฮ่ะๆ เจ้า นับแต่นี้จงมาอยู่ที่ห้างใหญ่แล้วมาเป็นเลขาของข้า” ฮุงต๊อกจูกล่าวจบ ทั้งปั๊กกุงและซามฟูถึงกับอึ้งไป

ขณะที่คนอื่นๆ ที่รู้ข่าวก็พากันตกตะลึงไปตามๆ กัน ฮุงต๊อกจูยังคุยกับอิมซังอ๊กตามลำพัง

“เจ้านี่มันแข็งคนเกินงาม คนที่จะเป็นพ่อค้าได้ ต้องรู้จักการปรับตัว บางครั้งต้องโอนอ่อน บางครั้งต้องรู้จักลูกล่อลูกชน แต่ถ้าแข็งจนเกินไปก็จะหักซะก่อนขายของได้สำเร็จ เจ้ารู้รึเปล่า สถานการณ์ภายในของกลุ่มกังซางตอนนี้เป็นยังไง ถึงข้าจะทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ใจกลับร้อนเหมือนไฟ นึกถึงแผนชั่วของกลุ่มซงซางทีไร ข้านอนไม่หลับเลย”

“ในสถานการณ์คับขันแบบนี้ ท่านกลับมอบตำแหน่งเลขาที่สำคัญให้กับข้าเป็นการกระทำที่เสี่ยง จริงๆ”

“ทำไม เห็นว่ากลุ่มกังซางไม่มีอนาคต อยากไปอยู่กับซงซางใช่มั้ย”

“ไม่ใช่อย่างงั้นครับ”

“นี่ ลองดูหน่อยแล้วกัน ข้าให้เวลาเจ้า 10 วัน หาวิธีทำให้กังซางอยู่รอดคิดว่าได้มั้ย”

“ข้าจะลองดูครับ”

“ดี เอ้า ดื่มซะสิ เฮ้อ แล้วข้าจะเชื่อเจ้าได้มั้ยเนี่ย”

อิมซังอ๊กกลับมาบอกข่าวดีกับแม่ พลอยทำให้พวกพกแทได้ลาบปาก ฉลองความสำเร็จครั้งนี้ของอิมซังอ๊กไปด้วย

ทางด้านพ่อบ้านวังก็เข้ามารายงานดายงว่า

“หัวหน้าสายงานคนใหม่จุงจิซู เริ่มงานกับกลุ่มซงซางแค่ 3 วันก็สามารถเข้าใจระบบการทำงานของที่นี่อย่างละเอียดแล้ว ตอนนี้ข้าเข้าใจแล้วว่าทำไมท่านนายห้างถึงต้องดึงตัวเขามา”

“ปลาเมียนกับปลาวังวาที่สั่งตกลงว่ายังไง”

“พรุ่งนี้เขาจะส่งมาแล้วครับ คุณหนู ได้ข่าวว่าอิมซังอ๊ก เขาได้เป็นเลขากลุ่มกังซางแล้ว”

ชียางเห็นอิมซังอ๊กได้ดีก็แค้นใจมาก บ่นกับรุ่นน้องว่า

“แล้วสักวันหนึ่ง นอกจากร้านเครื่องเหล็กร้านนี้แล้วข้าจะต้องยึดทุกสิ่งทุกอย่าง ของกลุ่มกังซางให้ได้ ถึงตอนนั้น โฮซามฟูกับฮุงต๊อกจูต้องมากราบแทบเท้าของข้า พวกเจ้าเองก็ต้องระวัง ถ้าไม่อย่างงั้น ข้าจะเล่นพวกเจ้าด้วยเข้าใจรึเปล่า โอ๊ย”

“ไม่ต้องรอวันหลังหรอก แน่จริงก็ทำเลยสิ”

ชียางตกใจที่เห็นซามฟู “เถ้าแก่โฮ ท่าน”

“ไอ้ปากเสีย พวกเจ้าเองก็เหมือนกันแค่ฟังข่าวลือก็นึกว่าจริง อ้อ เออ ท่านหัวหน้าใหญ่” ซามฟูทักปั๊กกุง

“เถ้าแก่โฮ”

“ครับ”

“เลขาอิมยังต้องศึกษาระบบงานของเราอยู่ ขอให้เจ้าคอยช่วยเขาด้วย”

“ได้ครับ ไม่มีปัญหาครับ”

อิมซังอ๊กตรวจสอบแล้วถามชุนจอว่า “สินค้าสำรองของร้านผ้าไหมเยอะกว่าร้านอื่นๆ มาก มันเป็นเพราะอะไร”

“ปีที่แล้วดอกฝ้ายผลิตได้น้อยทำให้ใยฝ้ายที่ใช้ผสมกับใยไหมราคา สูง เราเลยต้องเก็บใยไหมเอาไว้ก่อนประกอบกับได้ผ้าไหมของใต้เท้าเฉิ นที่เอามาแลกกับโสมของเราที่จ้าเหมินอีกอื้อซ่า แล้วล่าสุดยังมีผ้าไหมที่พวกเจ้าขนกลับมาจากเมืองเอียนจิงอีก”

“ข้ารู้ พอเจ้าได้เป็นเลขาเลยอยากระบายความอัดอั้น แต่นี่เจ้ายังไม่ทันรู้ข้อมูลก็ด่วนสรุปซะแล้วใช้ได้ที่ไหน” ปั๊กชิลต่อว่า

“ข้าไม่ได้ตำหนิพวกท่านเรื่องที่เหลือสินค้าอยู่เยอะ อย่าเพิ่งไม่พอใจ”

ปั๊กชิลยังคงไม่พอใจ “ฮึ”

“ถ้าอย่างงั้นรบกวนช่วยตรวจสอบสินค้าคงเหลือแล้วมารายงานข้าที”

“เออน่าข้ารู้แล้ว”

จากนั้นฮุงต๊อกจูก็คอยถามอิมซังอ๊กว่า

“ว่าไง คิดออกหรือยังว่าต้องทำยังไงเราถึงจะค้าขายได้เหมือนเดิม”

“ถ้าหากทางผู้ว่ายังคงสั่งห้ามอยู่แบบนี้ ก็คงไม่มีหนทาง”

“มันก็จริง พอรับตำแหน่งก็ให้เจ้าหาทางแก้ มันก็คงลำบาก”

“ถึงข้าจะยังไม่มีวิธีช่วยให้ค้าขายได้เหมือนเดิมและช่วยให้พ่อ ค้าชาวจีนได้ขึ้นฝั่ง แต่ข้าพอมีหนทางช่วยเหลือกลุ่มกังซาง”

“หือ” ฮุงต๊อกจูรอฟัง

“หนทางอะไร” ปั๊กกุงถาม

“การที่กลุ่มกังซางมีปัญหาก็เพราะเราไม่สามารถเปิดตลาดและค้าขา ยกับพ่อค้าชาวจีนได้แถมเรือสินค้าก็ยังซ่อมไม่เสร็จ กลุ่มซงซางจึงร่วมมือกับผู้ว่าใช้กำลังทหารห้ามพ่อค้าชาวจีนขึ้ นฝั่ง ซึ่งเมื่อทำแบบนี้แล้วพวกเขาคงคิดว่ากลุ่มกังซางคงไม่มีทางรอด แต่ความจริงรายได้ของเราไม่จำเป็นต้องพึ่งลำน้ำแดจงเพียงอย่างเ ดียว”

“หมายความว่าหารายได้จากทางอื่นหรือ”

“ครับ”

“คิดว่าพวกเราไม่รู้เรื่องนี้หรือ แต่ในการเตรียมตัวและเตรียมสินค้าอย่างน้อยต้องใช้เวลา 2-3 เดือนในขณะที่เงินหมุนเวียนของเรามันอยู่ได้ไม่ถึง”

“แผนข้ามี 3 ขั้นตอน”

“ว่ามาสิ”

“ขั้นแรก เรามีสินค้าคงค้างอยู่ในร้านผ้าไหมมากมาย เราควรรับระบายออกไปให้หมด ซึ่งแน่นอนจำเป็นต้องขายในราคาที่ต่ำเพื่อดึงเงินสดกลับมาแก้ปั ญหาเฉพาะหน้าก่อน”

“แล้วไงอีก”

“อิทธิพลกลุ่มซงซางมากขึ้นทุกที ซึ่งไม่ได้กระทบเราแค่ฝ่ายเดียว แต่ยังกระทบถึงกลุ่มเยาซางในเปียงยางด้วย ถ้าตอนนี้เราไปขอความร่วมมือเขาต้องไม่ปฏิเสธ”

“ร่วมมือกับกลุ่มเยาซางที่เปียงยาง”

“ใช่ครับ จากนั้นนำเครื่องใช้โลหะจากร้านเครื่องเหล็กของเราไปขายที่มณฑล วังแฮโดเพื่อแลกเป็นเงินสด ซึ่งถ้าท่านนายห้างอนุญาตข้าก็จะใช้คนของคณะการแสดงนำสินค้าไปข ายเอง”

ปั๊กกุงคิดตาม “ถ้ามันราบรื่นอย่างที่เจ้าคิดมันก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าเกิดพลาดขึ้นมาเราก็จะพังกันหมด ไปขอร้องท่านผู้ว่าให้เปิดท่าเรือลำน้ำแดจงเถอะ”

แต่ฮุงต๊อกจูกลับเห็นด้วยกับอิมซังอ๊ก “เจ้าไปลองดู เรื่องนี้ข้ายกให้เจ้า ลุยให้เต็มที่เลย”

อิมซังอ๊กรีบไปติดต่อกิดทังคู สุดท้ายกิดทังคูก็ถามลูกน้อง แล้วตัดสินใจช่วยอิมซังอ๊ก แต่อิมซังอ๊กบอกทุกคนว่าตอนนี้ทางร้านยังขาดสภาพคล่อง จึงขอจ่ายเงินทีหลัง ทุกคนก็ไม่ว่าอะไร ก่อนที่เขาจะกลับแชยุนเข้ามาทัก

“ได้ข่าวว่าท่านได้ตำแหน่งสำคัญภายในกลุ่มกังซาง ยินดีด้วยนะคะ”

“ก็แค่เพิ่งจะเริ่มต้น ยังไม่รู้จะไปรอดรึเปล่า นี่เป็นหนังสือใช่มั้ย”

“ข้าซื้อที่เมืองเปียงยางตอนที่เดินทางไปเปิดการแสดง”

“อุดรวิพากษ์”

“เป็นหนังสือที่เขียนขึ้นโดยปาร์กคีเคียง เขามีความสนิทสนมกับท่านพ่อของข้ามาก ข้าเห็นเขามาตั้งแต่เด็กแล้ว ถึงเขาจะมีฐานะเป็นเพียงลูกของอนุ แต่ก็สนใจในการค้าขายมาก ข้าเชื่อว่ามันอาจะช่วยท่านในเรื่องของการค้าได้จึงซื้อติดมือม าฝาก”

“ขอบใจเจ้ามาก”

ปั๊กกุงบอกกับทุกคนว่า “ถ้าอยากจะขายผ้าไหมให้ได้ราคาการขายให้กับคนของกรมวังจากฮันยา งน่าจะดีที่สุด ถ้าไม่ทำแบบนี้แล้วนำออกไปเร่ขายคงได้ราคาไม่ถึงครึ่ง ข้าได้ข่าวมาว่าคนของกรมวังจะมาเมืองอีจูแล้ว”

ปั๊กชิลถามว่า “คนของกรมวังเป็นใคร”

“เจ้าเป็นถึงเสมียนร้านไม่รู้จักบ้างเลยหรือไง เมื่อก่อนทางการจะเก็บภาษีตามสินค้าที่ขาย แต่ปัจจุบันเรียกเก็บเป็นข้าวสาร ซึ่งจะมีตัวแทนของกรมวังเป็นผู้ดำเนินการ”

“แต่ได้ข่าวว่าคนของกรมวังถ้าจะซื้อผ้าไหมก็จะซื้อของกลุ่มซงซา งเท่านั้น ถึงพวกเขาจะมาอีจู เราก็ไม่มีโอกาสอยู่ดี” ชุนจอว่า

อิมซังอ๊กกล่าวต่อว่า “ก็เพราะเหตุนี้ เราถึงต้องหาวิธี ถ้าขายผ้าไหมให้พวกเขาไม่ได้อีกแค่เดือนเศษเงินของเราก็จะหมด เพราะฉะนั้นถึงยังไงเราก็ต้องเอาชนะกลุ่มซงซางแล้วขายผ้าไหมให้ พวกเขาให้ได้”

ด้านปาร์กจูมุงกำลังจะออกเดินทาง เขากำชับกับดายงว่า

“ข้าต้องแวะโปชอง ฮันยาง แล้วกลับซงตู ซึ่งกินเวลา 1 เดือน จะตรงกับเวลาที่คนของกรมวังมาซื้อหาผ้าไหมพอดี เจ้าจะต้องทำให้สำเร็จ”

“ค่ะ”

ปาร์กจูมุงออกเดินทางไปพร้อมกับจิซู ด้านพ่อบ้านวังก็ได้กล่าวกับทุกคนว่า

“ท่านนายห้างได้ตั้งความหวังเอาไว้กับการขายผ้าไหมครั้งนี้มาก”

“พวกเขามาแล้ว อ้าวท่านพี่” หัวหน้าชังทักจีซอง

“เจ้าเองหรือ เจ้าชังซกจูใช่มั้ยเนี่ย ฮ่ะๆ”

“ฮ่ะๆ ไม่ได้เจอกันซะนาน ฮ่ะๆ”

“ดีใจมากที่เจอเจ้า ฮ่ะๆ”

“แนะนำตัวสิ”

“ข้าหัวหน้าวังแดฮูแห่งกลุ่มซงซาง”

“ข้าชองโซลีค่ะ”

“ข้ายุนจีซองจากกรมวัง”

“ท่านพี่เชิญเลยครับ ฮ่ะๆ” หัวหน้าชังเชิญ

หลังดูของแล้ว พ่อบ้านวังก็ถามว่า “เป็นยังไงบ้าง”

“ข้ากับท่านยุนจีซองเป็นเหมือนพี่น้องกัน ถึงยังไงเขาก็ต้องซื้อจากเราแน่”

“ถ้าอย่างงั้นก็วิเศษ”

“คุณหนู สบายใจได้ครับขอแค่คืนนี้เลี้ยงดูปูเสื่อพวกเขาอย่างดียังไงเขา ก็ต้องซื้อผ้าไหมจากกลุ่มซงซางของเรา”

“เจ้ารีบไปเตรียมตัวอย่างผ้าไหมให้เขาดูด้วย” ดายงสั่ง

โซลีรีบรับคำ “ค่ะคุณหนู”

เวลาเดียวกันปั๊กชิลเห็นกรมวังไปที่ห้างซงซางก็รีบกลับมารายงาน ชุนจอ

“เขาควรมาห้างกังซางก่อนถึงจะถูก” ชุนจอว่า

“แต่เท่าที่ดูคนจากกรมวังค่อนข้างจะสนิทสนมกับคนของกลุ่มซงซาง”

“เจ้าว่ายังไงนะ”

ซามฟูแทรกขึ้น “ข้ากะเอาไว้อยู่แล้ว”

พวกหัวหน้าชังกับจีซองต่างร่วมสนทนากันอย่างถูกคอในงานเลี้ยง

“ถ้าข้ารู้ตั้งแต่แรกว่าเจ้าอยู่ที่เมืองอีจูข้าก็คงไม่ต้องดั้ นด้นเดินทางมาจริงมั้ย ฮ่ะๆ” จีซองกล่าว

“ข้าเองก็เช่นกัน ถ้ารู้ว่าคนที่มาคือท่านก็คงจะแจ้งข่าวตั้งแต่เนิ่นๆ แต่ในเมื่อมาถึงแล้ว ยังไงก็ช่วยข้าหน่อยแล้วกัน”

“ฮ่ะๆ มันแน่นอนอยู่แล้ว เพราะถ้าข้าไม่ช่วยเหลือเจ้าแล้วจะให้ไปช่วยใครข้าไม่ไปห้างกัง ซางแล้ว พรุ่งนี้ข้าจะทำสัญญาซื้อจากกลุ่มซงซางนี่แหละ ฮ่ะๆ”

“ต้องขอขอบคุณท่านพี่มากจริงๆ เชิญเลยครับ ขอดื่มคารวะ ไม่เห็นรึไงเหล้าของพี่ข้าหมดแล้ว เฮ้อ อย่างว่าแหละคณิกาตามบ้านนอกก็เลยไม่ค่อยประสีประสาพูดถึงที่นั ่งดื่มเหล้ามันต้องหอคณิกาของห้างซงซางในเมืองฮันยางที่นั่นถึง จะสุดยอด ฮ่ะๆ”

“ฮ่ะๆ แต่ถึงยังไงข้าก็ดูออกว่าเจ้าได้ทำอย่างเต็มที่แล้ว ฮ่ะๆ”

“ขอบคุณท่านพี่มากครับที่ชม เชิญครับๆ ฮ่ะๆ”

ปั๊กชิลไปสืบต่อ พอกลับมาถึงชุนจอก็รีบถามว่าได้ข่าวรึยัง

“ได้แล้ว พวกเขาพากันไปเลี้ยงดูปูเสื่ออย่างดีแถมยังเสาะหายอดคณิกาจากเม ืองอีจู จงจูแล้วก็โปชองมาคอยปรนนิบัติคนของกรมวังอย่างเต็มที่”

“ไอ้พวกนี้มันร้ายจริงๆ”

“เอ้อ งั้นก็ไปจ้างนางโลมมาบ้างสิ ในเมื่อมันหามาจากจงจูกับโปชองได้เราก็น่าจะไปหาจากเปียงยางเหม ือนกัน” ซามฟูเสนอ

ชุนจอเห็นด้วย “เจ้าพูดถูกแล้วล่ะ”

อิมซังอ๊กค้านว่า “แต่ข้าว่าไม่จำเป็นหรอก”

ปั๊กกุงเห็นด้วย “เลขาอิมพูดถูก พวกเจ้าเคยเห็นท่านนายห้างใช้นางโลมบ้างรึเปล่า”

“เรื่องนั้นพวกเราเข้าใจ แต่สถานการณ์มันแตกต่าง” ซามฟูแก้ตัว

“พอแล้ว” ปั๊กกุงตัดบท

“ที่ข้ากลัวคือ เขาจะไม่มาห้างกังซางแล้วตัดสินใจซื้อจากห้างซงซางเลย” อิมซังอ๊กกล่าว

“ถ้าอย่างงั้นก็แย่”

วันรุ่งขึ้น พวกพ่อบ้านวังกับหัวหน้าชังก็เฝ้ารอการมาของจีซองใจจดจ่อ

“ฮะแฮ้ม ขอโทษที่มาช้า ขออภัย”

หัวหน้าชังถามว่า “เมื่อคืนหลับสบายมั้ยครับ”

“สบายดี เพราะได้หัวหน้าชังซกจูคอยเอาใจใส่ก็เลยหลับกันอย่างมีความสุข”

“งั้นก็เริ่มกันเลยแล้วกัน”

โซลีเสริมว่า “เราได้จัดเตรียมตัวอย่างของผ้าไหมที่จะให้ท่านดูไว้แล้ว”

“ไม่ต้องหรอกไม่ต้อง สินค้าของห้างซงซางไม่มีที่ติอยู่แล้วจะดูไปทำไม แล้วอีกอย่าง หัวหน้าชังซกจูที่สนิทกับข้าก็ยังอยู่ทั้งคน เพราะฉะนั้น ข้าไม่ไปห้างกังซางแล้ว ข้าจะซื้อผ้าไหมห้างซงซางนี่แหละ”

“ขอบคุณมากที่ให้เกียรติ”

“เพียงแต่ว่า เรื่องที่จะบอกต่อไปนี้ความจริงข้าก็อึดอัดใจแต่มันก็เลี่ยงไม่ ได้ วันนี้เรามาเปิดปกคุยกันเลยก็แล้วกัน ก็อย่างที่รู้ในฐานะคนของกรมวังที่รับผิดชอบด้านการจัดซื้อขุนน างชั้นผู้ใหญ่ที่ต้องการซองจากเราไม่ใช่แค่ท่านหรือสองท่าน ดังนั้นเพื่อป้องกันการครหา เราจึงจำเป็นต้องแบ่งซองให้กับขุนนางทุกระดับชั้นด้วย ดังนั้นจึงจำเป็นต้องใช้เงินเป็นจำนวนมาก ถ้าหากกลุ่มซงซางยินดีแบ่งสันปันส่วนให้บ้างภาระของข้าก็จะลดน้ อยลง”

“เรายินดีอยู่แล้วท่านพี่ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก ช่วยไปจัดเตรียมให้ที”

ดายงไม่เห็นด้วย “ไม่จำเป็น ทางห้างซงซางจะไม่จ่ายเงินสินบนเด็ดขาด”

จีซองอึ้งไป “เมื่อ เมื่อครู่นี้ แม่นางพูดว่าอะไร”

“โปรดฟังให้ชัดอีกครั้ง เราไม่จ่ายเงินสินบน”

หัวหน้าชังรีบพูดกับดายง “ค่าน้ำร้อนน้ำชามันเป็นธรรมเนียมปฏิบัติอยู่แล้ว ซึ่งถ้าเราปฏิเสธก็คงขายของไม่ได้”

“จงทำตามที่ข้าสั่ง” ดายงเสียงเข้ม

“คุณหนู เวลาที่ท่านนายห้างค้าขายกับคนในวังก็จะทำเช่นนี้เหมือนกัน” โซลีกล่อมต่อ

“แค่ 500 ตำลึงเราจะได้กำไรถึง 5 เท่านะครับ” หัวหน้าชังบอกมาอีก

“แดงเดียวข้าก็ไม่ให้” ดายงยืนยัน

“เอ้อ ว่ายังไงบ้าง” จีซองหน้าเหวอ

“ข้าไม่รู้จะพูดยังไงจริงๆ คงจะไม่ได้แล้วล่ะ”

“ชังซกจู สิ่งที่ข้าขอมันมากเกินไปหรือ” จีซองถาม

“เออ ไม่ใช่ครับ ท่านอย่าเพิ่งเข้าใจผิด” หัวหน้าชังปฏิเสธ

“ก็ได้ ใช่ว่าซงซางมีผ้าไหมแค่เจ้าเดียว ไม่มีผลกับพวกเราอยู่แล้ว ไปห้างกังซางเถอะ”

“ท่านพี่ๆๆ”

พ่อบ้านวังก็รีบพูดกับดายง “คุณหนู เพราะท่านนายห้างมั่นใจ ว่าครั้งนี้ต้องทำได้สำเร็จท่านถึงได้ออกเดินทาง ดังนั้นถ้าท่านทราบว่าล้มเหลว จะต้องไม่พอใจแน่”

“เรื่องทั้งหมดข้ารับผิดชอบเอง ท่านไม่ต้องเป็นห่วง พ่อบ้านวัง”

“ครับคุณหนู”

“อดีตหัวหน้าอึนยอนที่เคยเป็นศัตรู กับพ่อของข้าและเพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อไม่นานมานี้ เขาเริ่มต้นแบกสินค้าออกเร่ขายไปทั่วมาตั้งแต่เด็กแล้ว จนได้ดูแลส่วนงานเร่ขาย ถึงเขาจะเป็นแค่พ่อค้าเร่ แต่ก็ภูมิใจที่ตัวเองเป็นพ่อค้าของกลุ่มซงซาง เขาพูดอยู่เสมอ ทุกคนในกลุ่มซงซางเห็นคุณค่าของเงินมาก ไม่ต่างกับพ่อครัวที่ต้องนับจำนวนของ เมล็ดข้าวก่อนจะนำไปหุงเป็นข้าวสวย ผู้รู้มัธยัสถ์จึงสมเป็นพ่อค้าซงซาง เวลาอยู่ต่อหน้าลูกค้า ต้องอ่อนน้อมและพูดจาให้ดี ต้องแต่งกายให้ภูมิฐานรู้กาลเทศะ จะทำให้ชื่อเสียงของกลุ่มซงซางมัวหมองไม่ได้ เขาว่าพ่อค้าเร่กลุ่มซงซาง ยามเข้าฤดูหนาวหากต้องเดินทางข้ามภูเขา จะต้องนำสารหนูมาอัดเป็นแท่งแล้วอมก่อนออกเดินทาง เพราะจะช่วยให้ร่างกายอบอุ่นขึ้นสามารถฝ่าฟันความหนาวไปได้ ถึงข้าจะเป็นเพียงแค่ผู้หญิงแต่กลับได้รับตำแหน่งสูงส่งเป็นถึง หัวหน้าสาขาในกลุ่มซงซาง แต่ข้าก็ไม่เคยภูมิใจเลยซักนิด เพราะสิ่งที่ท่านพ่อกระทำและแสดงให้ข้าเห็นมันเป็นการทำลายศักด ิ์ศรีและเกียรติของกลุ่มซงซาง จนตอนนี้ข้ารู้สึก อับอายขายหน้าเป็นอย่างมาก ที่เป็นคนของกลุ่มซงซาง

“คุณหนู”

“ข้าจะไม่ทำตามคำสั่งนายห้างอีกแล้ว ข้าจะทำตามอุดมการณ์ของข้า”

จบ 16

BY... http://wordpress.com/tag/%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%8 B%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B9%8A%E0%B8%81/

Back to Top
donnamoni View Drop Down
Special Member
Special Member
Avatar

Joined: 05 ส.ค. 2007
Location: Thailand
Posts: 938
Post Options Post Options   Quote donnamoni Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 21 ม.ค. 2008 at 17:22

เรื่องย่อละครตามบทโทรทัศน์ - อิมซังอ๊ก ตอนที่ 17

จีซองไปพบห้างกังซาง ปั๊กกุงออกมาต้อนรับ ทั้งสองแนะนำตัวแล้วปั๊กกุงยังได้แนะนำอิมซังอ๊กให้รู้จักกับจี ซอง

“อ้อ นี่เป็นเลขาของห้างเรา ชื่อว่าอิมซังอ๊ก นี่เถ้าแก่ร้านผ้าไหมของเรา แพกชุนจอ”

ซามฟูแนะนำตัวเอง “ข้าเป็นเถ้าแก่ร้านเครื่องเหล็ก โฮซามฟู โปรดชี้แนะด้วย”

“ท่านรู้จักใต้เท้าฮันจอฮอนในกรมวังมั้ยครับ” ปั๊กกุงถาม

“รู้จักใต้เท้าฮันด้วยหรือ”

“ครับ เมื่อหลายปีก่อนข้าเคยพบท่านตอนตามคณะทูตไปเอียนจิง ข้ายังจำได้ดีท่านเป็นคนที่มีเหตุผล ยึดมั่นความเป็นธรรมสูงมาก”

“ฮึ งั้นหรือ แต่ข้าว่าเขายึดถืออุดมการณ์มากไป ขอบอกตามตรงการร่วมงานกับคนประเภทนี้มันเหนื่อยอกเหนื่อยใจ”

“แน่อยู่แล้ว ถ้าขืนมีเจ้านายเป็นคนแบบนี้ประเภทชอบล้วงลูก ลูกน้องก็ต้องเหนื่อยเป็นธรรมดา ฮ่ะๆ ปั๊กชิล มัวทำอะไรอยู่รีบเอาตัวอย่างผ้ามาสิ”

“ครับๆ มาแล้ว นี่ครับ เชิญครับใต้เท้า เชิญครับ”

จีซองบอกให้ลูกน้องช่วยกันดูด้วย

โซลีมาบอกดายงกับหัวหน้าชังว่าคนจากกรมวังไปร้านผ้าไหมกลุ่มกัง ซางแล้ว

“ถ้านายห้างใหญ่กลับมาทราบเข้าต้องโกรธแน่ๆ ซวยชะมัดเลย” หัวหน้าชังบ่น

“ก็บอกแล้วไงว่าเรื่องนี้ข้าจะรับผิดชอบเอง หัวหน้าชังไม่ต้องเป็นห่วงหรอก” ดายงว่า

“คุณหนู ปัญหามันไม่ได้จบแค่นี้ ถ้ากลุ่มกังซางสามารถขายผ้าไหมให้กับกรมวังได้ แผนที่ท่านนายห้างใหญ่วางเอาไว้ก็จะสูญเปล่า เพื่อให้ได้ครอบครองกลุ่มกังซาง ช่วงที่ผ่านมาได้พยายามทำลายฐานการเงินอย่างเช่นการทำลายไร่โสม บนเขา วางเพลิงเผาขบวนเรือสินค้า แถมขัดขวางไม่ให้กลุ่มกังซางค้าขายกับชาวจีนจนเวลาต้องขาดทุนอย ่างย่อยยับ แต่ถ้ากลุ่มกังซางสามารถขายผ้าไหมให้กับกรมวังก็จะได้เม็ดเงินก ลับมาหล่อเลี้ยง แถมผ้าไหมที่กลุ่มซงซางของเราซื้อมาก็จะขายไม่ออก และที่สำคัญกลุ่มกังซางจะลุกขึ้นได้อีกครั้ง เพราะฉะนั้นครั้งนี้ เราต้องพยายามหาทางขัดขวางการขายผ้าไหมของมัน”

จีซองดูผ้าแล้วก็เรียกเก็บเงินใต้โต๊ะด้วย แม้ว่ากลุ่มกังซางกำลังเดือดร้อนแต่ฮุงต๊อกจูก็ไม่ยอมตกลงเช่นเ ดียวกันดายง เขายังบอกให้คิดหาวิธีใหม่ ชุนจอแย้งว่า

“แต่ในสถานการณ์ตอนนี้เราจะระบายสินค้าเยอะแยะขนาดนี้ได้ยังไง”

ปั๊กกุงเห็นด้วยกับชุนจอ “ข้าเข้าใจดีว่าท่านไม่ต้องการค้าขายด้วยวิธีติดสินบนเจ้าหน้าท ี่ และข้าก็ทราบดีที่ผ่านมาท่านเคยละทิ้งผลประโยชน์มากมายเพราะสาเ หตุนี้ แต่สถานการณ์มันต่างกัน ท่านครับ ขอเพียงแค่ครั้งนี้เถอะนะครับ”

“เพียงแค่ครั้งเดียวหรือ แค่ครั้งเดียวก็เกินพอแล้ว ตั้งแต่เริ่มค้าขายจนถึงทุกวันนี้ ข้ามักจะเจอเหตุการณ์แบบนี้เสมอ แต่ข้าก็ไม่เคยหวั่นไหวมาก่อน พอเจอปัญหาก็ทิ้งอุดมการณ์แล้วจะเรียกว่าอุดมการณ์หรือ ปั๊กกุง”

“ครับนายห้าง”

“ข้ารู้ความดื้อรั้นของข้าบางครั้งทำให้เจ้าทำงานลำบาก แต่ว่า ถึงจะยังไงข้าก็จะไม่ติดสินบนหรือจ่ายใต้โต๊ะเด็ดขาด ถ้าเขายังเรียกร้องเงินอีกงั้นเราก็ไม่ต้องไปขาย อย่าไปขายมัน หือ แค่ไม่ขายให้มันเราไม่ถึงกับเจ๊งหรอก”

“เออ คือว่า นายห้างของเรามีจุดยืนที่ว่า จะไม่จ่ายสินบนหรือเงินใต้โต๊ะ” ปั๊กกุงออกมาบอกพวกจีซอง

“ได้ข่าวมาว่า พวกท่านมีผ้าไหมอยู่เป็นจำนวนมากถ้าไม่ขายให้กับพวกเราแล้วผ้าไ หมจำนวนนี้พวกท่านจะขายให้ใคร” จีซองถาม

“เราจะขายให้กับท่านในราคาที่ถูกกว่าเดิม โปรดซื้อผ้าของเราเถอะ”

“ฮ่ะๆ ถามจริงๆ เถอะไร้เดียงสาหรือว่าซื่อบื้อกันแน่ ต่อให้ขายผ้าไหมในราคาที่ถูกลงฝ่ายที่ได้ประโยชน์ก็คือกรมวัง ในขณะที่พวกข้าไม่ได้อะไร อ้อ ยังมีอีก งบประมาณแผ่นดินจ่ายน้อยลงชาวบ้านจ่ายภาษีคุ้มค่าขึ้น พวกเราจะยังอยู่ที่อีจูอีก 3-4 วัน ถ้าพวกท่านเปลี่ยนใจเมื่อไหร่ก็จงไปหาข้าได้ ไปได้แล้ว”

เมื่อพวกจีซองกลับไปแล้ว ฮุงต๊อกจูก็คุยกับอิมซังอ๊ก ถามเขาว่า

“เจ้าว่าข้าดื้อรั้นเกินไปรึเปล่า”

“ถึงข้าจะเข้าใจเหตุผลที่ท่านปฏิเสธพวกเขาเพราะมันคือสิ่งที่ถู กต้อง แต่พอนึกถึงมูลค่าความสูญเสียของเรา ทำให้ข้ารู้สึกอดเป็นห่วงไม่ได้”

“การที่ข้าให้เจ้ามาเป็นเลขาไม่ใช่เพื่อสอนเคล็ดลับในการค้า แต่ข้าอยากให้เจ้าเรียนรู้ว่าหลักการค้าคืออะไร ความหมายของหลักการค้าก็เหมือนกับหลักของการเป็นคนที่ควรยึดถือ ปฏิบัติ คนที่เอาแต่ขายของคิดถึงแต่ผลกำไรคิดถึงแต่เม็ดเงินจนละทิ้งหลั กของการเป็นคนไม่ใช่พ่อค้าที่แท้จริงหรอก ถ้าอยากเข้าใจความหมายที่แท้จริงเจ้าคงต้องหาประสบการณ์อีกนาน ยังไม่ต้องรีบร้อนหรอก พวกเจ้า 3 คนจะออกไปไหน”

ฮุงต๊อกจูถามพวกฮูหยิน นางบอกว่าจะพามีกึมไปไหว้พระสวดมนต์ พอทั้งสามออกไปแล้วก็หันมาคุยกับอิมซังอ๊กต่อ

“อย่างน้อยลูกของข้าก็ยังคงมีพระเป็นที่พึ่ง แต่บ่อยครั้งมากที่พ่อค้าอย่างเรามักจะรู้สึกเคว้งคว้างหาที่พึ ่งไม่ได้ ซึ่งถ้าช่วงนั้นถือเงินเป็นที่พึ่งทุกอย่างก็จบสิ้น”

“นายห้างบอกได้มั้ยครับข้าควรถืออะไรเป็นที่พึ่ง”

“เรื่องนี้หรือ ขนาดข้าอายุปูนนี้แล้วก็ยังไม่รู้เลย ถ้าพบแล้วก็สอนข้าหน่อยก็แล้วกัน”

อิมซังอ๊กวางแผนให้กลุ่มของจีซองไปเข้าพักในโรงเตี๊ยมของแม่ของ เขา ทำให้สามารถสืบความลับได้อย่างง่ายดาย เขาได้ยินจีซองกล่าวว่า

“ฮ่ะ ไอ้คนพวกนี้ไม่รู้ธรรมเนียมบ้างเลยมาค้าขายได้ยังไง คงเพราะรวยแล้วมั้งถึงได้ตาต่ำเหมือนตาตุ่ม ฮึ คอยดูก็แล้วกัน ฮุงต๊อกจูกลุ่มกังซางข้ารู้มันไม่เคยจ่ายเงินใต้โต๊ะ แต่นังเด็กเมือวานซืนกลุ่มซงซางรู้แล้วยังแกล้งเซ่อ ฮึ พวกเจ้าช่วยไปสืบทีตอนนี้กลุ่มซงซางกับกังซางเป็นยังไงบ้าง แล้วรีบมารายงาน”

หัวหน้าชังรู้จากโซลีว่ากลุ่มกังซางก็ไม่ยอมตกลงเหมือนกัน เขาจึงคิดจะไปเจรจาอีกครั้ง โดยไม่ให้ดายงรู้

ปั๊กกุงก็เข้ามาปรึกษากับอิมซังอ๊กว่ากลุ่มซงซางก็ตกลงไม่ได้เห มือนกัน

“หา แต่กลุ่มซงซางไม่น่าจะยอมพลาดโอกาสนี้” อิมซังอ๊กแปลกใจ

“เขาปฏิเสธการให้เงินสินบนเหมือนกัน”

“ท่านฟังผิดรึเปล่า คนอย่างปาร์กจูมุงถึงต้องจ่ายสินบนเขาก็ต้องขาย”

“ปาร์กจูมุงกับจุงซิจูเดินทางไปซงตู คนที่เจรจาก็คือหัวหน้าสาขา ซึ่งนางเป็นคนที่ปฏิเสธเอง นับว่าเป็นข่าวดีเท่ากับว่าเรากับกลุ่มซงซางเสมอกัน และถ้าเราโชคดีก็อาจจะเป็นฝ่ายชนะ”

ด้านจีซองก็ให้ลูกน้องไปสืบดูทั้งสองห้าง แล้วกลับมารายงาน

“กลุ่มกังซางไม่อาจลักลอบค้าขายได้เหมือนเดิมจึงมีปัญหาด้านการ เงินเหมือนกับกลุ่มซงซาง ดังนั้น ถ้าไม่ได้ขายผ้าไหมให้กับพวกเราพวกเขาก็จะเดือดร้อนทันที”

“ดีล่ะ งั้นเราต้องเปลี่ยนวิธี”

“หมายความว่า”

“ข้าจะให้กลุ่มกังซางและกลุ่มซงซางเข้าประมูล ถ้าเราสามารถซื้อผ้าไหมได้ในราคาต่ำที่สุดทางฝ่ายกรมวังก็จะปูน บำเหน็จความชอบและเงินรางวัล ต่อให้ไม่ได้รับปูนบำเหน็จปีหน้าเราก็จะต้องได้รับมอบหมายอีก ไว้ค่อยเอาตอนนั้น เพราะฉะนั้นถึงปีนี้จะไม่ได้เราก็ต้องรักษาผลประโยชน์ของปีหน้า เอาไว้ ซึ่งไม่แน่ปีหน้าเราอาจจะได้เยอะกว่านี้ เมียงซู พรุ่งนี้เจ้าไปบอกกลุ่มกังซางเราจะให้ประมูลเสนอราคา ส่วนกลุ่มซงซางข้าจะไปเอง”

“ครับใต้เท้า”

อิมซังอ๊กได้ข่าวก็เข้ามาปรึกษากับพวกฮุงต๊อกจู

“พวกเขามาแจ้งเราว่าพรุ่งนี้จะประกวดราคาเพื่อซื้อผ้าไหม”

“ประกวดราคา”

“เขาอยากให้เราแข่งกับกลุ่มซงซางว่าใครเสนอราคาได้ต่ำสุด”

“ถ้าซื้อในราคาถูกพวกเขาก็ไม่ได้อะไร แล้วทำไมพวกเขายังทำอีก” ชุนจอไม่เข้าใจ

อิมซังอ๊กบอกว่า “ถ้าเขาสามารถซื้อราคาถูกปีหน้าทางกรมวังก็ต้องให้เขารับผิดชอบ อีก ถึงปีนี้จะไม่ได้สินบนแต่ปีหน้าเขาอาจจะได้มากขึ้น”

“จะเสนอเท่าไหร่ดี” ฮุงต๊อกจูนิ่งคิด

“เออ ต้นทุนที่ซื้อจากต้าชิงคือ 6 ตำลึงแต่กลุ่มกังซางของเรากับกลุ่มซงซางบวกเพิ่มอีก 6 ตำลึงก็เลยรวมเป็นพับละ 12 ตำลึง ปกติที่เปียงยางขาย 13 ตำลึง ที่ฮันยางขาย 15 ตำลึงครับ เพียงแต่ว่า ในตอนนี้ พวกเรากำลังร้อนเงินคงจะขายในราคา 12 ตำลึงไม่ได้ ตามความเห็นของข้าน่าจะสัก 10 ตำลึง”

แต่อิมซังอ๊กเห็นว่า “ท่านครับ ถึงจะขาดทุนแต่ตอนนี้เราต้องการเงิน ถ้าเขายอมซื้อทั้งหมดเราก็น่าจะขายถูกกว่านี้”

ด้านดายง หัวหน้าชังก็เสนอกับนางว่า

“กลุ่มกังซางกำลังขาดสภาพคล่องอย่างรุนแรง เชื่อว่าต้องเสนอราคาต่ำสุดดังนั้นต้องขัดขวางให้ได้เพื่อไม่ให ้มันฟื้นตัว”

พ่อบ้านวังถามว่า “เจ้าคิดว่าเราควรเสนอราคาเท่าไหร่”

“ต่ำสุดเท่าที่เราจะทำได้”

ดายงถามอีกว่า “แล้วเท่าไหร่ล่ะ”

“6 ตำลึงน่าจะเหมาะที่สุด”

“6ตำลึงคือราคาซื้อเข้า ถ้าบวกกับค่าใช้จ่ายในการเดินทางและลำเลียงต้องขาดทุนอย่างแน่น อน” โซลีว่า

“ถ้าขายในราคานี้ 500 พับจะขาดทุน 3,000 ตำลึง พวกเราจำเป็นต้องยอมขาดทุนหรือ” ดายงถาม

“คุณหนู ถ้าไม่ขายในราคานี้กลุ่มกังซางต้องได้ไปแน่”

ฝ่ายฮุงต๊อกจูก็คิดจะขายเพียง 5 ตำลึง แต่พอชุนจอคัดค้าน ฮุงต๊อกจูจึงให้อิมซังอ๊กเป็นคนตัดสินใจรับผิดชอบงานนี้ไป อิมซังอ๊กจึงเดินทางไปพบกับดายง

“ตอนอยู่เอียนจิง เพราะข้าไม่ทราบว่าท่านนายห้างกับคุณหนูดายงเป็นอะไรกัน ถึงได้กล่าวคำพูดที่ไม่เหมาะสม ต้องขออภัยอย่างยิ่ง ข้ามีเรื่องด่วนที่สำคัญอยากจะบอกถึงได้ขอนัดพบ”

“ไม่ทราบว่าเรื่องอะไร”

“ข้าได้ข่าวมาว่า ท่านได้ปฏิเสธการให้เงินสินบนกับคนของกรมวัง ซึ่งนายห้างของพวกเรา ก็ได้ปฏิเสธเรื่องนี้ไปเช่นกัน ขุนนางกลุ่มนี้ ตอนนี้วางแผนจะให้พวกเราประกวดราคากัน เนื่องจากไม่อาจเรียกสินบนได้ก็เลยคิดแผนการนี้ขึ้นมา สภาพของกลุ่มกังซางในตอนนี้ เราอยากรีบระบายสินค้าจึงตัดสินใจเสนอราคาที่ต่ำที่สุด ส่วนกลุ่มซงซาง ถ้าปล่อยให้กลุ่มกังซางขายสินค้าได้ ก็จะต้องแบกรับภาระต้นทุนของผ้าไหมจนเกิดปัญหาสภาพคล่อง ในเมื่อเราอยู่ในสภาพเดียวกัน ถ้ายังสู้กันต่อไป ก็จะตกหลุมพรางของคนจากในกรมวังทันที ซึ่งถ้าเป็นอย่างงั้น การปฏิเสธการให้สินบนของคุณหนูกับนายห้างของเราก็ย่อมเท่ากับว่ าสูญเปล่า ไม่เกิดประโยชน์อะไรขึ้น”

“ท่านมีวิธีแก้ไขมั้ยล่ะ” ดายงถาม

“ข้าได้คิดเอาไว้แล้ววิธีหนึ่ง นอกจากจะไม่ทำให้เราตกหลุมพรางยังทำให้เราทั้งสองฝ่ายไม่เสียหน ้าและได้ประโยชน์”

อิมซังอ๊กได้บอกแผนการณ์ให้ดายงทราบ และเมื่อเขากลับมาที่ร้านยังเห็นแชยุนอยู่คนเดียว จึงอาสาเดินไปส่ง แชยุนบอกกับอิมซังอ๊กว่า

“จนถึงทุกวันนี้ ข้าก็ยังมักจะฝันถึงเหตุการณ์ตอนที่พวกเราหลบหนีมาจากค่ายทหาร ช่วงเวลานั้นท่านได้จับมือของข้า เสี่ยงอันตรายเสี่ยงต่อความตายช่วยชีวิตของข้า จนกระทั่งสามารถหลบหนีข้ามลำน้ำ หนีเข้าไปซ่อนตัวในถ้ำกลางป่าถึงข้าจะบอกท่านว่าให้เราต่างคนต่ างไป ทั้งๆ ที่ภายในใจของข้า รู้สึกกลัวมากเหลือเกินว่าท่านจะทอดทิ้งข้าแล้วหนีไปคนเดียว ตอนนั้นข้ากลัวมากจริงๆ แต่ว่า ภาพที่ข้าเห็นในตอนนั้นคือภาพที่ท่านกำลังว้าวุ่นใจ จึงทำให้ข้าใจชื้นเกิดความมั่นใจขึ้นว่าท่าน จะต้องไม่ทอดทิ้งข้า”

“ทำไมถึงเชื่ออย่างงั้นล่ะ”

“ก็เพราะ เพราะข้าเชื่อใจในตัวท่าน”

“เอาล่ะ ข้ากลับก่อนล่ะนะ”

แล้วก็ถึงเวลาแห่งการประมูล จีซองกล่าวกับทั้งสองฝ่ายว่า

“ในวันนี้เราจะมาทำการประกวดราคาเสนอขายผ้าไหมกัน ความจริงข้าก็รู้สึกเสียใจที่ต้องมาลงเอยกันด้วยรูปแบบนี้ แต่ช่างมันเถอะ ข้าไม่อยากจะรื้อฟื้น ทุกคนคงทราบดีอยู่แล้วเราจะพิจารณาซื้อผ้าไหมจากฝ่ายที่เสนอราค าต่ำที่สุดโดยเราจะให้กลุ่มกังซางและซงซางเสนอราคาผ้าไหมต่อพับ เข้ามา ถ้าฝ่ายไหนเสนอราคาต่ำสุดเราก็จะซื้อผ้าไหมจากฝ่ายนั้น 500 พับ กระดาษและพู่กันอยู่ในห้องแล้วขอเชิญกลุ่มกังซางเข้าไปเขียนใบเ สนอราคา”

เมื่อทั้งสองฝ่ายเขียนราคาแล้ว จีซองก็ขอกลับเข้าไปพิจารณาก่อน แล้วจะออกมาประกาศให้ทราบ และเมื่อเขาเข้าไปเปิดดูปรากฎว่าราคาเท่ากัน คือ 12 ตำลึง ทำให้จีซองหัวเสียอย่างมาก เขาออกมาบอกว่า

“เนื่องจากราคาที่กลุ่มซงซางและกังซางเสนอมาไม่ถูกต้องตามหลักเ กณฑ์จึงขอยกเลิก”

ทุกคนพากันแปลกใจ จีซองบอกว่าพรุ่งนี้ให้มาประกวดราคากันใหม่อีกครั้ง แล้วบอกให้ทุกคนกลับไปเตรียมตัว แล้วจีซองก็หาโอกาสมาพบกับหัวหน้าชัง

“นี่เป็นราคาที่กลุ่มซงซางเสนอ เพราะเรานับถือเหมือนเป็นพี่น้องถึงได้พยายามช่วยเจ้ามาตลอด แต่ถ้ายังทำแบบนี้อีก ข้าก็คงจนใจ ข้าไม่เข้าใจเลย ทำไมกลุ่มซงซางของเจ้าถึงได้เสนอราคาขนาดนี้”

“แล้วกลุ่มกังซางเสนอราคามาเท่าไหร่” หัวหน้าชังถาม

“เรื่องนี้ข้าบอกไม่ได้หรอก แต่เพราะเห็นแก่เจ้าถึงให้เสนอราคาใหม่ พรุ่งนี้อย่าบ้าอีกล่ะ ฮึ”

หัวหน้าชังกลับมาถามดายง “ทำไมคุณหนูถึงได้เสนอราคาสูงถึงขนาดนั้น คุณหนูไม่อยากขายผ้าไหมหรือครับ ข้าจะขอเตือนอีกครั้งเราจะต้องทำลายกิจการของกลุ่มกังซางให้ได้ ให้ข้ารับผิดชอบแทนเถอะ”

“นั่นสิคะคุณหนู ถ้าท่านนายห้างใหญ่เดินทางกลับมาถึงจะต้องไม่พอใจคุณหนูอย่างแน ่นอน” โซลีว่า

“ดีที่คนของกรมวังเห็นแก่ข้าจัดให้มีการเสนอราคาใหม่ ถ้าไม่อย่างงั้นกลุ่มกังซางจะต้องสามารถขายผ้าไหมได้แน่ๆ การเสนอราคาวันพรุ่งนี้มอบหมายให้ข้าเถอะ”

“ข้ารู้ว่าควรทำยังไง หัวหน้าชังจงอย่ายุ่งดีกว่า” ดายงเสียงเด็ดขาด หัวหน้าชังจะพูดต่อแต่ดายงตัดบทให้ทุกคนออกไป

แล้ววันรุ่งขึ้น การประกวดราคาเริ่มขึ้น ดายงก็เขียนไปพับละ 13 ตำลึง ขณะที่อิมซังอ๊กเขียนไปในราคา 15 ตำลึง ยิ่งสร้างความไม่พอใจให้จีซองอย่างมาก เพราะราคาสูงขึ้น ลูกน้องเขาถามว่าจะทำยังไงต่อไปดี จีซองบอกว่า

“ทำยังไงได้ ถ้าช้ากว่านี้เราก็จะส่งของเข้าวังไม่ทัน ถึงจะซื้อจากพ่อค้าเปียงยางกับพ่อค้าฮันยางก็ต้องแพงกว่า 13 ตำลึงอยู่ดี เฮ้อ เราได้พิจารณาจากที่ทั้ง 2 กลุ่มเสนอมาแล้ว ผู้ชนะการประกวดราคาคือผู้เสนอราคาพับละ 13 ตำลึง ซึ่งก็คือกลุ่มซงซาง กลับได้แล้ว”

พวกปั๊กกุงต่างไม่พอใจอิมซังอ๊ก ที่ทำให้ชวดในการขายผ้าครั้งนี้ ฮุงต๊อกจูรู้ก็ถามอิมซังอ๊กว่าเขาเขียนราคาไปเท่าไหร่

“15 ตำลึงครับ” อิมซังอ๊กตอบ

“เป็นเพราะอะไร บอกเหตุผลมาสิ หรือว่าเจ้ากำลังเอาอย่างจุงจิซูที่ทรยศข้า”

“ถ้านำผ้าไหม 250 พับไปห้างซงซาง ทางเขาจะเขียนตั๋วเงินให้กับเราในราคาพับละ 13 ตำลึงทันที”

“หือ” ฮุงต๊อกจูฟังแล้วพอเข้าใจ

ปั๊กกุงหน้าตื่น “หมายความว่ายังไง”

ทันใดนั้นก็มีคนนำจดหมายจากกลุ่มซงซางมาให้ปั๊กกุง ฮุงต๊อกจูรู้เรื่องก็หัวเราะออกมา

“ขออภัยที่ทำให้ท่านเป็นห่วง” อิมซังอ๊กขอโทษ

ฮุงต๊อกจูกลับชอบใจ “เจ้านี่มันแสบจริงๆ เล่นละครตบตาคนอื่นได้เนียนอย่างเหลือเชื่อ”

“เรื่องมันเป็นมายังไง พูดให้ละเอียดหน่อยสิ” ปั๊กกุงถาม

“ถ้าเขียนราคา 5 ตำลึงตามที่นายห้างสั่ง ผ้าไหม 500 พับเราจะขาดทุนถึง 2,500 ตำลึง เมื่อนั้นทั้งกลุ่มกังซางและซงซางก็จะหลงกล ตกหลุมพรางของคนจากกรมวังทันที การนำผ้าไหม 500 พับกลับฮันยางต้องใช้คนจำนวนมาก ในขณะที่คนจากกรมวังได้ว่าจ้างลูกหาบเอาไว้เรียบร้อยหมดแล้ว ซึ่งจากการสอบถามลูกหาบ พวกเขาเตรียมตัวจะไปฮันยางแล้ว จึงสรุปได้ว่าเวลาที่ต้องนำผ้าไหมไปส่งมอบกระชั้นเข้ามาทุกที”

“แล้วเจ้ารู้ได้ยังไง”

“เพราะลูกหาบพักอยู่โรงเตี๊ยมหมู่บ้านฮันชอง”

ซามฟูนึกได้ “โรงเตี๊ยมหมู่บ้านฮันชองมันโรงเตี๊ยมของแม่เจ้าไม่ใช่หรือ”

“ครับ”

“ปัทโธ่ ที่แท้มีแผนอยู่แล้วใจหายหมดเลย” ชุนจอโล่งใจ

“แล้วไปคุยกับกลุ่มซงซางว่ายังไง” ปั๊กกุงถามต่อ

“ข้าได้ไปพบกับหัวหน้าสาขาขอให้เราจับมือร่วมกันเพื่อไม่ให้ตกห ลุมพรางของคนจากกรมวัง”

“ลูกสาวของปาร์กจูมุงยอมรับข้อเสนอเจ้าหรือ”

“ครับ”

“แต่นางก็รู้ ว่าเท่ากับเปิดโอกาสให้กลุ่มกังซางแล้วทำไมนางถึงยอม”

“จากการที่เคยได้รู้จักพูดคุย นางมีจิตใจที่ดีงามและซื่อตรง” อิมซังอ๊กกล่าว

ขณะเดียวกันหัวหน้าชังก็โล่งใจแล้วกล่าวกับพ่อบ้านวังว่า

“ข้าเข้าใจคุณหนูผิดไปจริงๆ นางมีความคิดที่ลึกซึ้งมากข้ามันใจร้อนไปจริงๆ ฮ่ะ”

“ไม่รู้สึกแปลกใจบ้างหรือ”

“แปลกใจเรื่องอะไร”

พ่อบ้านวังกล่าวว่า “เราเสนอราถึง 13 ตำลึงแต่กลับได้รับเลือก แล้วเจ้าคิดว่ากลุ่มกังซางเสนอเท่าไหร่ แสดงว่าต้องเสนอสูงกว่า 13 ตำลึงอย่างแน่นอน แต่สภาพของกลุ่มกังซางในตอนนี้ มันไม่น่าเป็นไปได้”

“ถึงข้าจะรู้สึกว่ามันเหลือเชื่อแต่ฝ่ายเราก็ชนะแล้วไม่ใช่หรือ ทางกรมวังตัดสินซื้อผ้าไหมจากเรา โดยที่ฝ่ายกังซางต้องไปกินแห้ว ดื่มฉลองกันเถอะ”

“ออกไปดูข้างนอกหน่อยสิ” โซลีเข้ามาบอกทั้งสอง

“มีอะไรหรือ”

“กลุ่มกังซางขนผ้าไหมมาที่นี่”

“ผ้าไหมหรือ เพราะอะไร” หัวหน้าชังแปลกใจมาก

ปั๊กชิลกับชุนจอรีบสั่งให้คนงานขนผ้า หัวหน้าชังออกมาเห็นก็ถามว่าทำอะไร

“ก็เห็นอยู่แล้วนี่ พวกเราขนผ้าไหมมาให้” ชุนจอว่า

“กลุ่มกังซางขนผ้าไหมมาให้กลุ่มซงซางทำไม”

“ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร แต่มันเป็นคำสั่งของหัวหน้าสาขาของเจ้าไปถามเขาเองสิ”

หัวหน้าชังกับโซลีรีบไปหาดายงทันที แล้วถามว่าเรื่องอะไรกันแน่ ดายงไม่ตอบแต่กลับบอกว่า

“ผ้าไหมที่เราขายจำนวน 500 พับมี 250 พับเป็นของกังซาง เอาผ้าไหมทั้ง 250 พับของกลุ่มกังซางไปเก็บแล้วจ่ายให้เขาไปพับละ 13 ตำลึง”

“คุณหนู หมายความว่ายังไง”

“เพื่อไม่ให้หลงกลคนของกรมวังข้าจึงได้ร่วมมือกับกลุ่มกังซาง ถ้าเราแข่งกันเสนอราคาคงไม่เกินพับละ 6 ตำลึง แต่นี่ได้ถึง 13 ตำลึงซึ่งก็เท่ากับว่าเราทั้ง สองกลุ่มขายผ้าได้ 500 พับเช่นเดียวกัน”

“แต่มันก็เท่ากับว่ากลุ่มกังซางได้เงินกลับไปหมุนเวียน ไม่ได้นะครับคุณหนู” หัวหน้าชังไม่ยอม

“เราได้ตกลงกันเอาไว้แล้ว จงทำตามที่ข้าสั่ง” ทั้งสองจะค้าน แต่ดายงตัดบท “บอกแล้วไงให้ทำตามที่ข้าสั่งได้ยินมั้ย”

จังหวะนั้นปาร์กจูมุงกลับมาได้ยินเสียงก็ร้องถาม “เอะอะโวยวายอะไร แล้วเจ้าคนพวกนี้เป็นใคร”

“คนจากร้านผ้าไหมกลุ่มกังซาง” หัวหน้าชังตอบ

“คนร้านผ้าไหมกลุ่มกังซางมาที่นี่ทำไม” ปาร์กจูมุงแปลกใจ

แต่พอปาร์กจูมุงรู้เรื่องราวทั้งหมดก็ถามบุตรสาวว่า

“ทำไมถึงได้ไปตกลงกับเขาแบบนี้”

“ท่านพ่อเคยสอนข้าว่า เราจะต้องทำการค้าด้วยความเชื่อมั่น ข้าไม่ต้องการค้าขายด้วยการติดสินบนและไม่อยากตกหลุมพรางถูกกดร าคาก็เลยต้องทำเช่นนี้ นี่คือสิ่งที่ข้ายึดมั่น ข้าจึงทำด้วยความเชื่อมั่นและสามารถทำกำไร”

“การค้าของเจ้าในครั้งนี้หากมองอย่างผิวเผินกลุ่มซงซางสามารถทำ กำไร แต่การกระทำของเจ้า ทำให้กลุ่มกังซางที่กำลังจะตายฟื้นคืนชีพ ซึ่งเจ้าก็น่าจะรู้ว่าทำแบบนี้เป็นการขัดคำสั่งของพ่อโดยตรง และพ่อก็เคยเตือนเจ้าแล้ว ถ้ายังทำความผิดลักษณะนี้ พ่อก็จะไม่เลี้ยงเจ้าเอาไว้อีก ต่อไปนี้สาขาอีจูให้จุงจิซูดูแล เจ้าไม่ต้องยุ่งเรื่องการค้าอีกต่อไป”

ทางฝ่ายกิดทังคูที่พาพกแทและเชาลีนำเครื่องโลหะไปขายก็ประสบควา มสำเร็จเช่นเดียวกัน พอกลับมาถึงก็ตรงมาพบอิมซังอ๊ก

“เป็นยังไงบ้างครับ” อิมซังอ๊กถาม

“ชามเหล็กชามทองเหลืองขายได้หมดเกลี้ยงเลย ฮ่ะๆ” พกแทตอบแทนทุกคน

กิดทังคูยื่นตั๋วเงินให้ “เออ นี่เป็นตั๋วเงิน 500 ตำลึงของพ่อค้าในเปียงยางที่ซื้อจากเรา”

“ขอบคุณมาก ขอบคุณจริงๆ” อิมซังอ๊กกล่าว

“เราน่าจะฉวยโอกาสนี้เปลี่ยนอาชีพเป็นพ่อค้าแทนนะ อย่าว่าแต่ที่จอนึงกับซิงชองเลย ขนาดที่วังแฮโดก็ยังแย่งกันซื้อ ฮ่ะๆ” กิดทังคูกล่าวอย่างอารมณ์ดี

หลายคนเห็นด้วย “ใช่ๆ ฮ่ะๆ”

พกแทคุยต่อ “แล้วเรายังเอาไปแลกเป็นผ้าฝ้ายเอาไปขายให้กับลูกค้าโดยตรงได้เ งินอื้อซ่าเลย ฮ่ะๆ”

เชาลีรีบสมทบ “ใช่ค่ะ ฮ่ะๆ”

“ข้าก็บอกแล้วว่าพวกเราเหมาะที่จะเป็นพ่อค้า จริงมั้ย” เทียว่า

ปั๊กกุงขอบคุณทุกคน ซามฟูรีบเข้าไปหาเชาลี แต่พกแทกันท่าบอกให้เชาลีกลับหมู่บ้านก่อน กิดทังคูดุพกแท

“เป็นอะไรของเจ้า หา”

“ก็เราไม่อยู่ตั้งนานจะไม่รีบกลับไปดูที่บ้านหน่อยหรือครับ กลับไปได้แล้ว” พกแทแก้ตัว

“แปลกแฮะ เจ้าห่วงคนอื่นเป็นด้วยหรือ” เชาลีว่า

ซามฟูรีบเสนอ “เดินทางมาตั้งไกลดื่มน้ำชาแล้วค่อยกลับไม่ดีกว่าหรือ เดี๋ยวไปที่ร้านอาหารกันมื้อนี้ข้าเลี้ยง ฮ่ะๆ”

“ขอบคุณมากครับ ไปๆๆ” กิดทังคูว่า

ปั๊กกุงรีบบอกว่า “ก่อนไปข้าอยากให้ไปพบกับท่านนายห้างก่อน”

“เออ พบ พบท่านนายห้างหรือ”

“ฮ่ะ พวกท่านทำเพื่อเราถึงขนาดนี้ไม่มีรางวัลได้ยังไง ยังไงครั้งนี้พวกท่านก็ไม่เหนื่อยเปล่าหรอก” ปั๊กกุงว่า ทุกคนรีบขอบคุณ

ด้านแทจูก็เข้ามารายงานกับฮุงต๊อกจูว่า

“ข้าได้ไปพบนายห้างกลุ่มการค้าเปียงยางตามคำสั่งของพี่แล้ว ฮ่ะๆ”

“แล้วเขาว่ายังไงบ้าง”

“เออ กลุ่มเปียงยางก็เดือดร้อนเพราะกลุ่มซงซางเหมือนกับเราเช่นกัน ข้าเลยสัญญากับพวกเขาว่า ต่อไปนี้เราจะขายสินค้าราคาต่ำกว่ากลุ่มซงซางและกลุ่มเมืองหลวง แถมเราจะคอยให้ความช่วยเหลือด้านการเงินกันอีกด้วย ฮ่ะๆ”

“ขอบใจเจ้ามาก” ฮุงต๊อกจูชื่นชมแทจู

“ไม่เป็นไรครับ”

ปั๊กกุงกล่าวต่อว่า “เงินขายผ้าไหม 3,000 ตำลึงบวกเครื่องเหล็ก 500 ตำลึง ตอนนี้ปัญหาการเงินของเราคลี่คลายลงแล้ว”

“ทุกอย่างเป็นไปตามที่เจ้าคิดเอาไว้ แล้วเจ้าเห็นว่าถึงเวลาที่เราควรจะตอบแทน ที่กลุ่มซงซางทำกับเราไว้หรือยัง” ฮุงต๊อกจูถามอิมซังอ๊ก

“ข้าเห็นว่านี่ไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่เพิ่งเป็นจุดเริ่มต้น”

“นายห้าง นายห้างครับ”

“มีเรื่องอะไร” ฮุงต๊อกจูถามชายคนที่เข้ามารายงาน

“มีจดหมายจากท่านผู้ว่ายุน ผู้ว่าเมืองอีจูครับ”

“อะไรนะ ผู้ว่ายุนหรือ”

ฮุงต๊อกจูบอกให้ปั๊กกุงออกไปดู

จบ 17

BY... http://wordpress.com/tag/%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%8 B%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B9%8A%E0%B8%81/

Back to Top
serenecpa View Drop Down
Newbie
Newbie
Avatar

Joined: 26 ม.ค. 2008
Location: Thailand
Posts: 1
Post Options Post Options   Quote serenecpa Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 27 ม.ค. 2008 at 06:44
ขอบคุณครับ สนุกดี
Back to Top
donnamoni View Drop Down
Special Member
Special Member
Avatar

Joined: 05 ส.ค. 2007
Location: Thailand
Posts: 938
Post Options Post Options   Quote donnamoni Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 04 มี.ค. 2008 at 17:53

http://readlakorn.wordpress.com/say-hello-to-all-reader/

เรื่องย่อละครตามบทโทรทัศน์ - อิมซังอ๊ก ตอนที่ 18

“นายห้าง ข้าปั๊กกุงครับ” ปั๊กกุงเข้ามาหาฮุงต๊อกจู

”อ้อ เข้ามาสิ เอ้อ ผู้ว่าเขามีธุระอะไร”

”ไม่ใช่เรื่องใหญ่นักหรอกครับ พรุ่งนี้ผู้ว่าเมืองอีจูจะจัดงานเลี้ยงขึ้นที่จวนก็เลยเชิญให้ท ่านไปร่วมด้วย”

”อีกแล้วหรือ ใช่ว่าเป็นเรื่องสำคัญ เขาจัดงานเลี้ยงทำไมรู้เหตุผลมั้ย”

”เขาจัดงานเลี้ยงต้อนรับท่านทูตที่จะไปเมืองต้าชิง”

”เชิญไปถอนขนห่านล่ะไม่ว่า เตรียมซองด้วยแล้วกัน”

”ครับนายห้าง”

ด้านหัวหน้าชังก็ถามปาร์กจูมุงว่าควรจะเตรียมเงินเท่าไหร่ดี ปาร์กจูมุงตอบว่า

”ที่ผ่านมาท่านผู้ว่าได้ช่วยเหลือเราเอาไว้มาก ในเมื่อมีผู้ใหญ่มาจากเมืองหลวงก็ควรมากสักหน่อย”

”ครับนายห้าง”

”ต่อไปเจ้าต้องดูแลกิจการทุกอย่างของสาขาเมืองอีจู จึงควรผูกสัมพันธ์กับท่านผู้ว่าเอาไว้ เจ้าตามข้าไปด้วย” ปาร์กจูมุงบอกจิซู

”ครับท่านนายห้าง”

ผู้ว่าเมืองอีจูได้จัดงานเลี้ยงต้อนรับเจ้ากรมอาญายุนจองฮอนผู้ ซึ่งเคยเป็นทูตไปอาณาจักรต้าชิง ก่อนเข้างาน ปาร์กจูมุงปะหน้ากับฮุงต๊อกจู เขาจึงทักทาย

”ไม่ได้เจอซะนาน”

”ก็เช่นเดียวกัน”

”ได้ข่าวว่าเกิดเหตุร้ายขึ้นกับกลุ่มกังซางทำให้เกิดปัญหาการเง ิน ถึงจะไม่ใช่ปัญหาใหญ่แต่ถ้าขอมาทางเราก็ยินดีช่วยอยู่แล้ว”

”ขอบคุณ”

ปาร์กจูมุงชวน “ไปกันเถอะ”

ภายในงาน ผู้ว่าแนะนำนายอำเภอและนายทะเบียน ให้รู้จักกับเจ้ากรมอาญายุนจองฮอน พร้อมแนะนำปาร์กจูมุงกับจิซู

”นายห้างซงซางกุมการค้าเกือบทั้งโชซอนไม่ใช่หรือ แล้วทำไม ท่านนายห้างถึงมาอยู่ที่เมืองอีจูได้” เจ้ากรมอาญายุนจองฮอนถาม

ผู้ว่าตอบแทน “ปัจจุบันผู้ว่าซงซางมาอยู่ที่อีจูบ่อยซะยิ่งกว่าอยู่ซงตู เพราะต้องคุมการค้าที่จ้าเหมิน นี่คือนายห้างกังซาง”

”ข้าน้อยฮุงต๊อกจู”

”ข้าน้อยคิมปั๊กกุงครับ”

”อืม”

”ข้าน้อยอิมซังอ๊กครับ”

เจ้ากรมอาญายุนจองฮอนถือโอกาสคุยกับอิมซังอ๊กได้อย่างสนิทใจ

”ตั้งแต่เหนือหัวองค์ก่อนยังทรงพระชนม์ชีพ เวลาก็ผ่านไปนานหลายปีแล้ว ข้าดีใจมากที่ได้พบกับเจ้าอีก ตอนที่เจ้าอยู่ในคุกหลวงข้ากลับชวยเหลือไม่ได้ทำให้ข้าค้างคาใจ มาตลอด”

”แต่ใต้เท้าก็สามารถช่วยเหลือชีวิตของข้าได้สำเร็จ”

”จะมีประโยชน์อะไร พ่อเจ้าก็ยังถูกประหาร พ่อเจ้าตายโดยที่ไม่ได้ทำผิดข้าเสียใจมากจริงๆ”

”วันนี้ ข้าน้อยได้มายืนอยู่ที่นี่แล้วได้พบกับท่านอีกครั้ง ทั้งหมดนี้ก็ด้วยพระคุณของท่าน ชั่วชีวิตนี้ข้าจะไม่มีวันลืมเลย”

”ตอนนั้นข้ายังมีอำนาจไม่พอ ต้องทนเห็นพวกเจ้าถูกคุมขัง ข้าทรมานใจมากจริงๆ ตอนนี้เจ้าเป็นพ่อค้าแล้วหรือ”

”ครับ”

”คนที่สามารถพูดภาษาฮั่นได้อย่างคล่องแคล่วและรู้เรื่องของอาณา จักรชิงเป็นอย่างดีเหมือนเจ้าเสียดายที่ไม่ได้เป็นล่ามหลวง จริงสิ จะมีการสอบคัดเลือกขุนนางในช่วงพิธีอภิเษกสมรสเจ้าอยากสอบเป็นล ่ามหลวงรึเปล่า”

”เวลานี้ ข้าทิ้งความฝันเป็นล่ามหลวงแล้ว ต้องขออภัยด้วยที่ใต้เท้าอุตส่าห์ปรารถนาดี”

”ด้วยความสามารถและอุปนิสัยของเจ้าต่อให้ไปเป็นพ่อค้า ก็ต้องประสบความสำเร็จ เจ้ารู้รึเปล่า ข้ายังคงจดจำชื่อของเจ้าได้อยู่เสมอ”

อิมซังอ๊กน้อมรับ “ขอบคุณใต้เท้า”

เวลาเดียวกันดายงก็เอาแต่ทำงานเหมือนคนงานคนหนึ่งทีเดียว โซลีคอยปรามยังไงนางก็ไม่สนใจ

จิซูมาพบปาร์กจูมุง เขาถามจิซูว่าทางกลุ่มกังซางเป็นยังไงบ้าง

”เป็นไปตามที่ท่านคิด เรือของมันเริ่มกลับมาลำเลียงสินค้าและร้านต่างๆ ก็เริ่มค้าขายเหมือนเดิม”

”ถ้าอยากตัดเส้นเลือดใหญ่ของศัตรูให้ขาดจะต้องทำอย่างไม่ปราณี ถ้าเพียงแค่แหย่ให้เชื้อไฟลุกโชนก็จะยิ่งทำให้ศัตรูพัฒนาความเข ้มแข็งยิ่งขึ้น ข้าจะมอบอำนาจของสาขาเมืองอีจูทั้งหมดให้เจ้ารับผิดชอบ เจ้าต้องพยายามล้มกลุ่มกังซาง ช่วงที่ผ่านมาเพราะท่านผู้ว่าช่วยเหลือโดยปิดแม่น้ำแดจงทำให้กล ุ่มกังซางค้าขายของเถื่อนไม่ได้ แต่ถ้าปล่อยให้เวลาเนิ่นนานจะกระทบถึงกลุ่มซงซางด้วย เพราะฉะนั้นเราต้องรีบกำจัดมัน”

”ข้าทราบแล้วครับ”

ด้านอิมซังอ๊กก็เข้ามาพบกับฮุงต๊อกจูตอนดึกแล้ว

”ดึกดื่นป่านนี้แล้วเจ้ามีธุระอะไร”

”ท่านครับ ข้าอยากตั้งขบวนสินค้าเพื่อไปค้าขาย”

”ตั้งขบวนสินค้าไปค้าขายหรือ แต่กลุ่มกังซางไม่เคยจัดตั้งขบวนสินค้ามาก่อน”

”ทำไมเจ้าถึงคิดอย่างงั้นล่ะ”

”แม่น้ำแดจงถูกปิดทำให้เราลักลอบค้าขายเหมือนเดิมไม่ได้ ขณะที่การค้าขายในอีจูและเพียงอันปริมาณการขายก็มีจำกัด ตราบใดที่เรายังไม่สามารถใช้แม่น้ำแดจงนำสินค้าไปขายที่ชายแดนเ ราก็น่าจะหันกลับมาทำการค้าในอาณาจักรโชซอน”

”ค้าขายที่ชายแดนไม่ได้ก็ให้ค้าขายในประเทศ”

”ครับ”

”ถูกต้อง โอกาสในเมืองอีจูมีน้อยมาก แค่ขายเครื่องโลหะกับผ้าไหมเลี้ยงกลุ่มกังซางไม่ได้หรอก แล้วเจ้าคิดว่าจะไปค้าขายอะไร”

”ข้าคิดว่าจะขายกระดาษ” อิมซังอ๊กตอบ

”กระดาษ” ฮุงต๊อกจูแปลกใจ

”แต่กระดาษได้กำไรน้อยมากนะ” ปั๊กกุงว่า

”อีกไม่นานองค์เหนือหัวจะอภิเษกแล้วจะมีการสอบคัดเลือกขุนนาง นอกจากขุนนางระดับต่างๆ แล้วยังมีการสอบคัดเลือกล่ามหลวงและหมอหลวงพร้อมๆ กันในครั้งเดียว ถ้าเราซื้อกระดาษเอาไว้ก่อนก็จะได้กำไรอย่างงาม”

”เอาเงินทุนให้เขาไป อยากได้ใครไปบ้าง เจ้าจงไปคัดเลือกเอาเอง”

”ครับ แต่ข้าอยากจะขอร้องเรื่องที่เราจะขายกระดาษขอให้ปิดเป็นความลับ ไว้ก่อน”

”เจ้าจะไปเมื่อไหร่”

”เมื่อเตรียมคนเสร็จเมื่อไหร่ข้าจะไปทันที”

”เจ้ารู้เรื่องหัวหน้าสาขาห้างซงซางรึยัง เพราะเรื่องขายผ้าไหมให้กับคนของกรมวังนางจึงถูกปลดจากตำแหน่งแ ล้วจุงจิซูเป็นแทน”

”แม้ข้าจะไม่รู้ว่า ท่านเป็นอะไรกับเขาและได้มาร่วมงานกับคนที่เลือดเย็นประเภทนี้ไ ด้ยังไง แต่ข้าคิดว่า ท่านควรรีบปลีกตัวจากนายห้างใหญ่ซะ และผลดีจะเกิดขึ้นกับท่านเอง” อิมซังอ๊กกล่าว

อิมซังอ๊กมาขอความช่วยเหลือจากซามฟู ซึ่งซามฟูยินดีมากรีบถามว่าจะให้เขาช่วยอะไร

”ข้าขอท่านนายห้างแล้วว่าจะก่อตั้งขบวนเพื่อไปค้าขาย ข้าจึงอยากให้ท่านเดินทางไปด้วย จะได้ช่วยเหลือกัน”

”ตั้งขบวน ตั้งขบวนงั้นหรือ”

”ใช่”

”ได้ ข้ารับปากเจ้า ข้าจะได้ฉวยโอกาสนี้แสดงฝีมือให้เจ้าเห็น”

”ตั้งขบวน” ปั๊กชิลได้ยินก็แปลกใจ

”ใช่”

”เออ แล้วร้านผ้าไหมล่ะ เรายิ่งขาดคนอยู่”

”เรื่องนี้ข้าจะคุยกับเถ้าแก่ชุนจอเอง” อิมซังอ๊กบอกปั๊กชิล

”ก็ได้ ตอนข้าไม่อยู่พี่ชุนจอจะได้เห็นคุณค่าบ้าง ตอนที่เลขาอิมคุยกับพี่ชุนจอต้องพูดแบบนี้นะ เออ ข้าไม่อยากไปหรอก แต่ถ้าขาดข้าก็อาจจะไม่ประสบความสำเร็จ คงจะเข้าใจนะ”

”ข้าเข้าใจ”

จากนั้นอิมซังอ๊กยังได้ไปติดต่อพวกกิดทังคูให้ช่วยด้วย

”ข้าทำได้หรือ”

พกแทโวยวายขึ้น “ปัทโธ่ ไม่เห็นจะยากที่ตรงไหนเลย”

อิมซังอ๊กเสริมต่อว่า “พวกท่านเคยไปขายเครื่องโลหะกันแล้ว คงไม่มีปัญหาหรอก”

”ตัวไหมกินแต่ใบหม่อนปุบปับให้เปลี่ยนใบไม้มันพิลึกอยู่นา” กิดทังคูเปรียบเทียบ

พกแทรีบค้าน “หัวหน้า ตัวไหมกินใบหม่อนนานๆ เข้ายังเซ็ง แถมช่วงนี้ไม่มีงานแสดงสู้ไปขายของไม่ดีกว่าหรือ”

”ข้าทำได้ทุกอย่างแหละ ขอแค่ได้กินก็พอแล้ว” เทียว่า

”เจ้านี่มันห่วงกินทั้งปี ก็ได้ ไปก็ไป ในเมื่อเคยขายแล้วก็น่าจะลองอีกสักทีถ้ากำไรงามเราก็มีส่วนแบ่ง ด้วยใช่มั้ย”

”แน่นอนอยู่แล้ว”

”แล้วครั้งนี้มีใครไปบ้าง” เทียถาม

”ไปทั้งคณะเลยก็แล้วกัน เดินทางไปถึงที่ไหนจะได้เปิดการแสดงไปด้วย”

เวลาเดียวกันหัวหน้าชังที่รู้ว่าอิมซังอ๊กจะออกเดินทางค้าขายก็ หนักใจมาก จนบ่นให้โซลีฟัง

”ข้ารู้สึกกังวลจริงๆ”

”ท่านกังวลใจเรื่องอะไรหรือ”

”กลุ่มกังซางตั้งขบวนสินค้าไปค้าขาย แต่ข้าเดาไม่ถูกว่าเขาไปค้าขายอะไร แถมคนที่ต้นคิดและผู้นำขบวนก็คืออิมซังอ๊ก พอนึกถึงเรื่องการขายผ้าไหมครั้งที่แล้วจึงทำให้ข้าหนักใจไม่รู ้มันมีแผนอะไร ถ้าเรารู้มันจะไปค้าขายอะไรแล้วจะเดินทางไปที่ไหนเราก็ยังพอรับ มือได้ แต่ตอนนี้เราไม่รู้อะไรเลยข้าถึงได้กังวล”

จิซูมาดักพบปั๊กชิล แล้วพาเขาไปเลี้ยง พร้อมมีขอกำนัลให้ด้วย

”ท่านมาดักพบข้าทำไม ข้าไม่อยากเสวานากับคนสับปลับหรอก ขนาดเจอหน้ายังตะขิดตะขวงใจ มีอะไรก็รีบพูด เออ นี่อะไรหรือ”

”เปิดออกดูสิ”

จากนั้นจิซูก็ขอให้ปั๊กชิลช่วยสืบดูว่าอิมซังอ๊กจะไปค้าขายอะไร กันแน่

ทางด้านอิมซังอ๊กกับซามฟูก็เรียกประชุมผู้ที่จะเดินทางไปด้วยกั น ทุกคนเฝ้ารอการมาของปั๊กชิล อิมซังอ๊กคิดว่าเขาคงสะสางงานที่ร้านไม่เสร็จ ก็เลยบอกให้ประชุมกันไปก่อน

”ขอถามหน่อยเถอะ ที่เราตั้งขบวนครั้งนี้เพื่อค้าขายอะไรกันแน่” ซามฟูถาม

”แล้วเอาไว้ข้าจะบอก หลังจากออกเดินทางแล้ว” อิมซังอ๊กกล่าว

”อ้อ แล้วคณะแสดงไปกันแค่นี้เองหรือ แล้วพวกสาวๆ ล่ะ”

”ไปกันหมดแหละ” กิดทังคูตอบ

ซามฟูหน้าตาตื่นเต้น “เชาลีด้วยหรือ”

”ใช่ครับ”

”ฮ่ะๆ ค่อยยังชั่วหน่อย เพราะถ้ามีแต่ผู้ชายไปจะสนุกได้ยังไง เชาลีน่ารักออกอย่างนี้ ต้องขายของเก่งแน่ๆ ฮ่ะๆ”

พกแทไม่ค่อยพอใจนัก “เราไม่ได้ไปเที่ยวสนุกนะ”

”เมื่อกี้เจ้าพูดอะไร” ซามฟูหันมาทางพกแท

”เราไปค้าขายไม่ใช่ไปเที่ยวสนุก”

”ไอ้เด็กเมื่อวานซืนกล้ามาสั่งสอนข้าหรือ หา เดี๋ยวปั๊ดเหนี่ยว”

”หัวหน้าข้ากับเชาลีไม่ไปแล้ว” พกแทกล่าวขึ้น

อิมซังอ๊กรีบปราม “พกแท”

กิดทังคูดุ “โรคประสาทกำเริบอีกหรือไง หุบปากไปเลยนะ ฮึ เห่าอยู่ได้”

ด้านภรรยาของซามฟูก็มาบอกฮูหยินว่านางเจอคนที่เหมาะสมกับมีกึมแ ล้ว ฮูหยินรีบถามว่าเป็นใครกัน

”คุณชายรองของบัณฑิตคิมหมู่บ้านฮันชอง ใครๆ ก็บอกกันทั้งนั้นว่าทั้งรูปหล่อและก็นิสัยดีมาก”

”คนตระกูลบัณฑิต จะยอมเป็นทองแผ่นเดียวกันกับพวกเราหรือ” ฮูหยินรู้สึกหนักใจ

”แหม ท่านอาขา เรื่องนี้วางใจได้ ถึงจะเป็นคนตระกูลบัณฑิตแต่จนซะยังกับอะไรดี แค่ยกที่นาให้ซัก 3,4 ไร่กับข้าวสารซัก 10 กระสอบรับรองต้องยอมตกลงแน่ๆ”

ระหว่างนั้นแทจูก็เข้ามาบอกว่า คนที่ฮูหยินให้ช่วยดู เขาเจอแล้วเหมือนกัน ฮูหยินถามว่าใคร

”ลูกชายบัณฑิตคิมที่หมู่บ้านฮันชอง” แทจูตอบ

”ลูกชายคนที่ 2 ใช่มั้ย” ภรรยาซามฟูถาม

แทจูแปลกใจมาก “หือ เจ้ารู้ได้ยังไงเนี่ย”

เมื่อทั้งภรรยาของซามฟูและแทจูเห็นว่าลูกชายบัณฑิตคิมเหมาะกับม ีกึม นางจึงนำเรื่องนี้ไปคุยกับฮุงต๊อกจู

”ก็แค่ที่นา 3,4 ไร่กับข้าวอีกซัก 10 กระสอบก็ไม่มีปัญหาแล้ว” ฮูหยินว่า

”อย่าพูดเรื่องไร้สาระน่า” ฮุงต๊อกจูดุ

”ก็ข้าทนเห็นมีกึมเสียใจแบบนี้ไม่ได้ ถ้าเราให้ลูกแต่งงานซะก็น่าจะทำให้ดีขึ้น”

”เรื่องคู่ครองของมีกึมไว้ข้าจัดการเอง เจ้าไม่ต้องห่วงเรื่องนี้หรอก”

”ท่านพี่มีคนที่เหมาะสมแล้วหรือ”

”ข้ามีแล้วล่ะ”

”หา ใครหรือคะ”

”ขอข้าดูอีกสักระยะ เมื่อถึงเวลาจะบอกเอง”

ปั๊กกุงเข้ามาบอกว่า “ท่านครับ ขบวนที่จะไปค้าขายมาขอพบครับ”

”ท่านครับ เราจะไปกันแล้ว” อิมซังอ๊กกล่าว

”ดี หนทางมันไกลระวังตัวล่ะ ถึงเรื่องเงินจะสำคัญแต่สุขภาพต้องมาก่อน เจ้าไปด้วยหรือ” ฮุงต๊อกจูถามปั๊กชิล

”เออ คือ คือเลขาอิมอยากให้ข้าไปด้วย ข้าเลยคิดว่า”

”เจ้านี่มันหน้าหนาเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะ ซามฟู”

”ครับนายห้าง”

”แล้วเจ้าอย่าออกลายให้ข้าเห็นอีกล่ะ”

”เออ ออกลายอะไรครับ ไม่เห็นจะรู้เรื่องเลย” ซามฟูพูดหน้าตาย

”ตอนที่ข้าส่งไปเอียนจิงอย่านึกว่าไม่รู้ว่าเจ้าแอบไปเที่ยว ถ้าขืนยังทำตัวเหลวไหลแบบนี้อีกข้าไล่เจ้าออกแน่ๆ”

”ข้าไม่ทำอีกแล้วล่ะครับ”

”เอาล่ะ อย่ามัวเสียเวลาไปกันได้แล้ว”

”ครับ ไปกันได้แล้ว ไป”

ด้านจิซูก็คุยกับปาร์กจูมุงถึงเรื่องการค้าว่า

”กลุ่มกังซางส่งคนออกไปทำการค้าแล้ว แม่น้ำแดจงถูกปิดไม่สามารถลักลอบค้าขายเชื่อว่าพวกเขาคงค้าขายใ นโชซอนนี่แหละ”

”พวกมันจะค้าขายอะไร”

”ข้าได้ส่งคนไปสืบแล้ว แต่หัวหน้าขบวนครั้งนี้คืออิมซังอ๊ก ซึ่งเขายังคงปิดเป็นความลับ ท่านครับ ข้าอยากตั้งขบวนเพื่อไปค้าขาย”

”เพื่อติดตามกลุ่มกังซางใช่มั้ย”

”ครับ”

”งั้นก็ดำเนินการเลย ยังไงก็พาดานุงไปด้วยแล้วกัน หลังจากที่เจ้าดูแลสาขาอีจูนางก็เอาแต่อยู่ในร้านทำงานเยี่ยงคน งาน พานางไปผ่อนคลายบ้างก็ดี”

”ครับ ข้าทราบแล้ว”

ทางด้านคณะกิดทังคู แม่ของอิมซังอ๊กได้ทำอาหารให้ติดตัวไป ทั้งยังฝากให้แชยุนช่วยดูแลอิมซังอ๊กด้วย

”ค่ะ” แชยุนรับคำ

กิดทังคูรีบบอกมาว่า “เรื่องนี้ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกครับ ต่อให้ไม่สั่งแชยุนก็ต้องทำอยู่แล้ว”

”ขอบใจจ๊ะ งั้นรีบไปเถอะ”

”เอ้า ไปได้แล้ว”

และระหว่างเริ่มการเดินทาง อิมซังอ๊กก็ได้บอกกับทุกคนว่าเขาจะไปทำการค้าขายอะไร ซามฟูฟังแล้วงง

”หา กระดาษหรือ จะซื้อกระดาษไปขายให้ใคร”

”อีกไม่นานองค์เหนือหัวจะทรงอภิเษกแล้วจะมีการสอบขุนนาง จะเป็นการสอบคัดเลือกขุนนางทุกระดับชั้น จะต้องใช้กระดาษจำนวนมหาศาล เพื่อเตรียมการก่อนล่วงหน้าพวกเราถึงต้องมาซื้อกระดาษ”

”แน่ใจหรือว่าจะมีการสอบ” ซามฟูย้ำถาม

”เรื่องนี้เกิดขึ้นแน่”

”ซังอ๊กนี่ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ หือ” กิดทังคูทึ่ง

”แล้วทำไมเพิ่งมาบอกเอาป่านนี้” ซามฟูบ่น

”เพราะกลุ่มซงซางคอยเฝ้าดูความเคลื่อนไหวของพวกเราอยู่ตลอด ถ้าพวกเขารู้ว่าเราจะมาซื้อกระดาษเพื่อเกร็งกำไร พวกเขาจะต้องหาวิธีขัดขวางทุกวิถีทางเพื่อให้ฝ่ายเราล้มเหลว ดังนั้นก่อนที่เราจะทำสำเร็จจะต้องปิดเป็นความลับห้ามบอกใครเด็ ดขาด”

”แน่นอน ถ้าบอกคนอื่นล่ะก็มีหวังจบเห่แน่ๆ”

”ใช่ จบเห่แน่”

แต่แล้วปั๊กชิลก็หาทางไปบอกจิซูกับหัวหน้าชังจนได้

”รู้รึยังว่าเขาทำอะไร” จิซูถาม

”เขาว่าจะค้าขายกระดาษ”

”กระดาษ” จิซูแปลกใจ

หัวหน้าชังก็ไม่เข้าใจ “ค้ากระดาษกำไรน้อยมาก เขาจะทำไปทำไม”

”เขาว่าอีกไม่นานจะมีการสอบขุนนางที่ฮันยาง”

”สอบขุนนางหรือ”

”ข้าไม่เห็นได้ยินข่าวนี้เลย ถ้าเป็นความจริงกลุ่มซงซางก็รู้แต่แรกแล้ว คงไม่จริงหรอก”

”มันเป็นความจริงนะครับ” ปั๊กชิลยืนยัน

”แต่สิ่งที่อิมซังอ๊กทำมักมีมูลเหตุเสมอ ขอบใจเจ้ามาก” จิซูก็คิดว่าจริง

”เราก็รู้แล้วว่ามันจะค้าขายอะไร ไม่มีปัญหาแล้วล่ะ เราต้องรีบชิงซื้อกระดาษก่อนที่พวกมันจะลงมือซื้อ”

โซลีเสนอว่า “ต้องบอกซงซางสาขานี้มั้ย”

”ไม่จำเป็นหรอก ตอนนี้เราต้องรีบแย่งซื้อเยื่อไม้ที่ใช้ในการทำกระดาษ ถ้าเราซื้อเยื่อไม้เอาไว้ราคากระดาษก็จะขึ้น เพียงแค่นี้กลุ่มกังซางก็จะขาดทุนทันที และเมื่อราคากระดาษเขยิบขึ้นเยื่อไม้ก็ต้องขึ้นตาม ถึงตอนนั้นเราค่อยขายเยื่อไม้เพื่อทำกำไรอีกที”

ยามดึกจิซูเห็นดายงยังไม่นอนก็เข้าไปพูดคุยด้วย แต่นางกลับไม่พูดอะไรด้วย

”ดึกแล้วยังไม่นอนอีกหรือครับ ข้ารู้สึกเสียใจที่มีส่วนทำให้คุณหนูอยู่ในสภาพนี้ ตั้งแต่ข้ามาอยู่กลุ่มซงซางคุณหนูไม่เคยมองหน้าข้า แถมยังไม่เคยพูดคุย อย่ามองข้าในแง่ลบเลย เพื่องานของกลุ่มซงซางข้ายินดีปรึกษากับคุณหนูเสมอและข้าก็พร้อ มจะช่วยเหลือทุกเมื่อ ข้าขอตัว”

อิมซังอ๊กพาทุกคนมุ่งหน้าไปที่ตลาดวังจูกับตลาดฟงซาง แล้วจะพักที่ซงโต เพื่อเข้าเมืองอันซองไปหาซื้อกระดาษที่ตลาดชุงจู อิมซังอ๊กไปติดต่อซื้อกระดาษในราคา 500 ตำลึง พ่อค้าขอค่ามัดจำก่อน เพราะราคาเยื่อไม้ที่ใช้ทำกระดาษมักมีการเปลี่ยนแปลง อิมซังอ๊กจึงถามว่า

”ปกติเปลี่ยนแปลงเยอะมั้ย”

”เออ ก็ประมาณมัดละ 2 เฟื้องครับ”

”ถ้างั้นไม่เป็นไร ตกลงตามนี้”

พออิมซังอ๊กกลับมาหาพ่อค้าอีกครั้ง พ่อค้ากลับบอกว่ากระดาษขึ้นราคาเป็น 2 เท่า เขาจึงถามว่าเกิดอะไรขึ้น

”จู่ๆ ราคาเยื่อไม้ก็ขึ้นถึง 2 เท่าข้าเองก็จนใจ ก็อย่างที่ข้าบอกถ้าราคาเยื่อไม้ขึ้นกระดาษก็ต้องขึ้นด้วย”

”แต่ท่านว่าขึ้นแค่ 2 เฟื้องเองนี่”

”ข้าขายกระดาษมานานก็เพิ่งเคยเจอเรื่องแบบนี้เหมือนกัน”

ทั้งนี้เป็นเพราะแผนของจิซู เพื่อหวังให้กลุ่มกังซางขาดทุนถึงพันตำลึง ขณะที่พวกเขาเป็นฝ่ายได้กำไร

พวกกิดทังคูต่างไม่พอใจการขึ้นราคากระดาษของพ่อค้าอย่างมา ซามฟูก็เห็นด้วย

”เยื่อไม้ราคาขึ้นกระดาษเลยต้องขึ้นทำยังไงได้ แถมมัดจำเขาไว้แล้ว มันก็ต้องซื้อ ซังอ๊ก เอายังไงดี ยังไม่ทันขายเลยก็ขาดทุนซะแล้ว”

”อย่าเพิ่งคิดมากอย่างมากเราก็แค่ขายที่ฮันยางราคาสูงขึ้นยังไง ก็ไม่ขาดทุนหรอก รีบไปฮันยางเถอะ”

”เอ้า ไปๆ เร็วๆเข้า ไปกันเถอะ เก็บข้าวของ ไปๆ ไป” กิดทังคูว่า

เมื่อไปถึงฮันยาง ทุกคนเห็นพวกบัณฑิตมาเตรียมสอบก็หวังจะได้เงินมากขึ้น อิมซังอ๊กหาที่พัก แต่เพราะมีคนมาสอบเป็นขุนนางทำให้ไม่มีที่พักว่างเลย

ด้านหัวหน้าชังก็รีบปรึกษากับจิซู

”เพราะการสอบกระดาษเลยขึ้นราคา กลุ่มกังซางต้องได้กำไรกลับคืนแน่”

”เราจะต้องยับยั้ง” จิซูว่า

”ท่านมีวิธีหรือ”

”ถ้ามีข่าวว่าจะเกิดสงครามการสอบก็จะถูกเลื่อนหรืออาจจะถูกยกเล ิก”

”มันแน่อยู่แล้ว แล้วท่านอยากให้เกิดสงครามหรือ”

”เราแกล้งทำเป็นจำลองเหตุการณ์ว่าเกิดสงครามได้นี่ บนเขามูเม็งมีปล่องไฟเตือนภัย 5 ปล่อง และมีอีกที่อีจู กังจอง ชิงซอน ดงลา ซุนทัง ทั้งหมดจะส่งสัญญาณมาที่นี่ ปล่องแรกหมายถึงชายแดนกังยุนโด ปล่องที่ 2 หมายถึงชายแดนชิงซอน ปล่องที่ 3 และ 4 หมายถึงชายแดนเพียงอันและวังแฮปล่องที่ 5 หมายถึงชายแดนชอนลอง”

”จู่ๆ เอ่ยถึงเรื่องนี้ทำไม” หัวหน้าชังไม่เข้าใจ

”ถ้าปล่องบนเขามูเม็งปล่อยควันถึง 5 ปล่องก็หมายความว่าเกิดสงครามขึ้น”

”หมายความว่า”

”บริเวณปล่องควันมีทหารคอยดูแลอยู่ คนทั่วไปเข้าไม่ได้ แต่ถ้าเป็นบริเวณใกล้เคียงไม่น่ามีปัญหา”

”แล้วถ้าเกิดพลาดขึ้นมาล่ะ”

”ถ้าทางการต้องการตรวจสอบอย่างน้อยต้องใช้เวลาถึง 2 วันซึ่งแค่ 2 วันก็ขวัญเสียกันหมดแล้ว และอาจทำให้เกิดข่าวลือขึ้นว่า การสอบถูกยกเลิก ซึ่งในตอนนั้น เราก็จะได้ทำในสิ่งที่ต้องการ แต่ก่อนที่จะปล่อยควัน เราต้องกว้านซื้อรองเท้าไว้ก่อน รองเท้าคือสิ่งสำคัญที่คนต้องใส่เพื่อลี้ภัย หลังจากซื้อรองเท้าเราค่อยจุดไฟ เพื่อให้เกิดข่าวลือว่าการสอบถูกยกเลิก เมื่อนั้นกลุ่มกังซางที่ซื้อกระดาษเอาไว้ก็จะต้องรีบเทขาย ส่วนเราก็ซื้อเอาไว้แล้วค่อยขายทำกำไรต่ออีกทีหนึ่ง ควันที่ได้จากมูลม้าผสมฟางข้าวจะลอยสูงและไม่แตกตัวง่าย”

หัวหน้าชังไปสั่งให้จุดไฟตามที่จิซูกล่าว ทันใดนั้นมีคนเห็นก็ทำให้เกิดข่าวลืออย่างรวดเร็วว่าจะเกิดสงคร ามขึ้น

พกแทเห็นไฟก็รีบเข้ามาร้องเรียกให้พวกอิมซังอ๊กออกมาดู

”ลูกพี่ๆ ลูกพี่ซังอ๊ก รีบออกมานี่เร็ว เกิดเรื่องใหญ่แล้ว หัวหน้า พี่ซังอ๊กออกมาเร็ว เกิดเรื่องใหญ่แล้ว ออกมาดูข้างนอกเร็ว”

”นั่นมันเสียงของพกแทไม่ใช่หรือ”

กิดทังคูบ่น “มันเอ็ดตะโรทำไม”

”มีเรื่องอะไรหรือ” เชาาลีถาม

”ลูกพี่ออกมาข้างนอกเร็ว เมเม เชาลี แชยุน ออกมาเร็วเกิดเรื่องใหญ่แล้ว”

”มีเรื่องอะไรหรือ”

”เกิดเรื่องใหญ่แล้ว”

”ทำไม”

”ใจเย็นๆ ค่อยๆ พูดได้มั้ย” กิดทังคูเตือนสติ

”หัวหน้ากำลังจะเกิดสงครามขึ้นแล้ว”

”หนอย ไอ้ปากเสียดันพูดพร่อยๆ เกิดสงครามบ้าบออะไร”

”หัวหน้าจริงๆ นะครับ”

เชาลีได้ยินคำลำลือก็บ่นอีกว่า “แย่แน่ๆ เลย”

”หัวหน้า ลูกพี่ ยังไม่ทันครึ่งวันเลยกระดาษราคาตกไป 5 เฟื้องแล้ว” พกแทว่า

ซามฟูตกใจมาก “ไอ้หยา ถ้าเกิดสงครามขึ้นจริงจะรอดตายรึเปล่ายังไม่รู้ อย่าเอาแต่นั่งเฉยๆ ได้มั้ย เงินทุน 2,000 ตำลึงเจ๊งบ๋งหมดเหงๆ เอ้อ แต่ถ้าขายตอนนี้มันก็ยังเหลืออีก 500 รีบขายเถอะ”

อิมซังอ๊กฟังแล้วก็ได้แต่ถอดใจ “เฮ้อ”

ด้านดายงไปถามกลุ่มกังซาง แต่ไม่พบใครเลย ฝ่ายจิซูก็กระหยิ่มอย่างมาก

”ข้าส่งพ่อค้ากระดาษที่ติดต่อกับห้างซงซางสาขาฮันยางไปโรงเตี๊ย มแล้วให้แกล้งทำทีขอซื้อกระดาษพร้อมกับแกล้งขู่ไปในตัว เราคงได้ข่าวดีในไม่ช้า”

อิมซังอ๊กจำต้องเอากระดาษไปขาย แต่พ่อค้ายินดีซื้อในราคาแผ่นละ 2 เฟื้อง อิมซังอ๊กยอมไม่ได้เพราะเขาซื้อมาราคา 6 เฟื้อง พ่อค้าขู่ว่า

”ถ้าไม่ขายให้ข้าตอนนี้อาจจะไม่มีโอกาสอีกแล้วก็ได้ เพราะพรุ่งนี้ข้าต้องหนีแล้วซึ่งร้านกระดาษก็ต้องปิดเหมือนกัน ถึงตอนนั้นต่อให้กองกับพื้นก็ไม่มีใครมองอยู่ดี”

”แต่ว่าราคานี้ข้ายอมรับไม่ได้” อิมซังอ๊กว่า

”ถ้างั้นก็ช่วยไม่ได้ แต่ถ้าภายในคืนนี้เกิดเปลี่ยนใจขึ้นมาก็ไปหาข้าที่ร้านแล้วกันไ ปได้แล้ว” พ่อค้าว่า

”เฮ้ เดี๋ยวก่อน เดี๋ยวก่อนสิ เออ”

ปั๊กชิลตัดบทว่า “ได้ราคานี้ก็ขายไปเถอะ ถึงยังไงก็ทำกำไรไม่ได้อีกแล้ว จริงมั้ย”

”ข้าจะออกไปข้างนอกก่อน” อิมซังอ๊กขอตัวกับทุกคน กิดทังคูสั่งให้พกแทไปเป็นเพื่อนอิมซังอ๊ก

พกแทตามมาแล้วพูดกับอิมซังอ๊กว่า “ลูกพี่ คงเกิดสงครามจริงๆ แล้ว ทำตามที่ปั๊กชิลบอกเถอะรีบขายกระดาษไปซะถึงจะเหลือน้อยหน่อยก็ย ังดี แล้วเอาไว้ค่อยคิดหาลู่ทางกันใหม่”

”แต่เราต้องรู้ก่อนว่าเกิดสงครามจริงรึเปล่า”

”โธ่” พกแทเห็นผู้คนรีบร้อนก็ใจร้อนตามไปด้วย “ลูกพี่ๆ ไม่มีเวลาแล้วนะ รีบๆ กลับไปแล้วเอากระดาษไปขายเถอะ”

จบตอนที่ 18

Back to Top
donnamoni View Drop Down
Special Member
Special Member
Avatar

Joined: 05 ส.ค. 2007
Location: Thailand
Posts: 938
Post Options Post Options   Quote donnamoni Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 04 มี.ค. 2008 at 17:56

เรื่องย่อละครตามบทโทรทัศน์ - อิมซังอ๊ก ตอนที่ 19

เนื่องจากอิทธิพลของอิมบงแฮผู้เป็นบิดาซึ่งปรารถนาอยากจะเป็นล่ ามหลวงมาชั่วชีวิต ทำให้อิมซังอ๊กต้องศึกษาภาษาฮั่นมาตั้งแต่เล็ก และมีอยู่ครั้งหนึ่งด้วยความบังเอิญอิมซังอ๊กได้ช่วยเป็นล่ามให ้กับกลุ่มซงซางในการลักลอบขายโสมให้กับชาวจีน ด้วยความสามารถของเขาจึงทำให้สำเร็จลงได้ด้วยดี

แม้ปาร์กดานุงจะชักชวนให้อิมซังอ๊กทำงานกับกลุ่มซงซางแต่เขาก็ย ังคงปฏิเสธ และเนื่องจากต้องการศึกษาวัฒนธรรมของอาณาจักรชิงเขากับบิดาจึงต ิดตามคณะทูตไปในฐานะลูกหาบคนเลี้ยงม้า ในระหว่างทางที่กลับเขากับบิดาได้รับคำสั่งจากปาร์กจูมุงให้นำก ำมะถันสินค้าต้องห้ามเข้าประเทศจึงถูกจับกุมตัวที่ด่านตรวจ และด้วยแผนชั่วของปาร์กจูมุงเขาเลยต้องกลายเป็นนักโทษกบฏ ในขณะที่บิดาถูกประหาร

ต่อมา เขาจึงต้องกลายเป็นทาสอยู่ในค่ายทหารและถูกดึงตัวมาทำงานในโรงเ หล็กโดยที่ไม่อาจรู้ชะตากรรมของคนในครอบครัว เพื่อช่วยชีวิตของน้องชายเขากลับพลาดถูกจับกุมจนถูกส่งตัวไปทำง านในเหมืองนรก ซึ่งในระหว่างทางไปเหมืองเขาได้รู้จักกับแชยุนที่เป็นทาสเหมือน กัน ทั้งสองจึงร่วมกันหลบหนีกลับมาอีจู

เนื่องจากมีการประกาศอภัยโทษซังอ๊กจึงหลุดพ้นจากการเป็นทาส เขาเลิกฝันที่จะเป็นล่ามหลวงตัดสินใจเข้าทำงานกับฮุงต๊อกจู เพื่อครอบครองธุรกิจการค้าโสมและธุรกิจการค้าสินค้าหนีภาษีทางด ้านชายแดน ปาร์กจูมุง พยายามทำลายกลุ่มกังซางทุกวิถีทาง ถึงกับว่าจ้างโจรป่าให้บุกเข้าทำลายไร่โสมบนเขาทั้งยังใช้แผนโส มมดึงตัวจุงจิซูจนเขาต้องทรยศต่อกลุ่มกังซาง

ในขณะเดียวกันอิมซังอ๊กที่ได้รับความไว้วางใจจากฮุงต๊อกจูได้เด ินทางไปขายโสมที่เมืองเอียนจิงพร้อมกับปาร์กดานุง และที่นั่นเขาได้ช่วยเหลือหญิงคณิกาที่น่าสงสารที่ชื่อว่าเหม่ย หลิง

อิมซังอ๊กได้รับข่าววงในจึงตัดสินใจลงทุนค้ากระดาษ แต่เพราะปั๊กชิลเสมียนร้านผ้าไหมเป็นสายให้ศัตรูทำให้เขาต้องหล งกล แถมจุงจิซูยังแกล้งปล่อยควันไฟเตือนภัยสงคราม อิมซังอ๊กจึงต้องเผชิญกับอุปสรรคอีกครั้ง

“ลูกพี่คงเกิดสงครามจริงๆ แล้ว ลูกพี่ทำตามที่ปั๊กชิลพูดเถอะรีบขายกระดาษไปซะเถอะนะ ได้คืนมาเท่าไหร่ก็เอาเท่านั้นก่อนแล้วค่อยคิดหาลู่ทางกันใหม่” พกแทรีบบอกอิมซังอ๊ก

“แต่เราต้องรู้ให้ได้ก่อนว่าเกิดสงครามจริงรึเปล่า”

แต่พกแทเห็นคนรีบซื้อของเก็บก็บอกอิมซังอ๊กอีกว่า “ลูกพี่ เราไม่มีเวลาอีกแล้วนะ รีบๆ ตัดสินใจขายกระดาษไปเถอะ”

พกแทยังคงเฝ้าดูเหตุการณ์บ้านเมือง แล้วกลับมาบอกอิมซังอ๊ก

“ลูกพี่รีบขายกระดาษแล้วไปจากเมืองหลวงฮันยางเถอะ ชาวบ้านเริ่มหนีกันแล้ว แล้วเราจะอยู่ที่นี่กันอีกทำไม นะลูกพี่”

“ถ้าเราขายกระดาษในตอนนี้เมื่อหักลบกับต้นทุนจะขาดทุนถึง 1,500 ตำลึง เพราะท่านนายห้างไว้ใจถึงได้มอบหมายข้าทำท่านผิดหวังไม่ได้”

“ลูกพี่จำที่เถ้าแก่ร้านกระดาษพูดไม่ได้หรือ ถ้าไม่รีบขายตอนนี้อีกไม่นานกระดาษก็จะไม่เหลือค่า ถึงเหลือแค่ 500 ก็เอาก่อนเถอะ”

“ถึงจะมีการจุดควันไฟเตือนภัยสงครามแต่ไม่มีใครรู้ว่าจริงรึเปล ่า ในเมื่อไม่รู้ก็ยังไม่ควรขาย”

“โธ่ แต่ลูกพี่ก็เห็นไม่ใช่หรือทหารออกมาวิ่งกันเต็มไปหมด แถมรองเท้าก็ขายดิบขายดี ถ้ามัวชักช้าอาจขาดทุนยิ่งกว่านี้นะ ลูกพี่”

ทางด้านหัวหน้าชังกับโซลีก็เข้ามาพบกับจิซูแล้วรายงานว่า

“ไม่ว่าจะที่ตลาดประตูเมืองหรือที่ท่าเรือรองเท้าของเราสามารถข ายได้จนหมด”

“แค่กำไรจากรองเท้าเราก็ได้มามากกว่า 700 ตำลึงแล้ว”

“เป้าหมายสำคัญของเราคือกระดาษ ถ้าไม่สามารถทำให้กลุ่มกังซางขายกระดาษได้แผนการทั้งหมดที่เราล งทุนลงแรงไปมันก็เท่ากับสูญเปล่า”

“หัวหน้าชังข้าน้อยยองเปยครับ”

“เข้ามาได้ เขาขายกระดาษรึยัง”

“ยังไม่มีการติดต่อเข้ามาครับ”

“ถ้างั้น มันเป็นเพราะอะไร”

“คงเพราะขาดทุนเยอะก็เลยยังลังเลอยู่”

จิซูบอกว่า “เมื่อถึงวันพรุ่งนี้ทางการก็จะทราบข้อเท็จจริงทั้งหมด เพราะฉะนั้นเราจะต้องซื้อกระดาษให้ได้ภายในวันนี้ ถ้าซื้อไม่ได้ก่อนที่ทางการจะประกาศราคากระดาษจะต้องพุ่งขึ้น และเมื่อนั้นแผนการทั้งหมดที่เราทำไปก็จะกลับกลายเป็นประโยชน์ก ับกลุ่มกังซาง รีบไปบอกปั๊กชิลให้มาพบกับพวกเรา”

“ทราบแล้วครับ”

“แล้วคุณหนูดายงล่ะ ข้ายังไม่เห็นเลยนะ” จิซูถาม

“เพราะต้องคอยประสานงานกับหัวหน้าชัง ข้าเลยไม่ทราบว่านางไปไหน” โซลีถาม

“ยังไงก็จำไว้ล่ะ เรื่องควันไฟเตือนภัยสงครามอย่าให้คุณหนูรู้เป็นอันขาด”

“ค่ะ” โซลีรับคำแล้วออกไป

โซลีเดินตามหาดายงจนพบ “คุณหนูไปไหนมา ทราบมั้ยคะว่าข้าเป็นห่วงท่านมาก”

“ข้าก็เพียงแค่ออกไปเดินเล่น หัวหน้าโซลี”

“ค่ะคุณหนู”

“ท่านรู้มั้ยว่าคนของกลุ่มกังซางพักอยู่ที่โรงเตี๊ยมแห่งไหน”

“คุณหนูมีธุระอะไรหรือคะ”

“รู้รึเปล่าล่ะ”

“ข้าไม่ทราบหรอกค่ะ แต่ถ้าคุณหนูบอกเหตุผลให้ข้าทราบข้าก็จะได้ไปช่วยสืบ”

“งั้นไม่ต้อง”

ด้านเมเมก็ชวนแชยุนกลับเพราะรู้สึกกลัว แต่แชยุนบอกว่าอยากไปที่แห่งหนึ่งก่อน

“ข้าอยากมาเที่ยวเมืองหลวงฮันยางตั้งนานแล้ว แต่ไม่นึกเลยจะซวยขนาดนี้ ดันมาเจอภาวะสงครามเข้าพอดี”

แล้วเมื่อไปถึงจุดหมาย เมเมก็ถามอีกว่า “นี่หลุมศพใครหรือคะ แล้วทำไมพี่ถึงร้องไห้ด้วยล่ะ”

“หลุมศพของแม่ข้าเอง”

“ถ้างั้นพี่แชยุนก็เป็นชาวเมืองฮันยางน่ะสิ”

ปั๊กชิลถูกตามตัวมาพบหัวหน้าชัง

“มันเพราะอะไรกันแน่ ข้าส่งคนไปแล้วทำไมเขาถึงไม่ยอมขายกระดาษ”

“เออ คนที่รับผิดชอบไม่ใช่ข้าแต่เป็นอิมซังอ๊ก ข้า ข้าจะไปทำอะไรได้”

“แต่ข้าสั่งแล้ว ให้เจ้าคอยยุให้อิมซังอ๊กยอมขายกระดาษแล้วเจ้ามัวทำอะไรอยู่”

“ลอง ลองถ้าท่านเป็นเขาจู่ๆ ต้องขาดทุนตั้งเยอะท่านจะยอมขายรึเปล่า ข้า ข้าทำสุดความสามารถแล้ว”

“กล้าย้อนข้าหรือ” หัวหน้าชังโมโห

จิซูตัดบท “พอได้แล้ว ปั๊กชิลเขาพูดถูก การให้อิมซังอ๊กตัดสินใจไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แต่ยังไง เจ้าก็ต้องทำให้เขายอมให้ได้”

“เออ แล้วท่านจะให้ข้าทำยังไง ข้าจนปัญญาจริงๆ”

“ข้าจะแนะวิธีเอง แต่อย่าลืมกลับไปทำก็แล้วกัน”

อิมซังอ๊กเดินทางไปพบเจ้ากรมยุนจองฮอน แต่เผอิญท่านเข้าวังไปตั้งแต่เมื่อคืนเพราะมีข่าวลือว่าจะเกิดส งคราม พกแทได้ยินเช่นนั้นก็บอกอิมซังอ๊กอีกว่า

“เห็นมั้ยลูกพี่ ขนาดขุนนางชั้นผู้ใหญ่อย่างเจ้ากรมอาญายังเข้าวังตั้งแต่เมื่อค ืนจนป่านนี้ยังไม่กลับ”

“เถ้าแก่ซามฟู” เชาลีเข้ามาพบซามฟู

“หือ อ๋อ ทำไมหรือจ๊ะ”

“ทุกคนต่างก็รีบหนีจากเมืองฮันยางถ้าพวกเรายังอยู่ต่อจะปลอดภัย รึเปล่า”

“เฮ้อ ความจริงเราก็ควรหนีตั้งนานแล้ว แต่เจ้าอิมซังอ๊กน่ะสิมันดื้อชะมัดยาดพูดไม่รู้จักฟัง”

“เฮ้อ” เชาลีถอนหายใจ

“ขอถามอะไรหน่อยสิ ถ้าเกิดสงครามขึ้นจริง แล้วเจ้าจะทำยังไง โถ เจ้างามออกขนาดนี้ถ้าเกิดตายก่อนจะได้แต่งงานไม่เสียชาติเกิดแย ่หรือจ๊ะ หา”

“เฮ้อ ถ้าชะตาฟ้ากำหนด มันก็คงช่วยไม่ได้”

“เออ เจ้าฟังข้านะ คนเมื่อตายกายก็เน่าเปื่อยจะถนอมไปทำไม”

“เออ หมายความว่ายังไง”

“ข้าหมายความว่า คือหมายถึง ถ้าเกิดสงครามขึ้นไม่รู้จะเป็นยังไง ถ้าจะให้ดีคืนนี้เรา เออ ทำข้าวสารให้กลายเป็นข้าวสวย ถึงตอนนั้น ถึงจะต้องตายก็ยังไม่เสียชาติเกิด”

“เฮ้ เออ” เชาลีอึกอัก

“เชาลี คืนนี้เจ้าอยู่กับข้าเถอะนะ นะเชาลี เออ” ซามฟูอ้อน

เชาลีรีบร้องบอก “ท่านอย่าทำแบบนี้นะ”

“เออ เชาลีๆ ข้าก็ไม่อยากจะทำอะไรเจ้าหรอก แต่เจ้าสวยออกอย่างนี้ถ้าต้องตายอย่างเดียวดายมันน่าเสียดายมาก รู้มั้ยจ๊ะ มาเถอะเชาลี อยู่กับข้าเถอะนะ นะจ๊ะ เชาลี ตกลงนะ เชาลี”

เชาลีตกใจ “อย่านะ อย่าสิคะ เถ้าแก่คะ อย่าทำแบบนี้”

อิมซังอ๊กเข้ามาพร้อมกับพกแท

“หา ท่านทำอะไร” พกแทร้องถาม

อิมซังอ๊กตัดบทขึ้นก่อนที่เรื่องจะยาว “ข้ามีเรื่องด่วนจะคุยด้วย ขอเชิญที่ในห้อง”

“เออ ข้ากำลังรอเจ้าอยู่พอดีเลย รอจนรุ่มร้อนไปหมด” ซามฟูออกไปกับอิมซังอ๊ก

เชาลีถอนหายใจโล่งอก พอพกแทเรียกเธอ เธอก็ถามว่ามีอะไร

“ข้าเพิ่งไปที่ตลาดเมืองฮันยางเห็นแต่คนพากันหลบหนีเหมือนจะเกิ ดสงครามขึ้นจริงๆ แล้วคิดดูสิ เรายังไม่เข้าห้องหอเลยแต่กลับต้องมาตายอยู่ที่ต่างถิ่น เอ้อ เดี๋ยวข้าจะไปบอกเถ้าแก่เนี๊ยให้เขาช่วยจัดห้องให้เราอีกห้องหน ึ่ง คืนนี้เราทั้งสองคนจะได้เป็นของกันและกันซะทีดีมั้ย เชาลี เกิดสงครามขึ้นแล้วจริงๆ นะ ฮือๆ”

“พกแท” เชาลีเรียกเสียงเย็นชา

“หือ ตกลงใช่มั้ยจ๊ะ”

“พกแท”

“ว่ายังไงล่ะจ๊ะ ไอ้หยา”

“ฮึ ไอ้พวกผู้ชายทุเรศ ทุเรศเหมือนกันหมด ผู้ชายต่ำๆ อย่างพวกเจ้าในหัวสมองก็มีแต่เรื่องลามก น่าสังเวชจริงๆ ฮึ”

“สงครามมันจะเกิดขึ้นแล้วนะ ข้าไม่ได้โกหก” พกแทร้องบอกไล่หลังเชาลีออกไป

ทางฝ่ายซามฟูตามอิมซังอ๊กมาที่อีกห้องหนึ่ง ก็มองหาปั๊กชิล เทียบอกว่า

“เมื่อกี้เขาออกไปกับผู้ชายคนหนึ่ง”

“ใครหรือ” ซามฟูถาม

“ไม่รู้จัก เพราะข้าเองก็ไม่เคยเห็น”

“หือ ปกติมันไม่เคยรู้จักใครในเมืองหลวงฮันยางเลยนี่ เอ้อ มาพอดีเลย เมื่อกี้เจ้าไปไหนมา”

“ข้าหรือ ข้าเข้าไปเดินดูในตลาดจะได้รู้ว่าเหตุการณ์เป็นยังไงบ้าง” ปั๊กชิลแก้ตัว

“มีคนว่าเจ้าออกไปกับคนๆ หนึ่ง เขาเป็นใครหรือ”

“ปัทโธ่ พี่เอาอะไรมาพูด ข้าไม่มีญาติมิตรที่ฮันยางจะมีได้ยังไง”

“เฮ้ย เทียตองเจ้าดูผิดรึเปล่า”

“มีคนมาแอบซุบซิบกับท่าน จากนั้นท่านก็เดินออกไปเมื่อกี้ข้าเห็นเต็ม 2 ลูกกะตาเลยนะ”

ปั๊กชิลทำเป็นนึกได้ “อ๋อ คนนั้นหรือ เขาเป็นเจ้าของเรือที่ท่าเรือ ข้าคิดว่าถ้าเรากลับอีจูทางเรือน่าจะเร็วกว่าก็เลยลองติดต่อดู เออนี่ รีบขายกระดาษก่อนเถอะเราจะได้รีบไปจากเมืองฮันยาง เพราะข้าได้ข่าวว่าอีกแค่ 4 วันสงครามก็จะลามมาถึงแล้ว”

“หมายความว่าเกิดสงครามจริงๆ หรือ” กิดทังคูถามย้ำ

“ถ้าเรื่องมันไม่มีมูลชาวบ้านจะแตกตื่นแบบนี้หรือ เมื่อกี้ข้าเพิ่งไปสืบเองควันไฟเตือนภัยบนเขาทั้ง 8 ปล่องซึ่งหมายถึงข้าศึกจากทิศต่างๆ ถูกจุดขึ้นพร้อมกันซึ่งก็หมายความว่าที่ซึ่งเกิดสงครามจะต้องเป ็นมณฑลซองซงและก็มณฑลชุนลอ”

“หมายความว่าเราถูกต่างชาติรุกรานอีกแล้วหรือ” พกแทว่า

“ถูกต้องแล้ว ถ้ามันตีเมืองหน้าด่านได้อีกแค่วันเดียวก็สามารถถึงเมืองหลวงฮั นยาง”

“นี่ เลขาอิม อย่าดื้อรั้นอีกเลยนะ เรารีบหนีกลับกันเถอะ” ซามฟูว่า

กิดทังคูเห็นด้วย “นั่นสิ เถ้าแก่โฮพูดถูกแล้วรีบไปจากที่นี่เถอะ”

“ข้าเข้าใจความรู้สึกของเจ้าดี นายห้างอุตส่าห์ไว้วางใจให้เป็นหัวหน้าขบวนสินค้าแต่กลับขาดทุน ย่อยยับมันก็ต้องเจ็บใจ แต่ว่า การค้าขายก็เป็นแบบนี้แหละ บางครั้งก็สามารถทำกำไรและบางครั้งก็อาจขาดทุน และที่สำคัญมันเป็นปัจจัยจากภายนอกไม่ใช่ความผิดของเจ้า แล้วข้าจะช่วยอธิบายต่อท่านนายห้างเอง เพราะฉะนั้นรีบขายกระดาษเถอะเราจะได้หนีกัน”

จิซูนั่งนึกถึงคำพูดของปาร์กจูมงที่ว่า”ตั้งแต่ไหนแต่ไรกลุ่มซง ซางเลือกคนโดยดูจากความรอบคอบ ไหวพริบ ซื่อสัตย์ ความชำนาญ ทักษะ รู้พลิกแพลง ความกล้าและบุคลิก ทั้ง 8 ประการด้วยกันถึงจะรับเอาไว้ ถ้านึกว่าเป็นหัวหน้าสายงานคุมมณฑลเพียงอันแล้ว ข้าจะไว้ใจงั้นก็คิดผิดแล้ว เพราะเจ้ายังไม่เคยผ่านการทดสอบมาตรฐานทั้ง 8 ข้อนี้เลยสักนิด”

จิซูคำนวนรายได้ต่อ “กำไรที่ได้จากการขายเยื่อไม้ให้กับกลุ่มกังซางและกำไรที่ได้จา กการขายรองเท้ารวมแล้วเป็นเงินถึง 3,200 ตำลึง คราวนี้เชื่อว่าท่านนายห้างจะต้องไว้วางใจข้ามากขึ้นกว่าเดิมแน ่ๆ”

ดายงเข้ามา “ขอรบกวนสักครู่ได้มั้ย”

“อ้อ เชิญครับ เชิญนั่งครับ มีธุระอะไรหรือครับ”

“เมืองฮันยาง เกิดข่าวลือเรื่องสงครามจนโกลาหลไปทั่วแต่ทำไมกลุ่มซงซางของเรา กลับไม่รู้สึกสะทกสะท้าน” ดายงว่า

“เพราะข้า เห็นว่าเราไม่ควรรู้สึกหวั่นไหวไปตามกระแส เพียงแค่เพราะเห็นควันไฟสัญญาณ เมื่อถึงวันพรุ่งนี้ทางการก็จะประกาศความจริง ถึงตอนนั้นค่อยคิดกันก็ยังไม่สาย” จิซูว่า

ดายงต่อว่ากลายๆ “ฉวยโอกาสที่บ้านเมืองวุ่นวาย กลุ่มซงซางของเราสามารถทำกำไรจากการขายรองเท้าอย่างมหาศาลแล้วก ็ยังคิดที่จะกดราคาซื้อกระดาษจากกลุ่มกังซางในราคาถูกๆ ใช่มั้ย ชาวโชซอนนั้นยกย่องบัณฑิตคนแก่เรียนและดูถูกพ่อค้ามานานแล้ว ทั้งนี้ก็เพราะที่ผ่านมาเหล่าบัณฑิตคนแก่เรียนต่างมีอคติมองในแ ง่ลบ แต่ในขณะเดียวกันก็เพราะมีพ่อค้าบางคนที่เห็นแก่ได้ก่อขึ้นด้วย เช่นกันขอแค่ให้ได้กำไรถึงกับยอมละทิ้งคุณธรรมความเป็นคน ทำเรื่องที่เลวทรามต่ำช้าต่อเพื่อนมนุษย์ พ่อค้าคนอื่นๆ ก็เลยต้องพลอยเสื่อมเสีย”

“คุณหนูกำลังต่อว่าข้าใช่มั้ย”

“ถ้าท่านรู้สึกว่าเป็นอย่างงั้น มันก็แล้วแต่ท่านจะคิด ถ้าสู้กันตามกรอบคุณธรรมการค้ากลัวจะสู้กลุ่มกังซางไม่ได้ใช่มั ้ย”

“อะไร คือกรอบคุณธรรมการค้า ถ้าการร่วมมือกับกลุ่มกังซางขายผ้าไหมคือหลักคุณธรรมของคุณหนู งั้นการใช้จุดอ่อนของกลุ่มกังซางสร้างกำไรก็คือหลักการของข้าเห มือนกัน เพียงแต่สิ่งที่แตกต่างกันก็คือแนวทางข้าจึงไม่เคยคิดว่าข้าทำผ ิดต่อกรอบคุณธรรมการค้า คนที่ไม่สามารถทำกำไรได้ ก็ไม่สมควรจะเป็นพ่อค้า”

“ข้าได้เรียนรู้ การค้านั้น สิ่งที่ได้กำไรไม่ใช่เม็ดเงิน แต่สิ่งที่ได้กำไรคือใจคน”

“การค้า คนที่ไม่สามารถทำกำไรได้ ก็ไม่สมควรจะเป็นพ่อค้า” จิซูค้าน

และด้วยแรงกดดันจากทั้งซามฟู พกแท และปั๊กชิล อิมซังอ๊กจึงตัดสินใจขายกระดาษในราคาที่ต่ำมากจนเหลือเงินเพียง แค่ 150 ตำลึง แล้วในที่สุดทางการก็สามารถตรวจสอบได้ว่าควันไฟ สัญญาณเตือนภัยสงครามเป็นของปลอม จึงประกาศให้ประชาชนรับรู้ พกแทรีบกลับมาหาอิมซังอ๊กไม่ให้ขายกระดาษ แต่ช้าไปแล้ว ทำให้อิมซังอ๊กรู้สึกเจ็บใจตัวเองมาก

เรื่องย่อละครตามบทโทรทัศน์ - อิมซังอ๊ก ตอนที่ 19 (ต่อ)

ที่บ้าน ฮูหยินออกมาเห็นฮุงต๊อกจูผ่าฟืนก็เข้าไปหา

“ข้าร้อนใจจะแย่อยู่แล้ว ท่านยังจะมาผ่าฟืนอีก ถ้ามีเวลาว่างก็น่าจะเข้าไปดูลูกบ้าง”

“อ้าว มีกึมเป็นอะไร”

“วันๆ ข้าเห็นลูกเอาแต่นั่งฝนหมึกอยู่ในห้อง”

“งั้นเจ้าช่วยไปบอกลูกให้มาพบข้าหน่อย”

ครู่ต่อมามีกึมออกมาหา “ท่านพ่อเรียกข้าหรือคะ”

“เจ้าจงช่วยงานพ่อหน่อย”

“ช่วยงาน อยู่ดีๆ จะให้ลูกทำงานอะไร”

“ช่วยเอาข้าวสารไปให้ครอบครัวของคนงานที่เดินทางไปค้าขายที่ฮัน ยาง ผู้นำของครอบครัวจากบ้านไปซะนานคนที่อยู่ข้างหลังคงจะลำบากไม่น ้อยจงไปช่วยให้กำลังใจถามไถ่สารทุกข์สุขดิบ รู้มั้ย”

“ทำไมต้องให้มีกึมไปทำงานพวกนี้ให้พวกหัวหน้างานไปทำสิ” ฮูหยินถาม

“อย่าพูดมากได้มั้ย ตั้งแต่ไหนแต่ไรข้าถือว่าคนงานเป็นเหมือนเจ้านายข้าคนหนึ่งเพรา ะพวกเขาช่วยข้าค้าขาย เพราะฉะนั้นเจ้าต้องถือว่าพวกเขาเป็นเหมือนนายด้วยเช่นกัน”

“ข้าทราบแล้วค่ะ” มีกึมรับทราบ

“วันเวลานั้นคือยาวิเศษ ถ้าต้องการรักษาบาดแผลในดวงใจของเจ้านอกจากวันเวลาแล้วก็จะไม่ม ียาอื่นอีก อย่าเศร้าใจเก็บตัวอยู่แต่ในห้อง พยายามหางานทำ เข้าใจที่พ่อพูดมั้ย”

“เข้าใจค่ะ”

มีกึมทำตามที่ฮุงต๊อกจูแนะนำ เธอเดินทางมาถึงบ้านของอิมซังอ๊ก

“นี่เป็นบ้านของอิมซังอ๊กที่เป็นเลขาของห้างกังซางใช่มั้ยคะ”

“ใช่ค่ะ มีเรื่องอะไรหรือคะ” แม่ออกมาต้อนรับ

“อ้อ ข้ามาจากห้างใหญ่ของกลุ่มกังซาง จงวางเอาไว้ตรงนี้แหละ” มีกึมสั่งคนงาน

“ครับ นี่ก็คือคุณหนูบุตรสาวของท่านนายห้าง” คนงานแนะนำ

“หา เออ มาหาข้าทำไมหรือคะ” แม่ตกใจ

“นี่เป็นข้าวสาร ท่านพ่อสั่งให้ข้านำมามอบให้พวกท่าน”

“แค่รับลูกชายข้าไว้ทำงานก็เป็นพระคุณอย่างยิ่งแล้ว ไม่ต้องหรอกค่ะ อ้อ ช่วงนี้อากาศหนาวเข้าไปนั่งดื่มน้ำซุปร้อนๆ ก่อนนะคะ”

“ฮ่ะ ไม่เป็นไรค่ะ ต้องขอตัวก่อนนะคะ”

“เออ คุณหนูจะกลับเลยหรือคะ เออ คุณหนูคะ โชคดีนะคะ”

อันจูมองตาม “เฮ้ นางนี่ทั้งสวยทั้งดูสง่างามจริงๆ เจ๊จ๋า นายห้างกังซางเขาไว้ใจซังอ๊กออกจะตายไม่แน่เจ๊อาจจะได้คุณหนูคน นี้มาเป็นลูกสะใภ้ก็ได้นะ”

“เจ้าเลิกฝันกลางวันซะทีเถอะ” แม่ดุ

“เท่าที่ดูนะ ข้าว่านางดีกว่าแชยุนตั้งไม่รู้กี่ร้อยเท่า”

“รีบๆ ไปทำงานเถอะ ซังเอียนช่วยเอาข้าวสารไปเก็บที่หลังบ้านที”

“ได้ครับ”

“ซังฮีเจ้าช่วยไปดูน้ำซุปในครัวที” แม่สั่งแล้วก็กลับไปทำงานต่อ

หัวหน้าวังนำตั๋วเงินมาขึ้นเงินที่กลุ่มกังซาง ปั๊กกุงออกมาต้อนรับอย่างแปลกใจ

“เออ หัวหน้าวังท่านมาที่นี่ได้ยังไง”

“ข้านำตั๋วเงินของกลุ่มกังซางมาขึ้นเงินตามที่กำหนด” หัวหน้าวังกล่าว

“ท่านครับ ทางกลุ่มซงซาง ต้องการนำตั๋วเงินมาขึ้นเงิน” ปั๊กกุงเข้ามาพบฮุงต๊อกจู

“เท่าไหร่ล่ะ”

“2,500 ตำลึง”

“ตอนนี้เหลือเงินสดอยู่เท่าไหร่”

“ข้าตรวจสอบแล้วไม่ถึง 500 ตำลึง ข้าไปขอร้องให้ทางกลุ่มซงซางเลื่อนออกไปก่อนดีมั้ยครับ รอให้คนของเรากลับมาจากเมืองฮันยางก่อน นายห้างรีบสั่งการมาเถอะครับ”

“ไปถามแทจูกับเถ้าแก่ร้านคนอื่นๆ ดูสิว่าเวลานี้เหลือเงินสดอยู่เท่าไหร่”

ปั๊กกุงออกไปทำตามคำสั่งของฮุงต๊อกจู

“ครับ ร้านชำร้อยตำลึง แพปลา 150 ตำลึง ร้านจักรสาน 100 ตำลึง ร้านเครื่องเหล็ก 150 ตำลึง แต่ละร้านมีกันแค่นี้เองหรือ”

“ค้าของหนีภาษีไม่ได้ แถมพ่อค้าชาวจีนขึ้นฝั่งไม่ได้ แค่ขายให้คนในอีจูมันจะได้สักกี่ตัง” แทจูว่า

“แล้วร้านผ้าไหมล่ะ”

ชุนจอตอบว่า “ผ้าไหมที่ขายให้กลุ่มลิวซางในเปียงยาง 100 พับ เขาจ่ายเป็นตั๋วเงิน 1,000 ตำลึงแต่ต้องขึ้นเงินเดือนหน้า”

“เฮ้อ แต่ที่เราต้องการคือเงินสด”

ชุนจอจึงบอกว่า “เออ ที่ร้านมีอยู่ 200″

“แล้วเรือที่พวกเราให้เช่าอยู่ล่ะ” ปั๊กกุงถามต่อ

แทจูตอบว่า “ก็ไม่ค่อยมีคนเช่าเท่าไหร่ จะมีก็แต่ทหารเมืองอีจูที่เช่าไปตรวจตราลำน้ำกับจับของหนีภาษี ค่าเช่ายังได้ไม่ถึงร้อยเลย”

ปั๊กกุงกลับมาหาฮุงต็อกจู แล้วรายงานว่าเมื่อรวมกับเงินที่มีอยู่ มีเงินเพียง 1,300 ตำลึง ฮุงต๊อกจูจึงชวนปั๊กกุงไปห้างซงซางด้วยกัน ทำให้ปั๊กกุงตกใจ ฮุงต๊อกจูบอกว่าเขาต้องการขอพบปาร์กจูมง

“อ้อ สวัสดี” ปาร์กจูมงทักทาย

“ท่านนายห้างปาร์ก ท่านสบายดีหรือ”

“ขอบคุณที่เป็นห่วง ข้าสบายดี แล้ววันนี้มาพบข้าทำไม”

“ข้ามีเรื่องต้องการจะขอร้อง ไม่ทราบจะเลื่อนระยะเวลาการขึ้นเงินของตั๋วเงินไปก่อนได้มั้ย”

“แค่ 2,500 ตำลึงยังขอเลื่อนอีกหรือ เหลือเชื่อจริงๆ” ปาร์กจูมงกล่าวอย่างดูถูก

“ตั้งแต่เริ่มค้าขายนี่เป็นครั้งแรกที่ข้าขอร้องผู้อื่น ถือว่าช่วยกันหน่อยเถอะ”

“นับตั้งแต่ทำการค้า ข้าไม่เคยไม่ได้เงินจากการขึ้นตั๋วเงินมาก่อน แต่ว่าในเมื่อนายห้างฮุงถึงกับมาด้วยตนเองข้าก็จะขอให้เวลาอีก 1 เดือน”

“ขอบคุณมาก”

“แต่ว่า ข้ามีข้อแม้ 1 ข้อ ถ้าครบ 1 เดือนแล้วตั๋วเงินยังขึ้นเงินไม่ได้ท่านจะต้องยอมตกลงยกสิทธิ์ก ารเดินเรือในแม่น้ำแดจงให้กับข้า”

ปั๊กกุงรีบค้าน “ท่านครับ เงื่อนไขนี้มันเกินเลยไปนะครับ”

ฮุงต๊อกจูหันมาดุ “เจ้าไม่ต้องสอด งั้นข้ารับปาก ตกลงกันตามนี้”

“ร่างสัญญาแล้วลงชื่อ” ปาร์กจูมงสั่งหัวหน้าวัง

“ได้ครับท่าน”

หลังจากเซ็นสัญญาเรียบร้อยแล้ว ออกมาปั๊กกุงก็บ่นกับฮุงต๊อกจูว่า

“ท่านทำสัญญาที่เสียเปรียบทำไม”

“เมื่อเลขาอิมกลับมาก็หมดปัญหา มันไม่มีทางได้สิทธิ์เดินเรือในแม่น้ำหรอก”

“ท่านครับ กิจการเดินเรือในแม่น้ำเป็นเหมือนหัวใจของเรา ถ้าเกิดผิดพลาดขึ้นมาจะเสียหายอย่างย่อยยับนะครับ” ปั๊กกุงกล่าวเตือน

00000000000

“ข้าเดินก้าวผิดไปตั้งแต่ตอนไหน ทำไมถึงได้ขาดทุนอย่างย่อยยับจนไม่อาจแก้ไข หรือว่าการตัดสินใจลงทุนขายกระดาษหลังจากทราบจากใต้เท้ายุนเป็น การตัดสินใจที่ผิดพลาด ราคากระดาษที่ไม่เคยผันผวนเกินเศษ 2 เฟื้อง ทำไมพอตอนที่ข้าลงทุนกว้านซื้อกลับขึ้นกว่า 2 เท่า แต่เมื่อซื้อแพงก็ต้องขายแพง เมื่อเป็นเช่นนี้ แล้วมันจะพลาดได้ยังไง แล้วต่อมาก็เกิดข่าวลืออีกว่ามีควันไฟสัญญาณเตือนภัยสงคราม แถมยังลือกันอีกว่าจะยกเลิกการสอบ จนเป็นเหตุให้ราคากระดาษ ตกแล้วก็ตกอีก ซึ่งข้าก็ไม่น่าจะหูเบายอมขาย หรือว่าสวรรค์อยากกลั่นแกล้งให้ข้าหมดตัว จนไม่อาจฟื้นตัวได้อีก หาไม่แล้วทำไมเหตุการณ์ร้ายๆ ถึงได้เกิดขึ้นอย่างประจวบเหมาะ” อิมซังอ๊กออกมานั่งคิดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นเพียงลำพัง

“อ้อ เฮ้ยๆ ซังอ๊กหายไปไหนทำไมไม่กลับมาด้วย” กิดทังคูถาม

“เขาอยากอยู่เงียบๆ คนเดียว”

“ก็แน่อยู่แล้ว ขนาดข้าเองยังแทบบ้านับประสาอะไรกับเขา ไม่รู้ทำไมยังกลับผีแกล้งไม่งั้นไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นหรอก” กิดทังคูบ่น

ซามฟูกล่าวว่า “มันขึ้นอยู่กับประสบการณ์ ซังอ๊กไม่เคยมีประสบการณ์แต่กลับต้องรับผิดชอบคนทั้งคณะ ท่านนายห้างตัดสินใจผิดพลาดจริงๆ เพราะถ้าให้ข้าคุมล่ะก็ไม่เป็นแน่ รับรองไม่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น เพราะข้าน่ะมันรอบจัดแล้ว” ทุกคนทำหน้าไม่เชื่อ “ทำไม ข้าพูดผิดที่ตรงไหน”

พกแทตอบว่า “คนที่ประสบการณ์เยอะอย่างท่านทำไมคะนั้นคะยอให้พี่ซังอ๊กยอมขา ยกระดาษล่ะ ถ้าไม่เป็นเพราะท่านบีบบังคับเขาก็คงไม่รีบขายในราคาต่ำขนาดนี้ ”

ซามฟูโกรธ “หนอย ไอ้เด็กเมื่อวานซืน เจ้ามาโทษข้างั้นหรือ”

กิดทังคูตัดบท “เฮ้ยๆ เงียบเถอะน่า ฮ่ะ เถ้าแก่อย่าเพิ่งโกรธเลยนะครับ มันพูดออกมาโดยขาดสติ ไอ้ปากเสียเจ้าไปพูดล่วงเกินเถ้าแก่ทำไม”

“จริงสิครับหัวหน้า ถามอะไรหน่อย แล้วตอนนี้ลิวปั๊กชิลเสมียนร้านผ้าไหมไปไหน” เทียถาม

“ไม่รู้หรอกข้าจะรู้ได้ยังไง”

“ข้ามีเรื่องอยากจะบอกกับทุกคน” เทียกล่าวต่อพร้อมเล่าเรื่องที่เห็นปั๊กชิลออกไปกับชายคนหนึ่ง

“อะไรนะ เป็นความจริงหรือ”

“จริงสิครับ ไม่ผิดอย่างแน่นอน คนที่พาลิวปั๊กชิลออกไปข้างนอกไม่ใช่ไต่ก๋งเรือหรอก แต่เป็นคนงานร้านกระดาษ ข้าเห็นเต็มตาเลยไม่ผิดตัวแน่” เทียกล่าวอย่างมั่นใจ

“หรือว่าปั๊กชิลมันทรยศรู้เห็นเป็นใจกับเถ้าแก่ร้านกระดาษ” ซามฟูนิ่งคิด

กิดทังคูตีเทีย “โอ๊ยๆ”

“หนอย ไอ้ซื่อบื้อปัญญาอ่อน แล้วทำไมไม่รีบบอกตั้งแต่แรก เจ้านี่มันโง่ซะยิ่งกว่าควาย เจ้ารีบไปสืบเดี๋ยวนี้ว่าที่เทียตองพูดมันจริงรึเปล่า”

กิดทังคูบอกพกแท ซามฟูขอตามไปดูด้วยว่าเป็นคนไหน โดยมีเทียไปตามชี้ตัวแล้วซามฟูก็รู้สึกคุ้นหน้า

“หือ ฮ้า เฮ้ย หัวหน้าใจกลุ่มซงซางนี่ เอ้อ รู้สึกว่าชื่อ ชื่ออะไรนะ เออ ขอนึกก่อน ชื่อชังซกจู ใช่ชังซกจู”

“ถ้าอย่างงั้น ร้านกระดาษนั่นก็เป็นของกลุ่มซงซางน่ะสิ”

“เรื่องนี้ข้าไม่รู้หรอก แต่เถ้าแก่ร้านจะต้องรวมหัวกับพวกซงซางแน่ๆ ถ้าอย่างงั้นก็แสดงว่าปั๊กชิลกับพวกมัน เฮ้ย”

“ถ้าเจอปั๊กชิลเมื่อไหร่ข้าอัดมันน่วมแน่ๆ” พกแทแค้นมาก

ทั้งสามรีบกลับไปหาอิมซังอ๊ก เพื่อบอกเรื่องของปั๊กชิล

ซึ่งเวลาเดียวกันนี้ ปั๊กชิลก็มาพบกับจิซู

“ขอบใจเจ้ามากจริงๆ” จิซูกล่าว

“ถึงข้าจะตัดสินใจทำเพื่อเงินแต่ข้าก็รู้สึกเสียใจมาก ข้าจะไม่ทำเรื่องแบบนี้อีกแล้ว อย่ามาหาข้าอีกล่ะ”

“นี่เงิน 10 ตำลึง เมื่อกลับถึงอีจูจะได้ซื้อของให้คนที่บ้าน” จิซูมอบให้อีก

ปั๊กชิลอึกอักนิดหน่อย “เออ ถ้างั้น ข้าต้องขอตัวก่อนนะครับ”

หัวหน้าชังหันมาทางจิซู “ท่านคิดจะเลิกใช้มันแค่นี้หรือ”

“มันเคยได้รับเงินก้อนไปแล้ว ถึงยังไงก็ต้องกลับมารับอีก ข้ามีเรื่องจะประกาศ ช่วยไปตามคุณหนูกับโซลีมาหน่อย”

“ครับ เราจะกลับอีจูเลยใช่มั้ยครับ”

“เรายังมีการค้าที่ต้องทำ”

เมื่อพร้อมหน้ากันแล้ว โซลีก็กล่าวกับทุกคนว่า

“กลุ่มกังซางแทบจะไม่เหลือเงินอีกแล้ว แล้วพวกมันจะไปทำอะไรได้”

หัวหน้าชังเสริมว่า “เงินที่มันเหลืออยู่ก็มีแค่ 150 ตำลึงเท่านั้น ถึงจะเอาไปลงทุนค้าขายอะไรก็กำไรไม่เยอะหรอก”

จิซูตัดบทว่า “การค้าที่เราจะทำไม่เกี่ยวกับกลุ่มกังซาง ข้าจะเดินทางไปซองจอนเพื่อทำการค้าปลา”

“ไปซองจอนหรือ”

“จะถึงวันตรุษวันที่ 1 เดือน 1 แล้วซึ่งทุกคนจะต้องใช้ปลาวังวากับปลาเมียน ในการไหว้เจ้า ซึ่งเงินทุนของเราในตอนนี้สามารถกว้านซื้อปลาวังวาและปลาเมียนไ ด้ทั้งเมืองซองจอนและเกาะเอียนเพียน ถ้าเรานำปลาทั้งหมดไปขายให้กับกลุ่มจิงซางในเมืองหลวงจะได้กำไร อีกมากทีเดียว”

ดายงค้านเสียงเด็ดขาด “ไม่ได้เด็ดขาดนะ คนที่ทำกิจการค้าปลาตามริมน้ำล้วนเป็นชาวบ้านธรรมดาที่ทุนน้อย ซึ่งกลุ่มใหญ่อย่างกลุ่มซงซางไม่ควรเข้าไปแตะ”

“ผลกำไรมหาศาลรอคอยอยู่ จะปล่อยให้หลุดมือได้ยังไง” จิซูว่า

“การอาศัยเงินทุนที่เยอะกว่ากดดันให้ผู้ค้ารายย่อยจนตรอก มันผิดต่อหลักคุณธรรม” ดายงกล่าว

จิซูไม่สน “การค้าขายคือการแข่งขัน คนที่ไม่สามารถเอาตัวรอดได้ก็สมควรถูกกำจัด”

“เพียงเพื่อหวังในผลกำไร ถ้าการตัดสินใจของท่านทำให้ตลาดปั่นป่วนเมื่อนั้นกลุ่มซงซางก็ต ้องถูกเหยียดหยาม ซึ่งท่านนายห้างต้องไม่ประสงค์เช่นนั้น อย่างแน่นอน เปลี่ยนความคิดซะเถอะ”

“คนที่รับผิดชอบในครั้งนี้ไม่ใช่คุณหนูแต่เป็นข้า การลงทุนค้าขายอะไรข้าคือผู้ตัดสินใจ” จิซูว่า

“ถ้าท่านคิดจะฉกฉวยผลประโยชน์จากคนที่หาเช้ากินค่ำงั้นท่านก็ไม ่ใช่พ่อค้าหรอก แต่ว่าเป็นโจรมากกว่า แต่ขนาดโจรที่อยู่ตามป่าเขาก็ยังต้องสังเกตจากการแต่งกายของเหย ื่อก่อนค่อยลงมือ ท่านอ้างตัวว่าเป็นพ่อค้า แต่ทำไมกลับทำสิ่งที่เลวซะยิ่งกว่าโจร”

จิซูยังไม่ยอมแพ้เช่นกัน “โบราณว่าไว้ ถ้าโปรยเงินลงกับพื้นไม่มีใครหรอกที่จะไม่ก้มลงเก็บ และถ้าหากข้าเป็นคนโปรย รับรองไม่มีใครกล้าว่าข้าเป็นโจรแน่ คอยดูก็แล้วกัน”

ปั๊กชิลกลับมาไม่เห็นใครก็ถามกับเทียว่าหายไปไหนกันหมด เทียบอกว่าไปที่ท่าเรือ

“พวกเขาไปที่นั่นทำไม”

“พวกเขาไปหาข้อมูลว่าเงินที่เหลือลงทุนอะไรได้บ้าง”

“ลงทุน เฮ้อ เงินแค่นั้นจะลงทุนทำอะไรได้” ปั๊กชิลพูดอย่างดูถูก

เรื่องย่อละครตามบทโทรทัศน์ อิมซังอ๊ก ตอนที่ 19 (ต่อ) 2

“เถ้าแก่ซามฟูบอกว่า ถ้าเจ้ากลับมาแล้วให้ข้าพาเจ้าตามไปสมทบด้วย”

“เฮ้อ ขาดทุนซะย่อยยับน่าจะกลับอีจูได้แล้วลงทุนค้าขายอีกทำไม” ปั๊กชิลยังคงบ่นต่อ

“ไปเถอะน่า” เทียตัดบท

ทางด้านพวกอิมซังอ๊กนั้นซามฟูกับพกแทคิดจะทำร้ายปั๊กชิลให้หายแ ค้นแต่โดนกิดทังคูปรามไว้ส่วนอิมซังอ๊กก็นั่งนึกถึงคำพูดของฮุง ต๊อกจูกับปั๊กกุง

“จงใช้กฎของพ่อค้าเร่กลุ่มกังซางในการคุมขบวนด้วยล่ะ” ฮุงต๊อกจูเตือน

ปั๊กกุงเสริมว่า “อย่าโป้ปด พูดอะไรเอาไว้จะต้องทำ อย่าอวดดีต้องให้เกียรติทุกคนที่ไปพบอย่าลักขโมย ห้ามหยิบฉวยของผู้อื่นหรือเบียดบังของผู้อื่น อย่าผิดกาเมห้ามมีปัญหาเรื่องผู้หญิง ถ้าใครทำผิดต้องได้รับโทษอย่างหนัก ในการคุมขบวนสินค้าของเราก็ใช้กฎเดียวกับพ่อค้าเร่ เพราะในการเดินทางไปค้าขายมักจะเกิดคนที่ชอบแหกคอกอยู่เสมอ ผู้รับผิดชอบขบวนครั้งนี้คือเลขาอิม ดังนั้นถ้าใครละเมิดกฎจงลงโทษอย่างเต็มที่”

“กฎในขบวนจะศักดิ์สิทธิ์หรือไม่ขึ้นอยู่กับเจ้าคนเดียวเท่านั้น จำเอาไว้” ฮุงต๊อกจูย้ำมาอีก

แล้วเมื่อปั๊กชิลมาถึง ก็แปลกใจที่เห็นทุกคนพร้อมหน้าพร้อมตาแล้วอยู่กันเฉยๆ

“อ้าว ไหนว่าไปหาลู่ทางค้าขายที่ท่าเรือแล้วไหงมาอยู่ที่เงียบๆ แบบนี้”

“เพราะมีคนทำผิดกฎ แล้วจะต้องถูกทำโทษเลยต้องมาที่เงียบๆ” ซามฟูกล่าว

“เออ ใครหรือครับที่ทำผิดกฎ เออ ไอ้หมอนั่นเป็นใคร” ปั๊กชิลถาม

“เจ้า” ซามฟูชี้หน้าปั๊กชิล

ปั๊กชิลตกใจ “หา”

“คนๆ นั้นก็คือเจ้า” ซามฟูย้ำอีกที

“เออ พี่ซามฟู นี่ นี่ท่านเอาอะไรมาพูด ข้า ข้าทำอะไรผิด”

“หุบปาก ปูเสื่อ เตรียมการลงโทษได้แล้ว” อิมซังอ๊กเสียงเข้มขึ้น

“มานี่ มา”

“เออ เลขาอิม อย่าได้ทำอะไรข้าเลยนะ พี่ซามฟูๆ ข้าสำนึกผิดแล้วอย่าทำข้าเลยนะ”

“เร็วเข้า นอนลง” ซามฟูสั่ง

จบตอนที่ 19

เครดิต : bloglakorn.net/blog/lakorn

http://readlakorn.wordpress.com/say-hello-to-all-reader/

Back to Top
donnamoni View Drop Down
Special Member
Special Member
Avatar

Joined: 05 ส.ค. 2007
Location: Thailand
Posts: 938
Post Options Post Options   Quote donnamoni Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 04 มี.ค. 2008 at 17:57

เรื่องย่อละครตามบทโทรทัศน์ อิมซังอ๊ก ตอนที่ 20

“โอ๊ยๆๆ ยกโทษให้ข้าด้วยเถอะ โอ๊ย พอแล้ว อย่าทำข้า โอ๊ยๆ พี่ซามฟูไว้ชีวิตข้าด้วยเถอะ โอยๆ” ปั๊กชิลร้องขอชีวิต

“ยังจะมีหน้ามาอ้อนวอนข้าอีกหรือ”

“เพราะข้าผิดเอง ข้ามีโทษสมควรตาย ฮือๆ”

ซามฟูว่าอีก “กับคนทรยศอย่างเจ้าแค่นี้ยังน้อยเกินไป ฟาดมันเข้าไป”

“ครับ ฮึบๆ” พกแทกับเทียช่วยกันลงมือต่อ

กิดทังคูปราม “เดี๋ยวมันก็ตายกันพอดี”

“นั่นสิ” เทียเห็นด้วย

พกแทยังแค้นอยู่ “ช่างหัวมันสิ คนเลวๆ ประเภทนี้ไม่ต้องไปปราณีมันหรอก”

“ข้าสำนึกผิดแล้ว ไว้ ไว้ชีวิตข้าด้วยเถอะ โอ๊ย”

“พอได้แล้วล่ะ”

“หือ ทำไมล่ะ เพิ่งจะเฆี่ยนเองนะ”

“พอแล้ว แค่นี้ก็พอ” อิมซังอ๊กห้าม

“บอกมาสิ เจ้ารับเงินเขาเท่าไหร่” ซามฟูถาม

“เออ ร้อย ร้อยตำลึงครับ”

“ร้อยตำลึงหรือ ก็แค่ร้อยตำลึงไม่ใช่ว่าพันตำลึง ถึงกับทรยศยังเป็นคนอยู่รึเปล่า สุนัขยังซื่อสัตย์กว่าเจ้า เจ้า”

“พี่ซามฟูๆ พี่เองก็น่าจะรู้ว่าข้าไม่ใช่คนที่ต่ำช้าขนาดนั้น เพราะพ่อตาข้าเป็นหนี้พนันก็เลยถูกยึดที่นาที่ทำกินไปจนหมดทำให ้เมียของข้า ต้องร้องห่มร้องไห้แทบจะทุกวัน ฮือๆ”

“ยังจะมาอ้าง” พกแทดุ

“ข้าแต่งงาน 6 ปีกว่าจะได้ลูกชาย แต่ดันร่างกายอ่อนแอเกือบจะตายมาหลายหนแล้ว ซึ่งสภาพความเป็นอยู่ของข้า จุงจิซูสืบรู้อย่างละเอียด ความจริงการที่ข้าต้องไปสุงสิงกับคนที่ทรยศต่อกลุ่มกังซางข้าทร มานใจมาก แต่ทั้งนี้เพราะเงินตัวเดียว ฮือๆ พี่ซามฟู ข้ารู้ตัวว่าผิด ฆ่าข้าเลยแล้วกัน”

“เจ้าก็เลย บอกความลับที่เราจะค้ากระดาษให้จุงจิซูรู้ใช่มั้ย” ซามฟูว่า

“ใช่ พอข้าบอกเขา เขาก็เที่ยวไปกว้านซื้อเยื่อไม้จนหมด”

“มิน่าล่ะ จากกระดาษราคาแค่ 2 เฟื้องกระโดดขึ้นไปตั้งหลายเท่าตัว”

อิมซังอ๊กถามต่อว่า “แล้วเรื่อง ควันไฟสัญญาณเตือนภัยสงครามบนเขา ก็เป็นฝีมือกลุ่มซงซางใช่มั้ย”

“รายละเอียดเรื่องนั้นข้าไม่รู้หรอก แต่เถ้าแก่ร้านกระดาษเป็นพวกของเขาที่เตี๊ยมกันไว้แล้ว ก็น่าจะเป็นได้ที่พวกเรารู้มาก่อนล่วงหน้า เพราะพวกกลุ่มซงซางกว้านซื้อรองเท้ามาขายต่อได้กำไรเงินไปตั้งเ ยอะ”

“เฮอะ งั้นก็หมายความว่าเจ้าคนพวกนี้ต้องแกล้งปล่อยควันไฟสัญญาณแน่”

“เฮ้ มันคงไม่กล้าทำมั้ง”

“มีหรือจะไม่กล้า แค่นี้ก็รู้แล้วว่าชัวร์อยู่แล้ว พวกมันจงใจวางแผนทำให้พวกเราจนตรอก”

“ถ้างั้นเราต้องเล่นงานมันกลับบ้าง รีบไปแจ้งความกันเถอะจะได้จับพวกมันให้หมด”

“แจ้งความโดยไม่มีหลักฐานเดี๋ยวเรื่องจะไปกันใหญ่ รอดูสักระยะเถอะ”

“แล้วจะเอายังไงกับมัน มันทำให้เราขาดทุนย่อยยับควรไล่ออกจากขบวนทันทีจากนั้นกลับไปรา ยงานนายห้างให้ขับมันออกจากกลุ่มกังซาง”

“หา พี่ซามฟู ยกโทษให้ข้าด้วย เลขาอิม อภัยข้าด้วยเถอะ”

พกแทดุ “เจ้าหุบปากนะ”

“แล้วเอาไว้ข้าจะลงโทษเจ้าตามกฎของกลุ่มกังซาง ช่วยพาเขากลับไปที่โรงเตี๊ยมแล้วตามหมอมาตรวจดูอาการ คิดว่ากว่าจะหายมันก็ต้อง 3-4 วัน”

พกแทกับมองแทรับคำทันที “ครับลูกพี่”

“จะเอายังไงกันดี ถ้านายห้างรู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังไงท่านก็ต้องเข้าใจว่าเป็ นเหตุสุดวิสัยกลับอีจูกันก่อนเถอะ”

“ข้ากลับไปแบบนี้ไม่ได้ ข้าต้องชดเชยส่วนที่เสียหาย”

“เราเหลืองเงินแค่ 150 ตำลึงเองนะ เงินแค่นี้จะเอาไปทำอะไรได้”

“ใกล้จะถึงวันตรุษแล้ว ถ้าลองหาลู่ทางแล้วฉวยโอกาสอาจพอทำกำไรได้”

“เจ๊อะๆ ที่นี่ฮันยางไม่ใช่อีจูนะ สิทธิ์ทางการค้าอยู่กับพ่อค้ากลุ่มจิงซางจะเข้าไปเอี่ยวด้วยได้ ยังไง เป็นไปไม่ได้หรอก”

“ตั้งแต่พรุ่งนี้ข้าจะไปดูที่ท่าเรือกับตลาดซงโป จากนั้นค่อยคิดว่าจะเลือกลงทุนอะไร” อิมซังอ๊กว่า

“เฮ้อ ทำไมเจ้ามันถึงได้ดื้อนักนะ”

“ถ้าอย่างงั้น ถ้าอย่างงั้นคิดว่าจะอยู่ที่ฮันยางอีกนานแค่ไหน”

อิมซังอ๊กตอบว่า “การหาลู่ทางทำการค้าอย่างน้อยๆ ก็ต้องอยู่ร่วมเดือน”

“ถ้าอย่างงั้นช่วงเวลานี้เราจะไปเปิดการแสดงที่ท่าเรือกับตลาดซ งโป เพราะเรายังต้องอยู่กันอีกนาน ยังไงก็ต้องหาค่าใช้จ่ายเอาไว้ก่อน” กิดทังคูว่า อิมซังอ๊ก

หลังจากที่ปั๊กชิลถูกรุมซ้อมเขาก็สำนึกในความผิดพยายามสืบหาข่า วจากจุงจิซู

ทางด้านจิซูก็บอกกับหัวหน้าชังว่า

“ข้าอยากไปดูที่ตลาดซงโปกับที่ท่าเรือจะได้รู้ว่าช่วงวันตรุษจี นขายปลาวังวากับปลาเมียนได้เท่าไหร่ เมื่อนั้นจะได้รู้ว่าเราควรจะกว้านซื้อปลาเอาไว้เท่าไหร่ หลังจากรู้ข้อมูลแล้วค่อยไปท่าเรือกันต่อ หัวหน้าโซลีช่วยเตรียมการที”

“เข้าใจแล้วค่ะ”

ดายงนั่งนึกถึงคำพูดของนางกับจิซูที่ว่า

“ถ้าท่านคิดจะฉกฉวยผลประโยชน์จากคนที่หาเช้ากินค่ำงั้นท่านก็ไม ่ใช่พ่อค้าหรอกแต่เป็นโจรมากกว่า แต่ขนาดโจรที่อยู่ตามป่าเขาก็ยังต้องสังเกตจากการแต่งกายของเหย ื่อก่อนค่อยลงมือ อ้างตัวว่าเป็นพ่อค้าแต่ทำไมกลับทำสิ่งที่เลวสะยิ่งกว่าโจร”

“โบราณว่าไว้ ถ้าโปรยเงินลงกับพื้นไม่มีใครหรอกที่จะไม่ก้มลงเก็บ แล้วถ้าหากข้าเป็นคนโปรย รับรองไม่มีใครกล้าว่าข้าเป็นโจรแน่ คอยดูก็แล้วกัน”

จุนวานเข้ามา “คุณหนูข้าจุนวานครับ”

“เข้ามาสิ ท่านต้องอยู่ที่อีจูดูแลนายห้างไม่ใช่หรือมาที่เมืองฮันยางทำไม ”

“นายห้างสั่งให้ข้านำจดหมายมามอบให้คุณหนู”

“นายห้างเป็นยังไงบ้างสบายดีหรือ”

“ครับ”

“ขอบใจท่านมาก ออกไปพักผ่อนเถอะ” ดายงอ่านจดหมายของบิดาทันที

“พ่อรู้สึกเป็นห่วงมากที่สั่งให้เจ้าไปกับขบวนในช่วงฤดูหนาว แต่การที่จะเป็นพ่อพ่อค้าที่ยิ่งใหญ่จะต้องผ่านการทดสอบ ซึ่งพ่อเชื่อว่าเจ้าจะต้องทนได้ นับตั้งแต่อายุ 16 ตอนที่ได้เป็นคนงานในร้านผ้าไหมจวบจนเป็นนายห้างใหญ่ ในปัจจุบันพ่อไม่เคยไว้ใจใครเลย พ่อเคยบอกเจ้าแล้วเราต้องซ่อนมีดและงูพิษไว้ในใจเสมอ เพราะเหตุนี้ พ่อจึงมีวันนี้ได้ เพื่อความอยู่รอดของตัวเองคนรอบด้านของเราคือศัตรูทั้งสิ้น พ่อไม่รู้หรอกว่าเจ้าจะเข้าใจรึเปล่า ว่าชีวิตของพ่อต้องเสี่ยงต่อความตายอยู่ตลอดเวลา แม้เจ้าจะไม่ยอมรับหาว่าเส้นทางการเป็นพ่อค้าของพ่อมันผิด แต่พ่อก็อยากให้จำเอาไว้ ทั่วทั้งแผ่นดินนี้ พ่อไม่เคยไว้ใจใคร นอกจากเจ้าคนเดียวเท่านั้น การที่พ่อห้ามเจ้ายุ่งเกี่ยวกับเรื่องการค้าก่อนชั่วคราว ก็เพราะอยากทำให้เจ้าอดทนและเข้มแข็งขึ้น”

วันต่อมากิดทังคูพยายามเร่งลูกน้องทุกคนให้รีบๆ เพื่อไปเปิดการแสดง พร้อมสั่งว่าห้ามเล่นจานหมุนตก พกแทจึงบอกว่า

“หัวหน้า ขอแค่ท่านบอกว่าหลังจากจบการแสดงแล้วจะเลี้ยงเนื้อย่างมันทีนี้ ต่อให้หลับตาจานก็ไม่ร่วง”

มองแทถามต่อว่า “หัวหน้า ถ้าเราไปเล่นจะมีใครมาหาเรื่องรึเปล่า”

“หาเรื่องหรือ”

“อืม”

“นั่นสิ ได้ข่าวว่าที่ตลาดซงโปมีคณะคังดงเป็นคณะที่ดังมากในฮันยาง แถมหัวหน้าคณะของเขาก็โมโหร้ายมาก โอ๊ยๆ”

“แล้วข้าโมโหไม่เป็นรึไง ข้าโมโหไม่เป็นใช่มั้ย หา พวกเจ้าไม่ต้องไปกลัวใครทั้งนั้น มีปัญหาอะไรข้าจัดการเอง แสดงให้เต็มที่แล้วกัน ใจปลาซิวชะมัดเลย แชยุนเจ้านี่สวยวันสวยคืนเลยนะ ถ้าพวกหนุ่มๆ ชาวฮันยางเห็นเจ้าเต้นรำรับรองว่าจะต้องคลั่งแน่ๆ”

ขณะที่พวกอิมซังอ๊กก็เดินเข้าไปที่ตลาด ซามฟูกล่าวขึ้นว่า

“เจ้าดูตลาดย่านนี้สิคนมันพลุกพล่านจริงๆ ยังกับศูนย์รวมของเมฆ มิน่าถึงเรียกกันว่าถนนก้อนเมฆ คนเยอะซะยิ่งกว่าชาวเมืองอีจูทั้งเมืองอีกนะเนี่ย”

“มูลค่าการค้าในอีจูเทียบที่นี่ไม่ได้เลย” อิมซังอ๊กว่า

“ที่ผ่านมามีทั้งร้านเครื่องปั้นดินเผา ใบยาสูบ ร้านปลา ร้านผ้าไหม มีทุกอย่างเลย”

“สาเหตุที่การค้าของที่นี่คึกคักมากก็เพราะสินค้าจากทั่วทุกสาร ทิศจะมาขึ้นฝั่งที่นี่จนทำให้กลายเป็นศูนย์รวมด้านการค้า รวมถึงสินค้าผิดกฎหมายที่มีขายแถบชายฝั่งด้วย”

“อ้อ ไปด้านนั้นกันเถอะ”

“ครับ เพราะโชซอนมีภูเขามากการเดินทางทางบกไม่สะดวก ส่วนใหญ่จึงลำเลียงสินค้าทางน้ำ มณฑลกังยอนใช้แม่น้ำปักฮัน มณฑลจงชองใช้แม่น้ำนัมฮัน มณฑลชอนลอและวังแฮโดใช้ทะเลด้านเหนือ ซึ่งกลุ่มจองซางเองก็มีห้องเย็นเก็บปลาอยู่ที่นี่ โดยจะทำการกว้านซื้อปลาเก็บเอาไว้ก่อนที่จะส่งไปตามที่ต่างๆ ทางเรือ การที่กลุ่มจิงซางยิ่งใหญ่ขึ้นมาก็เพราะค้าขายทางน้ำ”

“โอ้ เจ้าเพิ่งมาฮันยางเป็นครั้งแรกแต่ทำไมกลับรู้ดี” ซามฟูแปลกใจ

“ก่อนที่จะออกเดินทางข้าได้สอบถามรายละเอียดจากพ่อค้ากลุ่มจิงซ างที่เดินทางไปอีจู”

“อ้อ ช่างสมกับเป็นเลขาอิม ร้ายมาก ร้ายจริงๆ”

ทางด้านจิซูก็มาที่ตลาดนี้เช่นกัน เพื่อสอบถามราคาปลา ถึงเรื่องการเปลี่ยนแปลงในช่วงเทศกาลวันตรุษ ซามฟูเห็นก็เรียกให้อิมซังอ๊กดูว่าจิซูมาทำอะไร พอซามฟูเห็นว่าจิซูไปแล้วก็เข้าไปถามพ่อค้าว่าจิซูมาถามอะไร

“เขามาถามราคาของปลาวังวากับปลาเมียนว่าขายเท่าไหร่ พร้อมกับถามว่าเราขึ้นปลาครั้งล่ะเท่าไหร่” พ่อค้าเล่าให้ฟัง

“หือ พวกมันคิดจะซื้อปลา”

อิมซังอ๊กคาดการณ์ต่อได้ทันที “ช่วงเทศกาลวันตรุษ ปลาจะขายได้ราคาสูงมากคงคิดจะกว้านซื้อเพื่อเอาไปขายต่อ”

“แต่การขายปลาเป็นงานของพ่อค้าแม่ค้ารายย่อย กลุ่มใหญ่อย่างกลุ่มซงซางจะเข้ามาจับทำไม”

“แต่ด้วยเงินทุนของกลุ่มซงซางถ้ากว้านซื้อปลาแล้วไปขายในช่วงวั นตรุษจะต้องได้กำไรอย่างมหาศาล”

“หนอย ไอ้คนขี้โกง ขนาดข้าวในชามของเด็กทารกก็ยังไม่ยอมละเว้น บ้าจริงเฮ้ย ดูท่าทางงานนี้มันคงเอาจริง”

จากนั้นทั้งสองก็เดินสำรวจต่อแล้วก็พบว่าจิซูเข้าไปถามราคาปลาจ ากทุกร้านเลย

ทางด้านคณะกิดทังคูที่ไปเปิดการแสดง ก็ได้รับความชื่นชมอย่างมาก จนเจ้าถิ่นเข้ามาก่อกวน

“พวกเจ้าโผล่ออกมาจากรูไหน”

กิดทังคูตอบอย่างนอบน้อม “พวกเรามาจากเมืองอีจู”

“อีจู แบบนี้มันข้ามถิ่นนี่ ใครอนุญาตให้เจ้ามาแสดงที่นี่”

“เราก็แค่ทำเพื่อเลี้ยงปากเลี้ยงท้องโปรดเห็นใจด้วยเถอะนะครับ”

“ทำไมต้องเห็นใจ”

กิดทังคูร้องลั่น “โอ๊ย อย่าทำอะไรข้า”

เชาลีรุกหน้ามา “เฮอะ พวกเจ้าจะเอายังไง ดูท่าทางก็น่าจะเป็นนักแสดงที่ต้องเที่ยวเปิดการแสดงหากินเหมือ นกับพวกเรา แล้วพวกเจ้ามีสิทธิ์อะไร”

“หนอย อะไรกันเนี่ย พี่น้องเอ๊ย พวกผู้ชายคณะการแสดงจากอีจูใจเสาะชะมัด ต้องให้ผู้หญิงออกหน้าแฮะ เอ้อ เจ้านี่หน้าตาสวยดีนี่ นางคนนี้ก็น่ารักเหมือนกัน ฮ่ะๆ”

พกแทเดือดบ้างแล้ว “พวกเจ้าชักจะมากเกินไปแล้วนะ อยากจะโดนข้าตื้บใช่มั้ย เข้ามาเลยข้าไม่กลัวเจ้าหรอก โอ๊ย”

เชาลีตกใจ “ว๊าย”

มองแทกับพกแทฮึดบ้าง “แน่จริงเข้ามา โอ๊ย”

“ฮ่ะๆ เอาเงินที่พวกเจ้าได้มาทั้งหมดส่งมาให้ข้า”

“เราเพิ่งจะได้ไม่เท่าไหร่ ถือว่าช่วยค่าเดินทางพวกเรา อย่าเอาไปหมดเลยนะ โอ๊ย” กิดทังคูพูดแล้วก็โดนซ้อมทันที

“ถ้าอย่างงั้นก็ไม่ต้องไปปราณี หา นี่เจ้าเป็นใคร”

เจ้าถิ่นว่าแล้วก็เกิดการต่อสู้กันขึ้น พกแทเจ็บตัวมากกว่าใครเพื่อน ทุกคนกลับมากิดทังคูเล่าให้อิมซังอ๊กฟังว่า

เรื่องย่อละครตามบทโทรทัศน์ - อิมซังอ๊ก ตอนที่ 20 (ต่อ)

“เฮ้อ พูดแล้วเซ็งพวกคณะคังดงในตลาดซงโปมันมาหาเรื่องเรา ไม่รู้สิว่าพกแทมันจะพิการรึเปล่า”

อิมซังอ๊กเข้ามาดูพกแท กิดทังคูสั่งให้เทียช่วยพาพกแทไปนอนพักก่อน ขณะที่เมเมก็ถามเชาลีว่าที่ออกรับหน้านั้นไม่กลัวหรือ

“ความจริงข้าเองก็ตกใจมากเหมือนกันนะ ถึงจะกล้าไปต่อปากต่อคำกับมันแต่ขางี้สั่นเลยแหละ”

“แล้วทำไมพี่ยังกล้าเดินเข้าไป”

“เฮ้อ ก็เจ้าดูพวกผู้ชายแต่ละคนสิ ถ้าข้าไม่ออกหน้าพวกเขาต้องโดนแน่ๆ เหมือนอย่างเจ้าพกแทดีแต่โม้ไปวันๆ วิชาขว้างมีดของมันทำอะไรเจ้าพวกนั้นได้ที่ไหนกันล่ะ ที่ทำได้ก็คงจะมีแต่ลูกฝักทอง ไม่ได้เรื่อง”

ทุกคนพลอยหัวเราะชอบใจ เชาลีหันมาทางแชยุน แล้วถามว่าเคยอยู่ที่ฮันยางใช่มั้ย แชยุนตอบว่าใช่

“แล้ว แวะกลับไปที่บ้านมาหรือยัง”

“คนที่เคยเกี่ยวดองกับข้า ต่างก็จากโลกนี้ไปหมดแล้ว” แชยุนตอบ

“เออ งั้นตอนนี้เจ้าก็รีบไปหาคนมาเกี่ยวดองด้วยสิ อยู่แบบนี้คนเดียวมันไม่ดีหรอกนะ”

“พี่ พี่หมายความว่ายังไง”

“ก็หมายถึงพี่ซังอ๊กไง ถ้าเจ้าชอบพี่ซังอ๊กจริงๆ ล่ะก็ ก็ไม่น่าจะเก็บเงียบเอาไว้รีบจับรวบหัวรวบหางไปเลย ถ้าข้าเป็นเจ้าป่านนี้ได้แต่งงานอยู่กินด้วยกันไปนานแล้ว” แชยุนไม่ตอบ เชาลีจึงหยุดพูดไป

กิดทังคูถามอิมซังอ๊กว่ารู้รึกยังว่าจะทำการค้าอะไรต่อไปดี อิมซังอ๊กตอบว่ากำลังคิดอยู่

“เฮ้อ เปิดการแสดงทั้งวันได้เงินแค่ไม่กี่ตังแล้วจะเอาไปชดเชยกับเงิน นับพันตำลึงได้ยังไง สมัยนี้ทำมาหากินยากลำบากจริงๆ”

“มีใครอยู่มั้ยคะ ใครคือเลขาอิมคะ” หญิงคนหนึ่งตะโกนเรียก

“มีอะไรหรือครับ” อิมซังอ๊กถาม

“ช่วยออกมาดูหน่อย มีคนมาหาแน่ะ”

อิมซังอ๊กออกไปก็พบกับดายงที่มารอพบ

“คุณหนูมาที่นี่ทำไมครับ หรือว่าพวกท่านสะกดรอยตามพวกข้ามาพร้อมกับจุงจิซู คุณหนูดายงที่ข้าเคยรู้จัก คือบุคคลที่ข้าศรัทธา ข้าไม่อยากเสียความรู้สึกนั้นไป คุณหนูจงกลับไปเถอะ”

“เลขาอิม โปรดอภัยให้ข้าด้วย”

“เรื่องควันไฟสัญญาณเตือนภัย ข้าไม่ทราบหรอกว่าคุณหนูจะเกี่ยวข้องด้วยรึเปล่า แต่ว่าคุณหนูดานุงที่ข้าเคยรู้จักนั้น เป็นคนที่ รู้จักหลักของความเป็นคน ยึดมั่นหลักคุณธรรมการค้า ในส่วนลึกของจิตใจจึงไม่อยากเชื่อ ว่าคนที่ดีงามเช่นคุณหนู จะกระทำเรื่องที่เลวทรามต่ำช้าเช่นนี้ จงกลับไปเถอะครับ”

“ถึงข้าจะรู้แผนชั่วของจุงจิซู แต่ก็ไม่อาจจะยับยั้งได้ และก็เพราะข้าหยุดมันไม่ได้ จึงทำให้ข้ารู้สึกเจ็บปวดหัวใจเป็นอย่างมาก ในทุกครั้งที่นึกถึงความสูญเสียของท่าน”

“สิ่งที่ข้าหวัง คืออยากให้ภาพพจน์ที่สูงส่งของคุณหนู คงอยู่ในใจของข้าตลอดไป เพราะฉะนั้นเรื่องเหล่านี้ จงอย่าไปเอ่ยถึงอีกเลย”

“ท่านเข้าใจผิดแล้ว ที่ข้ามาวันนี้มันไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้เลย แต่เป็นเพราะข้า เป็นเพราะข้า ไม่อาจปิดบังความในใจได้อีกแล้ว ถึงข้าจะไม่อยากยอมรับ แต่ท่านรู้บ้างมั้ยว่าเงาของท่าน มันได้อยู่ในใจของข้าแล้ว เพราะไม่อาจลบล้างความบาดหมางระหว่างครอบครัว จึงทำให้ข้า รู้สึกทรมานใจมาโดยตลอด ฮือๆ” ดายงร้องไห้ออกมา

อิมซังอ๊กตกใจมาก “คุณหนูดายง”

บังเอิญแชยุนแอบมาได้ยินเข้าจึงทำให้เธอเสียใจเป็นอย่างมาก

ปั๊กชิลไปพบจิซู แล้วบอกกับเขาว่า

“คณะของเราจะเลิกทำการค้าจะเดินทางกลับอีจูกันแล้ว ข้าเลยคิดว่าน่าจะมาลาพวกท่านก่อนที่จะเดินทางกลับ”

เรื่องย่อละครตามบทโทรทัศน์ อิมซังอ๊ก ตอนที่ 20 (ต่อ) 2

“พวกเขา จะกลับอีจูจริงหรือ”

“เงินเหลือแค่นิดเดียวจะเอาไปลงทุนทำอะไรได้”

หัวหน้าชังก็คิดเช่นนั้น “แน่อยู่แล้วล่ะ”

“แล้วจะให้ข้าทำยังไงต่อไป” ปั๊กชิลถาม

“เราจะไปทำการค้าที่ซองจอนก่อนแล้วค่อยกลับเมืองอีจู เจ้ากลับไปพร้อมกับกลุ่มกังซางก่อน เมื่อข้ากลับไปถึงแล้วค่อยมาคุยกันอีกที”

พอปั๊กชิลกลับมา ซามฟูเห็นก็ต่อว่าอีก

“อ้าว เจ้ากลับมาที่นี่อีกทำไม เจ้า รู้เอาไว้ด้วย ดีที่อิมซังอ๊กเป็นหัวหน้าในครั้งนี้ ถ้าเป็นข้าล่ะก็เจ้าโดนหมกไปนานแล้ว ฮึ ไปให้พ้นอย่าโผล่มาที่นี่อีก”

“โปรดยกโทษให้ข้าด้วย”

“เฮอะ พี่หรือ เรามีพ่อคนเดียวกันหรือข้าไม่ใช่พี่ชายของเจ้าหนอย”

“เออ ข้าเป็นคนที่ผิดเอง ข้าสมควรตายที่สุด ฮือๆ ถึงยังไงข้าก็ต้องหาวิธีชดเชยมูลค่าความเสียหายให้ได้ ฮือๆ” ปั๊กชิลร้องไห้ออกมา

“ถึงเจ้าจะพูดยังไงข้าก็ไม่เชื่ออีกแล้ว อย่าทำให้ข้าต้องพูดคำหยาบ จงรีบไปให้พ้น”

“แต่ขอให้ข้าพบเลขาอิมก่อนได้มั้ย” ปั๊กชิลขอร้องอีก

“จะพบซังอ๊กทำไม”

“ข้ามีเรื่องอยากจะบอกเขา”

“ถ้าซังอ๊กเห็นหน้าเจ้าอีกต้องความดันขึ้นแน่ๆ มีอะไรก็บอกข้าแทนแล้วกัน”

“จุงจิซูกับพวกกลุ่มซงซางจะไปทำการค้าที่ท่าเรือซองจอน” ปั๊กชิลโพร่งออกไป

ซามฟูได้ยินก็ตกใจ “อะไรนะ”

“มันจะไปกว้านซื้อสินค้าเอาไว้ เพื่อเอาไว้ขายในช่วงตรุษจีน ถ้าเลขาอิมรู้เข้าอาจเป็นผลดีต่อเขาก็ได้ ข้าไปก่อนนะครับ ฮือๆ”

ซามฟูรีบบอกอิมซังอ๊กทันทีที่เจอหน้ากัน

“ท่าเรือซองจอนหรือ”

“ก็ข้าได้ยินมันบอกอย่างงั้น”

“มันจะเล่นตลกอะไรอีกรึเปล่า” กิดทังคูระแวง

“มันไม่เหลือค่าความเป็นคนแล้วข้าก็เลยบอกว่าไม่เชื่อพอมันได้ย ินคำนี้เข้าถึงกับร้องไห้ใหญ่เลย แถมมันยังหาว่าข้าไปดูถูกมันอีกแน่ะ” ซามฟูว่า

“เฮอะ ท่านพูดถูกมันไม่เหลือค่าความเป็นคนอีกแล้วเชื่อไม่ได้หรอก”

“มันแน่อยู่แล้ว ข้าก็แค่มารายงานตามคำพูดที่มันพูดเอาไว้ ซังอ๊ก คำพูดของมันอย่าไปถือเป็นจริงเลย คิดหาลู่ทางของเราดีกว่า”

“ปั๊กชิลน่าจะพูดความจริง จำท่าทีของกลุ่มซงซางได้มั้ย พวกมันต้องไปท่าเรือซองจอนกว้านซื้อปลาวังวากับปลาเมียนแน่”

“ซังอ๊ก หรือว่าเจ้า เชื่อเรื่องที่ปั๊กชิลบอก”

“ถ้าจุงจิซูคิดลงทุนที่ท่าเรือซองจอนอาจเป็นโอกาสดีที่เราสามาร ถใช้แผนหนามยอกเอาหยามบ่ง”

จากนั้นอิมซังอ๊กก็เดินทางไปที่ท่าเรือซองจอนแล้วพูดคุยกับเจ้า ของเรือ พร้อมยื่นข้อเสนอให้

อิมซังอ๊กยังได้ส่งหนังสือกลับไปบอกฮุงต๊อกจู ปั๊กกุงได้รับจดหมายแล้วรู้ว่ากลุ่มของอิมซังอ๊กขายกระดาษขาดทุ นถึงหนึ่งพันห้าร้อยตำลึงก็ตกใจ ขณะที่ทุกคนกำลังกลุ้มใจกันนั้น ฮุงต๊อกจูก็เข้ามา

“จดหมายจากขบวนสินค้าที่ไปฮันยางครับ” ปั๊กกุงบอกฮุงต๊อกจู

“งั้นหรือ การค้าเป็นยังไงบ้าง”

“ไม่ราบรื่นอย่างที่คิด ถึงจะขายกระดาษไปแล้วแต่เนื่องจากแผนของกลุ่มซงซาง จึงขาดทุน 1,500 ตำลึง ซึ่งหัวหน้าของพวกซงซางครั้งนี้ก็คือจุงจิซู”

“แล้วส่งจดหมายมาทำไมแทนที่จะกลับมา” ฮุงต๊อกจูแปลกใจ

“เขาอยากจะหาเงินมาชดเชยให้ได้เสียก่อน ท่านครับอีกไม่กี่วันก็จะครบกำหนดเวลาของตั๋วเงินแล้ว ถ้าหวังพึ่งแต่เลขาอิมคนเดียวสิทธิ์การเดินเรือของเราอาจตกเป็น ของซงซาง” ปั๊กกุงเตือน

ฮูหยินกับภรรยาของซามฟูกำลังคุยกันเรื่องเตรียมของไหว้ตรุษจีนอ ยู่ มีกึมก็เข้ามาบอกฮูหยินว่ากลุ่มกังซางของเรากำลังแย่ ฮูหยินได้ยินก็ตกใจ

“จริงหรือ เพราะแม่ไม่เคยยุ่งเรื่องงานก็เลยไม่รู้จริงๆ”

“นี่อาหญิงคะ ไม่ใช่แค่แย่อย่างเดียวคนอื่นเขาลือกันว่าอาจจะเจ๊งด้วยซ้ำ” ภรรยาซามฟูกล่าวเสริม

“อะไรนะ เรื่องนี้ใครเป็นคนพูด”

“โธ่ ก็มีแต่อาหญิงคนเดียวนั่นแหละที่ไม่รู้ ตอนนี้กลุ่มกังซางเสียทีให้กับกลุ่มซงซางจนกำลังย่ำแย่ใครๆ เขาก็รู้กันทั้งนั้นแหละ”

“แต่พ่อของมีกึมไม่เคยบอกข้า”

ด้านซังเอียนไปซื้อของแล้วได้ยินเรื่องนี้เช่นกัน จึงนำมาเล่าให้แม่ฟัง

“อะไรนะ ขาดทุนอย่างงั้นหรือ”

“ข้าก็ไม่ทราบรายละเอียดหรอก แค่ได้ยินว่ามีปัญหา”

ซังฮีซักต่อ “เขาบอกรึเปล่าพี่ใหญ่จะกลับอีจูเมื่อไหร่”

“เปล่าครับ”

ทางฝ่ายจิซูก็ส่งจดหมายมาหาปาร์กจูมุงบอกว่าแผนการของเขาทำให้ไ ด้กำไร 3,000 ตำลึง ขณะที่กลุ่มกังซางขาดทุน 1,500 ตำลึง ปาร์กจูมุงให้พ่อบ้านวังอ่านจดหมายแทน แล้วถามว่าพวกจิซูจะกลับเมื่อไหร่

“เขาจะลงทุนการค้าในช่วงตรุษจีนคงอีก 1 เดือนกว่าจะกลับ”

“สัญญาที่ทำกับกลุ่มกังซางถึงกำหนดเมื่อไหร่”

“อีกประมาณครึ่งเดือนครับ”

“สิทธิ์การเดินเรือในแม่น้ำแดจงมันเหมือนเป็นของเราแล้ว”

ที่พักของพวกจิซู โซลีเห็นพวกพ่อค้าก็รีบมารายงานจิซู

“ในโรงเตี๊ยมมีพ่อค้าปลามาพักเต็มไปหมดจนห้องว่างแทบจะไม่มี”

“เราจะต้องรีบชิงซื้อปลาก่อนพวกเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกพ่อค้าจากฮันยาง รีบไปตกลงกับพวกเจ้าของเรือกันก่อนเถอะ”

“ครับ ไปกันเถอะ” หัวหน้าชังรับคำทันที

ขณะที่พกแทก็กลับมารายงานอิมซังอ๊กว่า

“มีข่าวดีครับ พวกเรือประมงยังไม่เข้าฝั่งกันเลยแต่มันก็เที่ยวหว่านเงินซะแล้ วเพื่อขอซื้อปลาวังวากับปลาเมียนล่วงหน้า”

อิมซังอ๊กยังได้ไปขอความร่วมมือจากพ่อค้าคนกลางที่ไม่พอใจกลุ่ม ซงซางที่เข้ามากว้านซื้อปลา

“ทุกท่าน จะฟังข้าพูดก่อนได้มั้ยครับ”

“แล้วพวกท่านเป็นใคร”

“ข้าอิมซังอ๊กจากกลุ่มกังซางเมืองอีจู”

“กังซาง จะกว้านซื้อปลาเหมือนกันใช่มั้ย”

“ไม่ใช่ครับ ข้าไม่ได้มาทำให้พวกท่านเดือดร้อน เพราะฉะนั้นอยากให้ฟังก่อน ถึงพวกท่านจะไปคุยกับกลุ่มซงซางก็ไม่มีประโยชน์ เพราะด้วยเงินทุนของพวกเขาขนยาดเรือยังไม่เข้าฝั่งเขาก็ได้กว้า นซื้อปลาไว้หมดแล้ว ถ้าพวกท่านใช้อารมณ์กันอาจจะทำให้ตกหลุมพรางของกลุ่มซงซางก็ได้ จริงมั้ยล่ะ” อิมซังอ๊กว่า

ชายเหล่านั้นฟังแล้วนิ่งคิด “เออ แล้วจะให้เราทำยังไง”

“ถ้าพวกท่านทำตามที่ข้าแนะ ข้ารับรองจะทำให้พวกท่านได้ซื้อขายปลาตามราคาที่เคยขายอยู่”

“จะจริงหรือเปล่าเนี่ย เป็นไปได้หรือ” บางคนไม่อยากเชื่อ

ฝ่ายจิซูเห็นหัวหน้าชังกลับมาก็ถามว่าผลการเจรจาเป็นยังไง

“พวกเขามีพ่อค้าคนกลางขาประจำอยู่ จึงไม่อาจขายให้พวกเราทั้งหมดได้ถ้าไม่รีบแก้ไขแผนของเราอาจล้ม เหลวก็ได้”

“ถ้าอย่างงั้นข้าจะไปคุยเอง ปลาวังวากับปลาเมียนข้าจะให้เพิ่มตัวละ 2 เฟื้อง”

“ตัวละ 2 เฟื้องหรือ”

“ข้าเข้าใจ พวกท่านไม่กล้าทำสัญญากับเราเพราะคำนึงถึงคู่ค้าเดิม แต่ปลาขายได้เพิ่มถึงตัวละ 2 เฟื้องนับเป็นเงื่อนไขที่ดีมาก ตกลงมั้ยล่ะ”

“รวมแล้วได้เพิ่มถึง 300 ตำลึงจะลังเลทำไม” หัวหน้าชังคิดคำนวนให้เสร็จสรรพ พ่อค้าเหล่านั้นจึงตกลงทันที

หลังจากซื้อปลาเรียบร้อยแล้ว กลับมาโซลีก็บอกกับจิซูและหัวหน้าชังว่า

“แค่ซื้อปลาเราใช้เงินไปถึง 2,500 ตำลึงแล้ว ซื้อปลาด้วยราคาสูงถึงขนาดนี้จะได้กำไรหรือคะ”

“เราจะทำให้เจ้าของเรือได้กำไรฝ่ายเดียวหรือเปล่า” หัวหน้าชังถาม

“แต่เมื่อเรื่อเข้าฝั่งอาจจะได้ปลามาเยอะกว่าที่เราคิดเอาไว้”

“ถ้าเป็นอย่างงั้น เรามิต้องลงทุนมากยิ่งกว่าเดิมหรือ”

“เมื่อเทียบกับกำไรที่จะได้แค่นี้เรื่องเล็กมากขอแค่ซื้อได้ทั้ งหมดเราก็จะกำหนดราคาปลาได้เอง ปลาพวกนี้เป็นปลาที่จำเป็นต้องใช้ในช่วงเทศกาลตรุษจีนแพงเท่าไห ร่เขาก็ต้องซื้อ รับรองได้เราต้องได้กำไรเกินกว่า 2 เท่า ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก”

ด้านจุนวานก็เข้ามาพบดายง เธอถามจุนวานว่า

“พวกพ่อค้าปลาเป็นยังไงกันบ้าง”

“เพราะกลุ่มซงซางซื้อปลาเอาไว้หมดทำให้พวกเขาซื้อปลาไม่ได้ เลยรวมตัวอยู่ที่ท่าเรือ คุณหนู คนกลุ่มกังซางก็อยู่ที่ท่าเรือเหมือนกัน”

“คนกลุ่มกังซาง”

“ใช่ครับ”

“เรื่องนี้จงอย่าบอกใครเป็นอันขาด”

“ครับ” จุนวานรับคำแล้วออกไป

หัวหน้าชังรายงานกับจิซูว่าได้ปลาวังวาและปลาเมียนมาทั้งหมดแล้ ว โซลีถามว่าจะทำยังไงต่อไป จิซูบอกว่าต่อไปคือเช่าเรือลำเลียงปลาไปขายที่เมืองฮันยาง จิซูไปที่ท่าเรือ และพบเจ้าของเรือ

“หมายความว่ายังไงเรือแล่นผ่านไม่ได้”

เรื่องย่อละครตามบทโทรทัศน์ อิมซังอ๊ก ตอนที่ 20 (ต่อ) 3

“ท่านคงไม่รู้อะไร จากที่นี่ไปท่าเรือฮันยางจะต้องผ่านล่องน้ำที่ชื่อกังวาซึ่งเรื อประมงของพวกเราผ่านล่องน้ำที่เชี่ยวอย่างงั้นไม่ได้ เคยมีเรือเสี่ยงไปแล้วแต่ผลสุดท้ายก็ต้องจมหมดทุกราย”

“ไม่มีวิธีอื่นเลยหรือ” หัวหน้าชังถาม

“ถ้าอยากจะล่องไปให้ถึงเมืองฮันยางมีอยู่วิธีเดียว”

“วิธีอะไร”

“นั่นก็คือเช่าเรือของกลุ่มจิงซางในฮันยาง เพราะเรือกลุ่มจิงซางลำใหญ่และชำนาญล่องน้ำก็เลยสามารถไปได้ ต้องขอโทษนะที่เราช่วยไม่ได้ เอาล่ะกลับกันเถอะ”

หัวหน้าชังหันมาถามจิซู “แล้วจะทำยังไงกันดี”

“ถ้าหาเช่าเรือไม่ได้จะต้องแย่แน่ๆ”

“หัวหน้าชัง ช่วยไปเมืองฮันยางที ควบม้าเร็วไปเลยแล้วขอเช่าเรือจากกลุ่มจิงซาง แล้วรีบกลับมาที่นี่ ถ้าเรือลำไหนมาได้ ข้ายินดีจ่ายค่าเช่าเพิ่มให้เขาอีก 2 เท่า”

“ครับ ข้าทราบแล้ว”

ขณะที่ซามฟูรู้ข่าวคราวก็ชอบใจยกใหญ่

“ฮ่ะๆ พวกมันยังหาเช่าเรือไม่ได้ ตอนนี้จุงจิซูคงร้อนเหมือนถูกไฟเผา ฮ่ะๆ อ้าว แล้วชังซกจูมันไปไหน”

“คงจะเดินทางไปฮันยาง”

“ฮันยาง ถ้ามันได้เรือจากที่นั่นล่ะ”

อิมซังอ๊กยังมั่นใจว่า “ถึงยังไงเขาก็ไม่ได้เรืออยู่ดี”

“ทำไมไม่ได้ล่ะ”

“ก่อนที่จะออกจากฮันยางข้าได้วางมัดจำเช่าเรือจิงซางไว้หมดแล้ว ”

“อะไรนะ วางแผนเช่าไว้ก่อนเลยหรือ”

“เพราะตอนที่อยู่ท่าเรือข้ารู้มาว่าเรือประมงของที่นี่จะแล่นไป ถึงฮันยางไม่ได้”

“ทำไมไม่ได้ล่ะ”

“ก็เพราะกระแสน้ำที่ปากแม่น้ำค่อนข้างละเชี่ยวมากจึงทำให้เรือม ักจะล่มเรือที่ผ่านไปได้มีแต่เรือของกลุ่มจิงซางเท่านั้น ข้าจึงเช่าเรือของกลุ่มจิงซางที่อยู่ท่าซัมไค ซีกัง และลองซันเอาไว้หมด กลุ่มซงซางหาเช่าไม่ได้แน่” อิมซังอ๊กกล่าวอย่างมั่นใจ

ซามฟูยิ่งชอบใจยกใหญ่ “ฮ้า ช่างร้ายจริงๆ ฮ่ะๆ”

หัวหน้าชังไปติดต่อเช่าเรือแต่ไม่ได้ เจ้าของเรือบอกว่าต้องรออีกครึ่งเดือนเรือถึงจะว่าง หัวหน้าชังกลับมารายงานจิซูว่าหาเรือไม่ได้

“ข้าไปทุกท่าในฮันยาง แต่ผลก็ออกมาเหมือนเดิม เรือส่วนใหญ่ของกลุ่มจิงซางได้ออกเดินทางไปมณฑลชอนรอและออกไปส่ งสินค้าแล้ว ส่วนที่เหลืออยู่ก็มีคนเช่าเอาไว้จนหมด ซึ่งเตรียมออกจากท่ากันแล้ว ถ้าอยากได้เรือจริงๆ ก็จะต้องรออีกครึ่งเดือน ขนาดข้าลองให้พวกเขาเรียกค่าเช่าตามที่ต้องการ ก็ยังเปล่าประโยชน์”

“แล้วจะทำยังไง ที่เราซื้อเอาไว้เป็นปลาสดทั้งนั้น ถ้าไม่รีบส่งไปขายต้องเน่าเสียหมดแน่”

โซลีร้อนใจมาก ขณะที่จิซูเองก็คิดหนักเช่นกัน เขาพยายามไปติดต่อเช่าเรืออีกครั้งแต่ก็ไม่มีใครยอมไปแม้ว่าเขา จะให้ราคาที่สูงมาก

เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้แล้ว อิมซังอ๊กจึงมาบอกกล่าวกับพวกที่ไม่ชอบกลุ่มซงซาง

“ทุกท่าน กลุ่มซงซางหาเช่าเรือไม่ได้ พวกเขามีเวลาแค่ 4 วันถ้าไม่สามารถนำปลาออกขายปลาทั้งหมดก็จะเน่าเสียในไม่ช้า ดังนั้นถ้ายิ่งช้าก็จะยิ่งเสียประโยชน์ ตอนนี้ก็เลยรีบเทขาย ถ้าพวกท่านช่วยไปซื้อปลาเหล่านี้แทนกลุ่มกังซางเราจะให้กำไรตาม ที่เคยได้รับ”

“แล้วเรื่องการขนส่งล่ะ”

“มีเรือของกลุ่มจิงซางจอดรออยู่ที่ท่าเรือจองนำอยู่แล้ว” อิมซังอ๊กกล่าว

“เขามีเรือแล้วหรือ” ต่างหันไปถามกันเอง

“ถ้าพวกท่านไปซื้อแทนพวกเรา ข้ารับผิดชอบเรื่องขนส่งเอง ว่ายังไง จะช่วยข้าหน่อยได้มั้ย”

“ได้ๆ พวกเราตกลง ไปๆ”

ด้านจิซูกับหัวหน้าชังแล้วคนอื่นๆ ต่างก็ช่วยกันคิดหาทางออก

“พวกเราจะยอมแพ้หรือ เราจ้างลูกหาบลำเลียงไปทางบกเถอะ แค่ 5 วันก็ไปถึงฮันยางแล้ว” หัวหน้าชังว่า

จิซูค้านว่า “เป็นความคิดที่โง่เขลา ปลาเยอะขนาดนั้นลำเลียงไปฮันยางใน 5 วันเป็นไปไม่ได้หรอก”

“แล้วเราควรจะทำยังไง ถ้าปล่อยเนิ่นนานกว่านี้ปลาจะต้องเน่าเสียแน่ๆ”

“ขายเลหลังไปก่อนก็แล้วกัน กำไรจากกระดาษและรองเท้าได้มาตั้ง 3,000 ตำลึง ขาดทุนแค่ 2,000 จะเป็นอะไรไป” จิซูว่า

ดายงแทรกขึ้นว่า “มันเป็นความคิดที่ผิดมาตั้งแต่แรก เป็นการตัดสินใจที่วู่วาม”

จิซูค้านอย่างไม่ยอมเช่นกัน “ก็แค่ดวงไม่ดีต่างหาก ความคิดของข้ามันไม่ผิดหรอก”

จิซูจำเป็นต้องเลหลังขายในราคาถูก แล้วก็สั่งให้ทุกคนเดินทางกลับ

อิมซังอ๊กเข้าไปถามพ่อค้าที่เข้าไปซื้อปลาจากพวกจิซูว่าเป็นยัง ไงบ้าง

“ปลาเมียนตัวละเฟื้อง ปลาวังวา 2 เฟื้องเท่านั้นเองครับ”

“ปลายังสดรึเปล่า”

“ตอนนี้ปลายังสดอยู่เลยครับ”

“เลขาอิม สำเร็จแล้วๆ ข้าอยากจะร้องไห้จังเลย ฮือๆ” ซามฟูสะอื้น

“ลำบากพวกท่านจริงๆ”

“ไม่ลำบากหรอก เราก็แค่ทำตามที่ท่านแนะ”

“เราต้องไปฮันยางกันแล้ว ช่วยตามเรือจากท่าเรือจองนำมาที่นี่ที”

เรื่องย่อละครตามบทโทรทัศน์ อิมซังอ๊ก ตอนที่ 20 (ต่อ) 4

“ได้เลยครับ ทราบครับผม”

ก่อนที่พวกจิซูจะเดินทางกลับ โซลีก็มาชวนหัวหน้าชังไปที่ท่าเรือ หัวหน้าชังถามว่ามีเรื่องอะไร

“เรือของกลุ่มจิงซางเข้าเทียบท่า แล้วกำลังลำเลียงปลาที่เราเพิ่งขายลงเรือ”

“จริงหรือ” ทั้งสองรีบออกไปทันที

ที่ท่าเรือ อิมซังอ๊กสั่งให้ทุกคนเร่งมือ

“เร่งมือหน่อย ปลาเมียนตั้งฝั่งขวา แล้วปลาวังวาตั้งฝั่งซ้าย เร็วหน่อยครับเร่งมือหน่อย”

ซามฟูช่วยตะโกนบอกอีกทีหนึ่ง “ใช่ ปลาวังวาฝั่งซ้าย ปลาเมียนฝั่งขวา ฝั่งขวานะ ปลาเมียนฝั่งขวาใช่ ปลาวังวาฝั่งซ้าย เร็วๆ หน่อย ใช่ๆ ปลาวังวาตั้งฝั่งซ้าย”

หัวหน้าชังกับโซลีมาถึงก็เห็นอิมซังอ๊กกับซามฟูช่วยกันเร่งให้ค นลำเลียงปลา

จบตอนที่ 20

เครดิต : bloglakorn.net/blog/lakorn

http://readlakorn.wordpress.com/say-hello-to-all-reader/

Back to Top
donnamoni View Drop Down
Special Member
Special Member
Avatar

Joined: 05 ส.ค. 2007
Location: Thailand
Posts: 938
Post Options Post Options   Quote donnamoni Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 04 มี.ค. 2008 at 17:58

เรื่องย่อละครตามบทโทรทัศน์ อิมซังอ๊ก ตอนที่ 21

ทุกคนต่างก็วิ่งวุ่นพยายามรวบรวมเงินเพื่อไปมอบให้แก่กลุ่มซงซา ง

ชียางบ่น “นี่ ก็บอกแล้วเรื่องที่ข้าพูดน่ะมันจริง”

แทจูรีบถามชุนจอ “เฮ้ ชุนจอ ว่ายังไงได้เงินรึเปล่า”

“ยังไม่ได้เลย แล้วท่านหัวหน้าแทจูได้มาบ้างมั้ย” ชุนจอตอบ

“ข้าไปขอร้องเถ้าแก่ร้านผ้าไหมที่โปชองแต่ก็ได้มาแค่ 300 ตำลึง”

“แค่นี้มันจะไปพอได้ยังไง”

“เฮ้อ ชุนจอ งั้นกลับห้างใหญ่กันก่อนเถอะ”

“ก็ดี ไปๆๆ”

ชายคนหนึ่งเข้ามาถาม “เกิดอะไรขึ้นทำไมพวกเขาถึงวิ่งกันให้พล่าน”

“ห้างซงซางมาขึ้นเงิน 2,500 ตำลึง ถ้าเราไม่มีเงินให้ก็ต้องเสียสิทธิ์การเดินเรือในแม่น้ำแดจงให้ กลุ่มซงซาง”

ชายคนนั้นตกใจมาก ชายอีกคนได้ยินก็บอกว่าเขาเองก็ไม่มีปัญญาช่วย

ชุนจอกล่าวกับฮุงต๊อกจูเมื่อพบหน้ากันว่า

“สมัยก่อนพวกมันแต่ละคนพอสั่งให้ทำอะไรก็ยินดีทำให้ทุกอย่าง แต่พอได้ข่าวเราเสียทีให้กลุ่มซงซางก็เปลี่ยนจากหน้ามือจนกลายเ ป็นหลังเท้า คอยดูก็แล้วกัน คนที่ปฏิเสธลืมบุญคุณของเราข้าจะจำเอาไว้ให้หมด ชั่วชีวิตนี้ข้าจะไม่คบค้าสมาคมอีก”

“ชุนจอ”

“ครับนายห้าง”

“มนุษย์เราก็เป็นแบบนี้แหละ จงอย่าไปใส่ใจเลย” ฮุงต๊อกจูพูดอย่างปลงๆ

“ท่านนายห้างพูดถูก แต่ที่พวกมันมีวันนี้ได้เพราะวาสนาของใคร ทำไมพวกมันถึงไม่รู้สำนึกบุญคุณของท่าน ข้าไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ”

“ถ้าหากข้าล้มลง เจ้าจะทิ้งข้ารึเปล่า”

“นายห้าง ทำไมถึงพูดอย่างงั้นล่ะครับ ถึงจะต้องให้ข้ากระโดดเข้ากองไฟข้าก็ยินดีใช้กายกำบังนายท่าน ข้าไม่มีวันทรยศท่านหรอก”

“ข้ารู้ ข้าไว้ใจเจ้า ชุนจอ”

แทจูปลอบว่า “พี่ใหญ่ ปั๊กกุงเดินทางไปยืมเงินที่เปียงยางแล้วท่านไม่ต้องเป็นห่วงหรอ ก”

“ยังไงก็ต้องขอขอบใจ”

“ท่านครับ ท่านเลขาท่านผู้ว่ามาครับ”

“เชิญเข้ามาได้” ท่านเลขาเข้ามา ฮุงต๊อกจูทัก “ท่านเองหรือ”

“นายห้างสบายดีหรือครับ”

“ตอนนี้งานสุมหัวไปหมด แต่ก็ยังพอทำไหว แล้วท่านมาทำไม”

“เออ คือว่า” ท่านเลขาส่งตั๋วเงินให้

“นี่คืออะไร”

“ตั๋วเงินครับ”

“เออ ตั๋วเงิน” ชุนจออึกอัก

“นี่เป็นตั๋วเงินที่ทางจวนได้รับเป็นเงินค่าชดเชยของข้าวเปลือก เมื่อครั้งเกิดไฟไหม้เรือ ตอนนั้นท่านจ่ายเงินสด 1,000 ตำลึงจีนกับตั๋วเงินอีก 1,500 เฮ้อ ข้าได้ยินข่าวลือจึงพอเข้าใจว่ากลุ่มกังซางกำลังขัดสน แต่เนื่องจากท่านผู้ว่าสั่งลงมาได้โปรดเห็นใจ”

“เราหรือขัดสน ใครที่เป็นคนพูดพร่อยๆ ชุนจอ”

“ครับนายห้าง”

“เอาเงิน 1,500 ให้เขา” ฮุงต๊อกจูสั่ง

แทจูตกใจ “พี่ใหญ่”

“ยังไม่ไปเอาอีก”

“เออ ครับ”

“แล้วเราจะนำเงินไปส่งให้ เชิญท่านกลับไปก่อน”

ท่านเลขาออกไปแล้ว แทจูกล่าวต่อ “เออ พี่ใหญ่ เราแทบจะไม่เหลือเงินอยู่แล้วท่านยังจะ”

“เขาคิดจะเล่นงานเราอยู่แล้ว จะขอร้องไปทำไม”

“เออ เล่นงานพวกเราหรือ”

“กลุ่มซงซางคงส่งคนไปบอกกับผู้ว่า ให้เขาช่วยกันบีบคอเราอีกแรงหนึ่ง จงรีบเอาเงินไปให้เขา”

“เออ เฮ้อ” ชุนจอจำต้องปฏิบัติตามคำสั่ง

ทางด้านปาร์กจูมุงก็รู้สึกสะใจมาก ยิ่งหัวหน้าชังเข้ามารายงานว่า

“กลุ่มกังซางกำลังวิ่งวุ่นเพื่อรวบรวมเงินซึ่งข้าเชื่อว่าคงจะย าก”

“ไปแจ้งท่านผู้ว่าแล้วใช่มั้ย”

“ไปแจ้งแล้วครับ เชื่อว่าเวลานี้ตั๋วเงินคงจะไปถึงห้างกังซางแล้ว”

“ครบกำหนดสัญญาคือพรุ่งนี้ใช่มั้ย”

“ใช่ครับท่าน”

“เอาล่ะ พวกเจ้ากลับไปได้แล้ว”

เวลาเดียวกัน ชุนจอเป็นห่วงฮุงต๊อกจูอย่างมาก เขาจะเตรียมอาหารให้แต่ฮุงต๊อกจูกลับบอกให้ชุนจอกลับไปทำงาน

“ไม่เป็นไรครับ ไว้ท่านหัวหน้าใหญ่มาแล้วข้าค่อยกลับก็ได้”

“ท่านครับ ข้าน้อยปั๊กกุงครับ”

“เข้ามาเลย เรื่องที่ว่าเรียบร้อยมั้ย”

“เฮ้อ ข้ารู้สึกละอายใจมาก ไม่ได้เงินมาเลย” ปั๊กกุงหน้าเศร้า

“อะไรนะ”

“เฮ้อ ยูนซกซองนายห้างยองซานไม่มีเงินหรือ”

“นายห้างยูนพาหัวหน้าสายงานไปที่ตลาดจงกัง ข้าก็เลยไม่ได้พบ”

“เพี๊ยกจุงแตล่ะ” ฮุงต๊อกจูถาม

“รู้สึกว่าท่านเพี๊ยกจะรับไมตรีจากกลุ่มซงซางแล้ว ข้าจึงเข้าพบไม่ได้”

เรื่องย่อละครตามบทโทรทัศน์ อิมซังอ๊ก ตอนที่ 21 (ต่อ)

“เฮ้อ ฮึ ฮ่ะ ไม่นึกเลยชื่อเสียงกลุ่มกังซางกว่า 30 ปีจะไม่มีค่า ฮ่ะ เห็นทีคงจนปัญญาแล้ว ก็คงต้องให้สิทธิ์การเดินเรือเขาไป เอาล่ะไปทำงานเถอะ”

ฮุงต๊อกจูออกไปเดินดูพวกคนงานทำงานกัน พักต่อมาปั๊กกุงกับชุนจอก็เข้ามาเรียก

“มาที่นี่กันทำไม” ฮุงต๊อกจูถาม

“ท่านครับ”

“ตรงนั้นเป็นที่ซึ่งข้าเริ่มขายปลา พอได้กำไรจึงเอามาซื้อเรือและก่อตั้งกองเรือ จนสามารถเปิดร้านในตลาดอีจู และเติบโตขึ้นเป็นลำดับ รู้สึกว่าชุนจอก็เคยดูแลร้านปลาอยู่ที่นี่ไม่ใช่หรือ”

“ใช่ครับนายห้าง”

“จนถึงทุกวันนี้ข้าก็ยังคงชอบกลิ่นคาวปลาที่มันโชยออกมา พอเห็นปลาดิ้นทีไรข้าจะสุขใจมาก”

“ท่านครับ เพราะพวกเราทำงานไม่ดีพอ กลุ่มกังซางจึงเจอเหตุการณ์แบบนี้ ได้โปรดยกโทษให้พวกเราด้วย ฮือๆ” ชุนจอร้องไห้ออกมา

“มันไม่จบแค่นี้หรอก ยังไงข้าก็ไม่จนมุม ไปเถอะ แม่ของเลขาอิมเปิดร้านอาหารอยู่ใช่มั้ย”

“ใช่ครับ”

“งั้นไป”

ฮุงต๊อกจูชวนชุนจอพร้อมดับปั๊กกุงไปที่ร้านแม่ของอิมซังอ๊ก ฮุงต๊อกจูเลือกที่จะนั่งข้างนอก ปั๊กกุงชวนไปด้านในเรือน เขากลับบอกว่า

“ไม่เป็นไร นั่งที่ตรงนี้แหละ น่ากินมาก ฮ้า อร่อยจริงๆ ฮ่ะๆ” ฮุงต๊อกจูชื่นชม

“ฮ่ะ ฮ่ะ สวัสดีค่ะไม่เจอซะนาน” แม่เข้ามาทักทาย

“นั่นสิ ไม่เจอกันนานมาก”

“ข้างนอกอากาศหนาวไปนั่งข้างในเถอะ อันจูมาต้อนรับลูกค้าหน่อย”

“ไม่ต้องๆ รสชาติของซุปเนื้อยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ตอนที่ข้าลงเขาจากวัดซานอุ๊กมากับบงแฮแล้วได้กินก็รสชาตินี้ ฮ่ะ”

“ท่านรับซังอ๊กเอาไว้แต่ข้ากลับไม่เคยไปขอบคุณ ต้องขออภัย”

“ยังไงก็อดทนอีกสักนิดนะ ซังอ๊กทำงานได้ดีอีกไม่นานคงได้เลี้ยงดูเจ้าอย่างดี”

“แต่ได้ข่าวว่าขบวนที่ไปฮันยางต้องขาดทุนเป็นอย่างหนัก ลูกข้าแย่มากทำให้ ท่านต้องผิดหวัง ข้าต้องขอโทษ”

“การค้าก็ต้องมีกำไรและขาดทุนอยู่แล้ว ซังอ๊กทำได้ดีมากเจ้าวางใจเถอะ เอาล่ะไปกันได้แล้ว”

ฮุงต๊อกจูจะจ่ายเงิน แม่รีบบอกทันที “เฮ้ ไม่ต้องหรอกค่ะ ข้าไม่บังอาจรับหรอกค่ะ”

ปั๊กกุงยื่นให้ “อย่าพูดอย่างงั้นนี่ของซื้อของขาย”

ชุนจอกลับมาที่ร้านก็พบว่าอิมซังอ๊กกับซามฟูกลับมาถึงแล้ว

“ชุนจอ” ซามฟูทัก “เฮ้ย ไม่ได้เจอกันซะนาน”

“พวกเจ้ายังจะยิ้มกันออกอีกหรือ นับถือจริงๆ” ชุนจอว่า

“อ้าว ฟังมันพูดเข้าสิ เจ้าสบายดีหรือ”

“ปล่อยข้านะ”

ซามฟูไม่สนถามต่อ “เจ้าเป็นบ้าอะไร”

“ข้าน่ะหรือบ้า หา ตอนนี้ท่านนายห้างกำลังจะบ้าตายอยู่แล้ว พวกเจ้าไปค้าขายจนเจ๊งแล้วยังจะมีหน้าหัวเราะอีกหรือ” ชุนจอโมโห

“ทำไมท่านพูดอย่างงั้นล่ะ” อิมซังอ๊กถามนิ่งๆ

“ทำไมน่ะหรือ กลุ่มซงซางเอาตั๋วเงินมาขึ้นเงิน 2,500 แต่เราไม่มีเราเลยต้องประเคนสิทธิ์การเดินเรือในแม่น้ำให้กับพว กมัน”

ซามฟูตกใจมาก “เจ้า เจ้าว่าไงนะ”

อิมซังอ๊กรีบถามต่อว่า “ท่านนายห้างอยู่ที่ไหน”

“ไปห้างซงซางแล้ว” ชุนจอตอบ

ฮุงต๊อกไปที่ห้างซงซาง เขาต้องรอปาร์กจูมุงสักครู่หนึ่ง เพราะปาร์กจูมุงไปจวนผู้ว่า เขากลับมาพบฮุงต๊อกจูก็ถามทันทีว่า

“ท่านเตรียมตัวพร้อมแล้วใช่มั้ย”

“สิทธิ์การเดินเรือในแม่น้ำ”

ฮุงต๊อกจูยังพูดไม่ทันจบ เสียงอิมซังอ๊กก็แทรกขึ้นมาทันที “ท่านครับ ท่านครับ วางไว้นี่เลย”

เทียรีบวางเงินลง “ครับ”

“นี่เงิน 600 ตำลึงจีน” อิมซังอ๊กกล่าว

เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย ฮุงต๊อกจูขอสัญญาคืนแล้วลาปาร์กจูมุงกลับ ด้านจิซูกลับมาก็แปลกใจมากที่เห็นปาร์กจูมุงดูท่าทางโกรธ

ฝ่ายอิมซังอ๊กก็เล่าเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นให้ฮุงต๊อกจูฟัง ฮุงต๊อกจูดูอารมณ์ดีขึ้นมากทีเดียว

“หลังจากขาดทุนไป 1,500 เราเหลือแค่ 150 ตำลึง จากนั้นก็นำมาซื้อปลาวังวาและปลาเมียนของกลุ่มซงซางแล้วนำไปขาย ต่อให้กับกลุ่มจิงซางอีกที นอกจากจะได้คืน 1,500 ตำลึงยังได้กำไรมาอีก 1,200 ตำลึง”

ซามฟูคุยต่อทันที “ฮ่ะๆ ท่านครับ ข้าค้าขายมานานเคยผ่านเหตุการณ์วิกฤตมาหลายครั้งหลายหน แต่ไม่เคยสะใจเท่าครั้งนี้มาก่อน หลังจากที่เรารู้ว่าเป็นแผนชั่วของจุงจิซูแล้ว นอกจากจะตอบโต้มันได้สำเร็จยังได้กำไรกลับมาอีก ฮ่ะๆ”

ชุนจอเองก็ชื่นชม “เฮ้อ เลขาอิม เพราะเจ้าแท้ๆ เจ้าเป็นคนช่วยกลุ่มกังซาง เมื่อกี้ตอนที่ท่านนายห้างฉีกสัญญาทิ้งต่อหน้านายห้างซงซาง มันเหมือนกลับเป็นการได้ล้างอายให้กับกลุ่มกังซางจริงๆ ฮ่ะๆ”

“ขอบใจมาก ขอบใจจริงๆ” ปั๊กกุงกล่าว

“ปั๊กกุง จงให้รางวัลกับทุกคนที่ร่วมขบวนไปครั้งนี้ พร้อมกับให้หยุดพักผ่อน” ฮุงต๊อกจูสั่ง

ฮุงต๊อกจูดื่มเหล้ากับอิมซังอ๊ก แล้วสอบถามเขาว่า

“เจ้าซื้อปลาของจุงจิซูเอาไว้หมด สามารถขึ้นราคาได้ตามชอบ แต่ทำไมกลับขายราคาปกติ”

“เพราะข้ารู้ดี การค้าปลาไม่เหมาะกับกลุ่มซงซางและกลุ่มการค้าที่ใหญ่อย่างกังซ าง แต่เนื่องจากต้องตอบโต้จุงจิซูจึงต้องโดดเข้าสู่ธุรกิจของการค้ าปลา โดยที่ข้าไม่เคยคิดหวังผลกำไรมากนัก การกว้านซื้อปลาของกลุ่มซงซาง เพื่อหวังเก็งกำไรในช่วงตรุษจีน ทำให้พ่อค้ารายย่อยต้องเดือดร้อน ข้าจึงอยากขายในราคาที่สมเหตุสมผล”

“ดีมาก การกระทำของเจ้าไม่ทำให้ฮุงต๊อกจูแห่งกังซางต้องมัวหมอง ดื่มเถอะ”

เรื่องย่อละครตามบทโทรทัศน์ อิมซังอ๊ก ตอนที่ 21

“ครับ” อิมซังอ๊กดื่ม

……………………

ด้านจิซูก็เข้ารายงานกับปาร์กจูมุงถึงผลกำไรขาดทุน

“เราได้กำไรจากเยื่อไม้และจากกระดาษ 3,200 ตำลึง แต่เพราะผิดพลาดจากการค้าปลาจึงเสียไป 2,100 ตำลึงคงเหลือ 1,100 ตำลึง”

“ที่ข้าให้ไปครั้งนี้ไม่ใช่หวังให้ได้กำไรแค่พันตำลึง แต่เพื่อให้คอยสังเกตการณ์คนของกลุ่มกังซาง แต่แล้วกลับไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอันแถมยังเปิดโอกาสให้กับมัน ได้รู้ลู่ทางมาทำการค้าในฮันยาง”

“ท่านครับ เพราะข้าตัดสินใจผิดพลาด” จิซูยอมรับผิด

“ถึงผลออกมาจะน่าผิดหวังแต่จากประสบการณ์ในครั้งนี้ คงทำให้เจ้ารู้ดีขึ้นข้าจึงไม่อยากจะเอาผิดอีก แต่ถ้ายังทำความผิดแบบนี้อีกครั้งข้าจะไม่ให้อภัยอีกต่อไป ทุกคนคงเหนื่อยกันแล้วจงกลับไปพักผ่อนเถอะ” ปาร์กจูมุงตัดบท

เมื่อทุกคนออกไปแล้ว ปาร์กจูมุงเรียกธิดาให้อยู่ก่อน

“เท่าที่เจ้าดูฝีมือของจุงจิซูเป็นยังไงบ้าง”

“เขามีกลยุทธ์การค้าที่ดีมาก แต่ว่า เวลาที่คิดจะทำการค้าคำนึงถึงผลประโยชน์มากจนเกินไป อย่างเรื่องควันไฟสัญญาณและการกว้านซื้อปลา ทำให้กลุ่มซงซางต้องเข้าสู่ภาวะที่เสี่ยงภัย”

“มันก็ออกจะเสี่ยงเกินไปหน่อย แต่ที่พ่อให้ความสำคัญต่อจุงจิซูก็เพราะเขาคิดไม่เหมือนกับคนทั ่วไป ถ้าคิดเหมือนคนทั่วไปย่อมเป็นพ่อค้าที่เก่งไม่ได้ การที่เขายังมีจุดบกพร่องก็เพราะประสบการณ์ยังไม่พอ แต่ถ้าผ่านการขัดเกลาแล้วเขาจะต้องเป็นพ่อค้าที่ประสบความสำเร็ จ พ่อจึงอยากให้เจ้าอาศัยความสามารถของจุงจิซูให้เป็นประโยชน์”

“แต่ถ้าข้ากับเขา ต้องร่วมกันทำงานจริงๆ อาจทำให้เกิดปัญหาด้านแนวคิด”

“ที่พ่อกำลังบอกเจ้าก็คือให้เจ้าอาศัยความสามารถด้านการค้าของเ ขา ลำพังพึ่งความสามารถส่วนตัวเป็นยอดแห่งพ่อค้าไม่ได้หรอก เจ้าต้องรู้กลยุทธ์การใช้คนด้วยถึงจะทำให้กลุ่มซงซางก้าวขึ้นเป ็นใหญ่ที่สุด” ปาร์กจูมุงสอน

เวลาเดียวกันนี้ซามฟูก็เล่ารายละเอียดต่างๆ ที่เกิดขึ้นให้ชุนจอฟัง

“ควันไฟสัญญาณปลอมหรือ งั้น งั้นเจ้ายังปล่อยพวกมันเอาไว้ทำไม ทำไมไม่รีบแจ้งต่อทางการให้ไปจับกุมพวกมัน”

“ฟังให้จบก่อนสิ เราก็แค่เดาซึ่งยังไม่มีหลักฐาน”

“ในเมื่อจุงจิซูวางแผนไว้แล้วมันก็ต้องไม่ทิ้งหลักฐานเอาไว้แน่ ล่ะ จริงสิแล้วเจ้าปั๊กชิลหายหัวไปไหน”

“ฮึ เจ้าปั๊กชิลน่ะหรือ เจ้าอย่าเอ่ยถึงมันเชียวนะ”

“หา มีเรื่องอะไรหรือ”

“ก็เพราะเจ้าปั๊กชิลนี่แหละที่” ซามฟูกำลังจะว่า

อิมซังอ๊กแทรกขึ้นก่อนว่า “ปั๊กชิลเขาติดธุระนิดหน่อย พรุ่งนี้ถึงจะกลับมาถึง”

“เฮอะ งานนี้เจ้าปั๊กชิลมันโชคดีจริงๆ ที่ได้มารู้จักกับเลขาอิม จนได้ร่วมขบวนไปด้วยเลยพลอยได้รับรางวัลจากนายห้าง ฮ่ะ มันช่างโชคดีจริงๆ เฮ้อ แล้วนี่เจ้ายืนทำอะไร รู้มั้ยตอนที่เจ้าไม่อยู่ข้าต้องเหนื่อยกับการดูแลร้านเจ้าขนาด ไหน ยังไงเจ้าก็ต้องเลี้ยงเหล้าข้าไม่งั้นไม่ยอมด้วย”

ชียางรีบสนับสนุน “ใช่ๆๆ”

ซามฟูฟังอิมซังอ๊กแล้วหงุดหงิดตอบพวกชุนจอก่อนว่า “รู้แล้วน่า เจ้าไปรอข้าที่ร้านก่อน นี่ เจ้ามานี่ก่อน”

ซามฟูลากอิมซังอ๊กไปทางหนึ่ง “เมื่อกี้เจ้าเป็นอะไร หา”

“ข้าสั่งทุกคนในขบวนให้ปิดเรื่องนี้เป็นความลับแล้ว พี่ใหญ่อย่าไปบอกใครก็แล้วกัน”

“เจ้ามีสมองรึเปล่า มันทรยศมาครั้งหนึ่งแล้วอาจจะทำอีกซ้ำสองก็ได้ เรื่องนี้สำคัญต่อกลุ่มกังซางมากนะ คนเนรคุณแบบนี้ควรรีบตะเพิดไปจากกลุ่มกังซาง ไม่ต้องกลับมาเหยียบอีจูอีก”

“ถึงแม้ว่าปั๊กชิลจะเคยทรยศพวกเราซึ่งข้าเองก็เจ็บใจ แต่ข้าดูออกว่าเขาสำนึกแล้ว ข้าจึงอยากให้โอกาสเขา”

“ปัทโธ่ เจ้านี่มันช่างดื้อจริงๆ”

“ความจริงข้าไม่ได้ทำเพื่อปั๊กชิลเพียงฝ่ายเดียวหรอก แต่ว่า ข้าทำเพื่อตัวข้าเองด้วย”

“เจ้าหมายความว่ายังไง”

“ข้าเป็นผู้นำขบวนเมื่อเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นข้าย่อมมีความผิดอ ย่างเต็มประตู ที่ไม่ดูแลให้ดีปล่อยให้เกิดการทรยศจนกระทั่งเกิดความเสียหายขึ ้น ถือว่าช่วยข้าหน่อยก็แล้วกัน”

ซามฟูฟังแล้วถอนหายใจ “เฮ้อ”

อิมซังอ๊กเดินทางไปที่บ้านของปั๊กชิล ทำให้ปั๊กชิลประหลาดใจมาก

“มีใครอยู่มั้ย” อิมซังอ๊กร้องถาม

“เออ นั่นใครหรือ หา เออ เลขาอิม เออ ทำไมท่านถึง ทำไมท่าน”

“เรื่องที่เกิดขึ้นขอให้ลืมมันซะ พรุ่งนี้จงรีบกลับไปทำงานเถอะ”

ปั๊กชิลยิ่งประหลาดใจมากขึ้น “หา เลขาอิม”

“ข้าเชื่อในความเป็นลูกผู้ชายของท่าน แต่ถ้ายังทำผิดซ้ำสองทำให้ข้าต้องผิดหวังอีก คราวนี้ข้าไม่อภัยให้แน่”

“เลขาอิม ขอบ ขอบคุณที่ให้โอกาสข้า ต่อไปนี้ข้าจะทุ่มเททุกอย่างเพื่อกลุ่มกังซางถึงตายก็ยอม ขอบคุณมาก ขอบคุณเลขาอิมจริงๆ”

“เอาล่ะ พรุ่งนี้เจอกัน”

“เลขาอิม ขอบคุณมากจริงๆ ขอบคุณมากเลขาอิม ฮือๆ” ปั๊กชิลซาบซึ้งใจยิ่งนัก

พวกกิดทังคูยังอยู่กันที่ร้านของแม่อิมซังอ๊ก

“เฮ้อ พอได้ข่าวว่าเจ้าค้าขายขาดทุนแม่ไม่สบายใจจริงๆ”

พกแทคุยทันที “โธ่ ท่านป้า พี่ซังอ๊กระดับไหนแล้วไม่เสียทีคนอื่นเขาง่ายๆ หรอก”

กิดทังคูเห็นด้วย “ใช่ ถูกต้องๆ ข้ารู้จักซังอ๊กมาตั้งแต่เด็กแล้วแต่ไม่เคยเห็นว่ามีครั้งไหนที ่เขาทำได้เยี่ยมขนาดนี้ ถ้าเป็นคนอื่นป่านนี้ก็ถอดใจไปนานแล้ว แต่เขากลับยืดอกพูดว่าต้องหาวิธีชดเชย ซึ่งคนทั่วไปทำไม่ได้หรอก จริงมั้ย ฮ่ะๆ”

“ใช่ๆ ฮ่ะๆ” ทุกคนเห็นด้วย

“ลูกชายของเจ๊คนนี้มันเก่งจริงๆ” กิดทังคูชม

“ขอบคุณ”

“พวกเราทุกคนน่ะ ถ้าเป็นเรื่องของซังอ๊กเราถือว่าเป็นเรื่องของตัวเองอยู่แล้ว ฮ่ะๆ การค้าครั้งนี้ทำให้เราค้นพบตัวเอง”

“ขอบคุณทุกคนมาก วันนี้ข้าจะไม่ขายของแล้วจะขอฉลองกับทุกคนให้เต็มที่ อันจูเก็บร้านได้เลย วันนี้ไม่ขายแล้ว”

“ได้ค่ะ ฮ่ะๆ”

“วันนี้พวกเราสนุกกันให้เต็มที่ ปกติแสดงให้คนอื่นดูคราวนี้พวกเรามาแสดงให้ตัวเองดูบ้าง เอากันให้เต็มที่เลย”

“ดีๆๆ”

“ขอบคุณมากขอบคุณ”

“ขอบใจทุกคนมากนะ ขอบใจมากๆ” แม่กล่าว

ครู่หนึ่งอิมซังอ๊กกลับเดินทางกลับมาถึง ทุกคนหันมาเห็นก็พากันดีใจร้องเรียกอิมซังอ๊ก

“ท่านแม่ ข้ากลับมาแล้วครับ”

“เมื่อกี้หัวหน้าบอกแม่แล้ว เหนื่อยมากสินะ”

“ลูกพี่ ท่านป้าบอกว่าวันนี้ปิดร้านจะให้เราฉลองกัน ฮ่ะๆ” เทียเล่าให้ฟัง

วันต่อมาฮุงต๊อกจูก็ประกาศกับทุกคนว่า

“อิมซังอ๊ก”

“ครับนายห้าง”

“นับจากนี้ข้าให้เจ้าเป็นหัวหน้าสายงาน”

“ท่านครับ แต่ตอนนี้ข้า” อิมซังอ๊กพยายามจะค้าน

“พอแล้ว ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น นับจากนี้เจ้าเป็นหัวหน้าสายงานแล้ว ทุกคนรับรู้ด้วย”

“ท่านครับ” ซามฟูเรียก

“มีอะไร”

“ทุกคนที่ไปกับขบวนครั้งนี้ต่างก็ได้รางวัล เลขาอิมได้เลื่อนเป็นหัวหน้าสายงาน แล้วข้าล่ะครับ ข้าไปกับขบวนเหมือนกันนะ มีส่วนทำให้งานสำเร็จเหมือนกันแล้วทำไมข้าไม่ได้อะไรเลย”

“อยากนั่งแทนตำแหน่งข้ามั้ย”

ซามฟูตกใจ “หา”

“พอช่วงไหนเจ้าไม่โดนซังเปรี้ยงสองเปรี้ยงแล้วมันชักจะเอาใหญ่ เอาสักทีดีมั้ย” ฮุงต๊อกจูว่า ซามฟูหน้าเหวอไป “การที่เจ้ายังได้เป็นเถ้าแก่ร้านก็ถือว่าเป็นรางวัลจากข้าแล้ว แต่เอาเถอะ ให้ผ้าไหมซามฟูไป 5 พับ”

ปั๊กกุงรับคำ “ครับนายห้าง”

“อิมซังอ๊ก จะพูดอะไรมั้ย” ฮุงต๊อกจูถาม

“ครับ ข้ายังด้อยประสบการณ์แต่ได้ตำแหน่งที่ยิ่งใหญ่รู้สึกหวาดกลัวมา ก แต่ข้าจะพยายามเพื่อตอบแทนบุญคุณของท่าน”

“กลุ่มกังซางของเราอาจมีการตั้งขบวนสินค้าเดินทางไปค้าขายเหมือ นอิมซังอ๊กบ่อยครั้งมากขึ้น เพราะฉะนั้น ขอให้ทุกคนเตรียมพร้อมเอาไว้ เพราะวิกฤตก็คือโอกาส”

ในขณะเดียวกันเนื่องจากจุงจิซูพ่ายแพ้ต่ออิมซังอ๊กปาร์กจูมุงจึ งดึงดายงกลับมาช่วยงานใหม่อีกครั้งในตำแหน่งที่สูงกว่าเดิมซึ่ง ก็คือตำแหน่งหัวหน้าใหญ่

“ข้าจะให้ดายงเป็นหัวหน้าใหญ่ ทุกคนจะต้องคอยช่วยนาง ช่วงเวลาที่ผ่านมาเพื่อเข้ายึดครองกลุ่มกังซางข้าได้อยู่ที่อีจ ูนานมากซึ่งหาใช่วิธีที่ดี ถ้าเราอยากยึดครองตลาดมืดในจ้าเหมินเจ้าคงต้องเหนื่อยมากทีเดีย ว เพราะฉะนั้นต้องทุ่มเทให้มากขึ้น”

ดายงรับคำ “ค่ะ”

มีกึมไปพบจิซู บอกว่ามีเรื่องอยากจะคุยด้วย ภรรยาซามฟูเห็นก็รีบกลับมารายงานฮูหยิน

“อะไรนะ มันเป็นไปได้ยังไง อย่างมีกึมหรือจะไปหามัน”

“โธ่ อาหญิงคะข้าเห็นเต็มสองลูกกะตาเลยนะ”

“ต้องไม่ใช่มีกึมไปหามันแน่ แต่มันต่างหากที่ล่อลวงมีกึมไป”

“เดี๋ยว อาหญิงคะ ที่นั่นเป็นหน้าห้างของกลุ่มซงซางไม่ใช่หรือ น่าจะเป็นมีกึมต่างหากที่ไปหาเขา”

ขณะนั้นมีกึมกำลังพูดคุยอยู่กับจิซูว่า

“เมื่อครั้งอดีต พอเจอพี่จิซูหัวใจของข้าจะเต้นรัว แล้วทำอะไรไม่ถูก ซึ่งข้าเองก็ไม่รู้ตัวเหมือนกัน หลังจากที่เกิดความรู้สึกนั้นบ่อยครั้งเข้า กว่าจะรู้ตัวอีกทีข้าก็นึกชอบพี่แล้ว ตอนแรกข้านึกว่าสิ่งที่ท่านคิด คงไม่แตกต่างจากข้าเท่าไหร่ จนพาลคิดไปว่าเรามีใจเดียวกัน วันนี้ข้าจึงอยากถามท่านว่า การที่ข้าคิดแบบนี้เป็นการเข้าใจผิดรึเปล่า เดิมทีข้าเชื่อว่า พี่จิซูก็มีข้าอยู่ในใจเช่นเดียวกัน ข้าสำคัญผิดเองใช่มั้ย”

“ข้า ข้าไม่คู่ควรที่จะรักชอบคุณหนูมีกึมหรอก อีกทั้งข้าไม่เคยเผื่อใจ ที่จะมอบความรักแท้ให้กับใครมาก่อน หากคุณหนูเก็บคนอย่างข้าเอาไว้ในใจ จะต้องพบกับความเจ็บปวด ขอให้คุณหนู จงลืมข้าไปซะเถอะ”

“ข้าทำไม่ได้หรอก ข้าทำไม่ได้ พี่จิซู”

“เพื่อ เพื่อความยิ่งใหญ่ของข้า ข้าถึงกับทรยศต่อท่านนายห้าง คนเลวอย่างข้า จะคู่ควรกับคุณหนูมีกึมได้ยังไง ถึงแม้ข้าจะจริงใจกับคุณหนู แต่มันก็ได้สายเกินแก้แล้ว คุณหนู จงลืมข้าซะเถอะ หากยังเก็บข้าไว้ใจใจคุณหนูก็จะมีแต่เจ็บช้ำ”

มีกึมฟังแล้วก็ร้องไห้ออกมา “ฮือๆ”

มีกึมกลับมาถึงบ้าน ฮูหยินก็รอถามอยู่แล้ว

“ลูกออกไปไหนมา ออกไปหาจุงจิซูใช่มั้ย หรือมันเป็นฝ่ายมาหาเจ้า”

“ข้าไปดักพบเขาเองค่ะ”

“หา เฮ้อ ลูกไปหามันทำไม ทำไมจะต้องไปหามันด้วย มีกึม”

“ข้าพยายามลืมเขาแล้ว แต่ข้าลืมไม่ได้จริงๆ”

ฮูหยินสงสารลูกสาวมาก “มีกึม”

“ท่านแม่ ฮือๆ” ฮูหยินเองก็พูดอะไรไม่ออก ได้แต่สงสารลูกสาว

อิมซังอ๊กนั่งทำงานก็คิดถึงคำพูดของดายงขึ้นมาก

“ท่านเข้าใจผิด ที่ข้ามาวันนี้ไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้เลย แต่เป็นเพราะ เป็นเพราะข้า ไม่อาจปิดบังความในใจได้อีกแล้ว ถึงข้าจะไม่อยากยอมรับ แต่รู้มั้ยว่าเงาของท่านได้อยู่ในใจของข้าแล้ว จนยากที่จะลบเลือน เพราะไม่อาจลบล้างความบาดหมางระหว่างครอบครัว จึงทำให้ ข้ารู้สึกทรมานใจมาโดยตลอด”

เรื่องย่อละครตามบทโทรทัศน์ อิมซังอ๊ก ตอนที่ 21 (ต่อ) 3

ปั๊กกุงเข้ามา “หัวหน้าอิมอยู่มั้ย”

“อยู่ครับ”

“อ้อ นั่งเถอะ เชิญ นี่เป็นบัญชีของร้านต่างๆ ถ้าตรวจสอบเสร็จแล้วส่งให้ท่านนายห้างด้วย”

“ครับ”

“คุณหนูดายงได้เลื่อนเป็นหัวหน้าใหญ่ของกลุ่มซงซางแล้ว ได้ข่าวรึเปล่า” ปั๊กกุงถาม

“ข้าไม่เคยทราบเลยครับ”

“เมื่อ 2 เดือนที่แล้วนางถูกสั่งห้ามยุ่งกับการค้าแต่แล้วกลับมาได้เป็นถ ึงหัวหน้าใหญ่แสดงว่านายห้างต้องไว้วางใจ แต่นางเป็นหญิงคงคุมคนลำบาก”

“ท่านหัวหน้าใหญ่ปั๊กกุงท่านนายห้างขอเชิญครับ”

“อ้อ ขอบใจมาก”

ปั๊กกุงเข้ามาพบกับฮุงต๊อกจู “ท่านเรียกข้าหรือครับ”

“อืม ท่านผู้ว่าอยากพบพวกเรา เจ้าไปกับซังอ๊กหน่อย”

“ได้ครับท่าน”

อิมซังอ๊กกับปั๊กกุงไปพบท่านผู้ว่า แล้วยังได้พบกับดายงที่นี่ด้วย

“พวกท่านเชิญนั่งเถอะ” ท่านผู้ว่าเชิญ

“ครับ”

“เกิดภัยแล้งที่มณฑลเพียงอันและวังแฮ แถมอากาศหนาวจัดทำให้ชาวบ้านหนาวตายและอดตาย ซึ่งทางราชสำนักกำลังส่งข้าวสารมา แต่ในช่วงเวลานี้ ข้าอยากให้พวกท่านช่วยเหลือผู้ประสบภัยก่อน”

“แล้วข้าจะรีบกลับไปหารือกับท่านนายห้างถึงสิ่งของที่จะช่วยเหล ือ” ปั๊กกุงว่า

ดายงเองก็บอกว่า “ทางกลุ่มซงซางจะรีบดำเนินการตามที่ท่านขอค่ะ”

หลังจากคุยกับท่านผู้ว่าแล้ว อิมซังอ๊กก็บอกกับปั๊กกุงว่า

“ท่านหัวหน้าใหญ่ ข้ายังมีธุระเล็กน้อยท่านกลับไปก่อนแล้วกัน”

“ก็ได้ งั้นข้ากลับก่อน”

อิมซังอ๊กเดินไปหาดายงแล้วบอกนางว่า “ข้ามีเรื่องอยากจะคุยด้วย เวลา 1 ทุ่ม ข้าจะไปรอที่ริมบึงที่ซึ่งเราเคยพบกัน”

ทางด้านกิดทังคูเรียกทุกคนมาประชุมพร้อมหน้ากัน

“ทุกคนมากันพร้อมหน้าแล้วใช่มั้ย”

“ใช่ๆ” ทุกคนตอบ

“ช่วงที่ไปวังแฮโดกับฮันยางทุกคนต่างก็เหนื่อยกันมาก แต่เราก็ไปไม่เสียเที่ยวเพราะกลุ่มกังซางให้เงินมาเพียบเลย มา ข้าจะแบ่งให้จะได้ไปซื้อของที่อยากได้ มาๆ”

“ขอบคุณครับๆ”

กิดทังคูแบ่งเงินให้พร้อมบอกให้ทุกคนใช้จ่ายอย่างประหยัดด้วย ขณะที่พกแทคิดจะเอาเงินไปต่อเงินด้วยการเดิมพัน แถมชวนเทียด้วย จึงโดนเทียต่อว่า

“จะบ้าหรือไง ข้าจะเอาเงินพวกนี้ไปซื้อของที่ข้าอยากกินมานานแล้ว ขนมชิ้นละ 2 เฟื้อง เนื้อแดดเดียว 3 เฟื้อง จากนั้นตบท้ายด้วย ปู้ด ไก่อีก 3 ตัว ฮ่ะๆ จะกินให้พุงกางเลย ฮ่ะๆ”

“เจ้านี่มันเอาแต่ห่วงกินคิดเรื่องอื่นเป็นบ้างมั้ย ฟังข้านะ ถ้าเอาเงินก้อนนี้ไปลงทุนต้องได้เป็นตำลึงแน่ เชื่อข้า”

“ไปเล่นคนเดียวเถอะ”

“ถ้าจะเข้าบ่อนอย่างน้อยต้องมี 50 เฟื้องก็ข้ามีเงินไม่พอ โอ๊ย”

กิดทังคูเข้ามาได้ยินพอดี “เฮอะ เอาเงินข้าคืนมา”

“เงิน เงินอะไร”

“ยังจะแกล้งไก๋ เอาเงินข้าคืนมา ก็เงินที่เจ้าเอาไปเล่นการพนันไง เอาคืนมา คืนมานะ ไอ้บ้านี่ คงต้องตัดมือมันทิ้งถึงจะยอมเลิก”

เทียเห็นด้วย “ฮ่ะๆ ข้าก็ว่าอย่างงั้นแหละ ขนาดครั้งที่แล้วได้รับบทเรียนมันก็ยังไม่ยอมเข็ด”

กิดทังคูหันมาว่าเทียบ้าง “เจ้าเองก็ดีแต่ห่วงกินเหมือนกัน เก็บเงินเอาไว้บ้างจะได้เอาไว้แต่งเมีย”

“ครับหัวหน้า”

“ครับแต่ทำไม่ได้ ฮึ”

ทางฝ่ายผู้หญิงก็จะพากันไปซื้อเครื่องประดับ เชาลีหันมาถามแชยุนว่าจะเอาเงินไปซื้ออะไร

“ถึงไม่ถามก็รู้อยู่แล้ว” เมเมว่า

“เจ้ารู้อย่างงั้นหรือ”

“พี่แชยุนต้องเอาเงินไปซื้อของให้พี่ซังอ๊กอยู่แล้ว แถมข้ายังเห็นเขาปักเสื้อกันหนาวด้วย ฮ่ะๆ” เมเมตอบ

เชาลีทำหน้าตาตื่นเต้น “อุ๊ยตายว๊ายกรี๊ด นี่เรื่องจริงรึเปล่า”

แชยุนยิ้มๆ เชาลีแซวต่อ “แนะ ตอนแรกนึกว่าเจี๋ยมเจี้ยมที่แท้ก็ไวไฟเหมือนกันนี่ เหมือนอย่างที่เขาว่า น้ำเน่ามักไหลลึก คนนิ่งมักไวไฟ”

คำพูดของเชาลีพลอยให้ทุกคนขำไปด้วย “พวกเจ้าขำอะไร” เชาลีถาม

“ต้องน้ำนิ่งมักไหลลึก คนนิ่งมักไวไฟต่างหากล่ะเจ๊ ฮ่ะๆ”

แชยุนไปพบกับอิมซังอ๊ก พร้อมมอบเสื้อกันหนาวให้

“เจ้ามาที่นี่ทำไม นี่คือ”

“นี่เป็นเสื้อกันหนาว ได้ข่าวท่านเป็นหัวหน้าสายงานแล้วยินดีด้วยนะคะ”

“ขอบใจมาก”

“เออ ถ้าอย่างงั้น ข้าขอตัวกลับก่อนนะคะ”

เพื่อเป็นการแก้มือจุงจิซูจึงขอความช่วยเหลือจากคิมแทชูที่เคยเ ป็นคนของกลุ่มการค้าเยาซางในเมืองเปียงยางมาก่อน เพื่อหมายที่จะเจาะตลาดการค้าแห่งใหม่ ซึ่งก็คือ ตลาดมืดจงกัง

“อ้อ มาแล้วหรือ” จิซูทักคิมแทชู

“ครับ เออ ไม่ทราบว่าเรียกข้ามาทำไมหรือครับ”

“เข้าไปก่อนแล้วค่อยคุย ได้ข่าวว่าท่านเคยเป็นพ่อค้าเร่ของกลุ่มเยาซาง”

“ใช่ครับ ข้าเป็นพ่อค้าเร่ของกลุ่มเยาซางตั้งแต่อายุ 10 กว่าแล้วนำเงินที่ขายเครื่องโลหะมาเปิดโรงเหล็ก”

“ตอนอยู่กับกลุ่มเยาซางท่านรับผิดชอบการค้าในตลาดมืดจงกังใช่มั ้ย”

“ฮ่ะๆ ในช่วงนั้น ข้าเคยเกือบตายมา 3-4 หนแล้ว”

“พอให้รายละเอียดของตลาดมืดจงกังได้มั้ย”

“หา เออ ได้ครับ ถ้าตลาดมืดในจ้าเหมินถูกปกครองโดยใต้เท้าเฉิน ตลาดมืดจงกังก็ย่อมเหมือนปกครองโดยลียุกชอง เพราะสมุนของเขาล้วนแล้วแต่เป็นโจร แถมยังโหดเหี้ยมาก สินค้าที่พวกเขาต้องการก็คือวัว อาหารทะเลแห้ง เกลือ ผ้าฝ้าย กระดาษและเครื่องกระเบื้อง แต่ถึงเราจะอุตส่าห์ดั้นด้นนำไปขายเขาก็จะกดราคาจนเตี้ยติดดิน ส่วนใหญ่ก็เลยขาดทุนกันเป็นแถว เพราะที่จงกัง คำพูดของลียุกชองคือกฎหมาย” คิมแทชูเล่าให้จิซูฟัง

ปาร์กจูมุงกำลังคุยเรื่องงานอยู่กับดายงว่า

“อีกไม่นานทางราชสำนักจะสั่งเครื่องราชบรรณาการในฤดูหนาว ซึ่งเรามีส่วนในการจัดหา เจ้ากับวังแดฮูจงเตรียมตัวไปฮันยางเพื่อรับรายการสินค้ากลับมา”

“ค่ะ”

จิซูเข้ามา “ท่านครับ ข้าจุงจิซูครับ”

“เข้ามาสิ”

“ท่านครับ ข้าอยากขออนุญาตไปทำการค้าที่ตลาดมืดจงกัง”

ปาร์กจูมุงเตือนว่า “การเจาะเข้าตลาดจงกังไม่ใช่เรื่องง่าย เจ้าจงอย่าฝืนดีกว่า”

“ท่านครับ การปิดตลาดท่าเรือและห้ามไปค้าที่จ้าเหมินไม่เพียงกระทบต่อกลุ่ มกังซางแต่ยังกระทบถึงกลุ่มซงซาง เพียงเพื่อตัดเส้นเลือดกลุ่มกังซาง หากไม่ระวังกลุ่มซงซางอาจจะพลอยแย่ไปด้วย แต่เท่าที่ดูกลุ่มกังซางในตอนนี้เราคงยังจำเป็นต้องปิดตลาดท่าเ รือริมน้ำแดจงรวมถึงทางไปจ้าเหมิน จึงอยากทำให้ข้าค้าโสมที่ตลาดมืดจงกังก่อน โปรดให้ข้าไปเถอะครับ”

“งั้นก็จงทำตามที่ต้องการ”

จิซูออกไปสั่งหัวหน้าชังเตรียมความพร้อมแล้วก็ออกเดินทางเลย

ทางด้านฮุงต๊อกจูก็เรียกอิมซังอ๊กเข้ามาพบ ซึ่งมีปั๊กกุงอยู่ด้วย

“ข้าอยากให้เจ้าไปฮันยาง” ฮุงต๊อกจูกล่าวกับอิมซังอ๊ก

“ไปทำไมหรือครับ” อิมซังอ๊กถาม

ปั๊กกุงตอบแทนว่า “จะมีการมอบหมายการจัดหาเครื่องราชบรรณาการเพื่อนำไปส่งให้กับอ าณาจักรชิงที่เอียนจิง ถึงเราจะมีสินค้าที่ทางการต้องการไม่ครบแต่ก็อาจมีที่กลุ่มอื่น ต้องการล้วนเป็นผลดีต่อเราทั้งสิ้น”

ขณะที่จะออกเดินทาง อิมซังอ๊กได้พบกับพ่อบ้านวัง ทำให้รู้ว่าดายงก็จะไปฮันยางเพราะเรื่องนี้เหมือนกัน

เมื่อเดินทางไปถึงที่หมาย ปั๊กกุงกล่าวกับอิมซังอ๊กว่า

“นั่น ยูนยกรัน หัวหน้าใหญ่กลุ่มเยาซาง เป็นน้องสาวของนายห้างยูนซกซองนางเป็นหญิงแกร่งที่ควบคุมพ่อค้า ในกลุ่ม นางเป็นคนอารมณ์ร้อน ตบหน้าผู้ชายมาเยอะแล้ว อ้อ ส่วนผู้ชายคนนั้น ส่วนคนนั้น ลียองคู นายห้างกลุ่มจิงซาง”

“ข้าเคยเจอเขาตอนเอาปลาไปขาย”

“อ้อ คนนั้นเป็นหัวหน้าใหญ่กลุ่มนายซาง ยางจองซู”

พ่อบ้านวังทัก “สวัสดีครับ”

“มาแล้ว”

ขุนนางกล่าวว่า “จากการที่กลุ่มการค้าต่างๆ ได้เสนอตัวเข้าร่วมจัดหาเครื่องราชบรรณาการให้แก่ทางการ ทางเราจะพิจารณาดูอีกครั้งแล้วจะประกาศรายการสินค้าที่กลุ่มต่า งๆ ต้องจัดหาในบ่ายวันพรุ่งนี้”

เครดิต : bloglakorn.net/blog/lakorn

http://readlakorn.wordpress.com/say-hello-to-all-reader/

Back to Top
donnamoni View Drop Down
Special Member
Special Member
Avatar

Joined: 05 ส.ค. 2007
Location: Thailand
Posts: 938
Post Options Post Options   Quote donnamoni Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 04 มี.ค. 2008 at 17:58

เรื่องย่อละครตามบทโทรทัศน์ อิมซังอ๊ก ตอนที่ 22

อิมซังอ๊กนัดดายงมาพบที่หน้าห้างซงซาง และก่อนที่เขาจะไปพบกับดายงนั้น ดายงก็นึกถึงคำพูดอิมซังอ๊กที่เคยพูดกับเธอไว้ว่า

“คอยดูเถอะ แล้วสักวันหนึ่ง สักวันหนึ่งข้าจะต้องทำให้ท่านไปคุกเข่าขอขมาพ่อข้าที่หลุมศพให ้ได้ ถึงข้าจะไม่รู้ว่า ท่านได้รู้จักกับคนเลือดเย็นเห็นชีวิตคนอื่นไร้ค่าอย่างนายห้าง กลุ่มซงซางได้ยังไง แต่ตามความเห็นของข้าท่านควรถอยห่างจากนายห้างให้เร็วที่สุด เพราะมันอาจจะเป็นผลดีต่อท่านมากกว่า ตอนที่อยู่เอียนจิง เพราะข้าไม่ทราบมาก่อนว่าท่านนายห้างกับคุณหนูดายงเป็นอะไรกัน ถึงได้กล่าวคำที่ไม่เหมาะสมออกไป ขอให้คุณหนูอภัยด้วย” ดายงนึกแล้วก็ร้องไห้

ดายงมาพบอิมซังอ๊กตามที่นัดหมายไว้ อิมซังอ๊กกล่าวว่า

“จนถึงทุกวันนี้ ข้าก็ยังคงจำได้ดี ที่ตลาดปากแม่น้ำแดจง ที่ซึ่งข้าได้เจอกับคุณหนูเป็นครั้งแรก ต่อมาข้าได้ช่วยเป็นล่ามขายโสมให้แก่กลุ่มซงซางขนาดข้าตัดสินใจ ขึ้นราคาโสมครั้งนั้นโดยพละกาล คุณหนูดายงก็ยังไม่ห้ามแถมยังกลับไว้วางใจ และเชื่อว่านี่คงเป็นจุดเริ่มต้น ที่ทำให้ภาพของคุณหนูดายง เริ่มเข้ามาปรากฏอยู่ในทุกอณูของหัวใจของข้า จนหยั่งรากลึกขึ้นเรื่อยๆ แต่ว่าหลังจากที่ชะตาชีวิตต้องแปรผันข้าต้องกลับกลายเป็นนักโทษ ในใจข้ามีแต่ความอาฆาตแค้น จนกระทั่งลืมไปว่า ภายในหัวใจของข้าเคยมีคุณหนูดายงซุกซ่อนเอาไว้ แต่กลับปล่อยให้ความอาฆาตแค้นที่มีต่อท่านนายห้างใหญ่เกาะกินจน หมด จนในที่สุดความทรงจำที่มีต่อคุณหนูได้เหือดแห้ง เหลือไว้แต่ความเป็นศัตรูคู่อาฆาตกับท่านนายห้าง ต่อมาพอไปถึงเอียนจิง หลังจากทราบว่าคุณหนูเป็นบุตรสาวของท่านนายห้างแล้ว ตอนนั้นข้ารู้สึกเจ็บปวดหัวใจมาก แต่ต่อมาข้าก็คิดว่ามันก็ดี ก็เพราะในเมื่อชาตินี้ ข้าไม่อาจจะลืมความแค้นที่มีต่อท่านนายห้างได้ ข้าก็ไม่ควรที่จะเก็บคุณหนูเอาไว้ในใจอีกต่อไปให้มันเจ็บช้ำ แต่ว่าการจะลืมใครมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสักนิด ความบาดหมางของข้ากับท่านนายห้าง มันไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับความรักของเรา และการที่ข้ามีคุณหนูอยู่ในใจ มันก็ไม่ใช่สิ่งที่ข้ากำหนดขึ้นเอง แต่มันเกิดขึ้นเนื่องจากพรหมลิขิต ตอนอยู่ฮันยาง ตอนที่คุณหนูมาขอพบข้ากลางดึก พร้อมกับระบายความในใจออกมา วินาทีนั้นข้าจึงตัดสินใจ ว่าจะไม่ปล่อยให้ความอาฆาตแค้นที่เคยมีต่อท่านนายห้างในอดีต มาปิดกั้นความรู้สึกที่ดีและความรักที่ข้ามีต่อคุณหนูดานุงอีกต ่อไป คุณหนูดายง ความกล้าของท่าน ได้ทำให้ข้ารู้จักความรักที่แท้จริง เพราะฉะนั้นนับแต่นี้ ข้าจะไม่ปกปิดและบิดเบือน ความในใจที่มีต่อท่านอีกต่อไป”

ดายงห้าม “อย่าได้พูดอีกเลย ถ้ายังเก็บข้าเอาไว้ในใจ มันก็จะยิ่งทำให้ท่านเจ็บปวด ข้าไม่อยากทำให้ท่านรู้สึกทรมานใจ เนื่องจากข้าเป็นต้นเหตุ”

“อย่าพูดอย่างงั้นสิครับ ความแค้นที่ข้ามีต่อท่านนายห้าง ข้าได้ลืมมันไปหมดสิ้นแล้ว หลังจากที่ข้าได้ไปอยู่ที่วัดซองวาง ที่แห่งนั้น สามารถทำให้ไฟแค้นในใจของข้า มอดลงอย่างไม่เหลือหลอ การที่ข้าได้ระบายความในใจในวันนี้ และได้รับรู้ความรู้สึกของคุณหนู ทำให้ข้าดีใจมากจริงๆ”

“แต่ว่า แต่ว่า ถึงจะยังไงก็ตามข้าก็ยังไม่คู่ควร ที่จะได้รับความรักจากท่าน”

“คุณหนูดายง”

“ข้าคงต้องกลับแล้วล่ะ” ดายงเดินจากไป

“คุณหนูดายง เฮ้อ”

ในการแบ่งสันปันส่วนเครื่องราชบรรณาการให้แก่กลุ่มการค้าต่างๆ จัดหาปรากฏว่ากลุ่มกังซางได้รับน้อยที่สุด ปั๊กกุงแย้งว่า

“ใต้เท้า ทำไมสัดส่วนที่กลุ่มกังซางได้รับถึงได้น้อยกว่ากลุ่มการค้าอื่น ๆ มาก ไม่ยุติธรรมเลย”

“ได้ข่าวว่ากลุ่มกังซางมีปัญหาการเงิน ถ้าได้รับมากกว่านี้อาจจะไม่ไหวก็ได้”

“เรามีปัญหาการเงินหรือ ท่านได้รับข้อมูลนี้มาจากใคร ไม่จริงนะครับไม่เป็นความจริงเลย”

“เราได้ตัดสินไปแล้ว ถึงยังไงก็เปลี่ยนแปลงไม่ได้จงยอมรับเถอะ”

“ใต้เท้า” ปั๊กกุงพูดอะไรไม่ได้

พอปั๊กกุงกับอิมซังอ๊กกลับมารายงานให้ฮุงต๊อกจูรับทราบ เขาก็ตกใจเหมือนกัน

“อะไรนะ มันเป็นเพราะอะไร ทำไมสัดส่วนที่เราได้รับถึงได้น้อยกว่าคนอื่น”

“เรื่องที่เราเคยมีปัญหาด้านการเงินคงถูกแพร่งพรายโดยคนของกรมว ังที่เคยเดินทางมาซื้อผ้าไหมจนคนของราชสำนักล่วงรู้เข้า” อิมซังอ๊กว่า

“แล้วทางเราได้จัดซื้ออะไรบ้าง” ฮุงต๊อกจูถาม

ปั๊กกุงตอบว่า “หนังนาก 100 หนังเสือ 15 เบาะพิมพ์ลาย 100 กระดาษ 500 ผ้าป่าน 100 ผ้าไหม 200 เครื่องเหล็ก 50″

“ทำยังกับว่ากลุ่มกังซางเป็นกลุ่มการค้ากระจอกๆ น้อยขนาดนี้ดันให้เราตั้งขบวนจัดหา มันจะมากเกินไปแล้ว” ฮุงต๊อกจูโกรธ

ขณะที่ดายงกับพ่อบ้านวังก็กลับมารายงานปาร์กจูมุง

“สัดส่วนที่กลุ่มซงซางได้รับคือ เครื่องโลหะ 150 ชุด หนังเสือ 30 หนังนาก 1,000 กระดาษ 2,000 เบาะพิมพ์ลาย 500 ผ้าไหม 500 กับผ้าป่าน อีก 500 ซึ่งเป็นสัดส่วนที่มากกว่ากลุ่มจิงซางและกลุ่มอื่นๆ ถึง 2 เท่าทีเดียว”

ดายงเสริมว่า “กลุ่มจิงซางในฮันยางที่ได้รับสิทธิ์ให้หาโสม 500 ชั่ง ได้มาเจรจาขอซื้อโสมจากเราแล้ว”

“ขอบใจพวกเจ้ามาก แล้วทางกลุ่มกังซางเป็นยังไง” ปาร์กจูมุงถามต่อ

“แตกต่างจากเมื่อครั้งที่แล้วมากสัดส่วนที่เขาได้รับน้อยที่สุด ในกลุ่มการค้าต่างๆ” พ่อบ้านวังว่า

“ท่านครับข้าจุงจิซูครับ”

“เข้ามาสิ”

จิซูเข้ามา “สามารถเปิดตลาดมืดจงกังได้สำเร็จแล้วครับ”

“ไม่มีปัญหากับกลุ่มเยาซางใยเปียงยางใช่มั้ย”

“ครับ ไม่ได้มีกระกระทบกระทั่งกัน แต่ตอนนี้ฝ่ายเยาซางคงรู้แล้วว่าเราได้บุกเข้าไปเปิดตลาด ลียุกชองแห่งตลาดจงกังได้รับปากแล้วว่าต่อไปจะรับซื้อโสมจากซงซ างแต่เพียงผู้เดียว”

“เจ้าทำได้ยอดเยี่ยมจริงๆ ขอบใจเจ้ามาก”

ปั๊กกุงรู้เรื่องกลุ่มซงซางบุกเจาะตลาดจงกังก็รีบมารายงานฮุงต๊ อกจู

“กลุ่มซงซางบุกเจาะตลาดจงกังเพื่อค้าขายโสมได้สำเร็จแล้ว”

ฮุงต๊อกจูอึ้ง “ว่าไงนะ”

“จุงจิซูได้ขอความร่วมมือจากคิมแทชูเจ้าของโรงเหล็กในนาชองจัดต ั้งขบวนสินค้า แล้วเดินทางไปยังตลาดมืดจงกัง ความจริงกลุ่มซงซางอยากได้ตลาดนี้จากกลุ่มเยาซางมานานแล้ว แต่ไม่ใช่เพื่อทำลายกลุ่มเยาซาง แต่เพื่อทำลายพวกเรา”

“หลังจากตัดเส้นทางการค้าริมแม่น้ำแดจงและจ้าเหมิน ต่อมาก็ถึงคราวตลาดจงกัง ฮึ แค่เรื่องเครื่องราชบรรณาการข้าก็ปวดหัวมากพออยู่แล้ว ข้ายอมไม่ได้หรอก เราจะนั่งรอความตายไม่ได้ ไปพบท่านผู้ว่ากับข้า”

“ครับนายห้าง”

ฮุงต๊อกจูกับปั๊กกุงรีบเดินทางไปท่านผู้ว่าทันที

“ใต้เท้าก็ทราบสถานการณ์ดีข้าไม่ได้ทำเพื่อตัวข้าคนเดียว หลังจากใต้เท้าปิดตลาดริมแม่น้ำแดจงจนชาวจีนไม่สามารถเดินทางมา ค้าขาย เหล่าพ่อค้าแม่ค้าและครอบครัวต่างก็พบกับความยากลำบาก ข้ารู้จักพวกเขามาหลายสิบปีรู้สึกอดรนทนไม่ไหวจริงๆ จึงอยากขออ้อนวอนท่านอีกครั้ง ขอให้ใต้เท้าโปรดเห็นแก่พ่อค้าแม่ค้าในตลาดยอมให้เปิดตลาดริมแม ่น้ำแดจงอีกครั้ง”

“ไม่ใช่ข้าไม่เข้าใจถึงความทุกข์ยากของประชาชน แต่กฎหมายบัญญัติไว้ว่าห้ามลักลอบค้าขายกัน”

“ใต้เท้า หลังจากตลาดริมแม่น้ำถูกปิด เส้นทางไปจ้าเหมินถูกปิดกั้น ภาษีที่เราจ่ายให้แก่ท่านก็ลดน้อยลงมาก ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อทางจวนผู้ว่าและราชสำนักเลย ใต้เท้าโปรดทบทวนอีกครั้งเถอะ”

“ตอนนี้ข้าคงยังช่วยไม่ได้ รอสักพักเถอะนะ ทุกอย่างอาจจะดีขึ้น ทนอีกสักนิดเถอะ”

พอออกมาแล้วปั๊กกุงว่า “เมื่อท่านผู้ว่าปฏิเสธแบบนี้เราคงต้องหาลู่ทางอื่น ยูนยกลันกลุ่มเยาซางนี่”

“นายห้างฮุงไม่ได้พบกันซะนาน” ยกลันทัก

“สวัสดี นายห้างยูนสบายดีหรือ”

“สบายดี”

“ท่านมาอีจูทำไม”

“ข้ามีธุระกับกลุ่มซงซางนิดหน่อย เอาไว้ค่อยพบกันใหม่”

“แล้วพบกันใหม่ เยาซางแห่งเปียงยางมาพบกลุ่มซงซางทำไม หรือว่าจะร่วมมือกับกลุ่มซงซาง”

“พวกนางเคยรับปากกับท่านไว้แล้วไม่น่าจะทำแบบนี้ได้”

“ปัญหาไม่ใช่ที่กลุ่มเยาซางแต่เป็นซงซาง พวกมันเคยมีสัจจะการค้าที่ไหนกัน”

“ถ้าอย่างงั้นข้าจะลองไปสืบเรื่องนี้ดู”

ยกลันไปพบกับปาร์กจูมง

“ได้ข่าวว่าท่านมาพักอยู่ในเมืองอีจูซึ่งมีอากาศหนาวมานานแล้ว เราจึงนำมาให้ท่านเพื่อบำรุงร่างกาย”

“ขอบคุณมาก ท่านนายห้างยูนสบายดีใช่มั้ย”

“พี่ชายของข้าไม่ค่อยสบายสักเท่าไหร่ เพราะในการทำการค้ามักเจอกับคนที่ชอบแหกคอกไม่ทำตามกฎระเบียบ แถมครั้งนี้ถึงกับคิดจะแย่งชามข้าวของคนอื่น ท่านว่าเราควรจะทำยังไง ท่านเป็นผู้อาวุโสของกลุ่มการค้าข้าจึงอยากขอความคิดเห็น”

“กลุ่มซงซางไปเปิดตลาดที่จงกังด้วยวิธีการที่ถูกต้อง”

“ฮึ ถูกต้องอย่างงั้นหรือ เมื่อหลายสิบปีก่อนกลุ่มเยาซางเปิดตลาดจงกังด้วยความยากลำบากแค ่ไหนเจ้ารู้มั้ย เพื่อทำการค้ากับกลุ่มโจร กลุ่มเยาซางต้องเสียคนไปหลายสิบคนรวมทั้งทรัพย์สินอีกหลายหมื่น ตำลึง เพราะทุกคนรู้ว่าเรายากลำบาก ดังนั้นแม้แต่กลุ่มกังซางก็ยังไม่เคยคิดมาแย่งตลาดจงกัง ตลาดจงกังเปรียบเหมือนเส้นเลือดใหญ่ของกลุ่มเยาซาง ถ้าใครคิดจะมาแย่งมันไป ก็ย่อมเท่ากับผิดต่อกฎระเบียบการค้า”

จิซูแทรกขึ้น “ใครเป็นคนกำหนดว่าตลาดจงกังเป็นเส้นเลือดใหญ่ของกลุ่มเยาซาง ไม่ว่าใครก็ตามถ้าสามารถเปิดตลาดได้ก็ย่อมสามารถฉกฉวยผลประโยชน ์ไป เราเองก็ต้องเสี่ยงตายเหมือนกันกว่าจะติดต่อร่วมมือกับกลุ่มโจร ได้ ที่ผ่านมาพ่อค้าเร่ของกลุ่มเยาซางก็แย่งตลาดพ่อค้าเร่กลุ่มซงซา งเหมือนกันไม่ใช่หรือ”

ทางด้านฮุงต๊อกจูก็ปรึกษากับอิมซังอ๊ก ถึงการหาลู่ทางที่จะได้กำไรจากเครื่องราชบรรณาการครั้งนี้

“หนทางมันตีบตันจริงๆ เราจะได้กำไรจากเครื่องราชบรรณาการครั้งนี้สักเท่าไหร่” ฮุงต๊อกจูว่า

“คาดว่าประมาณซัก 500 ตำลึงจีนครับ” อิมซังอ๊กว่า

“ฮึ 500 ตำลึงจีน”

“ถึงจะส่งพ่อค้าเร่ไปขายทั่วโชซอน แต่ถ้ากลุ่มกังซางจะอยู่ให้รอดยังไงก็ต้องพึ่งตลาดริมแม่น้ำแดจ งและจ้าเหมิน ตราบใดที่ 2 ตลาดนี้ยังคงถูกปิดอยู่เราคงทนอยู่ได้อีกไม่นาน”

“นายห้างนี่ข้าปั๊กกุงครับ”

“เข้ามาเลย สืบได้เรื่องมั้ย”

“พวกเขาไม่ได้มาเพื่อร่วมมือทำการค้ากับซงซาง”

“ถ้างั้นมาทำไม”

“เพราะกลุ่มซงซางไปเจาะตลาดจงกังจึงทำให้กลุ่มเยาซางรู้สึกไม่พ อใจเป็นอย่างมาก” ปั๊กกุงรายงาน

“ข้าอยากพบกับยูนยกลัน ช่วยไปบอกนางที อย่าให้กลุ่มซงซางรู้ล่ะ”

ซามฟูเห็นปั๊กกุงไปเชิญยกลันมาก็แปลกใจว่านางคือใคร จึงถามจากชุนจอ

“ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร แล้วทำไมหัวหน้าใหญ่ต้องรีบอย่างงั้น”

“ไม่รู้จักนางหรือ”

ซามฟูสั่นหน้า “หือ”

“กะอยู่แล้วต้องไม่รู้จัก บอกให้ก็ได้ ผู้หญิงคนนี้ก็คือหัวหน้าใหญ่แห่งกลุ่มเยาซางที่ชื่อยูนยกลัน”

“หือ เออ ยูนยกลัน คนที่คุมพ่อค้าเร่ทั้งหมดของกลุ่มเยาซางหรือ ที่แท้ ที่แท้ก็เป็นผู้หญิงหรอกหรือ”

“ใช่ นางไม่เหมือนกับผู้หญิงทั่วๆ ไปนะจะบอกให้ ขนาดเหล้าแรงๆ ที่ผู้ชายไม่กล้าดื่มนางยังยกขึ้นกระดกเฉยเลย ฮ่ะ ลองถ้าพ่อค้าเร่คนไหนทำผลงานได้ไม่เข้าเป้า เฮอะๆ โดนนางต่อยกลิ้งเลยแหละ”

“พูด พูดจริงรึเปล่า เฮ้ย แต่ว่า นางก็สวยดีนะ”

“สวยไปก็แค่นั้นดุซะยิ่งกว่าเสือ” ชุนจอว่า

ยูนยกลันเข้ามาพบฮุงต๊อกจู นางกล่าวกับฮุงต๊อกจูว่า

“เป็นเพราะกลุ่มเยาซางของเราประมาทเกินไป เลยปล่อยให้กลุ่มซงซางฉวยโอกาส ซงซางเปิดตลาดจงกังสำเร็จแล้ว ต่อไปสถานการณ์ของเราก็คงไม่แตกต่างจากกลุ่มกังซาง”

“หัวหน้ายูน”

“ค่ะท่านนายห้าง”

“เครื่องราชบรรณาการฤดูหนาวที่กลุ่มเยาซางได้รับยกให้กลุ่มกังซ างเถอะ ถ้าท่านให้เราดำเนินการ เราจะให้ผลตอบแทนที่สมเหตุสมผลที่สุด”

“เรื่องนี้ข้าตัดสินใจไม่ได้คงต้องขอกลับไปปรึกษาพี่ชายที่เปีย งยางก่อน”

“เชิญ” ปั๊กกุงออกมาส่งยูนยกลัน

เมื่อยูนยกลันกลับไปแล้ว ฮุงต๊อกจูก็บอกกับปั๊กกุงว่า

“ข้าอยากให้เจ้าไปฮันยางอีกครั้ง”

“ให้ข้าไปฮันยางทำไมครับ” ปั๊กกุงแปลกใจ

“ข้าอยากรับช่วงจัดหาเครื่องราชบรรณาการฤดูหนาวต่อจากกลุ่มจิงซ างและเยาซาง การจัดขบวนเดินทางในฤดูหนาวเป็นเรื่องที่ทุกคนอยากจะหลีกเลี่ยง ถ้าเรามอบผลตอบแทนที่เหมาะสม พวกเขาต้องให้เรารับช่วงต่อแน่”

อิมซังอ๊กแทรกขึ้นว่า “ท่านครับ ข้าเข้าใจความคิดของท่าน แต่ทุนของกลุ่มกังซางมีไม่เพียงพอถึงตอนกลับมาจะแบ่งกำไรให้เยา ซางและจิงซางได้ แต่เงินทุนที่เราจะใช้ซื้อเครื่องราชบรรณาการมันมากถึงหลายหมื่ นตำลึง ในขณะที่สภาพของเราไม่อาจรวมเงินได้มากเท่านั้น”

“ท่านครับ หัวหน้าอิมพูดถูกแล้วทบทวนใหม่อีกครั้งเถอะครับ” ปั๊กกุงก็เห็นด้วยกับอิมซังอ๊ก

“ข้ารู้ดีว่ามันยาก แต่ข้าจะยอมเป็นฝ่ายตั้งรับเพียงฝ่ายเดียวไม่ได้ ถ้าไม่ฉวยโอกาสรุกในตอนนี้ พวกเรามีหวังจบเห่”

“ข้ามีความรู้สึกว่าท่านนายห้างกำลังตัดสินใจด้วยอารมณ์” อิมซังอ๊กว่ากับปั๊กกุงเมื่อเดินมาด้วย

“ทำยังไงได้ ถ้านายห้างตัดสินใจแล้วไม่เคยเปลี่ยนแปลงมาก่อน ช่วงที่ข้าเดินทางไปฮันยางช่วยเกลี้ยกล่อมหน่อยแล้วกัน”

“ได้ครับ”

ด้านปาร์กจูมุงก็บอกกับดายงว่า

“เจ้าช่วยจัดเตรียมขบวนสินค้าที่จะเดินทางไปเอียนจิงด้วย”

“แต่ปกติห้างในซงตูจะเป็นฝ่ายจัดเตรียมไม่ใช่หรือคะ”

“ต้องเดินทางผ่านอีจูอยู่แล้วจะให้ทางซงตูจัดเตรียมทำไม ดังนั้นครั้งนี้สาขาอีจูรับผิดชอบไป จุงจิซูเจ้าจัดหาเครื่องราชบรรณาการ”

“แล้วข้าจะจัดเตรียมให้ครับ” จิซูรับคำ

ฮูหยินอยากจะปรึกษากับฮุงต๊อกจูเรื่องมีกึม แต่อ้ำอึ้งไม่กล้าพูด ทำให้โดนฮุงต๊อกจูดุ นางจึงตัดสินใจบอก

“มีกึม แอบไปพบกับจุงจิซู”

ฮุงต๊อกจูได้ยินก็ตกใจ “อะไรนะ”

“มีกึมบอกว่าลืมจุงจิซูไม่ได้ แล้วเราควรจะทำยังไง ถ้าอยากจะให้ลูกตัดใจเราก็ควรรีบหาคู่ให้ลูกทุกอย่างมันจะได้จบ ลง จริงสิ ท่านพี่เคยบอกว่ามีคนที่เหมาะสมไม่ใช่หรือ เขาเป็นใครหรือ เขาเป็นใครหรือท่านพี่”

“หัวหน้าสายงานอิมซังอ๊ก”

“อิม อิมซัง อิมซังอ๊กหรือ ไม่เห็นเคยได้ยิน”

“เขาเป็นลูกของอิมบงแฮ”

“ที่หมู่บ้านจองเทหรือ หา” ฮูหยินนึกได้ก็ตกใจ

ฮูหยินกลับไปเล่าให้ภรรยาซามฟูฟัง แล้วบอกให้นางไปถามซามฟูว่าอิมซังอ๊กเป็นคนยังไง

กิดทังคูอยากจะรวยกับเขาบ้าง จึงตัดสินใจยอมลงทุนเสี่ยงซื้อสินค้าหมายลักลอบนำไปขายที่ชายแด น พวกพกแทรู้ก็ตกใจ

“หา ถ้าเกิดถูกจับได้ไม่ตายฟรีหรือครับ ยังจะลักลอบค้าขายอีก มีมันสมองรึเปล่า” พกแทว่า

“ยังไม่ทันได้ลองเลยจะรู้ได้ยังไงว่าโดนจับ ฟังข้าพูดให้จบก่อน ตลาดมือที่ริมแม่น้ำถูกปิดมาหลายเดือนแล้ว”

“ก็พวกมือปราบไม่ยอมให้ใครตั้งแผงขาย” เชาลีว่า

“ก็นั่นแหละ ประกอบกับทหารมีการตั้งด่านตรวจทั่วอีจู ขนาดกลุ่มกังซางยังไปค้าขายที่จ้าเหมินไม่ได้เลย เพราะฉะนั้นในเมื่อของขาดตลาดพวกเราจะขายแพงเท่าไหร่ก็ย่อมได้”

“กลุ่มกังซางยังทำไม่ได้แล้วยังจะทำ หัวหน้าเพี้ยนรึเปล่า”

“ถึงว่าเจ้ามันโง่ ก็เพราะกลุ่มกังซางทำไม่ได้เราถึงทำได้ไง เพราะขบวนของกังซางเป็นขบวนใหญ่ไม่อาจลักลอบออกไปได้ ในขณะที่เราแบกและเล็ดลอดออกไปได้ ไม่มีปัญหาอยู่แล้วล่ะ” กิดทังคูกล่าวอย่างมั่นใจ

“หัวหน้าเคยบอกว่า หนอนไหมก็ต้องกินใบหม่อนกินใบไม้อื่นไม่ได้ นี่พอได้ค้าขาย 2-3 หนเท่านั้นก็เริ่มเพี้ยนแล้วหรือ กลับไปกินใบหม่อนเหมือนอย่างเดิมเถอะ” พกแทว่า

กิดทังคูดุ “ไอ้ปากเสีย กินใบหม่อนจนเบื่อบางครั้งมันก็ต้องกินใบข่อยบ้าง เพราะเจ้ากลัวใช่มั้ยล่ะ”

“ใครบอกว่าข้ากลัว อย่ามาดูถูกกันกินไปนะ”

“ข้าตัดสินใจแล้ว ยังไงก็ไม่ต้องมาห้าม ข้าจะออกไปหาซื้อของที่เอาไปขายแล้วพกแท เชาลี เจ้าสองคนไปกับข้า”

หลายคนหน้าเหวอไป พอกิดทังคูออกไปแล้ว เทียก็กล่าวกับพกแทว่า

“พี่พกแท ทำไมหัวหน้าถึงเปี๊ยนไป๋”

“คงเพราะโรคบ้าเงินขึ้นสมองถึงได้ติงต๊องปัญญาอ่อน”

กิดทังคูชวนพกแทกับเชาลีออกไปซื้อของ เขายังไปขอร้องให้ชุนจอช่วยซื้อผ้าให้ 5 พับ เพื่อจะได้ในราคาพิเศษ จากนั้นก็พากันไปหาซามฟู

“มาได้ยังไง” ซามฟูถาม

“เราจะมาขอซื้อชามโลหะครับ” กิดทังคูว่า

“หา ซื้อชามโลหะหรือ ค้าขายไม่กี่หนได้กำไรจนซื้อชามโลหะได้เชียวหรือ” ซามฟูแปลกใจ

เทียจึงบอกว่า “เปล่าหรอกครับ เราซื้อไปก็เพื่อ โอ๊ย”

กิดทังคูตีเทียดังอัก “ไอ้ปากเสีย เราซื้อไปใช้ประโยชน์อย่างอื่น ขายเราถูกหน่อยได้มั้ยครับ”

“เฮ้ ข้าขายให้ถูกอยู่แล้ว เชาลี”

“ว่ายังไงคะเถ้าแก่”

“เจ้าเลือกเลยก็แล้วกัน ชิ้นไหนที่เจ้าเลือกข้าจะไม่เอากำไรซักแดงเดียวจะขายให้ราคาต้น ทุน ฮ่ะๆ”

“ขอบคุณค่ะเถ้าแก่ ฮ่ะๆ”

“มาๆ ใบนี้เป็นชามทองเหลืองชั้นดี ถ้าใส่ซุปแล้วยกซดจะอร่อยอย่างไม่อาจหาใดเปรียบ” ซามฟูอธิบาย

“ท่านพี่” ภรรยาของซามฟูร้องเรียกเสียงดังเข้ามา ซามฟูเปลี่ยนท่าทีแสดงกับเชาลีทันที

“เฮ้ย เออ แม่นาง เออ แม่นางช่างตาถึง นี่คือชามทองเหลืองชั้นดี”

“ท่านพี่ ท่านพี่มากับข้าก่อน”

“ข้ากำลังยุ่งอยู่”

“ข้ามีเรื่องอยากจะถาม มา” ภรรยาลากซามฟูไปอีกทางหนึ่ง “ถามหน่อยสิ คนที่ชื่ออิมซังอ๊กน่ะเป็นยังไง”

“เมื่อก่อนเป็นคนงานตอนนี้เป็นหัวหน้าแล้ว ทำไมหรือ”

“เห็นอาหญิงบอกว่าได้ยินท่านนายห้างเปรยออกมาว่าอิมซังอ๊กได้รั บเลือกให้แต่งงานกับคุณหนูมีกึม”

หลายคนได้ยินก็พากันตกใจ “หา!”

“แล้วเขาเป็นคนยังไงบ้าง”

“หา เออ อิมซังอ๊กหรือ”

เชาลีรีบกลับไปบอกให้แชยุนรู้ทันที

“แชยุน เออ เจ้ารู้มั้ยว่าพี่ซังอ๊กกำลังจะแต่งงานกับคนอื่น”

เมเมอยู่ด้วยก็ถามขึ้น “แต่งงานกับคนอื่น พี่หมายความว่ายังไง”

“ได้ข่าวว่าพี่ซังอ๊ก อาจจะแต่งงานกับลูกสาวของท่านนายห้างแห่งกลุ่มกังซาง เพราะตอนนี้นายห้างกังซางได้ตัดสินใจเลือกพี่ซังอ๊กเป็นเขยแล้ว ”

“จริงหรือเนี่ย”

“ถ้าเจ้าไม่พยายามจับพี่ซังอ๊กให้อยู่หมัดเขาอาจจะโบยบินไปเหมื อนนกก็ได้” เชาลีเตือน

ด้านกิดทังคูก็ไปที่ร้านของแม่อิมซังอ๊กและเล่าให้ฟัง แม่ตกใจ

“อะไรนะ ที่ท่านพูดเมื่อกี้มันจริงหรือทำไมข้าไม่เคยรู้มาก่อน”

“ได้ข่าวว่าตอนนี้ซังอ๊กได้รับเลือกให้เป็นเขยของนายห้างแล้ว”

“อุ๊ยต๊ายตาย ดีจังเลยเจ๊จ๋า ต่อไปเจ๊จะได้สบายซะที ได้เป็นดองกับเศรษฐีอันดับหนึ่งแห่งเมืองอีจูแค่อาศัยเศษขนมของ เขากินก็อ้วนจนพุงกางแล้ว” อันจูว่า ทำให้ถูกแม่ดุให้เงียบ

ฮุงต๊อกจูดีใจมากเมื่อเยาซางยอมให้ทางฮุงต๊อกจูจัดหาเครื่องราช บรรณาการแทน ปั๊กกุงเข้ามา ฮุงต๊อกจูรีบถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง

“กลุ่มจิงซางยอมให้เราจัดหาเครื่องราชบรรณาการแทนแล้วครับ”

“วิเศษ เราทำสำเร็จ”

“แล้วทางกลุ่มเยาซางล่ะครับ”

อิมซังอ๊กตอบว่า “เขาจดหมายมาบอกว่ายอมรับข้อเสนอของนายห้าง”

ปั๊กกุงกล่าวอย่างหนักใจว่า “แต่เงินทุนตั้งมากมายเราจะไปหาจากไหน”

“คิดว่าต้องใช้เงินเท่าไหร่” ฮุงต๊อกจูถาม

“คาดว่าประมาณ 25,000 ตำลึงครับ” อิมซังอ๊กว่า

ปั๊กกุงฟังแล้วอึ้งไป “25,000 ตำลึง”

“ข้าจะไปหาเงินจากเปียงยางเตรียมการที” ฮุงต๊อกจูกล่าว

อิมซังอ๊กเรียกไว้ก่อน “ท่านครับ เรื่องนี้ข้าจำเป็นต้องพูด โดยสภาพของเราการหาเงิน 25,000 ตำลึงเป็นเรื่องที่เสี่ยงมาก ข้าอยากให้ท่านลองทบทวน”

“การค้าในครั้งนี้ข้าขอเดิมพันด้วยชีวิตทั้งชีวิต ไม่ต้องพูดแล้วไปเตรียมตัว” ฮุงต๊อกจูยังมั่นใจ

อิมซังอ๊กจัดเตรียมเครื่องราชบรรณาการบางแล้วก็เข้ามารายงานฮุง ต๊อกจู

“ท่านครับ เครื่องราชบรรณาการในเบื้องต้นได้จัดเตรียมเสร็จแล้วครับ”

“รีบจัดทำบัญชีของตั๋วเงินจากร้านต่างๆ แล้วทำการสรุปจากนั้นตรวจสอบสินค้าที่มีอยู่ทั้งหมด” ฮุงต๊อกจูกล่าว

“ครับ” อิมซังอ๊กรับคำ แล้วไปพบกับชุนจอเพื่อตรวจสอบสินค้า ทำให้ชุนจอประหลาดใจ

“ทำไมต้องรีบทำการตรวจสอบตั๋วเงินของร้านด้วย”

“ร้านผ้าไหมมีเงินเหลืออยู่เท่าไหร่” อิมซังอ๊กถามต่อ

“อย่างเร็วที่สุดก็ต้อง 1เดือนเราจะมีเงินสดรวม 1,000 ตำลึง”

“ร้านข้ามี 300 ตำลึง” ซามฟูกล่าว

“ช่วยกลับไปตรวจสอบสินค้าที่มีอยู่แล้วกลับมารายงานข้า” อิมซังอ๊กกล่าว

แทจูถามขึ้นอีก “เออ ทำไมถึงต้องรีบร้อนขนาดนั้น”

“คำที่ข้าจะพูดต่อไปนี้เกี่ยวพันถึงความอยู่รอดของกังซาง ขอให้จงปิดเป็นความลับด้วย เราได้รับช่วงต่อเครื่องราชบรรณาการจากกลุ่มเยาซางและจิงซางแล้ ว แถมท่านนายห้างจะคุมขบวนสินค้าไปเอียนจิงกับคณะทูตด้วยตนเอง”

“หา จริงหรือ” ทุกคนที่เพิ่งรู้หน้าตาตื่น

“ตรวจนับผ้าไหมที่อยู่ตรงนี้ให้หมดเลยนะ”

ปั๊กชิลรับคำ “ครับ”

ฮุงต๊อกจูเดินทางกลับมา อิมซังอ๊กเข้ามาทัก

“กลับแล้วหรือครับ”

“ตอนนี้ได้เงินมาครบแล้ว รีบไปเตรียมตัว”

“ครับ หัวหน้าใหญ่ท่านนายห้างดึงเงินมาจากไหน”

“ท่านเอากองเรือสินค้ากับโรงเตี๊ยมและร้านค้าทั้งหมดในอีจูไปจำ นอง ข้าเองก็นึกไม่ถึงว่าเรื่องจะกลายเป็นแบบนี้” ปั๊กกุงว่า

“ตอนนี้ยังไงก็แก้ไขไม่ได้แล้ว นอกจากทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่าง พวกเราไม่มีหนทางเลือก” อิมซังอ๊กกล่าว

ขณะเดียวกันหัวหน้าชังรู้ข่าวเรื่องที่ฮุงต๊อกจูก็รีบมาคุยกับจ ิซู

“ท่านได้ข่าวหรือยัง”

จิซูงง “ข่าวเรื่องอะไร”

“กลุ่มกังซางรับช่วงจัดหาเครื่องราชบรรณาการจากกลุ่มเยาซางและจ ิงซาง” หัวหน้าชังว่า

“กลุ่มกังซางรับช่วงจัดหาเครื่องราชบรรณาการจากกลุ่มเยาซางและจ ิงซางจนกลายเป็นกลุ่มที่ใหญ่ที่สุด”

จิซูรีบไปรายงานปาร์กจูมุง ปาร์กจูมุงรู้แล้วก็กล่าวว่า

“แต่กลุ่มกังซางมีกำลังเงินไม่พอไม่ใช่หรือ”

“เขาได้นำกองเรือสินค้า โรงเตี๊ยมและร้านค้าทั้งหมดไปจำนองเอาไว้เพื่อระดมเงินทุนทั้งห มด เขาคงคิดเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายกับการค้าครั้งนี้”

ปาร์กจูมุงสีหน้าสะใจ “งั้นก็วิเศษ ฮุงต๊อกจูมันขุดหลุมฝังตัวเอง”

กลุ่มกังซาง ทุกคนทำงานกันอย่างหนัก

“เออนี่ ชามทองเหลือชุด 7 ชิ้น 150 ชุดจากโรงงานในนาชองและอีจูเสร็จแล้วส่วนชุด 9 ชิ้นขาด 20 ชุด” ซามฟูบอกอิมซังอ๊ก

“ครับ ข้าทราบแล้ว”

“เฮ้อ งานยุ่งชะมัดเลยหัวปั่นไปหมดแล้ว” ซามฟูบ่น

“ผ้าป่าน 500 พับเตรียมเสร็จแล้ว ที่เหลืออีก 300 พับ เออ” ชุนจออึกอัก

ปั๊กชิลรีบบอกว่า “กำลังส่งมาจากฮันซาง”

“จะมาถึงเมื่อไหร่” อิมซังอ๊กถาม

“อีก 2 วันถึงแน่นอน ข้าจะรับผิดชอบเรื่องนี้เองไม่ต้องเป็นห่วงหรอก” ชุนจอกล่าว

“ข้าทราบแล้ว”

ทางด้านกิดทังคูก็สั่งการลูกน้องว่า

“เราคงใช้เวลาไปค้าขายประมาณ 10 วัน ช่วงนี้เชาลีดูแลที่นี่ด้วย”

“หัวหน้าไม่ต้องห่วงหรอก รักษาตัวให้ดีนะคะ”

“ข้ารู้”

เมเมอวยพรบ้าง “หัวหน้าคะ โชคดีนะคะ”

“จ๊ะ ถ้าค้าขายได้กำไรข้าจะซื้อแหวนทองให้เมเม แล้วจัดงานแต่งให้ยองวา แชยุน จับซังอ๊กเอาไว้ให้ดีอย่าปล่อยให้หนีล่ะ”

“ขอให้โชคดีนะคะ” แชยุนกล่าว

“จ๊ะ ไปได้แล้ว”

”ขอเวลาแป๊บหนึ่ง เชาลี” พกแทเรียก

“ทำไม”

“มานี่ก่อน”

กิดทังคูเร่ง “เร็วๆ หน่อยล่ะ”

“ครับๆ ถ้าเกิดหนนี้ ข้าเกิดมีอันเป็นไปขึ้นมา เจ้าจงไปหาแฟนใหม่ แล้วแต่งงานกับเขาเถอะนะ”

“ไม่ต้องเป็นห่วงข้าหรอก ไปเถอะน่า”

“ไปกันได้แล้ว” กิดทังคูเร่งมาอีก

“มาแล้วครับ”

คณะของกิดทังคูเดินทางไปไม่ได้ไกล เพราะเจอพวกทหาร ทำให้ข้ามฝากไปไม่ได้ต้องวกกลับ พวกเชาลีเห็นก็แปลกใจว่าทำไมกลับมาเร็ว

“เฮ้อ ทหารเต็มไปหมดเราข้ามฝากไม่ได้”

“ทหารอื้อเลย”

“กะเอาไว้อยู่แล้วเชียว คุยโม้ว่าจะได้กำไรกลับมาที่แท้ก็ดีแต่ฝอย” เชาลีว่า

“อูย หนาวจังเลย นี่ เมเมช่วยโหมเตาไฟแรงหน่อยนะ”

“ค่ะ”

“อูย ทั้งหนาวทั้งหิว” กิดทังคูว่า

เชาลีเยาะ “เฮ้อ ยิ่งเห็นหน้า ข้าก็ยิ่งหมั่นไส้ เฮอะ”

อิมซังอ๊กรายงานผลการเตรียมการให้ฮุงต๊อกจูทราบ

“นี่คือของที่เตรียมไว้แล้วแต่เรายังต้องไปซื้อเบาะพิมพ์ลายและ กระดาษที่ฮันยาง”

“พี่ใหญ่ข้าแทจูครับ”

“เข้ามาสิ”

“ครับพี่ใหญ่ เออ พี่ใหญ่ ทางจวนให้เรานำเรือไปรับข้าวสารช่วยผู้ประสบภัยที่ฮันยางครับ”

“รับข้าวสารหรือ”

“ใช่ครับ”

“ถ้างั้นก็เหมาะเลย เรากำลังจะไปฮันยางพอดีเพื่อหาซื้อเบาะพิมพ์ลายกับกระดาษ หัวหน้าอิม งั้นเจ้านำเรือไปก็แล้วกัน” ฮุงต๊อกจูสั่ง

แทจูนำไปก่อน พออิมซังอ๊กมาถึงเขาก็เตรียมให้เดินทางเลย

“พร้อมแล้วใช่มั้ยครับ” อิมซังอ๊กถาม

“เรือใหญ่อยู่ที่ปากแม่น้ำแล้ว พวกเขาเป็นลูกเรือที่จะเดินทางไปด้วย”

“ถ้าอย่างงั้นข้าไปก่อน”

แทจูอวยพร “อ้อ ขอให้โชคดีนะ”

“ครับ ไปได้แล้ว”

หัวหน้าชังสืบรู้ว่าอิมซังอ๊กนำเรือไปฮันยางแล้วก็กลับมาบอกจิซ ู

“อิมซังอ๊กนำเรือไปฮันยางรับข้าวสารช่วยผู้ประสบภัยแล้ว และได้ข่าวว่าจะซื้อที่ขาดอยู่กลับมาด้วย ถ้าหากเราฉวยโอกาสนี้อาจจะทำลายกลุ่มกังซางสำเร็จ”

“ท่านหมายความว่ายังไง”

“ข้าจะใช้วิธีที่กลุ่มจิงซางเคยฉ้อฉลทางการ กลุ่มจิงซางจะตักข้าวสารขึ้นเก็บเอาไว้เองแล้วเทน้ำใส่เพื่อให้ ข้าวสารพองตัว นอกจากนี้ยังมีการยักยอกเอาไว้เองแถมยังมีการแกล้งทำให้เรือจม จะได้แจ้งต่อทางการว่าสูญหายอีกด้วย โดยการคบคิดกับขุนนางทำให้ได้เงินไปมากมาย ยิ่งถ้าเราทำให้ข้าว เต็มไปด้วยเม็ดทรายและรำข้าว ราษฎรก็จะต้องโกรธแค้น ถึงตอนนั้น กลุ่มกังซางที่รับหน้าที่ลำเลียงก็ต้องรับผิดชอบ”

“ใช้ข้าวสารช่วยผู้ประสบภัยเป็นเครื่องมืองั้นหรือ ข้าทำไม่ได้หรอก” จิซูว่า

“แต่มันก็เหมือนตอนท่านปล่อยควันไฟสัญญาณปลอม” หัวหน้าชังอ้าง

“แต่ตอนนี้มีคนอดตายไปเยอะแล้วนะ ยังไงข้าก็ไม่ทำ”

“ท่านคิดดูให้ดีนะ ไม่แน่ในครั้งนี้ อาจทำให้เราทำลายกลุ่มกังซางได้สำเร็จ” หัวหน้าชังกล่าวให้คิด

“เราไม่มีเวลาแล้วนะ อีกไม่นานเรือของกลุ่มกังซางก็จะถึงฮันยาง ซึ่งเรือจะจอดลำเลียงข้าวสารเพียงไม่กี่วัน ท่านต้องรีบตัดสินใจแล้ว”

จิซูต้องใช้ความคิดอย่างหนักกับคำพูดของหัวหน้าชัง แล้วในที่สุดเขาก็ตัดสินใจทำตามคำแนะนำของหัวหน้าชัง โดยหัวหน้าชังเป็นคนไปจัดการแอบผสมรำข้าวและกรวดทรายลงไปในข้าว สาร

“เป็นยังไงบ้าง” จิซูถาม

“ทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่กำหนด”

“ก่อนแผนจะสำเร็จห้ามบอกใครเป็นอันขาด”

“ท่านไม่ต้องห่วงหรอก” จิซูได้แต่ถอนหายใจ

อิมซังอ๊กนำใบเบิกข้าวสาร 500 กระสอบไปมอบให้ท่านผู้ว่า พร้อมบอกว่าจะรีบส่งข้าวสารไปที่จวนผู้ว่าให้เร็วที่สุด จากนั้นอิมซังอ๊กก็กลับมาบอกฮุงต๊อกจูว่า

“นี่เป็นรายชื่อผู้ร่วมขบวน”

“สินค้าครบถ้วนแล้วใช่มั้ย” ฮุงต๊อกจูถาม

ปั๊กกุงตอบว่า “ครับนายห้าง”

“เจ้าชียางๆ เจ้า เจ้านี่ชักจะวอนซะแล้ว”

“ซามฟู” ชุนจอเรียก

“หือ ทำไม”

“ข้าจะไปเอียนจิงมีอะไรจะฝากข้าซื้อมั้ย ข้าจะได้ช่วยซื้อ”

“เจ้าหรือไปเอียนจิง”

“แม่นแล้ว”

“เออ เขาคัดเลือกคนที่จะไปเอียนจิงแล้วหรือ” ซามฟูแปลกใจ

“ถึงจะยังไม่ได้ประกาศแต่มันก็มีข่าววงในว่าหนนี้ข้าได้ไป ฮ่ะๆ เอ้อ ครั้งก่อนตอนที่เจ้าไปเอียนจิงหอนางโลมที่เจ้าไปเที่ยวมันอยู่ต รงไหน บอกกันหน่อยสิเพื่อน ฮ่ะๆ”

“แดกดันข้าหรือ”

ฮุงต๊อกจูประกาศต่อหน้าทุกคนว่า “การไปกับคณะทูตครั้งนี้คือความอยู่รอดของพวกเรา ค่าเหนื่อยที่พวกเจ้าจะได้จึงมากกว่าที่ผ่านมา ดังนั้นคนที่ได้รับเลือกต้องทำอย่างเต็มที่”

“ครับ”

“ประกาศรายชื่อ” ฮุงต๊อกจูสั่ง

ปั๊กกุงประกาศคนแรกคือ “ครับ โฮซามฟู ลิวปั๊กชิล โปซก”

และเมื่อเดินทางไปถึง ทหารข้าวสารมีรำข้าวและกรวดทรายผสมลงไปในข้าวสาร เป็นเหตุให้ฮุงต๊อกจูและอิมซังอ๊กถูกจับกุมตัว

จบตอนที่ 22

เครดิต : bloglakorn.net/blog/lakorn

http://readlakorn.wordpress.com/say-hello-to-all-reader/

 

Back to Top
donnamoni View Drop Down
Special Member
Special Member
Avatar

Joined: 05 ส.ค. 2007
Location: Thailand
Posts: 938
Post Options Post Options   Quote donnamoni Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 04 มี.ค. 2008 at 17:59

เรื่องย่อละครตามบทโทรทัศน์ อิมซังอ๊ก ตอนที่ 23

หลังจากที่ฮุงต๊องจูและอิมซังอ๊กถูกจับกุมตัวเนื่องจากแผนชั่วข องจุงจิซูและชังซกจูที่แอบใส่แกลบ กรวด ทรายและราดน้ำข้าวสารช่วยผู้ประสบภัย ทุกฝ่ายจึงพยายามหาหนทางช่วยเหลือคนทั้งสองอย่างเต็มที่

ฮูหยินกับมีกึมรีบมาดูฮุงต๊อกจูด้วยความตกใจอย่างมาก

“ทางการคงจะเข้าใจอะไรผิดเล็กน้อยเดี๋ยวข้าก็กลับมาแล้ว” ฮุงต๊อกจูปลอบภรรยาและลูกสาว

“แล้วมันเรื่องอะไร ใต้เท้า สามีของข้าทำอะไรผิดทำไมต้องจับตัวเขาด้วย”

“ไปถึงจวนเดี๋ยวก็รู้ รีบคุมตัวนักโทษไปได้แล้ว”

ทหารนำตัวฮุงต๊อกจูกับอิมซังอ๊กไป ฮูหยินเป็นลม ปั๊กกุงรีบให้คนพาฮูหยินไปพัก และระหว่างที่ทหารนำตัวฮุงต๊อกจูกับอิมซังอ๊กไปนั้น พวกพกแทเห็นก็ตกใจไม่น้อย จึงรีบพากันไปบอกแม่ของอิมซังอ๊ก

“ตอนนี้เกิดเรื่องใหญ่แล้วล่ะท่านป้า”

“พวกเจ้ามาบอกว่าเกิดเรื่องใหญ่ทีไรข้าไม่เห็นจะมีอะไรสักนิด รีบเข้าไปเถอะ อันจูเดี๋ยวช่วยเติมเนื้อให้พวกเขาเยอะหน่อย จะได้เลิกโวยวาย”

“ไม่นะครับหน หนนี้” พกแทอึกอัก

เทียรีบบอกว่า “ข้าพูดเอง พี่ซังอ๊กถูกทหารจับตัวไปที่จวนแล้ว”

แม่ฟังแล้วตกใจ ซังเอียนรีบถามว่า “เกิดอะไรขึ้น ทำไมพี่ใหญ่ถึงได้”

“ข้าเองก็ไม่รู้ เพราะขนาดนายห้างของกังซางก็ยังถูกจับไปด้วย เราเจอพวกเขาตอนที่ถูกคุมตัวไปที่จวน”

แม่เป็นลม ซังเอียนกับซังฮีรีบเข้ามาดูแลแม่

ทางด้านหัวหน้าชังก็รายงานจิซูว่า

“ทุกอย่างเป็นไปตามแผนแล้ว เมื่อกี้ตอนที่เห็นอิมซังอ๊กโดนจับข้าล่ะสะใจจริงๆ ความแค้นที่มันเคยทำกับเราที่เมืองฮันยางหายเป็นปลิดทิ้งเลย คิดว่าเราควรบอกเรื่องนี้ต่อท่านนายห้างใหญ่มั้ยครับ”

“เรายังให้ท่านทราบไม่ได้” จิซูว่า

“แต่ถ้าหากท่านทราบอาจจะดีใจก็ได้ อย่างน้อยก็เพื่อเป็นการชดเชยทีเราเคยทำพลาด”

“ข้าว่าเราควรรอบคอบ ข้าอยากให้ท่านนายห้างทราบเรื่องนี้จากทางท่านผู้ว่ามากกว่า เพราะฉะนั้นไม่ต้อง”

“ครับ”

ฮุงต๊อกจูถามท่านผู้ว่า ว่าเรื่องอะไรทำไมถึงต้องจับเขาสองคนมา

“ไม่รู้เรื่องจริงๆ หรือ”

“ข้าไม่ทราบครับ ข้าไม่ทราบจริงๆ ว่าตัวเองทำอะไรผิด”

“จงนำข้าวสารช่วยผู้ประสบภัยออกมา”

“ครับ” ทหารหลายคนรับ

“จงเทข้าวสารออกมาให้พวกมันดู”

“ครับ”

“รู้รึยังว่าทำอะไรผิด ข้าวสารที่กลุ่มกังซางนำกลับมา กว่าครึ่งนึงของ 500 กระสอบที่บูดเน่าแถมยังมีอีกส่วนที่มีทรายกับแกลบที่พวกเจ้าแอบ ปลอมปน จะได้ยักยอกเอาไว้ใช่มั้ย มีคนได้อดตายไปเยอะแล้ว ชาวบ้านที่ได้รับข้าวเหล่านี้ตอนนี้จึงโกรธแค้นเป็นฝืนเป็นไฟ จริงอยู่พ่อค้าต้องหากำไรแต่ก็ไม่น่าคิดชั่วฉ้อฉลข้าวของผู้ประ สบภัย” ท่านผู้ว่ากล่าว

“ใต้เท้า ข้าอิมซังอ๊กเป็นหัวหน้าสายงานข้าเป็นผู้รับผิดชอบนำข้าวสารเหล ่านี้กลับมา เราแค่ทำหน้าที่ลำเลียงข้าวสารมาจากฮันยางเท่านั้น เราไม่ได้ทำสิ่งที่ชั่วร้ายเช่นนี้จริงๆ” อิมซังอ๊กกล่าวตามตรง

“หุบปาก เจ้ากำลังหาว่าขุนนางผู้คุมยุ้งฉางเป็นผู้ก่อเรื่องขึ้นใช่มั้ย ” ท่านผู้ว่าโกรธ

“ใต้เท้า ข้าทำการค้าที่อีจูมาหลายสิบปีแล้ว ข้ายึดถือหลักคุณธรรมการค้ามาตลอด จุดยืนที่ข้ายึดถือหาใช่ผลประโยชน์แต่เป็นใจของคน แล้วข้าจะทำเรื่องแบบนี้ได้ยังไง” ฮุงต๊อกจูยืนยันความบริสุทธิ์

“เห็นข้าวที่เน่าเสียเหล่านี้กับข้าวที่ผสมกรวดทรายยังจะแก้ตัว ข้าเคยได้ข่าวกลุ่มจิงซางที่เคยลำเลียงข้าวสารให้ทางการเคยใช้ว ิธีต่ำช้าแบบนี้เหมือนกัน พ่อค้าอย่างพวกเจ้ามันก็เลวพอกัน เพียงเพื่อผลประโยชน์ถึงกับยอมละทิ้งมโนสำนึก พ่อค้าถึงได้น่ารังเกียจ แล้วข้ายังได้ข่าวว่ากลุ่มกังซางกำลังแย่ คงเพราะเหตุนี้พวกเจ้าก็เลยฉ้อฉลทำเรื่องชั่วๆ”

“ใต้เท้า ไม่จริงนะครับ พวกเราไม่ทำเรื่องเลวอย่างงั้นหรอก” ฮุงต๊อกจูยืนยัน

ท่านผู้ว่าโกรธ “เจ้า”

“ใต้เท้า เราถูกใส่ร้ายได้โปรดช่วยตรวจสอบสืบหาความจริงด้วย”

“ใต้เท้า ข้าเองก็ว่าน่าสงสัย” นายกองว่า

“หมายความว่ายังไง”

“ข้าเองก็ไม่อยากจะเชื่อว่าพวกเขาจะทำเรื่องเช่นนี้ ถึงนายห้างฮุงต๊อกจูจะเป็นพ่อค้า แต่ก็เป็นที่ยกย่องของชาวเมืองอีจู เขามักจะทำบุญช่วยเหลือชาวบ้านผู้ยากไร้อยู่เสมอ แต่แล้วจู่ๆ กลับถูกหาว่าฉ้อราษฎร์บังหลวง มันไม่มีเหตุผล”

“เรื่องนี้ข้าก็เคยคิดเหมือนกัน แต่ว่าพวกพ่อค้ามันไว้ใจไม่ได้สักคน ถ้าไม่ใช่ฝีมือของพวกเขาแล้วฝีมือของใคร”

“ถึงคำพูดของพวกเขาจะเชื่อไม่ได้ทั้งหมดแต่เพื่อพิสูจน์ความจริ ง เราควรส่งคนไปที่ยุ้งฉางหลวงเพื่อสืบหาข้อเท็จจริงก่อนจะตัดสิน ใจ”

“เอางั้นก็ได้” ท่านผู้ว่ายอมตกลง

ด้านแทจูก็โวยวายขึ้นว่า จะเอาแต่นั่งรอแบบนี้หรือ ปั๊กกุงจึงบอกว่า

“ข้าส่งคนไปสืบแล้วรออีกสักนิดเถอะ”

“เฮ้อ แล้วเมื่อไหร่ล่ะ”

พอดีชุนจอเข้ามา ปั๊กกุงจึงถามว่า “ว่ายังไงได้ความมั้ย”

“ได้แล้วครับหัวหน้าใหญ่”

“แล้วมันเรื่องอะไรล่ะ”

“เกิดปัญหาขึ้นกับข้าวสารที่หัวหน้าอิมนำมาจากฮันยาง”

“เกิดปัญหาขึ้นได้ยังไงอธิบายเร็ว”

ซามฟูรายงานว่า “ไม่รู้ว่าเป็นฝีมือของใคร ข้าวสารที่เอากลับมาจากฮันยางเน่าเสียหมดแถมบางกระสอบก็ยังมีแก ลบกับกรวดทราย ขนาดหมูยังกินไม่ได้เลย พวกชาวบ้านพอได้รับข้าวสารพวกนี้ไปก็พากันไปด่าว่าที่จวนผู้ว่า ”

“มันเกิดขึ้นได้ยังไง ข้าไม่เข้าใจจริงๆ” ปั๊กกุงว่า

“ประหลาดแฮะ ข้าคุมขบวนเรือในแม่น้ำแดจงลำเลียงข้าวสารให้ทางการหลายร้อยเที ่ยวแล้วยังไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้เลย” แทจูว่า

“เอ้อ หรือว่าเป็นฝีมือของลูกเรือที่รวมหัวกันแอบยักยอก เพราะเกิดภัยแล้งทุกคนต่างก็อดอยากพอท้องหิวก็เลยเกิดความโลภเป ็นธรรมดา”

“ก็เป็นไปได้นะ” ซามฟูเห็นด้วยกับชุนจอ

ปั๊กกุงนิ่งคิดครู่หนึ่ง “งั้นเอาอย่างนี้เรียกลูกเรือที่เดินทางไปฮันยางกับหัวหน้าอิมม าสอบถามให้หมดทุกคน”

“ได้ ข้าจะรีบไปตามมาให้หมดทุกคนเลย”

ขณะเดียวกันพวกกิดทังคูก็รู้สาเหตุที่อิมซังอ๊กโดนจับตัวไป กิดทังคูเชื่อว่าอิมซังอ๊กไม่ทำเรื่องแบบนี้แน่ เทียก็เห็นด้วย

“ก็เพราะพวกเรารู้จักพี่ซังอ๊กดีถึงได้เชื่อเขา แต่ถึงยังไงคราวนี้ก็หนีความผิดชอบไม่พ้นหรอก”

“นั่นสิ” มองแทว่า

“มันก็จริง แต่ซังอ๊กไม่ได้ทำสักหน่อย”

“จะทำยังไงดี”

“ข้าจนปัญญาแล้ว”

“ข้าได้ข่าวมาว่าพี่ซังอ๊กถูกจับกุมตัว มีข่าวเพิ่มเติมบ้างรึเปล่า”

“ตอนนี้ยังไม่มี” ซังเอียนตอบ

แชยุนถามต่อ “ท่านป้าคงเสียใจกับเรื่องนี้มาก ท่านเป็นยังไงบ้าง”

“ท่านแม่เริ่มทำใจได้แล้ว ตอนนี้เรากำลังติดต่อกับผู้คุมที่เคยมาทานข้าวเผื่อว่าจะพาเราไ ปพบพี่ใหญ่ได้”

“เงินเล็กๆ น้อยๆ เผื่อว่าจะได้ซื้ออะไรให้เขาทาน” แชยุนยื่นให้

“ไม่เป็นไรครับ พวกเรายังพอมีเงิน แม่นางเก็บไว้เถอะ”

“เออ ได้โปรดรับเอาไว้เถอะ พี่ซังอ๊ก มีพระคุณเคยช่วยชีวิตข้า ถึงจะมีกำลังเพียงน้อยนิดแต่ถ้าหากช่วยเขาได้ข้ายินดีทุกอย่าง”

“ถ้าอย่างงั้นข้าก็จะรับเอาไว้”

ปาร์กจูมุงเรียกดายงและหัวหน้าทุกคนมาประชุมพร้อมกัน

“ข้าได้ข่าวว่าฮุงฮุงต๊อกจูนายห้างกังซางกับหัวหน้าสายงานอิมซั งอ๊กถูกจับไปขังที่จวน พวกเจ้ารู้เรื่องนี้แล้วหรือยัง” ปาร์กจูมุงถาม

“ข้ายังไม่ทราบค่ะ” ดายงตอบ

“เจ้าดูแลสาขาอีจูเรื่องสำคัญแบบนี้ไม่รู้ได้ยังไง แล้วมีใครรู้บ้าง”

หลายคนต่างก็บอกว่า “ไม่ทราบครับ”

“ไม่ได้เรื่องเลยสักคน ไม่รู้ความเคลื่อนไหวของกลุ่มกังซาง แล้วต่อไปจะเอาชนะพวกมันได้ยังไง เครื่องราชบรรณาการในฤดูหนาวมันได้ทั้งของกลุ่มเยาซางและจิงซาง จนกลายเป็นขบวนที่ยิ่งใหญ่มาก การสืบความเคลื่อนไหวจึงเป็นเรื่องด่วนที่ต้องทำแต่นี่กลับไม่ร ู้อะไรแล้วจะเป็นคนค้าขายได้ยังไง”

“เพราะข้าบกพร่องเอง” ดายงรับผิด

“ได้ข่าวว่าเกิดปัญหาขึ้นกับข้าวสารที่นำมาจงรีบสืบรายละเอียดท ั้งหมดแล้วกลับมารายงาน”

“ค่ะ”

“เราน่าจะบอกนายห้างนะครับ” หัวหน้าชังคุยกับจิซู

“มันยังไม่ถึงเวลา ช่วยไปสืบให้ข้าทีสิ หลังจากพวกมันถูกจับแล้วเป็นยังไง”

“เรื่องนี้ไม่ต้องเป็นห่วงข้าติดสินบนผู้คุมไว้เรียบร้อยแล้ว เขาจะคอยรายงานความเคลื่อนไหวตลอดเวลา”

แทจูตามพวกลูกเรือที่ร่วมเดินทางไปฮันยางมาให้ปั๊กกุงสอบถาม

“ข้ามีเรื่องอยากจะขอถาม ขอให้จงตอบตามความเป็นจริง การลำเลียงข้าวสารในครั้งนี้มีเกิดปัญหาขึ้นระหว่างทางบ้างรึเป ล่า”

“ก็ไม่เห็นมีอะไรนี่ครับ วันแรกเราขนข้าวลงเรือ 100 กระสอบส่วนอีก 400 กระสอบก็ขนลงเรือในวันที่กลับ”

“แล้ววันที่ไปรับมีตรวจสอบดูรึเปล่า” ชุนจอซักต่อ

“มีครับ ผู้คุมยุ้งฉางหลวงเป็นคนที่ตรวจสอบเอง แถมหัวหน้าอิมยังเปิดกระสอบทำการตรวจสอบซ้ำอีกครั้งด้วย ซึ่งทุกอย่างก็ปกติดี”

“ถ้างั้นก็แปลก ใครนะที่เป็นคนลงมือกับข้าวสารพวกนี้”

“เป็นฝีมือพวกเจ้ารึเปล่าแต่ปากแข็งไม่ยอมรับ” ชุนจอคาดคั้น

“นายท่านอย่าพูดแบบนี้สิครับ เราก็คนยากคนจนเหมือนกันเราไม่ทำเรื่องชั่วๆ แบบนี้หรอก”

ปั๊กกุง ชุนจอและซามฟูขอทหารเข้าไปเยี่ยมฮุงต๊อกจูกับอิมซังอ๊ก

“มาทำไม ทำไมไม่จัดเตรียมขบวนสินค้า” ฮุงต๊อกจูดุนิดๆ

“ซังอ๊ก นี่มันเรื่องอะไรกันแน่แล้วมันเกิดขึ้นได้ยังไง” ซามฟูถามอิมซังอ๊ก

“เป็นเพราะข้าประมาทเอง ในระหว่างทำการลำเลียง เนื่องจากขาดความรอบคอบไม่นึกว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้น เฮ้อ ปัญหาเกิดขึ้นเพราะความเผลอเลอของข้าได้โปรดอภัยให้ข้าด้วย”

“เจ้าพูดพล่ามอะไร เจ้าไม่ได้ทำผิดสักหน่อยทำไมต้องไปขอโทษ” ฮุงต๊อกจูดุ

“ท่านครับ ข้าได้สอบถามบรรดาลูกเรือที่ร่วมไปฮันยางแต่ก็ไม่พบอะไร พวกเขาบอกว่า ระหว่างทางไม่ได้เกิดปัญหาอะไรขึ้นเลยที่จะทำให้เกิดความเสียหา ย”

“อีกไม่นานความจริงก็จะปรากฏ ทุกคนไม่ต้องเป็นห่วง”

“นายห้าง นายห้างต้องทนทุกข์ทรมานอยู่ในคุกแบบนี้ ขณะที่ข้าไม่สามารถช่วยเหลืออะไรท่านได้เลย ข้ารู้สึกเสียใจมากจริงๆ” ชุนจอกล่าว

“บอกแล้วไงไม่ต้องห่วง เพื่อไม่ให้คนงานของเราต้องขวัญหนีดีฝ่อจงไปคอยดูแลพวกเขาแล้วท ำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด” ฮุงต๊อกจูสั่งพวกปั๊กกุง

อิมซังอ๊กนิ่งคิดคนเดียวว่า “การยืนกรานปฏิเสธแก้ปัญหาไม่ได้แน่นอน แต่ถ้าเรารอต่อไปก็จะพลาดการไปกับคณะทูตและกลุ่มกังซางก็จะพบกั บจุดจบ เราจะต้องช่วยให้ท่านายห้างออกไปให้ได้ก่อน”

เมื่อถึงเวลาสอบสวน ท่านผู้ว่าซักถามฮุงต๊อกจูว่า

“พวกเจ้ายักย้ายถ่ายเทข้าวสารกันยังไง บอกความจริงมาเดี๋ยวนี้”

“ใต้เท้า กองเรือของข้าในแม่น้ำแดจง เคยลำเลียงข้าวให้ทางการมาหลายครั้ง ซึ่งไม่เคยมีครั้งไหนที่เกิดเหตุในลักษณะนี้ ท่านจึงไม่ควรซักถามสาเหตุจากเราแต่ควรไปซักถามจากผู้ดูแลยุ้งฉ างหลวงมากกว่า”

“เงียบนะ เจ้าเป็นเพียงพ่อค้าตบตาข้ายังไม่พอยังคิดกล่าวหาขุนนางคนอื่นอ ีก ทหาร เอามันไปทรมาน”

“ขึ้นเก้าอี้ทรมาน”

“ครับ” ทหารกำลังจะนำตัวฮุงต๊อกจูขึ้นเก้าอี้

อิมซังอ๊กกล่าวขึ้นทันที “ใต้เท้าๆ ข้ายอมบอกความจริงแล้วครับ เป็นฝีมือข้าเอง ทั้งหมดเป็นการกระทำของข้า”

“รู้มั้ยว่าเจ้าพูดอะไร” ฮุงต๊อกจูหันมามองหน้าอิมซังอ๊ก

“ใต้เท้า เพราะข้าเกิดความโลภขึ้นชั่วขณะจึงติดสินบนผู้คุมยุ้งฉางหลวงเพ ื่อยักยอก ซึ่งท่านนายห้างไม่ได้เกี่ยวข้องได้โปรดปล่อยเขาไปเถอะ ข้าขอรับผิดแต่เพียงผู้เดียว”

ฮุงต๊อกจูได้รับการปล่อยตัวกลับไป ปั๊กกุงมาเยี่ยมอิมซังอ๊กแล้วถามเขาว่า

“ข้าพบท่านนายห้างมาแล้ว ทำไมเจ้าต้องทำแบบนี้ รู้มั้ยว่าเจ้าวู่วามเกินไป”

“ท่านหัวหน้าใหญ่ ถ้าไม่รีบแก้ไขก็จะเกิดผลร้ายต่อนายห้างและกลุ่มกังซาง รวมถึงขบวนที่ไปส่งเครื่องราชบรรณาการ เพราะฉะนั้นถ้าเกิดเราพลาดครั้งนี้ขึ้นมากลุ่มกังซางก็จะลุกขึ้ นมายืนหยัดไม่ได้อีก เรื่องนี้เกิดขึ้นเพราะข้า ข้าจึงสมควรรับผิดชอบ ความจริงถ้าข้าถูกส่งตัวให้ไปรับการไต่สวนต่อที่ฮันยาง อาจจะเป็นผลดียิ่งกว่าเดิมด้วยซ้ำไป”

“อย่าพูดอีกเลย ถ้าเจ้าถูกส่งตัวให้ไปไต่สวนต่อที่ฮันยางเจ้าก็จะต้องถูกทรมาน แถมถ้าพิสูจน์ความจริงไม่ได้เจ้าก็จะต้องกลายเป็นแพะ ซึ่งอาจจะต้องถึงตายก็ได้ ข้ายอมไม่ได้หรอก”

“ท่านหัวหน้าใหญ่”

“ห้ามทำเด็ดขาด” ปั๊กกุงยื่นคำขาด

“ฟังข้าพูดให้จบก่อน เราจำเป็นต้องทำ กลุ่มกังซางถึงจะอยู่รอดต่อไปและข้าถึงจะมีโอกาสพ้นผิด” อิมซังอ๊กกล่าว

เวลาเดียวกันนี้หัวหน้าชังก็หน้าตาตื่นเข้ามาหาจิซู

“เกิดเรื่องใหญ่แล้วล่ะ”

“เกิดอะไรขึ้น”

“อิมซังอ๊กยอมรับผิดแต่ผู้เดียวซึ่งอาจทำให้ฮุงต๊อกจูถูกปล่อยต ัว ถ้าเป็นแบบนี้ ถ้าอิมซังอ๊กยอมเสียสละ ปัญหาทุกอย่างก็จะจบ เมื่อนั้นกลุ่มกังซางก็จะยังคงอยู่รอดต่อไป แผนที่ข้าวางเอาไว้ไม่ใช่เพื่อกำจัดอิมซังอ๊ก แต่เพื่อจะทำลายกลุ่มกังซางทั้งหมด”

“แล้วท่านคิดอะไรเอาไว้บ้าง”

“ถึงแม้พวกชาวบ้านจะโกรธแค้นไปตะโกนด่าว่าที่จวนผู้ว่าแต่แต่พว กเขายังไม่รู้ว่าเป็นความผิดของกลุ่มกังซาง เราต้องบอกพวกเขาว่ากลุ่มกังซางยักยอกข้าวสาร เมื่อนั้นรับรองต้องสนุกแน่ๆ”

“แต่ฮุงต๊อกจูก็ได้ถูกจับกุมตัวไปคุมขังแล้ว อีกไม่นานพวกเขาก็รู้”

“แต่มันก็ยังต้องใช้เวลา ในขณะที่กลุ่มกังซางกำลังรีบแก้ไข เราถึงต้องรีบชิงลงมือให้เร็วที่สุด”

“แต่ข้ากลัว เรื่องจะยิ่งบานปลาย”

“ในเมื่อเริ่มไปแล้วก็ต้องรุกฆาตให้แตกหัก” หัวหน้าชังยังคงมุ่งมั่น

ทางด้านคิมแทชูเองก็ถามหัวหน้าชังเรื่องนี้ว่า “เออ แต่ว่าถ้าเรื่องนี้ มันเกิดบานปลายขึ้นมาล่ะ”

“ท่านไม่ใช่ชาวเมืองอีจูไม่มีปัญหาอยู่แล้ว ถ้าเรื่องนี้ประสบความสำเร็จตลาดมืดจงกังที่ท่านช่วยเหลือข้าจน กระทั่งเจาะได้สำเร็จ ข้าจะนำผลงานท่านเสนอต่อนายห้างให้เลื่อนท่านเป็นหัวหน้าสาขาเม ืองชิงจู ข้าไม่เบี้ยวท่านหรอกน่า”

เชาลีไปสืบข่าวของอิมซังอ๊กแล้วกลับมาบอกทุกคนว่า

“พี่ซังอ๊กบอกว่าเขาจะรับผิดชอบจะยอมรับผิดแต่เพียงผู้เดียว ถ้าเป็นอย่างงั้นจริงพี่ซังอ๊กก็ต้องถูกส่งตัวไปที่เมืองฮันยาง หรือไม่ก็เปียงยาง พี่ซังอ๊กเคยถูกจับกุมตัวไปทีหนึ่งแล้วทรมานอยู่ตั้งหลายปี คนส่วนใหญ่ชั่วชีวิตยังไม่เคยเข้าคุกแต่พี่ซังอ๊กกลับโดนถึง 2 หน เฮ้อ ทำไมพี่ซังอ๊กถึงได้ซวยขนาดนี้นะ”

“ไม่มีทางเป็นอย่างงั้นหรอก” แชยุนโพล่งออกมา

“อ้าว เจ้านึกว่าข้าแช่งให้เขาติดคุกซ้ำสองรึไง แต่เท่าที่ดูตามเหตุการณ์มีสิทธิ์เป็นอย่างงั้น” เชาลีว่า

ด้านชุนจอก็ถามปั๊กกุงว่า ถ้าอิมซังอ๊กรับผิดแต่เพียงผู้เดียว ฮุงต๊อกจูก็ต้องถูกปล่อยตัวใช่ไหม

“ก็ยังไม่แน่ใจ” ปั๊กกุงตอบ

“แต่ทุกคนก็รู้นิสัยของพี่ชายข้าดีนี่ พี่ชายของข้ารักลูกน้องทุกคนเหมือนกับญาติสนิทมิตรสหายยังไงเขา ก็ไม่ยอมปล่อยให้อิมซังอ๊กรับผิดแค่คนเดียวหรอก”

“แต่ปัญหาตอนนี้คือเครื่องราชบรรณาการ ถ้าไปกับคณะทูตไม่ทันเราจะได้รับผลกระทบอย่างหนักอาจถึงเจ๊งด้ว ยซ้ำ” ซามฟูว่า

ปั๊กชิลเข้ามา “เออๆ เกิดเรื่องใหญ่แล้วๆ”

“มีเรื่องอะไรอีก”

“คือ คือว่า”

“เจ้าค่อยๆ พูดไม่ได้หรือไงจะรีบไปไหน” ชุนจอว่า

“พวกชาวบ้านผู้ประสบภัยกำลังแห่มาที่ร้านค้าของพวกเรา”

“จริงหรือ”

ชาวบ้านผู้ประสบภัยที่ได้รับความเดือดร้อน ต่างก็ไม่พอใจกลุ่มกังซางจึงพยายามบุกเข้าทำลายข้าวของและยึดขอ งจากร้านค้าของกลุ่มกังซาง แต่ทหารสามารถมายับยั้งเหตุการณ์ได้ทัน เพื่อให้กลุ่มกังซางสามารถยืนหยัดต่อไปได้

ดายงกำลังคุยกับปาร์กจูมุงถึงเรื่องเครื่องราชบรรณาการว่า เธอได้จัดเตรียมไว้ครบถ้วนแล้ว โซลีเข้ามารายงานว่า

“ท่านคะ ชาวบ้านเมืองอีจูได้บุกไปที่ร้านค้าของกลุ่มกังซางเพื่อชิงทรัพ ย์แต่โชคดีที่ทหารมายับยั้งได้ทัน ขืนเป็นแบบนี้ชาวบ้านอาจยิ่งโกรธแค้นก็ได้”

“ชาวบ้านที่โกรธแค้นอาจบุกร้านของกลุ่มซงซางด้วยเช่นกันพวกเจ้า ต้องเตรียมระวัง” ปาร์กจูมุงสั่งดายง

ด้านปั๊กกุงก็มาเล่าเรื่องราวที่ชาวบ้านบุกให้อิมซังอ๊กฟัง

“ถ้าทหารไม่มาขับไล่พวกชาวบ้านเรื่องจะต้องลุกลามยิ่งกว่านี้”

“พวกเขาเชื่อหรือว่าเป็นการกระทำของพวกเรากลุ่มกังซาง”

“ขนาดข้าบอกว่าในอดีตนายห้างของเราเคยช่วยเหลือชาวเมืองอีจู ที่เคยประสบภัยมาก่อนแต่พวกเขาก็ยังไม่ฟัง”

“แบบนี้แหละถึงจะดี”

“หมายความว่ายังไง”

“ท่านหัวหน้าใหญ่ ท่านจงรีบไปหาวิธีทำให้นายห้างของเราได้พบกับท่านผู้ว่าโดยเร็ว ที่สุด”

ฮุงต๊อกจูได้เข้าพบท่านผู้ว่า แล้วขอร้องให้ท่านผู้ว่าปล่อยตัวเขาออก

“อะไรนะ ชาวเมืองอีจูโกรธแค้นกันยกใหญ่แล้ว ยังจะพูดแบบนี้อีก”

“ใต้เท้า ถ้าอยากระงับความโกรธแค้นของชาวบ้านมีเพียงหนทางเดียวคือแจกจ่า ยข้าวสาร เพื่อให้ชาวบ้านที่กำลังอดอยากได้อิ่มท้องกันอย่างถ้วนหน้า นอกจากวิธีนี้แล้ว ถึงจะทำอะไรก็เปล่าประโยชน์ ปล่อยข้าออกไปเถอะ ข้าจะได้ช่วยท่านแก้ปัญหา”

ท่านผู้ว่าฟังแล้วพอเข้าใจ “อืม”

“ใต้เท้า ถ้าเรื่องนี้ลุกลามใหญ่โตทางราชสำนักจะต้องเอาผิดท่านแน่ เราต้องรีบแก้ไขก่อนเรื่องจะบานปลาย ซึ่งคนที่สามารถหาข้าวสารและแก้ปัญหาได้ ก็มีแต่ข้า ปล่อยข้าไปเถอะครับ”

ท่านผู้ว่ายอมปล่อยตัวฮุงต๊อกจูกลับไป ทุกคนต่างพากันดีใจที่เห็นฮุงต๊อกจูกลับมา

“เราต้องหาข้าวสาร 500 กระสอบภายในเวลา 5 วัน ตอนนี้มีข้าวสารอยู่เท่าไหร่” ฮุงต๊อกจูถาม

ปั๊กกุงตอบว่า “ไม่ถึง 50 กระสอบครับ”

“เพราะปีนี้เกิดภัยแล้งถึงเราจะไปหาจากเมืองชิงจู โปชองและกุยชองก็ตามทีก็คงหาได้ไม่ถึง 100 กระสอบ” ชุนจอว่า

แทจูเสริมว่า “ถ้าต้องหามากขนาดนั้นก็คงต้องไปเอาจากเปียงยางหรือซื้อจากกลุ่ มซงซาง”

“ท่านครับ ถึงจะหาข้าวสารได้เราก็ไม่มีเงินมากพอที่จะไปซื้ออยู่ดี” ปั๊กกุงว่า

“เดิมกรุสอบละ 4 ตำลึงตอนนี้ขึ้นเป็น 5 ตำลึง ถ้าต้องซื้อ 500 กระสอบ ก็ต้องใช้เงินถึง 2,500″ ซามฟูว่า

“ก็ต้องใช้สินค้าเครื่องราชบรรณาการค้ำประกัน ถ้าตอนนี้ไม่รีบทำให้ชาวบ้านสงบลง เราก็คงตายก่อนได้ออกเดินทาง ชุนจอ”

“ครับนายห้าง”

“ข้าจะเขียนจดหมายให้เจ้า จงไปเปียงยางพบยูนยกลัน”

“ได้ครับนายห้าง”

“ข้าจะไปขอพบปาร์กจูมุงนายห้างกลุ่มซงซางช่วยนัดให้ที”

“ได้ครับท่าน” ปั๊กกุงรับคำ

เวลาต่อมาฮุงต๊อกจูก็มาพบปาร์กจูมุง

“ในเวลานี้กลุ่มกังซางยังไม่มีเงินสด คงได้แต่ใช้เครื่องราชบรรณาการค้ำประกันก่อน ขายข้าวสารให้เราเถอะ”

“ข้าวสารที่สาขาอีจูมีอยู่เท่าไหร่” ปาร์กจูมุงถามพ่อบ้านวัง

“เออ ประมาณร้อยกระสอบครับ” พ่อบ้านวังตอบ

ดายงกล่าวต่อว่า “ถ้ารวมกับสาขาที่โปชองและชิงจูก็น่าจะได้ประมาณสัก 300 กระสอบ”

“ถ้างั้นก็ตกลง”

“ขอบคุณท่านมาก”

ดายงออกมาสั่งพ่อบ้านวังว่า “รบกวนท่านช่วยไปแจ้งสาขาโปชองและชิงจูด้วย ให้เขารีบส่งข้าวสารมาที่เมืองอีจูให้เร็วที่สุด”

“ส่งข้าวสารมาหรือ หมายความว่าจะช่วยกังซางหรือครับ” หัวหน้าชังไม่ค่อยพอใจนัก

“นี่เป็นคำสั่งของท่านนายห้างโดยตรง” พ่อบ้านวังย้ำ

หัวหน้าชังรีบถามปาร์กจูมุง “ท่านครับ นี่เป็นโอกาสทำลายกลุ่มกังซางแล้ว แล้วท่านจะช่วยอีกทำไม”

“เจ้าคิดว่าอย่างงั้นหรือ” ปาร์กจูมุงมองหน้าหัวหน้าชังกับจิซู

“เวลานี้ทางกลุ่มกังซางเข้าสู่ภาวะวิกฤตแล้วก็ด้วยเรื่องนี้เป็ นต้นเหตุ” จิซูว่า

“ยังไงพวกมันก็ต้องล้มอยู่แล้ว แต่ทำแบบนี้เป็นการกระทำที่โง่ หลังจากขายข้าวให้กลุ่มกังซาง กลุ่มซงซางเองก็ต้องแจกข้าวสารให้ชาวบ้านด้วย เพราะเมื่อใดที่กลุ่มซงซางได้สิทธิ์การค้าในอีจู เมื่อนั้นชาวเมืองก็จะมีความรู้สึกที่ดีต่อเราและพากันมาอุดหนุ น”

“ข้าจะทำทันทีครับ” จิซูว่า

ชุนจอไปพบยูนยกลัน ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่นางกำลังสั่งสอนลูกน้องพอดี พอรู้ว่าชุนจอมาพบก็หยุดแล้วมาพบชุนจอ

“ข้าแพกชุนจอเถ้าแก่ร้านผ้าไหมกลุ่มกังซางข้าได้รับคำสั่งจากท่ านนายห้างให้มาขอพบท่านครับ คือว่า นี่เป็นจดหมายที่ท่านนายห้างเขียนครับ”

“เชิญข้างใน”

ยูนยกลันพาชุนจอเข้าไปด้านใน นางอ่านจดหมายแล้วกล่าวว่า

“ใช้สินค้าค้ำประกันเพื่อซื้อข้าวสารจากเราหรือ ตอนนี้เรามีประมาณ 200 กระสอบ แต่เราเองก็ขาดเงินทุนหมุนเวียนต้องมีเงินสดถึงค้าขายต่อไปได้”

“ท่านหัวหน้าใหญ่ได้โปรดช่วยกลุ่มกังซางด้วยเถอะ ถ้าท่านยอมรับปากช่วยเหลือพวกเราข้าจะไม่ลืมพระคุณของท่านเลย สัจจะวาจาของแพกชุนจอ ทุกคนในกลุ่มกังซางต่างก็รู้ดีว่าไม่เคยบิดพลิ้ว ได้โปรดเชื่อข้าเถอะครับ”

“ฮ้า คนที่ไม่สามารถดื่มเหล้ากับข้าได้ครบ 3 ชามข้าไม่เจรจาด้วยหรอก ถ้าอยากจะขอให้ข้าช่วยก็จงดื่ม”

ชุนจอมองหน้างงๆ “เออ ต้องดื่มด้วยหรือครับ”

“ทำไม ไม่กล้าดื่มรึไง”

“เออ เปล่าๆ เปล่าครับ”

“ดื่มสิ”

“ครับ ฮ้า”

“ดี นี่ชามสุดท้ายแล้ว”

หัวหน้าชังนำข้าวสารไปแจกจ่าย พร้อมบอกว่าเป็นข้าวสารของห้างซงซาง ที่แจกจ่ายเพื่อช่วยพ่อแม่พี่น้องชาวเมืองอีจู หลังเสร็จภารกิจแล้วหัวหน้าชังก็กล่าวกับโซลีว่า

“ตอนที่ท่านนายห้างสั่งให้แจกข้าวสารข้าเองก็ยังไม่ค่อยเข้าใจน ัก แต่พอวันนี้ได้มาเห็นท่าทีของเมืองอีจูถึงทำให้ข้ารู้อย่างแจ่ม แจ้ง”

“เป็นไปตามแผนที่ข้าวางเอาไว้” หัวหน้าชังหลุดปากออกมา

“ท่านหมายความว่ายังไง” โซลีถาม

“สาเหตุที่เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นเพราะข้าได้วางแผนเอาไว้ก่อนล่ วงหน้าแล้ว”

“อะไรนะ หรือว่าข้าวสารช่วยผู้ประสบภัยเหล่านั้น”

“หัวไวดีเหมือนกันนี่ เพราะข้าไปชิงลงมือก่อนที่เมืองฮันยาง ถึงได้เป็นเหมือนอย่างที่เห็น ที่กลุ่มกังซางใกล้พินาศ ตอนที่จุงจิซูมาอยู่กับเรา ข้าห่วงอนาคตของตัวเองมาก แต่หลังจากนี้คอยดู แล้วสักวันหนึ่งข้าจะต้องได้ขึ้นเป็นหัวหน้าใหญ่แน่”

พ่อบ้านวังได้ยินเข้าพอดี จึงรีบไปพบดายง

“คุณหนู ข้าวังแดฮูครับ”

“เข้ามาสิ มีเรื่องอะไรหรือ”

“เออ คือว่า”

“ท่านมีข่าวร้ายจะบอกข้าใช่มั้ย”

“คุณหนู การที่ข้าวสารที่กลุ่มกังซางลำเลียงมาเกิดเน่าเสีย รู้สึกว่าเป็นฝีมือของชังซกจู”

“หมายความว่ายังไง หรือว่าข้าวสารเหล่านั้น”

“เมื่อกี้ข้าได้ยินมากับหู”

ปาร์กจูมุงได้ยินเข้าพอดี “ช่างโง่เง่าสิ้นดี”

“ท่านพ่อ เรื่องนี้ยกโทษให้ไม่ได้นะคะ ถึงกับทำลายข้าวสารช่วยผู้ประสบภัยไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ฟัง ไม่ขึ้นอยู่ดี”

ปาร์กจูมุงไปเข้าพบท่านผู้ว่า ท่านผู้ว่าเอ่ยชมที่กลุ่มซงซางช่วยชาวบ้าน

“กลุ่มซงซางมีส่วนช่วยเหลือชาวบ้านมากจริงๆ ข้าจะไม่ลืมผลงานของท่านเลย”

“ข้าเพียงทำในสิ่งที่สมควรทำ ท่านผู้ว่าชมไปแล้ว”

“ถึงจะแก้ปัญหาได้ แต่ฤดูหนาวปีนี้ จะต้องทำให้คนอดตายอีกมากช่างแย่จริงๆ”

“ช่วงเวลาที่ผ่านมาท่านคอยช่วยเหลือกลุ่มซงซาง เราย่อมสมควรตอบแทนท่านอย่างสุดความสามารถ หากมีสิ่งใดเชิญบัญชาได้”

“ขอบคุณท่านมาก”

“ใต้เท้าข้านายกองครับ”

“เข้ามาสิ เป็นยังไงบ้าง”

“คนที่เราส่งไปฮันยางได้กลับมาถึงแล้ว”

“งั้นหรือ สืบได้ความว่ายังไงบ้าง”

“ทุกคนในยุ่งฉางหลวงต่างก็บอกว่าไม่ทราบเรื่องนี้ แต่พอจะขอพบกับเลขาผู้คุมยุ้งฉางหลวงคนผู้นี้ กลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย”

“อะไรนะ”

“ถ้าอยากจะทราบรายละเอียด ต้องสอบถามจากเขาผู้เดียวเท่านั้น แต่เท่าที่ข้าดูจากเหตุการณ์เชื่อว่าไม่น่าจะเป็นการกระทำของกล ุ่มกังซาง แต่เป็นการวางแผนของผู้อื่น”

“ระหว่างทางไม่มีใครแตะต้องข้าวสาร ถ้าเป็นจริงตามที่กลุ่มกังซางได้ให้ปากคำเอาไว้ ถ้าอย่างงั้นเรื่องนี้เป็นฝีมือของใคร”

“ข้าคิดว่า น่าจะเป็นคนที่เกลียดกลุ่มกังซางหรือไม่ก็เป็นกลุ่มที่ได้ประโย ชน์หากกลุ่มกังซางมีปัญหา” นายกองว่า

“เฮอะ มีเหตุผล เอ้อ กลุ่มซงซางก็เป็นคู่แข่งของกลุ่มกังซางเราควรสงสัยท่านด้วยรึเป ล่าเนี่ย”

ปาร์กจูมุงหัวเราะออกมา “ฮ่ะๆ ก็ควรอยู่หรอกครับ”

ปาร์กจูมุงเรียกจิซูกับหัวหน้าชังพร้อมด้วยคนอื่นเข้ามาพบ

“ท่านเรียกเราหรือครับ”

“คนที่ผสมทรายกับราดน้ำใส่ข้าวสารเป็นพวกเจ้าใช่มั้ย”

“พวกเราทำเองครับ” จิซูตอบ

“ท่านครับ เพราะข้าเห็นว่าโอกาสนี้เป็นโอกาสทำลายกลุ่มกังซางที่ดีถึงได้เ สนอให้หัวหน้าจุงทำ” หัวหน้าชังว่า

ปาร์กจูมุงเสียงดัง “ความโง่ของเจ้าเกือบจะทำลายกลุ่มซงซาง จงรีบลากตัวมันออกไปเดี๋ยวนี้แล้วทำการลงโทษให้หนัก”

พ่อบ้านวังน้อมรับคำสั่ง “ครับนายห้าง เอาตัวออกไป”

“ท่านครับ แต่ข้าทำไปเพื่อกลุ่มซงซาง ท่านครับโปรดเข้าใจในความจงรักภักดีของข้าด้วย ท่านครับ ท่านครับ”

ปาร์กจูมุงหันมาทางจิซู “ทำไมเจ้าถึงยอมเออออห่อหมกทำเรื่องโง่เง่าตามที่มันแนะนำ”

“เพราะข้าคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ท่านต้องการจึงทำเช่นนั้น ได้โปรดอภัยด้วย”

“ถ้าหากอิมซังอ๊กถูกควบคุมตัวกลับไปไต่สวนที่เมืองฮันยาง แล้วทางนั้นสืบรู้ข้อเท็จจริงทีนี้จะทำยังไง ที่ข้าพูดก็เพราะทางการเริ่มระแคะระคาย จริงอยู่ในการทำการค้าบางครั้งต้องใช้กลอุบาย ซึ่งอาจหมิ่นเหม่ต่อกฎหมายอยู่บ้าง แต่การทำกับข้าวสารช่วยผู้ประสบภัยคือพฤติกรรมของคนถ่อย คนที่เคยประกาศว่าอยากเป็นพ่อค้าอันดับหนึ่งอย่างเจ้าทำไมทำเรื ่องแบบนี้ ถ้ารู้แต่แรกว่ามีความคิดต่ำแบบนี้ ข้าคงไม่ดึงมาจากกลุ่มกังซางหรอก วันหน้าถ้ายังทำเรื่องทำนองนี้อีกข้าไล่ตะเพิดเจ้าออกไปแน่ กลับออกไปได้แล้ว”

ท่านผู้ว่าพูดคุยกับฮุงต๊อกจูว่า

“ชาวบ้านต่างได่รับความช่วยเหลือแล้ว ข้าเห็นในความพยายามของเจ้าจะยอมปล่อยตัวแต่สำหรับอิมซังอ๊กยัง ไงก็ต้องรับผิดชอบ ข้าจะส่งเขาไปที่ฮันยาง”

“ใต้เท้า โปรดทบทวนเรื่องนี้อีกครั้งเถอะ การที่อิมซังอ๊กยอมรับว่าเป็นคนทำผิดก็เพราะอยากจะรับโทษไว้แต่ เพียงผู้เดียว”

“ไม่ต้องพูด เกิดเรื่องใหญ่แบบนี้ขึ้น ถ้าไม่มีคนรับผิดชอบแล้วเรื่องมันจะจบลงได้ยังไง ข้าทำไม่ได้”

“นายห้าง” อิมซังอ๊กเรียก

ปั๊กกุงรีบบอกว่า “ชาวบ้านได้รับข้าวสารแล้ว ท่านนายห้างก็เลยพ้นผิด”

“ดีแล้วล่ะครับ นายห้างไม่ต้องเป็นห่วงข้าหรอก จงรีบไปจัดเตรียมขบวนสินค้าเถอะครับ”

“แต่ข้าจะทอดทิ้งเจ้าไม่ได้” ฮุงต๊อกจูบอกอิมซังอ๊ก

“ไม่ต้องเป็นห่วงข้าหรอกครับ” อิมซังอ๊กยืนยัน

“จงทนรออีกสักนิด ยังไงข้าก็ต้องหาทางช่วยเจ้าให้ได้” ฮุงต๊อกจูยืนยัน

พกแทรู้เรื่องฮุงต๊อกจูก็รีบกลับมารายงานกิดทังคูกับพรรคพวก

“นายห้างกลุ่มกังซางถูกปล่อยตัวแล้ว แต่ได้ข่าวว่าพี่ซังอ๊กจะต้องถูกส่งตัวไปฮันยาง”

“หมายความว่าต้องถูกไต่สวนที่ฮันยางหรือ”

“ใช่ครับ ถูกไต่สวนที่นั่น”

“โธ่ เวรกรรม อะไรกันนักกันหนาทำไมซังอ๊กถึงได้ซวยแบบนี้ นึกว่าเป็นพ่อค้าแล้วจะได้ดิบได้ดีแต่นี่กลับต้องมากลายเป็นนัก โทษอีก แบบนี้ต้องโดนทรมานแน่ต่อให้ไม่มีความผิดก็ต้องโดนทรมานจนน่วมอ ยู่ดีนั่นแหละ จริงมั้ย”

“นั่นสิครับ เราถึงต้องรีบคิดหาวิธีช่วยเหลือเขา”

จบตอนที่ 23

เครดิต : bloglakorn.net/blog/lakorn

http://readlakorn.wordpress.com/say-hello-to-all-reader/

Back to Top
donnamoni View Drop Down
Special Member
Special Member
Avatar

Joined: 05 ส.ค. 2007
Location: Thailand
Posts: 938
Post Options Post Options   Quote donnamoni Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 04 มี.ค. 2008 at 17:59

เรื่องย่อละครตามบทโทรทัศน์ อิมซังอ๊ก ตอนที่ 24

เวลาเดียวกันปาร์กจูมุงก็นิ่งคิดว่าอิมซังอ๊กจะถูกส่งตัวไปฮันย างไม่ได้ เขาต้องทำให้เรื่องทุกอย่างจบลงในเมืองอีจู ทันใดนั้นโซลีก็เข้ามาบอกว่าแชยุน นักแสดงของคณะกายกรรมพื้นบ้านมาขอพบ
”เข้ามานั่งสิ มีธุระอะไรกับข้า”
”ข้ามีเรื่องที่ต้องการขอความช่วยเหลือจากท่าน ถ้าท่านทำตามที่ข้าร้องขอข้าก็จะยอมรับข้อเสนอ ยอมเดินทางไปอยู่ที่เมืองซงตู” แชยุนกล่าว
”แต่เจ้าเคยบอกว่าไม่เคยมีความคิดเช่นนั้น จู่ๆ ตัดสินใจแบบนี้คงมีเหตุผล อยากจะให้ข้าช่วยอะไร จะให้ข้าช่วยอะไรก็บอกมาสิ”
”หัวหน้าสายงานของกลุ่มกังซางตอนนี้ถูกคุมขังอยู่ในจวนของเมือง อีจู นายห้าง ได้โปรดช่วยเหลือเขาด้วยเถอะ ข้าเชื่อว่าท่านนายห้างจะต้องมีวิธีช่วยเขากลับออกมาได้”
”ข้าเข้าใจแล้ว แล้วข้าจะลองไปคุยดู”
ขณะที่ท่านผู้ว่าก็กำลังคุยกับนายกองว่า
”ถ้าเป็นจริงตามที่กลุ่มกังซางให้ปากคำเอาไว้ ถ้าอย่างงั้นเป็นฝีมือของใคร”
”น่าจะเป็น คนที่น่าจะเป็นคนที่เกลียดกลุ่มกังซางหรือไม่ก็เป็นกลุ่มที่ได้ ประโยชน์หากกลุ่มกังซางมีปัญหา” นายกองว่า
”เฮอะ กลุ่มซงซางก็เป็นคู่แข่งของกลุ่มกังซางเราควรสงสัยท่านด้วยรึเป ล่าเนี่ย”
ปาร์กจูมุงมาขอพบท่านผู้ว่า
”มีธุระอะไรกับข้าหรือ” ท่านผู้ว่าถาม
”ข้ามีข้อคิดเห็นที่อาจจะสามารถช่วยเหลือท่านได้”
”ท่านว่ามาสิ”
”ได้ข่าวว่าอีกไม่นานท่านก็จะถูกย้ายไปฮันยาง”
”เออ ท่านรู้ได้ยังไง”
”คนที่เป็นพ่อค้าควรจะรู้ความเคลื่อนไหวของขุนนางผู้มีพระคุณ”
”ฮ่ะๆ เรื่องนี้ขนาดนายกองก็ยังไม่รู้ท่านช่างรู้ไวจริงนะ”
”ท่านจะย้ายไปเป็นใหญ่ในฮันยางแล้ว เรื่องที่ไม่ดีที่เกิดขึ้นในเมืองอีจูอาจกลายเป็นตัวถ่วงอนาคตข องท่าน ถ้าคดีข้าวสารช่วยผู้ประสบภัยถูกส่งไปถึงฮันยางย่อมไม่เกิดผลดี ต่อท่าน จึงควรให้ยุติในเมืองอีจูน่าจะเป็นผลดีมากกว่า ดังนั้นหากทำให้เรื่องยุติลงก็จะต้องก่อเกิดเป็นผลดีต่อทุกๆ ฝ่าย เพราะฉะนั้นเรื่องที่ข้าจะพูดต่อไปนี้ จึงอยากให้ท่านช่วยพิจารณาและรับปาก”
”จะให้ข้าช่วยอะไร จงพูดมาตามตรงเถอะ”
”เรื่องนี้เกี่ยวพันกับอิมซังอ๊กที่ดูแลเรื่องข้าวสาร”
”อิมซังอ๊ก”
”ข้าอยากให้ท่านช่วยปล่อยตัวเขา”
”ปล่อยอิมซังอ๊กหรือ”
”ข้าเข้าใจดี มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แต่ถ้าท่านยอมรับปากเรื่องนี้ข้าก็จะสามารถช่วยเหลือท่านได้ นอกจากนี้ข้ายังอยากขอร้องอีกเรื่อง”
เวลาเดียวกันนี้ ฮุงต๊อกจูก็ปั๊กกุงไปตามเรื่องอิมซังอ๊ก พอปะหน้ากับปั๊กกุง ฮุงต๊อกจูรีบถามว่า
”ว่ายังไงได้เรื่องรึเปล่า”
”ข้าได้ไปขอร้องคนที่เคยได้รับความช่วยเหลือจากท่าน รวมถึงคนที่สนิทชิดเชื้อกับท่านผู้ว่า แต่ไม่มีใครเลยที่ยอมช่วยเหลือเราไกล่เกลี่ยเรื่องนี้”
”ใช่สิ ถ้าตัวเองอยากได้ก็ต้องยื่นมือขอ แต่ถ้าไม่มีผลประโยชน์แล้วจะไปช่วยคนอื่นทำไม ฮ่ะ ข้ากะเอาไว้อยู่แล้วล่ะ น่าจะผูกไมตรีกับผู้ว่าเอาไว้ตั้งแต่แรก น่าจะคอยไปเสนอหน้าคอยแบ่งเงินให้”
”ท่านนายห้าง”
”เพราะข้าหาหนทางช่วยซังอ๊กไม่ได้ถึงได้พูดอย่างงั้นออกไป แต่ถึงยังไงข้าก็ไม่ยอมปล่อยให้ซังอ๊กถูกส่งตัวไปฮันยางหรอก”
จู่ๆ ก็มีชายคนหนึ่งถือจดหมายเข้ามา “ท่านครับ มีจดหมายจากจวนผู้ว่าครับ”
ใจความในจดหมายมีว่า “วันนี้ข้าจะขอเปิดอกพูดเลยนะ ข้ากำลังจะถูกย้ายกลับฮันยางซึ่งกลุ่มกังซางก็กำลังจะไปกับคณะท ูต ดังนั้นในเวลานี้เราจึงควรทำให้เรื่องทุกอย่างได้ข้อสรุป สิ่งที่ข้าปรารถนาจึงอยากให้เรื่องทุกอย่างจบลงด้วยดี ข้าก็คิดเหมือนกับเจ้า ถ้าเรื่องนี้ไปถึงฮันยางอาจไม่เป็นผลดีต่อข้า แต่เรื่องข้าวสารช่วยผู้ประสบภัยมันได้รู้ไปถึงฝ่ายยุ้งฉางหลวง แล้ว ต่อให้กลุ่มกังซางจะชดใช้แล้วปัญหามันก็ยังอยู่ แถมอิมซังอ๊กก็ยอมรับสารภาพ จึงยากที่ข้าจะตัดสินใจได้ จึงจำเป็นต้องส่งตัวไปไต่สวนที่ฮันยาง แต่ถ้าที่พวกเจ้าพูดเป็นความจริงเขาคงถูกปล่อยในไม่ช้า แต่ถ้าผิดจริงก็ต้องได้รับโทษ เพียงแต่ช่วงที่ถูกคุมตัวจะต้องถูกทรมานอย่างหนัก ความจริง ข้าก็พอช่วยได้บ้างหรอกนะ ถ้าจะให้ปล่อยอิมซังอ๊ก แต่เจ้า ก็จำเป็นต้องช่วยข้าบ้าง ผู้ใหญ่ที่ช่วยย้ายข้ากลับฮันยางไม่ได้มีแค่คนสองคน เมื่อข้ากลับไป ย่อมไม่สามารถไปเยี่ยมคารวะได้ด้วยมือเปล่า”
”เขาต้องการเงินจากเราเท่าไหร่” ฮุงต๊อกจูถามปั๊กกุง
”เล่นพูดกันตรงๆ แบบนี้คงไม่ใช่แค่หลักร้อยแน่ ท่านคิดว่าควรจะทำยังไง” ปั๊กกุงมองหน้าฮุงต๊อกจู
ฮุงต๊อกจูคิดว่าต้องทำตามข้อเสนอของท่านผู้ว่าอย่างไม่มีทางเลื อก จึงบอกให้ปั๊กกุงรีบเดินทางไปพบท่านผู้ว่า แล้วต่อมาอิมซังอ๊กก็ได้ถูกปล่อยตัว
”ลำบากหน่อยนะ กลับเถอะ” ปั๊กกุงกล่าวกับอิมซังอ๊ก
”ท่านหัวหน้าใหญ่ มันเรื่องอะไรกัน ข้านึกว่าจะต้องถูกส่งตัวไปที่ฮันยาง แต่แล้วทำไมกลับถูกปล่อย ท่านหัวหน้าใหญ่ ได้โปรดบอกความจริงข้ามาเถอะ”
”ท่านผู้ว่ายื่นข้อเสนอจะยุติคดีของเจ้าในอีจู โดยการแลกเปลี่ยนกับเงินจำนวนหนึ่ง”
”งั้นท่านนายห้าง”
”ท่านได้ละทิ้งจุดยืนหลักคุณธรรมการค้าที่ยึดถือมาตลอด” ปั๊กกุงกล่าวอย่างขมขื่น
”ฮ่ะ นายห้าง ข้าอิมซังอ๊กครับ” อิมซังอ๊กเข้าไปพบฮุงต๊อกจู
”เข้ามาสิ ลำบากหน่อยนะ มีเจ็บตรงไหนบ้างมั้ย” ฮุงต๊อกจูถามด้วยความเป็นห่วง
”ไม่ครับ”
”ถูกขังในคุกช่วงฤดูหนาวร่างกายคงบอบช้ำมาก จงกลับไปพักที่บ้านก่อนสัก 3-4 วันเถอะ”
”ท่านครับ โปรดยกโทษให้ข้าด้วย เป็นเพราะความประมาทของข้าเอง ทำให้ท่านละทิ้งต่อจุดยืนของตัวเอง”
”ไม่เป็นไร ยังไงมันก็เกิดขึ้นแล้ว คนถ้าไม่ตายยังต้องเจออะไรอีกเยอะ”
”นายห้าง” อิมซังอ๊กซาบซึ้งใจฮุงต๊อกจูมาก อิมซังอ๊กกลับไปถึงบ้าน ทุกคนต่างดีใจที่เห็นเขากลับมาอย่างปลอดภัย โดยเฉพาะแม่ของอิมซังอีก
”ขอโทษที่ทำให้เป็นห่วง”
”ไม่เป็นไร ปลอดภัยกลับมาก็ดีแล้ว”
”ซูบผอมลงไปเยอะเลยนะ”
”อันจูซ้อช่วยเอาขาวัวที่ซื้อมาเมื่อเช้าไปตุ๋นหน่อยนะ” แม่บอกอันจู ก่อนจะชวนอิมซังอ๊กเข้าบ้าน
กิดทังคูให้เชาลีมาช่วยปะกางเกงใน เชาลีไม่ค่อยพอใจนักถามว่าในคณะมีผู้หญิงตั้งหลายคน ทำให้ต้องให้เธอมาปะกางเกงในให้ด้วย
”แต่ละคนโตพอที่จะแต่งงานแล้วจะให้มาเย็บกางเกงในได้ยังไง” กิดทังคูว่า
เชาลีเถียง “แล้วข้าล่ะ ข้าไม่ถึงวัยแต่งงานหรือ”
”หนอย เถียงคำไม่ตกฟากนะ ก็เพราะข้ารักเจ้าเหมือนกับลูกสาว สมัยเด็กๆ พอเจ้าไม่สบายทีไรข้าจะคอยเคี้ยวข้าวสาลีแล้วป้อนเจ้าทุกครั้ง”
”ยังจะขุดมาพูดอีก ทำไมไม่บอกซะเลยล่ะว่าข้าเคยกินนมของท่าน”
”ก็เพราะไม่มีนมต่างหากล่ะข้าถึงไม่เคยป้อนเจ้า ถ้ามีข้าก็ให้ดูดไปแล้ว”
”เชอะ ว่าไปนั่น”
”ท่านหัวหน้า ข้าแชยุนค่ะ”
”อ้อ เข้ามาสิ ฮะแฮ้ม รีบเก็บสิเร็วๆ เข้า เออ ฮ่ะ เออ มานั่งสิ มีธุระอะไรกับข้าหรือ หือ”
”ท่านหัวหน้า ข้าคงต้อง ไปจากคณะนี้แล้ว”
ทั้งกิดทังคูและเชาลีได้ยินก็พากันตกใจ เชาลีรีบถามต่อว่า
”หา เออ ไปเหรอ ทำไมต้องไปด้วยล่ะ”
กิดทังคูเสริมว่า “แชยุน มีใครข่มเหงรังแกใช่มั้ย หา ใช่รึเปล่า”
”ไม่ใช่ค่ะ ทุกคนของที่นี่ดีต่อข้ามาก รักข้าเหมือนคนในครอบครัว”
”ถ้างั้นหนาวแบบนี้ทำไมยังจะไป หือ”
”แชยุน แล้วเจ้าจะไปไหนหรือ” เชาลีซัก
”ข้าคิดว่า จะกลับไปเมืองฮันยาง”
”หา ไหงถึงเป็นอย่างงั้นล่ะ”
”แล้วพี่ซังอ๊กรู้รึยังว่าเจ้าจะไปจากที่นี่”
จากนั้นเชาลีก็รีบไปหาอิมซังอ๊ก และบอกเล่าเรื่องของแชยุนให้ฟัง
”นางจะไปที่ไหน” อิมซังอ๊กถาม
”ข้ากะเอาไว้อยู่แล้วเชียว แชยุนคงจะไปโดยที่ไม่ได้บอกอะไรท่านเลยใช่มั้ย พี่ซังอ๊ก พี่เคยรู้สึกนึกบ้างมั้ยว่าแชยุนเขาชอบพี่ ทำไมถึงได้ความรู้สึกช้าอย่างนี้นะ ถึงแชยุนจะไม่เคยบอก แต่พี่ก็น่าจะเข้าใจความในใจไม่ใช่หรือ ทุกครั้งที่เราเอ่ยถึงพี่ทีไรนางเป็นต้องหน้าแดงยังกับลูกตำลึง ทุกที ในหัวใจของนางมีแต่พี่ซั้งอ๊กนะรู้มั้ย ฐานะที่เป็นผู้หญิงเหมือนกันข้าถึงรู้ความรู้สึกของนาง เล่นไม่ยอมรับรู้กันแบบนี้แล้วนางจะอยู่ต่อไปได้ยังไง พี่รีบไปรั้งนางเอาไว้เถอะ จะยอมให้นางไปต่อหน้าต่อตารึไง”
”ความจริง ข้ามีคนที่ข้ารักอยู่แล้ว ถ้าข้าปิดบังเรื่องนี้แล้วเหนี่ยวรั้งนางเอาไว้ อาจจะยิ่งทำให้นางเจ็บช้ำมากกว่าเดิม”
”พี่อุตส่าห์เสี่ยงตายพานางหลบหนี แถมยังคอยดูแลมันเพราะอะไร ไม่ใช่เพราะในใจของพี่มีแชยุนหรอกหรือ”
”ตอนนั้นข้ากับนาง เราเป็นนักโทษที่เป็นทาสด้วยกันทั้งคู่ สำหรับพวกเราแล้ว มันเหมือนกับตกนรกทั้งเป็น หนทางข้างหน้ามืดมน การที่ข้าพานางหลบหนี ก็เพราะเข้าใจถึงความทุกข์ทรมาน หาได้เป็นเพราะมีความรักมอบให้แก่นาง เชาลีคำพูดพวกนี้ ห้ามบอกแชยุนเชียวนะ เพราะสำหรับนางแล้ว พี่คือทุกสิ่งทุกอย่าง ถ้านางรู้ความรู้สึกของพี่ จะต้องทนอยู่ไม่ได้แน่ๆ”
แชยุนซึ่งแอบได้ยินเข้าจึงเสียใจและหมดหวังในตัวซังอ๊ก นางจึงเดินทางไปพบปาร์กจูมุงทันที
วันต่อมา อิมซังอ๊กดูแลงานแล้วบอกกับชุนจอว่า
”อีกไม่นานคณะทูตก็จะออกเดินทางแต่เพราะช่วงที่ผ่านมาเกิดปัญหา เล็กน้อยจึงทำให้การจัดขบวนสินค้าของเราล่าช้า ดังนั้นต่อไปนี้ต้องช่วยกันจัดเตรียมให้เต็มที่ หลังจากประชุมเสร็จแล้วข้าจะไปร้านของพวกท่านทำการตรวจสอบสินค้ า ดังนั้นขอให้ทุกท่านจงรีบกลับไปจัดเตรียมให้พร้อม”
”ได้ๆ สู้ตายเพื่อน”
ด้านปาร์กจูมุงก็บอกกับดายงถึงเรื่องนี้ว่า
”คณะทูตจะออกเดินทางจากเมืองฮันยางแล้ว ดังนั้นเวลาของพวกเราจึงเหลือน้อยเต็มที ขบวนสินค้าจะให้ผิดพลาดไม่ได้เด็ดขาด รีบแจ้งไปที่ซงตูให้พวกเขาช่วยจัดเตรียมสินค้าตามรายการนี้โดยเ ร็ว”
”อะไรกันคะเนี่ย ทำไมถึงเพิ่มมากขนาดนี้”
”เมื่อถึงเวลาเจ้าก็จะรู้”
ปั๊กกุงมาถามอิมซังอ๊กว่า ยังขาดเงินอีกเท่าไหร่ อิมซังอ๊กตอบว่า
”อีกประมาณ 7 พันตำลึงครับ”
”รายงานเรื่องนี้กับนายห้างรึยัง”
”ถึงจะบอกเขาไป ก็แก้ปัญหาไม่ได้อยู่ดี”
”ให้ตายสิ สถานการณ์ตอนนี้ ถ้าเราไม่ไปกับคณะทูตจะเป็นยังไง”
”ทุกอย่างก็จะยิ่งเลวร้าย ตอนนี้ คงได้แต่ฝากความหวังไว้กับเครื่องราชบรรณาการ”
ปั๊กกุงฟังอิมซังอ๊กว่าแล้วได้แต่ถอนใจ “เฮ้อ”
ด้านฮูหยินก็ขอให้ภรรยาของซามฟูพาไปที่ร้านแม่ของอิมซังอ๊ก นางไปเห็นแล้วก็ตัดสินใจกลับ ทำให้ภรรยาของซามฟูแปลกใจ
”อาหญิง ทำไมล่ะ อุตส่าห์มาทั้งทีจะไม่ทักทายกันหน่อยหรือ”
”ไม่ต้องหรอก ถึงพ่อของมีกึมจะถูกใจหัวหน้าอิมแต่ข้าไม่ชอบเลยสักนิด”
”เฮ้อ จริงอยู่ฐานะของเขาไม่คู่ควรแต่ใครๆ ก็ว่าเขาเป็นคนดี ความมีน้ำใจของหัวหน้าอิมทุกคนในกลุ่มกังซางต่างก็รู้กันดีทั้ง นั้น แถมเขากับซามฟูยังนับถือกันเหมือนพี่เหมือนน้อง”
”แต่มันแย่ตรงที่แม่ของเขาท่าทางจะร้าย ถ้ามีกึมได้เป็นสะใภ้คงต้องใช้ความอดทนอดกลั้นอย่างมากทีเดียว ข้าไม่อยากจะเป็นดองกับนางเลย”
พกแทกับเทียเห็นแชยุนในกลุ่มของซงซางก็พากันแปลกใจว่าทำไมแชยุน ถึงมากับกลุ่มซงซางได้
อิมซังอ๊กมาตรวจบัญชีกับชุนจอที่ร้าน ชุนจอกล่าวกับอิมซังอ๊กว่า
”รับรองได้ว่าไม่มีพลาด ถึงปั๊กชิลมันจะซื่อบื้อแต่กับเรื่องบัญชีแล้วไว้ใจได้ ฮ่ะๆ”
”ครับ ถูกต้อง งั้นข้าขอตัว”
”เดี๋ยวๆ หัวหน้าอิม หัวหน้าอิมเดี๋ยวก่อน เดี๋ยว เออ คือว่า คนที่จะไปกับคณะทูตน่ะ เออ ขอให้ข้าไปแทนซามฟูจะได้มั้ย ไอ้ตัวแสบซามฟูมันไปมาตั้ง 4 เที่ยวแล้ว แต่ข้ายังไม่เคยไปเลยสักหนแบบนี้มันไม่ยุติธรรมเลยสักนิด”
”แต่ท่านนายห้างได้ตัดสินใจไปแล้ว”
”ข้ารู้ๆ ข้าเข้าใจ แต่จะช่วยขอร้องท่านนายห้างแทนข้าหน่อยไม่ได้หรือไง คำพูดของเจ้า ท่านนายห้างต้องยอมรับฟังอยู่แล้ว เออ ที่ข้าอยากตามไปน่ะไม่ใช่เพราะมีแผนอะไรหรอกนะ แต่เพราะท่านนายห้างจะคุมขบวนไปเอง ข้าก็เลยอยากติดตามไปด้วยเพื่อคอยปรนนิบัติ ซึ่งข้าไม่เหมือนกับเจ้ากระล่อนซามฟูหรอกนะ เราคนละแนวกันเลย”
”ข้าทราบแล้ว แล้วจะคุยกับท่านนายห้างให้”
”ขอบใจมาก ขอบใจมากนะ ฮ่ะ คอยดูเถอะซามฟูเจ้าต้องโดนเด้งแน่ๆ”
พกแทเข้ามาหาอิมซังอ๊กและบอกว่า “ลูกพี่ ตอนนี้แชยุนไปกับพวกกลุ่มซงซางแล้ว”
”เจ้าหมายความว่ายังไง”
เทียบอกต่อว่า “เมื่อกี้เราผ่านไปแถวท่าเรือเห็นนางลงเรือไปกับคนของกลุ่มซงซา งไม่รู้ไปไหน”
อิมซังอ๊กรีบไปดักพบแชยุน ทำให้รู้ว่านางช่วยเขาไว้
”ที่ท่านถูกปล่อยตัวออกมาก็เพราะได้รับความช่วยเหลือจากนายห้าง กลุ่มซงซาง”
”คนประเภทอย่างงั้นทำไมถึงยอมทำตามที่เจ้าร้องขอ”
”ด้วยสาเหตุอะไรข้าก็ยังไม่รู้ แต่ว่า เขาเคยบอกให้ข้าถอนตัวออกจากคณะแล้วไปอยู่ที่ซงตู”
ชายคนหนึ่งเข้ามาเรียกอิมซังอ๊ก “หัวหน้าอิม ท่านนายห้างอยากพบท่านครับ”
อิมซังอ๊กจึงต้องกลับมาพบฮุงต๊อกจู
”เพราะต้องซื้อข้าวสารช่วยผู้ประสบภัยเราจึงจำเป็นต้องนำสินค้า ไปค้ำประกันซึ่งตอนนี้ข้ากำลังประเมินอยู่ แล้วอีกเรื่องหนึ่ง ค่าใช้จ่ายของพวกเรา”
”จัดสรรไม่ลงตัวใช่มั้ย”
”นอกจากเวลาจะกระชั้น เงินสดหมุนเวียนก็ยังขาดมือ แต่ว่า เรายังต้องทำตามแผนที่วางไว้” อิมซังอ๊กว่า
”เรื่องนี้ข้าเข้าใจ งั้นถึงสินค้าจะไม่ครบก็ต้องออกเดินทาง”
”ท่านนายห้างข้าปั๊กกุงครับ”
”เข้ามา”
”ท่านครับ ท่านผู้ว่าให้คนมาตามท่านไปพบ”
ฮุงต๊อกจูเดินทางมาพบท่านผู้ว่าตามความต้องการของเขา
”มีอะไรกับข้าหรือครับใต้เท้า”
”ทางกรมสงเคราะห์ได้แจ้งลงมาแล้ว เนื่องจากปัญหาเรื่องข้าวสารช่วยผู้ประสบภัยจึงห้ามกลุ่มกังซาง ไปกับคณะทูต”
”ใต้เท้า”
”นี่เป็นคำสั่งที่มาจากราชสำนัก”
”ใต้เท้า แต่มันไม่ถูกต้องนะครับ เราทำการค้ามากว่า 30 ปีจ่ายภาษีจำนวนมหาศาล ช่วงที่ข้าวสารถีบราคาขึ้นสูงเรากลับเที่ยวแจกจ่ายโดยไม่เห็นแก ่ผลประโยชน์ ถึงจะเกิดปัญหาขึ้นกับข้าวสารช่วยผู้ประสบภัยจนเกิดความวุ่นวาย ขึ้น แต่ก็ยังไม่ได้พิสูจน์ว่าใครผิด หากถอดถอนกลุ่มกังซางออกจาก ผู้จัดหาเครื่องราชบรรณาการมันย่อมไม่ถูกต้อง”
”ข้าเข้าใจความรู้สึกของเจ้าดี แต่นี่เป็นคำสั่งจากเบื้องบนจึงจนปัญญา”
”ใต้เท้า ถ้าไม่ได้ไปกับคณะทูตกลุ่มกังซางก็ต้องจบสิ้น ได้โปรดทบทวนด้วย”
”เรื่องนี้ตัดสินไปแล้ว ข้าเปลี่ยนไม่ได้หรอก”
”ใต้เท้า”
”กลับไปได้แล้ว”
ฮุงต๊อกจูสีหน้าเครียดออกมา ปั๊กกุงเห็นก็ถามแต่ฮุงต๊อกจูยังกล่าวอะไรไม่ออก แต่กลับชวนปั๊กกุงกับอิมซังอ๊กดื่มเหล้า
”ปั๊กกุง เจ้าก็ดื่มด้วยสิ”
”ครับนายห้าง”
แล้วฮุงต๊อกจูก็บอกออกมาว่า “เราถูกถอดถอนจาก ผู้จัดหาเครื่องราชบรรณาการ”
”เราถูกถอดถอนหรือครับ มันเป็นเพราะสาเหตุอะไร ทั้งหมดนี้เป็นเพราะอะไรหรือครับ นายห้าง”
”ข้าก็คิดไม่ออกว่าเพราะอะไร”
”นายห้าง”
”ทางการชี้ขาดมาแล้วช่างมันเถอะ หัวหน้าอิม”
”ครับนายห้าง”
”ถ้านำสินค้าของเราไปแลกเป็นเงินสดจะได้สักเท่าไหร่” ฮุงต๊อกจูถาม
”ประมาณ 2 หมื่นตำลึงครับ”
”2 หมื่นตำลึง ตอนที่รับช่วงต่อจากกลุ่มเยาซางและจิงซางเรารับปากจะให้ผลประโย ชน์ที่น่าพอใจ จากนั้นเรานำสินค้ามาค้ำประกันทรัพย์สิน มูลค่าที่เรานำไปค้ำประกันเพื่อซื้อสินค้าทั้งหมดเท่าไหร่”
”ของใต้เท้าเปียงชองแท 15,000 ตำลึง ของใต้เท้าคิมจองโฮจากเมืองฮันยาง อีก 10,000 ตำลึง”
”ดี คิมจองโฮจ่ายให้เขาไปเป็นเงินสด ส่วนเปียงชองแฮยกสิทธิ์การเดินเรือในแม่น้ำกับร้านค้าให้เขาไป” ฮุงต๊อกจูบอกอย่างตัดสินใจ
”ท่านครับ” อิมซังอ๊กตกใจไม่อยากเชื่อ ปั๊กกุงเองก็เช่นกัน
ปาร์กจูมุงคุยกับดายงอยู่ จิซูก็เข้ามาแล้วรายงานว่า
”ท่านผู้ว่าส่งคนมาแจ้งแล้ว กลุ่มกังซางถูกปลดไม่ให้ไปกับคณะทูตเราได้รับสิทธิ์จัดหาในส่วน ที่ขาด”
ดายงได้ยินก็ตกใจ “นี่มันเรื่องอะไรกันคะ”
”การที่กลุ่มกังซางถูกปลดคงเพราะเนื่องจากความผิดเรื่องข้าวสาร ช่วยผู้ประสบภัย”
”แต่ทำไมส่วนที่เขาต้องจัดหากลุ่มซงซางถึงได้แทนที่”
”เพราะทางการไม่อยากสูญเสียภาษีจำนวนมหาศาลที่สามารถเรียกเก็บไ ด้จากกลุ่มการค้า เพราะกลุ่มกังซางโลภมากเกินไปดันไปรับช่วงต่อจากกลุ่มจิงซางและ เยาซาง ดังนั้นหากปลดกลุ่มกังซางแล้วภาษีที่ทางการจะได้ก็จะหายไปอีกนั บหมื่น ทางการจึงส่งคนมาถามกลุ่มซงซางว่าพร้อมจะรับช่วงต่อแทนรึเปล่า ก่อนที่จะตัดสินปลดกลุ่มกังซางที่เริ่มจะไม่มั่นคง โดยให้เราจัดหาเครื่องราชบรรณาการแทนเพื่อความแน่นอนกว่า พ่อก็เลยตัดสินใจตกลง” ปาร์กจูมุงตอบบุตรสาว
ฮุงต๊อกจูเห็นลูกสาวยังไม่นอนจึงเข้ามาทัก
”ยังไม่นอนอีกหรือ”
”อ้อ ค่ะท่านพ่อ”
”นั่งเถอะนั่ง นั่ง เฮ้อ วาดสวยดีนี่ เจ้าวาดได้สวยมาก”
”เฮ้อ ทำไมยังไม่นอนมาที่นี่ทำไม” ฮูหยินถาม
”อ๋อ ข้านอนไม่หลับ”
”เฮ้อ ท่านพี่ดูมีกึมสิไม่รู้มีเวรมีกรรมอะไรกับดอกไม้วาดไปก็หาเงินไ ม่ได้ แต่ก็ยังเก็บตัวอยู่แต่ในห้องวาดรูปอยู่ได้”
”ท่านแม่”
”มีกึมเอ๊ย” ฮุงต๊อกจูเรียก
มีกึมมองบิดา “ค่ะ”
”ต่อไปเจ้าอาจจะไม่มีโอกาสได้วาดรูปเหมือนอย่างตอนนี้อีกแล้วนะ เพราะวันหน้าเราอาจจะลำบากยิ่งกว่านี้ ตลอดเวลาที่ผ่านมาที่ข้าสามารถทำการค้า ก็เพราะเจ้าคอยไว้วางใจเชื่อในตัวข้า ขอบใจมากนะ”
”เฮ้อ อยู่ดีๆ พูดถึงเรื่องนี้ทำไม พอเข้าไปอยู่ในคุกหน่อยเดียวดูท่านเปลี่ยนไปเยอะเลยนะ พรุ่งนี้ข้าจะไปซื้อยามาต้มให้ท่านดื่มบำรุงก็แล้วกันW ยูนยกลันได้พบกับฮุงต๊อกจู จึงถามถึงเรื่องที่เกิดขึ้นว่า
”นายห้างฮุงกลุ่มกังซางถูกห้ามไปกับคณะทูตจริงรึเปล่า”
”ท่านทราบข่าวแล้วหรือ”
”ถ้างั้นส่วนที่เยาซางยกให้ท่านไปล่ะ” ยูนยกลันถาม
”ข้าจะแบ่งผลประโยชน์ให้กับท่านตามคำสัญญา”
”ผลกำไรไม่ใช่สิ่งสำคัญ แต่สิ่งที่เรายกให้กับกังซางทำไมซงซางถึงได้ไป”
”เป็นไปตามที่ข้าได้คิดเอาไว้”
”เพื่อกันกลุ่มซงซาง เราถึงยกให้กับกลุ่มกังซาง แล้วทำไมกลับกลายเป็นแบบนี้”
ฮุงต๊อกจูยิ่งรู้สึกผิด “ขออภัยด้วย เป็นความผิดพลาดของข้าเอง ข้ามีเรื่องอยากจะขอร้อง ขอให้กลุ่มเยาซางช่วยรับหัวหน้าอิมซังอ๊กเอาไว้ด้วย ที่ผ่านมาข้ายังใช้ความสามารถเขาไม่เต็มที่ แต่ข้าเชื่อว่าเขาต้องสามารถช่วยเหลือท่าน หยุดยั้งกลุ่มซงซางได้”
อิมซังอ๊กได้ยินก็ตกใจ “นายห้าง ข้าขออยู่รับใช้ท่านตลอดไป ถึงแม้ว่าจะต้องเริ่มต้นใหม่ก็ตาม ข้าก็จะอยู่ที่อีจู”
”ข้ารับเจ้าเอาไว้ไม่ได้อีกแล้ว”
อิมซังอ๊กอึ้งไป “ท่านนายห้าง”
ขณะที่ซามฟูทำงานอยู่ ชุนจอก็เข้ามาถามว่า
”เจ้าเตรียมตัวพร้อมรึยัง”
”พร้อมตั้งนานแล้ว แล้วเจ้าล่ะ” ซามฟูย้อนถามกลับ
”ข้าก็เตรียมพร้อมแล้วเหมือนกัน จะขาดก็แต่เรื่องที่จะไปเอียนจิง”
”ใคร เจ้าหรือ คนที่จะไปเอียนจิงกำหนดไว้แล้วเจ้าฝันกลางวันรึเปล่า”
”ข้าได้ข่าวว่าจะมีการคัดเลือกใหม่ และใครได้ไปบ้างอีกหน่อยก็คงรู้”
”ฮ่ะๆ เจ้าคุ้นกับเมืองจีนหรือ อย่ามาละเมอดีกว่า ต่อให้ชาติหน้าก็ไม่มีทาง”
”แล้วเจ้าคุ้นนักหรือ”
”ถามอะไรโง่ๆ ข้าน่ะค้างกับหญิงคณิกาที่นั่นมาแล้ว เรามันมือคนละชั้น” ซามฟูคุย
”ทุเรศฉิบเป๋งเลย”
ชายคนหนึ่งเข้ามาหาทั้งสอง “ท่านนายห้างเรียกประชุมระดับหัวหน้าขอเชิญไปที่ห้างใหญ่ด้วย”
”ชัวร์ป้าบเลย จะมีการประกาศคนที่ไปเอียนจิงใหม่ ฮ่ะๆ” ชุนจอกล่าวอย่างมั่นใจ
ขณะที่ทั้งสองจะเดินออกไปประชุม แทจูก็เข้ามาทักทั้งสอง
”เฮ้ย เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งเข้าไป พี่ข้าเรียกประชุมทำไม”
”อ๋อ ได้ข่าวว่ามีการคัดเลือกคนที่จะไปเอียนจิงใหม่อีกครั้ง ฮ่ะๆ” ชุนจอว่า
ซามฟูไม่เชื่อ “เจ้าไม่ต้องมาแกล้งมั่วนิ่ม”
”เจ้านั่นแหละ น่าสงสารๆ”
ซามฟูไม่ยอม และไม่เชื่อ ทั้งสามมาถึงที่ประชุม ฮุงต๊อกจูเรียกชุนจอกับซามฟู ทั้งสองขานรับ
”ตอนที่พวกเจ้าขายปลากับข้าที่ตลาดท่าน้ำแดจง จำได้มั้ยเรากินอะไรกัน”
ชุนจอตอบว่า “เรามักจะเอาไส้ปลาที่ทิ้งแล้วมาต้มกินด้วยกัน”
”ถูกต้อง”
ซามฟูกล่าวต่อ “ตอนนั้นเพราะเราต้องประหยัดกันอย่างเต็มที่ก็เลยต้องกินกันแบบ นั้น”
ฮุงต๊อกจูเสริมต่อว่า “จนทุกวันนี้ข้าก็ยังลืมรสชาติมันไม่ลง อากาศหนาวแบบนี้ถ้าได้กินล่ะก็แจ่ม คนที่กินไส้ปลาต้มอย่างข้า กลับสามารถยืนหยัดจนได้เป็นพ่อค้าอย่างเต็มตัวก็เพราะได้พวกเจ้ าคอยช่วยเหลือ ชั่วชีวิตนี้จวบจนวันตายข้าจะไม่มีวันลืมทุกคน แจกจ่ายให้พวกเขา”
ปั๊กกุงรับคำสั่ง “ครับ”
ชุนจองุนงงมาก “เออ นี่อะไรหรือครับ”
”เราถูกถอดถอนออกจากขบวน ที่จะไปกับคณะทูตแล้ว” ปั๊กกุงบอกกล่าว
ชุนจอยิ่งตกใจมากขึ้น “หา เออ”
หลายคนต่างซุบซิบกันว่า “ถูกถอดถอน เป็นไปได้ยังไง”
”เพื่อชดเชยให้กับผู้ที่ให้เรากู้ยืมเพื่อซื้อสินค้าสิทธิ์เดิน เรือในแม่น้ำแดจงกับร้านค้าทั้งหมดเราจะยกให้กับผู้อื่น”
ซามฟูหน้าตื่น “จริงหรือ เออ งั้นก็หมายความว่า กลุ่ม กลุ่มกังซางเจ๊งแล้วใช่มั้ย”
แทจูพลอยตาโตไปด้วย “เราเจ๊งแล้วหรือ”
ชุนจอยังไม่เชื่อ “ไม่มีทาง เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้ยังไง กลุ่มกังซางที่นายห้างอุตส่าห์สร้างขึ้นมา ทำไมมันถึงได้ล้มลงง่ายดายขนาดนี้ เป็นไปไม่ได้หรอก ยังไงข้าก็ไม่เชื่อ ไม่มีทาง ฮือๆ”
”นายห้างๆ นายห้าง ไม่จริงใช่มั้ยครับ มันไม่จริงใช่มั้ย” ซามฟูร้องถามอีก
”เป็นความผิดของข้า เป็นเพราะข้าขาดสติไม่คิดทบทวนให้รอยคอบ ข้าละอายต่อพวกเจ้ามาก เงินที่ข้าแจกจ่ายให้กับทุกคนถึงมันจะไม่มากนัก แต่ก็น่าจะพอทำให้พวกเจ้าอยู่ต่อไปได้ ยังไง ก็ต้องขอโทษทุกคนด้วย”
หลายคนพากันร้องไห้เสียใจ “นายห้างๆๆ ฮือๆ เพราะอะไร ไม่อยากจะเชื่อเลย ฮือๆ ทำไม ฮือๆ”
และท้ายที่สุดผู้ที่เข้ามายึดครองกิจการของกลุ่มกังซางก็คือจุง จิซูจากกลุ่มซงซาง

จบตอนที่ 24

เครดิต : bloglakorn.net/blog/lakorn

http://readlakorn.wordpress.com/say-hello-to-all-reader/

 

Back to Top
 Post Reply Post Reply Page  12>




LadySquare.com

Recommened Page


SiamFitness.com


BabyFancy.com


WeddingSquare.com


VoucherThai.com


DiaryLove.com


Ladyinter.com

การแสดงความคิดเห็น (Comments)

  • ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับ LadySquare
    และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
  • LadySquare ขอสงวนสิทธิ์ ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น

ข้อควรปฏิบัติในการเข้าร่วมแสดงความคิดเห็น

  • ห้ามเสนอข้อความหรือเนื้อหาอันเป็นการวิพากษ์วิจารณ์ หรือพาดพิงสถาบันพระมหากษัตริย์ และราชวงศ์ เป็นอันขาด
  • ห้ามเสนอข้อความหรือเนื้อหาที่ส่อไปในทางหยาบคาย ก้าวร้าว เกินกว่าที่บรรทัดฐานของสังคมจะยอมรับได้
  • ห้ามเสนอข้อความหรือเนื้อหาที่ส่อไปในทางลามก อนาจาร
  • ห้ามเสนอข้อความอันมีเจตนาใส่ความบุคคลอื่น ให้ได้รับการดูหมิ่นเกลียดชัง โดยไม่มีแหล่งที่มาของ ข้อมูลอ้างอิงที่ชัดเจน
  • ห้ามเสนอข้อความอันเป็นการท้าทาย ชักชวน โดยมีเจตนาก่อให้เกิดการทะเลาะวิวาท หรือก่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้น โดยมูลแห่งความขัดแย้ง ดังกล่าวไม่ใช่การแสดงความคิดเห็น โดยเสรีเช่นวิญญูชนพึงกระทำ
  • ห้ามเสนอข้อความกล่าวโจมตี หรือวิพากษ์วิจารณ์ในทางเสียหายต่อ ศาสนา หรือคำสอนของศาสนาใดๆ ทุกศาสนา
  • ห้ามใช้นามแฝงอันเป็นชื่อจริงของผู้อื่น โดยมีเจตนาทำ ให้สาธารณะชนเข้าใจผิดและเจ้าของชื่อผู้นั้นได้รับความเสียหาย หรือเสื่อมเสียชื่อเสียง
  • ห้ามเสนอข้อความอันอาจเป็นเหตุให้เกิดความขัดแย้งขึ้น ในระหว่างสถาบันการศึกษา หรือระหว่างสังคมใดๆ
  • ห้ามเสนอข้อมูลส่วนตัวของผู้อื่น เช่น email address หรือหมายเลขโทรศัพท์ โดยมีเจตนากลั่นแกล้งให้ผู้อื่นได้รับ ความเดือดร้อนรำคาญ ห้ามเสนอข้อความ หรือเนื้อหาอันเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้อง กับสิ่งผิดกฎหมาย หรือศีลธรรมอันดีของสังคม




This page was generated in 0.162 seconds.