LadySquare.com Homepage


Forum Home Forum Home > BabyFancy > ทั่วไป คุณแม่มือใหม่ และ ผองเพื่อน
  New Posts New Posts RSS Feed: ใครคลอดเดือนกรกฏาคมบ้าง ยกมือขึ้น
  FAQ FAQ  Forum Search   Calendar   Register Register  Login Login

Forum Lockedใครคลอดเดือนกรกฏาคมบ้าง ยกมือขึ้น

Page  <1 2223242526 73>
Author
  Topic Search Topic Search  Topic Options Topic Options
PJenMario View Drop Down
Moderator Group
Moderator Group
Avatar

Joined: 15 ก.พ. 2007
Location: Belgium
Posts: 10610
Direct Link To This Post Topic: ใครคลอดเดือนกรกฏาคมบ้าง ยกมือขึ้น
    Posted: 11 พ.ค. 2008 at 01:30

แซม ยังนึกภาพไม่ออกเลยค่ะ แบบว่าจินตนาการไม่ค่อยสร้างสรรค์เลยช่วงนี้

แจม ฝรั่งเค้าแบบว่าทำงานกันได้ยังเดือนสุดท้ายเลยค่ะ คนไทยนะยังถนอมกว่านี้มากมายค่ะ นี่ล่ะหนา ใครว่าเมียฝรั่งสบาย ท้องใหญ่แค่ไหนก็ต้องช่วยๆกัน

Back to Top
sweetlemon View Drop Down
Special Member
Special Member
Avatar

Joined: 07 มี.ค. 2008
Location: Thailand
Posts: 784
Direct Link To This Post Posted: 11 พ.ค. 2008 at 10:32

แซม   ลองทำเล่นๆดู   อีกประมาณ 2นิ้วหน่อยๆอ่ะ  สะดือถึงจะลงไปอยู่ตำแหน่งเดียวกะ

        ข้อมือ,   ก็เดินด้วยแหละ  แต่ช่วงนี้อยากนอนมากกว่า 

ตุ้ย    มิน่าละ  ถึงได้แข็งแรง  เพราะงี้เอง 

 

     วันอาทิตย์นี้....ฝนตกแต่มะคืน เพิ่งหยุดไปตอนเกือบสิบโมง   ตอนนี้แดดเริ่มออกแระ

จะซักผ้า  ไม่ดีกว่า....แดดไม่ค่อยดีเลย

     วันนี้ยังไม่รู้ว่าจะกินอะไรแฮะ....กับข้าวหมด..รอสามีสั่งจากท ี่ร้านมากินละกัน   แต่

สามีเนี่ย  สั่งวนเวียนอยู่ 3เมนู....คือ กะเพราะหมูสับ, ต้มจืดเต้าหู้หลอด, ต้มยำปลา   

      จะว่าไปก็เบื่อ แต่เห็นสั่งอยู่แค่เนี๊ยะ....  

      วันนี้ใครไปเที่ยวไหนกันบ้างป่ะจ๊ะ?

Back to Top
yuuyah View Drop Down
Special Member
Special Member


Joined: 10 มี.ค. 2008
Location: Thailand
Posts: 576
Direct Link To This Post Posted: 11 พ.ค. 2008 at 12:03
สวัสดีจ้าพี่ๆทุกคน หายไป2วัน ตกข่าวอีกแระ พี่ๆซำบายดีมั้ยอ่ะคะ
Back to Top
แม่น้องเอมี่ View Drop Down
Special Member
Special Member
Avatar

Joined: 02 พ.ค. 2008
Location: Austria
Posts: 370
Direct Link To This Post Posted: 11 พ.ค. 2008 at 18:00
สวัสดีจ้าแม่ๆ สบายดีกันทุกคนไหมเอ๋ย

วันนี้ไก่เอาวิธีฝึกหายใจขณะคลอดมาฝาก

ฝึกหายใจเพื่อคลายความตึงเครียดขณะคลอด

วิธีฝึกหายใจ

การหายใจด้วยหน้าท้อง (ฝึกเพื่อใช้ปฏิบัติเมื่อเริ่มเจ็บครรภ์) นอนหงาย ใช้หมอนรองใต้ศรีษะและเข่าทั้งสองข้าง มือวางพักบนหน้าท้อง หายใจเข้าลึกๆ เท่าที่จะทำได้ (โดยนับในใจ 1-2-3) แล้วผ่อนลมหายใจออกช้าๆ (นับ 1-2-3) ให้ท้องแฟบ

การหายใจลึกๆ และผ่อนลมหายใจออกช้าๆ จะช่วยให้เลือดในร่างกายได้รับออกซิเจนมากขึ้น ร่างกายจะสดชื่น กระปรี้กระเปร่า ผ่อนคลายความตึงเครียด กล้ามเนื้อหน้าท้องและกระบังลมจะคลายตัวเองจากการตึงตัวของมดลู กที่ขยายออกมา เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมต่อการหดรัดตัวของมดลูกที่จะทำให้เกิดคว ามเจ็บปวด ท่านี้ฝึกไว้เพื่อใช้ในขณะที่เริ่มเจ็บครรภ์จริงๆ เมื่อปากมดลูกขยายได้ 2-3 เซนติเมตร ซึ่งคุณแม่เองจะรู้สึกกว่าเจ็บปวดไม่มากนัก ยังพอทนได้ และการหายใจท่านี้จะช่วยให้การเจ็บปวดน้อยลงไปจนแทบจะไม่เจ็บเล ย

การหายใจด้วยส่วนอก ฝึกไว้ใช้เมื่อมดลูกหดรัดตัวมากขึ้นไปจนถึงการสิ้นสุดระยะที่ 1 ของการคลอด

** เมื่อคุณแม่ยังรู้สึกเจ็บท้องช่วงสั้นๆ หรือเจ็บไม่มากนัก (มดลูกหดรัดตัวประมาณ 30 วินาที) หรือปากมดลูกเปิด 3-4 เซนติเมตร ระยะนี้คุณแม่จะทราบได้เมื่อมีอาการเจ็บปวดมากขึ้นจนถึงภาวะลุก ไม่ไหว ให้หายใจเข้าเมื่อมดลูกหดรัดตัว หายใจออกเมื่อมดลูกคลายตัว 
วิธีทำก็คือเมื่อมดลูกเริ่มมีอาการหดรัดตัว ให้หายใจเข้าลึกๆ ช้าๆ จนกระทั้งมดลูกหดรัดตัวเต็มที่ แล้วจึงค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกช้าๆ ในขณะที่มดลูกคลายตัว เมื่ออยู่ในระยะที่มดลูกไม่หดตัวให้หายใจด้วยหน้าท้อง 1-2 ครั้ง ต่อไปจึงหายใจตามปกติ


** เมื่อคุณแม่มีความเจ็บปวดมากขึ้น เนื่องจากมดลูกหดรัดตัวนานขึ้น มักจะประมาณ 30-45 นาที ซึ่งขณะนี้ปากมดลูกจะขยายได้ 5-7 เซนติเมตร ให้คุณแม่หายใจเข้าลึกๆเมื่อเริ่มมีการหดรัดตัวของมดลูก แล้วหายใจออกช้าๆ ทำซ้ำอีกครั้งหนึ่ง แล้วจึงหายใจตื้นๆ สั้นๆ หรือหายใจเบาๆ 4-5 ครั้ง ทำสลับกันเช่นนี้จนกว่ามดลูกจะคลายตัว ถ้ายังรู้สึกปวดท้องมาก ให้คุณแม่ใช้มือลูบหน้าท้องจากบนลงล่างขณะหายใจเข้า และลูบจากล่างขึ้นบนเมื่อหายใจออก ทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆ จะทำให้ลดความเจ็บปวดลง และร่างกายผ่อนคลายได้เต็มที่

เมื่อมาถึงตอนนี้คุณแม่อาจจะสงสัยว่าทำไมจึงต้องหายใจลึกๆ สลับกับการหายใจตื้นๆ หลายๆ ครั้ง ก็อธิบายได้ว่า
การหายใจลึกๆ นั้นมีประโยชน์ในการช่วยให้ร่างกายได้รับออกซิเจนมากขึ้น แต่มีข้อเสียก็คือ ระยะที่ซี่โครงและปอดขยายบรรจุอากาศอยู่เต็มนั้น กะบังลมจะถูกดันลงไปกดกับมดลูก ทำให้คุณแม่เกิดความเจ็บปวดมากขึ้น เพื่อผ่อนคลายความเจ็บปวดจึงให้คุณแม่หายใจตื้นๆ เร็วๆ

การหายใจตื้นๆ เร็วๆ ทางปากทำให้ปอดได้รับอากาศบรรจุเข้าไปบางส่วนเท่านั้น กะบังลมจะไม่ไปกดทับมดลูก เป็นการผ่อนคลายความเจ็บปวดนั้นเอง แต่เมื่อมดลูกคลายตัวแล้วก็ต้องหายใจเข้าลึกๆ อีก 1 ครั้ง เพื่อให้ได้ออกซิเจนเข้าไปทดแทนให้เพียงพอ





Back to Top
แม่น้องเอมี่ View Drop Down
Special Member
Special Member
Avatar

Joined: 02 พ.ค. 2008
Location: Austria
Posts: 370
Direct Link To This Post Posted: 11 พ.ค. 2008 at 18:19
การหายใจขณะเบ่งคลอด ท่านี้ฝึกไว้เพื่อคุณแม่มีความเจ็บปวดน้อยลงและช่วยให้คลอดได้เ ร็วขึ้น

เมื่อเข้าสู่ระยะที่สองของการคลอด ปากมดลูกขยายตัวเต็มที่ (หรือปากมดลูกเปิดประมาณ 9-10 เซนติเมตร) คุณแม่จะรู้สึกอยากเบ่งคลอด ให้คุณแม่นอนหงาย ใช้หมอนรองศรีษะและไหล่ให้สูงกว่าพื้นราบ ชันเข่าขึ้นและแยกเข่าออกจากกัน ให้คุณแม่หายใจเข้าลึกๆ แล้วหายใจออก 1 ครั้ง จากนั้นหายใจเข้าออกลึกๆ เร็วๆ 2-3 ครั้งแล้วกลั้นเอาไว้ ใช้มือสอดใต้เข่าทั้งสองข้างดึงต้นขาให้มาชิดหน้าท้อง พร้อมกับยกไหล่และศรีษะขึ้น หายใจเข้าให้เต็มที่แล้วเบ่ง คุณแม่ต้องหุบปากไว้แน่นแล้วเบ่งให้เต็มที่

เมื่อใกล้จะคลอดแพทย์และพยาบาลก็จะย้ายคุณแม่เข้าสู่ห้องคลอด ซึ่งเตียงคลอดส่วนใหญ่จะมีขาหยั่งตั้งขึ้นไว้ให้คุณแม่พาดขา ข้างๆ เตียงก็มีเหล็กไว้ให้จับเวลาเบ่งคลอด แทนที่คุณแม่จะสอดมือใต้เข่าและดึงเข่าเข้าหาตัว ก็ใช้มือดึงเหล็กแทน พร้อมกับยกไหล่และศรีษะให้คางมาจรดหน้าอกแล้วเบ่ง จะช่วยให้มีแรงเบ่งมากขึ้น ในเวลาฝึกปฏิบัติคุณม่ต้องไม่เบ่งจริงๆ แต่ให้หัดผ่อนคลายการหายใจทางจมูกแทน เพื่อให้มดลูกผ่อนคลายตัว ให้หายใจเข้าลึกๆ ช้าๆ และหายใจออกช้า 1 ครั้ง แล้วปล่อยให้ร่างกายผ่อนคลายตามสบาย

ขอให้ว่าที่คุณแม่ทุกคนคลอดง่ายๆ ค่ะ




Edited by แม่น้องเอมี่ - 11 พ.ค. 2008 at 18:38
Back to Top
manlika View Drop Down
Special Member
Special Member
Avatar

Joined: 04 พ.ค. 2008
Location: Belgium
Posts: 198
Direct Link To This Post Posted: 12 พ.ค. 2008 at 03:35
เข้ามาอ่านอย่างเงียบ ๆ ค่ะ   ได้ความรู้มากเลยค่ะไก่  ขอบคุณสำหรับข้อมูลดี ๆ ค่ะ

แจมคะ  พูดเรื่องเที่ยว  อุ๊กับสามีไปเที่ยวบ้านแม่สามี สองวันติดค่ะ ไปทานข้าวบ้านแม่น่ะ  เพราะที่นี่เป็นวันแม่แห่งชาติค่ะ    ก็เลยไปทานข้าวบ้านแม่ตั้งแต่เมื่อวานมื้อนึง ติดใจ ก็เลยไปวันนี้อีกที  ฮิฮิ   อร่อย และก็ไม่ต้องเหนื่อยทำเอง  อย่างนี้ถือว่าเที่ยวป่ะเนี่ย    เพราะบ้านอยู่ห่างกันแค่ไม่ถึงสิบกิโลเมตรเลยค่ะ 
Back to Top
sweetlemon View Drop Down
Special Member
Special Member
Avatar

Joined: 07 มี.ค. 2008
Location: Thailand
Posts: 784
Direct Link To This Post Posted: 12 พ.ค. 2008 at 10:33

ไก่    ขอบคุณสำหรับข้อมูลน่ะ

อุ๊    อ้อ วันแม่แห่งชาติเหรอ   ก็ถือว่าเที่ยวน่ะ  ยังไงก็ได้ออกนอกบ้านนิ 

Back to Top
RakNa View Drop Down
Special Member
Special Member
Avatar

Joined: 22 พ.ค. 2007
Location: Thailand
Posts: 1711
Direct Link To This Post Posted: 12 พ.ค. 2008 at 12:02

ไม่ได้เข้ามาหลายวัน เพราะ

รักก็ต้องนอนอยู่เฉยๆ ตั้งแต่วันพฤหัส ที่ผ่านมา มีเลือดดำ ๆ ออกมา แล้วก็ปวดท้องแบบปวดประจำเดือนอะ เหมือนเจ็บเตือน วันนี้ตอนแรกคิดว่าจะหายจะได้ไปทำงาน ปรากฎว่าก็ยังเลือดยังออกอีก อาการปวดยังมีอยู่ เลยไม่ได้ไป สามีก็ต้องหยุดดูแลด้วย

นี่ก็ยังไม่ถึง week  ที่น้องจะปลอดภัย กลัวที่สุด เครียดอยู่เหมือนกัน

มีใครเป็นแบบนี้บ้างเนี้ย กลัวคลอดก่อนกำหนดจริงๆๆ

Back to Top
sweetlemon View Drop Down
Special Member
Special Member
Avatar

Joined: 07 มี.ค. 2008
Location: Thailand
Posts: 784
Direct Link To This Post Posted: 12 พ.ค. 2008 at 13:20

รัก    แล้วได้ไปหาหมอหรือยังอ่ะ   หมอว่าไงอ่า

       รกลอกตัวก่อนกำหนด  หรือรกเกาะต่ำหรือเปล่าอ่ะ????

               แจมถามเนี่ยเพราะเป ็นห่วงน่ะ   อย่าเครียดล่ะ

       ตอนนี้ท้องแก่แล้ว  เป็นไรผิดปกติต้องรีบหาหมอก่อนเลย

       หรือบางทีอาจไม่ได้เป็นอะไร  แต่เพราะเราทำงานหรือออกแรงมากไปอ่ะ

       พักผ่อนเยอะๆน่ะจ๊ะ  ดูแลตัวเองให้มากขึ้นด้วย



Edited by sweetlemon - 12 พ.ค. 2008 at 13:31
Back to Top
sweetlemon View Drop Down
Special Member
Special Member
Avatar

Joined: 07 มี.ค. 2008
Location: Thailand
Posts: 784
Direct Link To This Post Posted: 12 พ.ค. 2008 at 13:28
  • รกลอกตัวก่อนกำหนด คืออะไร ?

ตามธรรมชาติของการคลอด เมื่อลูกน้อยคลอดออกมาแล้ว รกจึงจะมีการลอกตัวออกจากผนังมดลูกแล้วคลอดตามออกมา แต่มีคุณแม่บางรายที่รกมีการลอกตัวออกมาก่อนที่ลูกจะคลอด เหตุการณ์ดังกล่าวเรียกกันทางการแพทย์ว่า รกลอกตัวก่อนกำหนด (Placental Abruption)


  • ลักษณะของรกลอกตัวก่อนกำหนด

   

การลอกตัวของรกมีได้ 2 แบบใหญ่ๆ แบบแรกคือ รกจะมีการลอกตัวบริเวณขอบของรกก่อน แล้วทำให้เกิดเลือดไหลออกมาให้เห็นทางช่องคลอด โดยไหลผ่านออกมาทางปากมดลูก ส่วนอีกแบบหนึ่งคือ รกมีการลอกตัวบริเวณตรงกลางของรกก่อน แต่เลือดที่ออกคั่งค้างอยู่หลังรก ไม่ไหลออกมาให้เห็นทางช่องคลอด รกลอกตัวแบบหลังนี้พบได้น้อยกว่าแบบแรก แต่ในคุณแม่บางคนอาจพบรกลอกตัวทั้ง 2 ลักษณะปนกันก็มี


  • ทำไมรกจึงลอกตัวก่อนกำหนด ?

สาเหตุที่แท้จริงยังไม่มีใครทราบ แต่มักพบร่วมกับปัญหาและความผิดปกติบางอย่าง เช่น
  • คุณแม่มีความดันโลหิตสูงขณะตั้งท้อง ทำให้แรงดันในการสูบฉีดเลือดไปยังรกสูงขึ้นด้วย ซึ่งมีผลทำให้รกหลุดออกจากผนังมดลูกได้ คล้ายกับการที่เราฉีดน้ำแรงๆ ล้างผนังห้องก็จะทำให้สิ่งที่ติดกับผนังห้องหลุดออกมาได้ สาเหตุนี้พบได้ค่อนข้างบ่อย

  • ได้รับการกระแทกที่หน้าท้องอย่างรุนแรง ที่พบบ่อยเช่น คุณแม่กำลังตั้งท้องอยู่แล้วลื่นหกล้ม เอาหน้าท้องกระแทกพื้นหรือถูกลูก (ที่คลอดออกมาแล้ว) วิ่งมาชนหน้าท้อง แรงกระแทกดังกล่าวจะทำให้รกลอกตัวได้ สำหรับคุณยาจิตการลอกตัวของรกก็เกิดจากสาเหตุนี้เช่นกัน

  • ลูกมีสายสะดือสั้นมาก เวลาดิ้นอาจกระชากจนรกหลุดออกมาได้

  • เคยคลอดบุตรหลายครั้ง ผนังมดลูกของคุณแม่กลุ่มนี้บริเวณที่เคยมีรกมาเกาะมักจะมีแผลเป ็น และมีเลือดมาเลี้ยงไม่ดีพอ ทำให้เมื่อรกมาเกาะบริเวณนี้ใหม่ก็จะเกาะได้ไม่แน่น เหมือนกับมีกาวไม่เหนียวพอจึงหลุดได้ง่าย

  • คุณแม่ที่สูบบุหรี่จัดหรือดื่มเหล้ามาก เชื่อว่าการดื่มเหล้าและสูบบุหรี่จะทำให้คุณแม่มีปริมาณออกซิเจ น ไปเลี้ยงผนังมดลูกลดลง ผนังมดลูกจึงไม่ค่อยแข็งแรง และเมื่อมีรกเกาะจึงมีโอกาสหลุดง่าย
  • อันตรายจากรกลอกตัวก่อนกำหนด

ในคุณแม่ที่รกมีการลอกตัวบางส่วนเพียงเล็กน้อย พวกนี้มักไม่ทำให้เกิดปัญหาอะไร เพราะรกส่วนที่เหลือยังสามารถนำอาหารและออกซิเจนไปเลี้ยงลูกได้ อย่างเพียงพอ แต่ถ้ารกลอกตัวมากขึ้น ส่วนของรกที่ยังคงสามารถนำอาหารไปเลี้ยงลูกก็จะลดลง ซึ่งจะทำให้ลูกได้รับอาหารน้อยลงตามไปด้วย ถ้าคุณแม่ที่รกลอกตัวจากผนังมดลูกมากกว่า 2 ใน 3 กรณีเช่นนี้คุณแม่จะมีการเสียเลือดมาก จนอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนในคุณแม่ตามมาได้หลายอย่าง เช่น ไตวาย เลือดไม่แข็งตัว และช็อกจากการเสียเลือดมาก ส่วนลูกในท้องก็อาจเสียชีวิตได้โดยเร็วจากการขาดเลือดไปเลี้ยง จึงจำเป็นต้องผ่าคลอดอย่างรีบด่วน


  • รกลอกตัวก่อนกำหนดมีอาการอย่างไรบ้าง ?

ในคุณแม่ที่มีรกลอกตัวก่อนกำหนด โดยลอกตัวบริเวณขอบของรกก่อน คุณแม่กลุ่มนี้จะมีเลือดออกมา ให้เห็นทางช่องคลอดร่วมกับมีอาการปวดท้องมาก (painful vaginal bleeding) ซึ่งต่างกับภาวะรกเกาะต่ำ ซึ่งมีเลือดออกโดยไม่ปวดท้อง (painless vaginal bleeding) ลักษณะอาการดังกล่าวนี้ ช่วยให้คุณหมอที่ดูแลใช้วินิจฉัยแยกระหว่างรกเกาะต่ำกับรกลอกตั วก่อนกำหนดได้เป็นอย่างดี

ในคุณแม่ที่รกลอกตัวบริเวณตรงกลางก่อน คุณแม่กลุ่มนี้จะไม่มีเลือดออกมาให้เห็นทางช่องคลอด แต่จะมีอาการปวดท้องมากตลอดเวลา ไม่ปวดๆ หายๆ เป็นจังหวะเหมือนคุณแม่ที่เจ็บท้องคลอด


  • คุณหมอจะตรวจพบอะไรบ้าง ?

ส่วนมากคุณหมอจะพบว่ามดลูกของคุณแม่มีการหดรัดตัวและแข็งเกร็งต ลอดเวลา และเมื่อคุณหมอกดที่หน้าท้องคุณแม่จะรู้สึกเจ็บมาก เวลาตรวจคลำมดลูกเพื่อดูว่าลูกอยู่ในลักษณะใด จะคลำได้ยากมากเพราะแข็งตึงไปหมด ถ้าตรวจลูกในท้องพบว่า หัวใจของลูกในท้องของคุณแม่บางรายอาจเต้นเร็วมาก ซึ่งแสดงว่าลูกเพิ่งจะมีการขาดสารอาหาร และออกซิเจน

ในขณะที่บางรายหัวใจลูกจะเต้นช้ามาก แสดงว่าลูกมีการขาดสารอาหารมานานพอสมควร และถ้าทิ้งไว้อีกไม่นานอาจเสียชีวิตได้ และในคุณแม่บางรายฟังเสียงการเต้นของหัวใจลูกในท้องไม่ได้ เพราะเสียชีวิตแล้วก็มี

ในกรณีของคุณยาจิตพบว่า สิ่งที่คุณหมอตรวจพบเข้าได้กับอาการของรกลอกตัวก่อนกำหนดทุกอย่ าง สำหรับตัวลูกในท้องเองคุณหมอก็ตรวจพบว่า หัวใจเต้นเร็วมาก ซึ่งแสดงว่าลูกของคุณยาจิต กำลังมีอาการของการขาดออกซิเจนอยู่

ถ้านำคุณแม่ไปตรวจด้วยเครื่องอัลตราซาวนด์ จะพบเงาดำๆ หลังรก ซึ่งแสดงว่ารกมีการลอกตัวก่อนกำหนด สำหรับเงาดำๆ ที่เห็นก็คือเลือดที่ออกหลังรกนั่นเอง ซึ่งในรายของคุณยาจิตก็ตรวจพบลักษณะดังกล่าวเช่นกัน


  • จะให้การรักษาอย่างไร ?

การรักษาที่ดีที่สุดคือ รีบทำคลอดโดยเร็วที่สุด ซึ่งส่วนมากจะใช้วิธีการผ่าตัดคลอดเพราะทำให้คลอดได้อย่างรวดเร ็ว การจะปล่อยให้คลอดทางช่องคลอดจะพิจารณาเฉพาะในรายที่คุณแม่เจ็บ ท้องคลอดมาก และประเมินว่า จะคลอดในเวลาอีกไม่นานนัก ในกรณีของคุณยาจิตจากการตรวจภายในพบว่า ปากมดลูกยังปิดอยู่ซึ่งแสดงว่า ยังไม่ใกล้คลอด และถ้ารอไปก็คงจะอีกนาน ประกอบกับขณะนี้หัวใจของลูกก็เต้นไม่ค่อยดี การคลอดโดยการผ่าตัดคลอดจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

ก่อน หรือระหว่างการผ่าตัดคลอด คุณหมอมักจะต้องให้เลือด และสารน้ำหลายชนิดร่วมด้วย เพื่อแก้ไขและป้องกันปัญหาต่างๆ ดังกล่าวข้างต้น


  • ข้อเตือนใจ

เมื่อมีการตั้งท้อง คุณแม่ควรระมัดระวังเป็นอย่างยิ่งที่จะไม่ให้เกิดอุบัติเหตุต่า งๆ ไม่ว่า การหกล้ม การถูกสิ่งของมากระแทกที่หน้าท้อง โดยเฉพาะจากลูก (ที่ออกมาแล้ว) คนพี่วิ่งมาชนหน้าท้องอย่างแรง เพราะอาจทำให้รกลอกตัวก่อนกำหนดได้ นอกจากนี้คุณแม่ที่มีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เช่น เคยคลอดบุตรหลายคน สูบบุหรี่จัด หรือดื่มเหล้ามาก ก็ควรที่จะแจ้งให้คุณหมอทราบด้วย เพื่อจะได้ให้การดูแลที่ถูกต้องและเหมาะสมต่อไป


 

 

รกเกาะต่ำคืออะไร ?

เมื่อมีการตั้งท้อง ไข่ที่ถูกผสมแล้วจะมีการเจริยเติบโตและแบ่งตัวมีขนาดใหญ่ขึ้นเร ื่อยๆ จนในที่สุดจะมีส่วนหนึ่งที่แยกไปเป็นตัวลูกในท้อง ขณะที่อีกส่วนหนึ่งกลายไปเป็นรก ซึ่งจะมีหน้าที่ในการนำสารอาหารจากคุณแม่มาเลี้ยงลูกในท้องต่อไ ป ดังนั้น จะเห็นได้ว่ารกก็เจริญมาจากไข่ที่ถูกผสมเช่นเดียวกับตัวลูก ขณะที่ลูกน้อยมีการเจริญเติบโตโดยลอยอยู่ในน้ำคร่ำ รกก็จะเจริญเติบโตโดยเกาะติดอยู่กับผนังมดลูกและค่อยๆ ฝังลึกเข้าไปในผนังมดลูกมากขึ้นเรื่อยๆ ตำแหน่งที่รกเกาะติดกับผนังมดลูกมักอยู่ที่บริเวณด้านบนของมดลู ก โดยอาจค่อนไปทางด้านหลังเล็กน้อย ผลดังกล่าวทำให้ไม่มีอะไรมาขวางบริเวณปากมดลูก ซึ่งจะต้องเปิดออกให้ลูกคลอดออกมาเมื่อถึงเวลา

ในคุณแม่บางรายแทนที่รกจะเกาะ ณ ตำแหน่งดังกล่าวกลับมาเกาะคลุมที่ส่วนล่างของมดลูกหรือคลุมที่ป ากมดลูก บางรายก็คลุมปากมดลูกเพียงบางส่วน ในขณะที่บางรายก็คลุมปิดปากมดลูกจนเต็มเลยก็มี เราเรียกการเกาะของรกในลักษณะนี้ว่า รกเกาะต่ำ


รกเกาะต่ำมีกี่แบบ ?

ทางการแพทย์เราแบ่งรกเกาะต่ำออกเป็น 3 แบบใหญ่ๆ ตามความรุนแรง คือ

1. รกเกาะคลุมปากมดลูกทั้งหมด ซึ่งจัดว่ารุนแรงที่สุด เพราะรกจะปิดปากมดลูกทั้งหมดไม่ยอมให้ลูกคลอดออกมาได้เลย ต้องผ่าตัดคลอดเพียงอย่างเดียว

2. รกเกาะคลุมปากมดลูกเป็นบางส่วน กรณีนี้ถ้าปล่อยให้เจ็บท้องคลอด ปากมดลูกที่ขยายมากขึ้น อาจดึงให้รกขยับสูงขึ้นและอาจไม่ขวางการคลอดของลูก แต่มักจะทำให้เลือดออกมาก จึงนิยมผ่าตัดคลอดเช่นเดียวกันกับกรณีแรก

3. รกเกาะบริเวณด้านล่างของมดลูกแต่ไม่คลุมปากมดลูก กรณีนี้สามารถปล่อยให้ลูกคลอดทางช่องคลอดได้ แต่ต้องระวังว่ามีโอกาสที่เลือดจะออกมากได้เช่นกัน แม้ว่าจะน้อยกว่า 2 กรณีแรกก็ตาม

ทำไมรกจึงเกาะต่ำ ?

สาเหตุที่แน่ชัดยังไม่ทราบ แต่พบว่ามักจะเกิดในคุณแม่ที่มีลักษณะบางประการ เช่น
  • คุณแม่ที่เคยคลอดบุตรมาหลายครั้ง การที่คุณแม่เคยคลอดหลายครั้ง แต่ละครั้งก็ต้องมีการสร้างรก รกที่สร้างขึ้นมักจะย้ายที่เกาะไปเรื่อยๆ เมื่อข้างบนของมดลูกเคยเกาะมาแล้ว ทำให้ตำแหน่งดังกล่าวไม่เหมาะที่จะเกาะซ้ำ เพราะจะมีแผลเป็นและมีเลือดมาเลี้ยงไม่เพียงพอ จึงย้ายลงมาเกาะบริเวณปากมดลูกแทน

  • คุณแม่อายุมาก คุณแม่กลุ่มนี้อาจจะมีมดลูกที่ผนังมดลูกมีคุณภาพไม่ดี เหมือนรถเก่าเครื่องไม่ดี รกจึงจำเป็นต้องหาที่เกาะใหม่ที่มีเลือดมาเลี้ยงมากกว่า จึงมาเกาะที่บริเวณปากมดลูกแทน

  • คุณแม่ที่สูบบุหรี่จัด มีโอกาสตั้งท้องแล้วมีรกเกาะต่ำมากกว่าคุณแม่ที่ไม่สูบบุหรี่ เชื่อว่าการสูบบุหรี่จัด ทำให้คุณแม่ส่งสารอาหารและแก๊สออกซิเจนไปเลี้ยงลูกได้น้อยลง รกจึงต้องทำงานหนักขึ้น เพื่อรับแก๊สออกซิเจนให้มากขึ้นโดยการขยายขนาดตัวเอง ทำให้มีบางส่วนขยายมาคลุมที่ปากมดลูกเกิดเป็นรกเกาะต่ำได้

  • คุณแม่ตั้งท้องแฝด หรือตั้งท้องเด็กบวมน้ำ การตั้งท้องทั้ง 2 ประเภท นี้จะทำให้รกมีขนาดใหญ่ เนื่องจากต้องทำหน้าที่นำอาหารมาเลี้ยงลูกมากกว่าปกติ การขยายใหญ่ของรกจึงทำให้เกิดรกเกาะต่ำ ได้เช่นเดียวกับคุณแม่ที่สูบบุหรี่จัด
ในกรณีของคุณเย็นใจ พบว่าเคยคลอดบุตรมาหลายครั้งแล้ว และยังเคยขูดมดลูกมาด้วย ปัจจัยต่างๆ ดังกล่าวย่อมทำให้คุณเย็นใจเสี่ยงต่อการมีรกเกาะต่ำได้มากกว่าค ุณแม่ทั่วไป

อย่างไรก็ตาม ในคุณแม่ที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยงใดๆ ดังที่กล่าวข้างต้นเลย ก็ยังสามารถมีรกเกาะต่ำได้เช่นเดียวกัน ดังนั้น คุณแม่จึงยังควรที่ต้องสนใจตัวเองเสมอ ถ้ามีเลือดออกทางช่องคลอดควรรีบไปพบแพทย์ทันที


อาการและอันตรายของรกเกาะต่ำ

เมื่อมีรกเกาะต่ำ ในระยะแรกของการตั้งท้องคุณแม่จะไม่มีอาการผิดปกติอะไร จนเมื่อการตั้งท้องดำเนินไปจนใกล้คลอด ช่วงเวลาดังกล่าวมดลูกจะมีขนาดใหญ่ขึ้นมาก ปากมดลูกและส่วนล่างของมดลูกจะเริ่มมีการบางตัวลงและยืดขยายมาก ขึ้น ทำให้รกที่เคยเกาะแน่นที่บริเวณดังกล่าวมีรอยปริเกิดขึ้นได้จาก การยืดขยายของส่วนล่างของมดลูก และปากมดลูกคล้ายกับรอยร้าวเล็กน้อยของผนังตึก

ผลดังกล่าวทำให้มีเลือดออกที่บริเวณที่รกเกาะแล้วไหลผ่านปากมดล ูกลงในช่องคลอด เลือดที่ออกมักเป็นเลือดสด โดยมีลักษณะพิเศษที่คุณหมอสามารถวินิจฉัยภาวะนี้ได้ง่ายขึ้นคือ เป็นเลือดที่ออกทางช่องคลอดโดยไม่มีอาการเจ็บท้องร่วมด้วย (painless vaginal bleeding) ส่วนมากเมื่อมีเลือดออกมา ในครั้งแรกมักจะไม่มากนักและมักจะหยุดไปได้เอง แต่ถ้าเป็นเลือดที่ออกครั้งที่ 2 มักจะออกมาก รวดเร็วและรุนแรงจนทำให้เป็นอันตรายถึงชีวิตได้ง่าย เหมือนตึกที่มีรอยร้าวนำมาก่อนแล้วโอกาสที่จะร้าวมากขึ้นและพัง ถล่มลงมาย่อมง่ายขึ้นด้วย ในกรณีของคุณเย็นใจพบว่าเลือดที่ออกในครั้งที่ 2 มีมากกว่าเลือดที่ออกในครั้งแรกเช่นกัน ซึ่งทำให้คุณหมอต้องรีบตัดสินใจผ่าตัดคลอดเพราะกลัวจะเกิดอันตร ายดังกล่าวข้างต้น


จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นรกเกาะต่ำ ?

รู้ได้โดยตรวจด้วยเครื่องอัลตราซาวนด์ ซึ่งทำได้ง่ายมาก และทราบผลทันที


จะให้การดูแลรักษาอย่างไร

สิ่งสำคัญที่ต้องนำมาพิจารณาในการดูแลรักษาคุณแม่ที่มีรกเกาะต่ ำคือ ขณะที่ตรวจพบภาวะรกเกาะต่ำนั้น คุณแม่ตั้งท้องครบกำหนดแล้วหรือไม่ ถ้าครบกำหนดแล้วควรพิจารณาผ่าตัดคลอดเลยโดยไม่ต้องรอให้เจ็บท้อ ง เพราะถ้ารอเช่นนั้นอาจทำให้เสียเลือดมากได้

แต่ถ้าตรวจพบขณะตั้งท้องยังไม่ครบกำหนด คุณหมอมักจะพิจารณาดูว่ามีเลือดออกทางช่องคลอดมากน้อยเพียงใด คุณแม่บางรายคุณหมออาจตรวจพบรกเกาะต่ำโดยบังเอิญ ขณะตรวจด้วยอัลตราซาวนด์เพื่อดูลูกในท้องด้วยเหตุผลอื่น และรกเกาะต่ำนั้นก็ไม่ทำให้เลือดออกแต่ประการใด กรณีเช่นนี้สามารถรอได้จนกว่าจะตั้งท้องครบกำหนด

ในคุณแม่บางรายที่ตั้งท้องยังไม่ครบกำหนดร่วมกับมีเลือดออกทางช ่องคลอดไม่มากนัก เช่นในกรณีของคุณเย็นใจก็สามารถรอได้เช่นกัน เหตุผลสำคัญในการรอก็คือ เพื่อให้ลูกในท้องมีการเจริญเติบโตต่อไปจนครบกำหนดจะได้ไม่มีปั ญหาเกี่ยวกับการทำงานของอวัยวะต่างๆ โดยเฉพาะระบบการหายใจซึ่งพบว่าถ้าให้คลอดก่อนครบกำหนด ลูกในท้องอาจเสียชีวิตได้ เนื่องจากปอดยังทำงานไม่ดีพอ

ในระหว่างรอนี้คุณหมอจะแนะนำให้คุณแม่นอนพักมากๆ งดเว้นการทำงานหนักและการมีเพศสัมพันธ์ โดยหวังว่าจะทำให้รกได้รับการกระทบกระเทือนน้อยที่สุด เลือดจะได้หยุดและไม่ไหลออกต่อ

ถ้าภายหลังการพักผ่อนแล้วพบว่ามีเลือดหยุดไหล คุณหมอจะให้ฝากท้องไปเรื่อยๆ จนกว่าจะตั้งท้องครบกำหนดแต่ต้องนัดมาดูบ่อยๆ ในคุณแม่บางรายที่คุณหมอไม่แน่ใจว่า ถ้าให้กลับบ้านแล้วจะพักผ่อนได้พอเพียง คุณหมอก็อาจให้นอนในโรงพยาบาลนานไปเลย ตั้งแต่วินิจฉัยได้ว่าเป็นรกเกาะต่ำ และรอจนตั้งท้องครบกำหนดแล้วรีบนำไปผ่าตัดคลอดก่อนที่จะเจ็บท้อ งคลอด เพราะถ้ารอให้เจ็บท้องเลือดจะออกมากจนเป็นอันตรายได้

คุณแม่บางรายที่ตั้งท้องยังไม่ครบกำหนด และคุณหมออยากรอให้ลูกในท้องโตขึ้นอีกจนครบกำหนด แต่เผอิญมีเลือดออกมากและไม่มีทีท่าว่าจะหยุด หรือเลือดเคยหยุดไปแล้วกลับไหลออกมาใหม่เช่นในกรณีของคุณเย็นใจ ก็จะต้องผ่าตัดคลอดโดยเร็ว แม้ว่าลูกจะยังโตไม่มากพอก็ตาม เพราะถ้าปล่อยทิ้งไว้อาจเป็นอันตรายต่อตัวคุณแม่เอง คืออาจจะเสียเลือดมากจนช็อกได้


ข้อเตือนใจ

ถ้าคุณแม่ที่ตั้งท้อง
- มีอายุมาก (เกิน 35 ปีขึ้นไป)
- มีประวัติเคยขูดมดลูก เคยผ่าตัดที่มดลูก เคยมีมดลูกอักเสบ
- มีประวัติเคยคลอดมาหลายครั้งแล้ว
- มีประวัติสูบบุหรี่จัด

หรือขณะที่ตั้งท้องคุณแม่
- มีเลือดออกทางช่องคลอดโดยไม่มีอาการเจ็บท้องร่วมด้วย
- ตั้งท้องแฝด

พึงระลึกเสมอว่ากำลังเสี่ยงต่อการตั้งท้องที่มีรกเกาะต่ำ จึงควรให้ประวัติที่ถูกต้องแก่คุณหมอที่ดูแล เพื่อคุณหมอจะให้การดูแลที่ถูกต้องต่อไป


Edited by sweetlemon - 12 พ.ค. 2008 at 13:35
Back to Top
PJenMario View Drop Down
Moderator Group
Moderator Group
Avatar

Joined: 15 ก.พ. 2007
Location: Belgium
Posts: 10610
Direct Link To This Post Posted: 12 พ.ค. 2008 at 14:45

แจม ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะ

พี่รัก ไปหาหมอไวๆนะคะ เป็นห่วงค่ะ

อุ๊ ได้หม่ำข้าวบ้านแม่สามีอร่อยไปเลยเนอะ ตุ้ยแม่สามีไม่ค่อยสาบยค่ะ เลยไม่อยากรบกวน

มะวานปาป้าพาไปรับลมทะเลมา สงสัยน้องน้อยชอบใจ ดิ้นมันไม่หยุดเลย ท่าจะแฮปปี้น่าดู

ตอนเย็นทานข้าวแล้วน้ำมูกไหลสั่งออกมา ปรากฏว่าเลือดกำเดาออกล่ะ ข้างเดียว ฮ่วย สงสัยว่าอากาศมันจะร้อนจัดไปนิ๊ดส์นึง

Back to Top
sweetlemon View Drop Down
Special Member
Special Member
Avatar

Joined: 07 มี.ค. 2008
Location: Thailand
Posts: 784
Direct Link To This Post Posted: 12 พ.ค. 2008 at 17:08

ตุ้ย   ไปต๊ะเลมาด้วย  ฉาๆ   เจ้าหญิงน้อยได้ไปครั้งแรกตั้งแต่อยู่ในท้องเยย ดีจัง

       ไปเจออากาศดีๆ  ลมเย็นๆ  ดิ้นเคลิ้มจนหลับเยยป่าว 

        อ้าว  เลือดกำเดาไหลเลยเหรอ  หรือว่าลูกถีบจมูก    กรรม! มะได้เกี่ยวกันเยย

Back to Top
PJenMario View Drop Down
Moderator Group
Moderator Group
Avatar

Joined: 15 ก.พ. 2007
Location: Belgium
Posts: 10610
Direct Link To This Post Posted: 12 พ.ค. 2008 at 17:28
แจม ตุ้ยว่ามันร้อนจัดล่ะ ที่ทะเลเย็นกว่าที่บ้านอีกค่ะ กลับมานั่งกินข้าวอยู่ น้ำมูกมันย้อนๆนะ เราก็อ่ะ สั่งๆเช็ดๆ ป๊าด เลือดออกค่ะ ตกอกตกใจ รีบเอาทิชชู่มาอุดเลย
Back to Top
ying_sara View Drop Down
Special Member
Special Member
Avatar

Joined: 02 ก.พ. 2007
Location: Thailand
Posts: 939
Direct Link To This Post Posted: 12 พ.ค. 2008 at 17:41

เมื่อคืนหญิงมีอาการเป็นตะคริวที่น่องด้านซ้าย ปวดมากกกกก เพราะเรานอนอยู่แต่อยู่ดีๆก็เป็นเฉยเลย เรียกแฟนตื่น เค้าตกใจนึกว่าว่าเราปวดท้องจะคลอด                      ตอนนี้เลยยังปวดๆอยู่เลย สงสัยคงต้องเพิ่มแคลเซียมแล้วหล่ะ

แจม รวบรวมสาระของแต่ละหน้าไว้ มีประโยชน์มากเลยจ๊ะ จะได้หาง่าย

ตุ้ย หญิงเห็นรูปตุ้ยในห้องใหญ่ก็ไม่เห็นอ้วนเลย แอบสวยเด้งมากกว่า รัศมีลูกสาวจับมากเลย

พี่นิว สรุปว่าตอนนี้อะไรไม่ใหญ่ดีกว่า

พี่รัก ไปหาหมอแล้ว เค้าว่าไงมั้งค่ะ น่ากลัวจังเนอะ เอาใจช่วยนะคะ

Back to Top
PJenMario View Drop Down
Moderator Group
Moderator Group
Avatar

Joined: 15 ก.พ. 2007
Location: Belgium
Posts: 10610
Direct Link To This Post Posted: 12 พ.ค. 2008 at 17:53

หญิง ขอบคุณค่ะ เขิล

เรื่องตะคริว ถ้าเป็นปั๊บนะ ให้พยายามเหยียดขาตรง แล้วงอนิ้วเข้าหาตัวค่ะ ที่ตุ้ยทำประจำคือ เอาเท้าเปล่าวางบนพื้นเย็นๆค่ะ จะหายไว

ของตุ้ยไม่ใช่แค่ตะคริวนะ เหน็บด้วย อันนี้เจ็บกว่า พลิกผิดจังหวะได้เรื่องเลยค่ะ

Back to Top
ying_sara View Drop Down
Special Member
Special Member
Avatar

Joined: 02 ก.พ. 2007
Location: Thailand
Posts: 939
Direct Link To This Post Posted: 12 พ.ค. 2008 at 18:29

ตุ้ย เมื่อกี้เพิ่งอ่านเจอมาเค้าให้เอาเท้ากลิ้งบนขวดเปล่าประมาณ 20 ครั้งตอนก่อนนอนช่วยให้เลือดหมุนเวียนดีขึ้นอะ แต่ของตุ้ยก็น่าสนใจนะถ้าเจอของเย็นๆของหายเร็ว เมื่อคืนนี้ก็นวดประมาณ 10 นาทีถึงหาย แต่น่องแข็งเป็นก้อนกลมๆเลยหล่ะ  

Back to Top
แม่น้องเอมี่ View Drop Down
Special Member
Special Member
Avatar

Joined: 02 พ.ค. 2008
Location: Austria
Posts: 370
Direct Link To This Post Posted: 12 พ.ค. 2008 at 18:31
สวัสดีจ้าแม่ๆ คงสบายดีกันทุกคน

อุ๊  ที่ออสเตรียเมื่อวานก็เป็นวันแม่แห่งชาติเหมือนกัน คุณสามีรีบไปสั่งดอกไม้ให้แม่แต่เช้า เพราะร้านดอกไม้เปิดแค่เที่ยงวัน วันนี้ก็เป็นวันหยุดอีก 1 วัน อากาสดีๆ คงย่างบาบีคิวอีกตามเคย

แจม  ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆนะจ๊ะ

รัก   อาการตอนนี้เป็นไงบ้าง ไปหาหมอแล้วใช่ป่ะ เป็นห่วงจัง

ตุ้ย  ไปทะเลมาเหรอดีจัง ที่นี้อากาศร้อนแล้ว แต่น้ำในทะสาบยังเย็นเจี๊ยบอยู่เลย

หญิง  เป็นตะคริวก็คงต้องทานแคลเซียมเพิ่มขึ้น หรือลองทำตามที่ตุ้ยแนะนำซิ

**ช่วงนี้อาการท้องแข็งเป็นแทบทุกวันเลย จะเป็นช่วงเย็นๆ น่าจะเพราะว่ามดลูกหัดหดรัดตัว มีใครเป็นเหมือนไก่บ้างป่ะ รู้สึกไม่ค่อยสบายใจเลย
Back to Top
PJenMario View Drop Down
Moderator Group
Moderator Group
Avatar

Joined: 15 ก.พ. 2007
Location: Belgium
Posts: 10610
Direct Link To This Post Posted: 12 พ.ค. 2008 at 18:31
หญิง ใช่ๆ เวลามันแข็งนะ แบบว่าบีบก็เจ็บหนักกว่าเดิมเลย ตุ้ยอาศัยเหยียดขาแล้วงอนิ้วเข้าออกเอาค่ะ เป็นบ่อยๆเลยหาวิธีที่ทำแล้วมันดีขึ้นจริงๆทุกวิธีเลยค่ะ
Back to Top
RakNa View Drop Down
Special Member
Special Member
Avatar

Joined: 22 พ.ค. 2007
Location: Thailand
Posts: 1711
Direct Link To This Post Posted: 12 พ.ค. 2008 at 19:32

แจม ตุ้ย แม่น้องเอมี่ หญิง ไปหาหมอแล้วจ้า ตั้งแต่เมื่อพฤหัส ที่แล้วจ้า 

หมอให้ยาคลายมดลูกบีบตัวมา แล้วก็ให้นอนพัก

หมอยังตรวจภายในด้วยบอกว่าปากมดลูกยังปิดอยู่ แต่ก็ยังบอกไม่ได้ว่าจะคลอดก่อนกำหนดหรือเปล่า

ส่วนสาเหตุ คาดว่าจะเดินมากไปอะ

ขอบคุณเพื่อนๆๆ น่ะจ้า

Back to Top
PJenMario View Drop Down
Moderator Group
Moderator Group
Avatar

Joined: 15 ก.พ. 2007
Location: Belgium
Posts: 10610
Direct Link To This Post Posted: 12 พ.ค. 2008 at 20:15
พี่รัก แสดงว่าอาการเริ่มมาแล้วนะคะเนี่ย แถมได้ยามาเหมือนพี่หน่อยเลยค่ะ รักษาสุขภาพมากๆนะคะ
Back to Top
PJenMario View Drop Down
Moderator Group
Moderator Group
Avatar

Joined: 15 ก.พ. 2007
Location: Belgium
Posts: 10610
Direct Link To This Post Posted: 12 พ.ค. 2008 at 20:17

ไก่ เมื่อวานที่ออสเตรียก็วันแม่เหรอคะ แสดงว่าแถบๆนี้พร้อมๆกันเลย

เรื่องท้องแข็งมันจะเป็นๆหายๆนะคะ อย่าเพิ่งกังวลใจมากนะ พยายามสังเกตอาการตัวเองดีที่สุดค่ะ

Back to Top
PJenMario View Drop Down
Moderator Group
Moderator Group
Avatar

Joined: 15 ก.พ. 2007
Location: Belgium
Posts: 10610
Direct Link To This Post Posted: 12 พ.ค. 2008 at 20:18

อ้อ พอดีอ้อม แม่สิงหา เอามาลงให้แระ คาดว่าแม่ๆก.ค.ก็อาจจะมีแต่ผ่านๆตา เอามาฝากอีกทีนะคะ

อาการท้องแข็งหรือเจ็บท้องบ่อยๆ มักสร้างความกังวลใจให้ว่าคุณแม่ไม่น้อย จะทำอะไรหน่อยเดี๋ยวมันก็แข็งยุบหนอ พองหนออยู่ได้ทั้งวันถ้าท้องแข็งแล้วไม่ มีอะไรก็ดีไป แต่ถ้าแข็งไปแข็งมาดัน กลายเป็นเจ็บท้องคลอดก่อนกำหนด แบบไม่ทันรู้ตัวล่ะแย่เลย เอ…แล้วท้อง แข็งแบบไหนแข็งถี่แค่ไหนล่ะถึง อันตรายต้องไปพบคุณหมอแล้ว
ท้องแข็ง…โป๊ก
น.พ.อานนท์ เรืองอุตมานันท์

ท้องแข็ง เพราะลูกในท้อง

ท้องแข็งตามความหมายของหมอ จะหมายถึงมดลูกมีการบีบตัวแข็งตัวขึ้นก่อนเวลาอันควรอันอาจเป็น สาเหตุให้ มีการาเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด แต่ท้องแข็งตามความหมายของคนทั่วๆไปมีสาเหตุได้สารพัดอย่างครับ ก็เวลามาตรวจมาฝากครรภ์ หมอถามทีไรก็บอกว่าท้องแข็งทุกทีนี่
ท้องแข็งที่คุณแม่รู้สึกนั้น ก็เพราะลูกที่อยู่ในมดลูกกลมๆ ของคุณแม่นั้น ตัวเขาไม่ได้กลมป๊อกเป็นลูกบอลนะครับ เขามีแขนมีขา มีเข่า มีส้น มีส่วนที่เป็นส่วนนูนแข็งตั้งหลายอย่าง ดังนั้นหากคุณแม่รู้สึกท้องมันแข็งๆ แต่แข็งแค่บางที่บางตำแหน่งเท่านั้น ส่วนอื่นๆ ก็นิ่มดี ลองเอามือลูบๆ คลำๆ ตรงที่มันแข็งก็รู้สึกว่า คลำเจอส่วนอะไรสักอย่างแข็งๆ ของลูก แล้วมันก็เคลื่อนตำแหน่งที่แข็งไปๆ มาๆได้ด้วยถ้าแบบนี้ ก็ปล่อยมันแข็งไปเถอะครับคงไม่มียาอะไรไปช่วยให้ลูกหดแขนหดขา เลิกยันท้องของคุณแม่ได้

ท้องแข็ง เพราะอิ่ม !

คุณแม่บางคนก็อาจจะบอกว่าท้องมักแข็งขึ้นหลังรับประทานอาหาร นั่งรอสักพักก็หายไปเอง อาการนี้มักเป็นตอนท้องแก่ๆ แล้ว ท้องอ่อนๆ ไม่ค่อยเป็นกัน ที่จริงแล้วมันก็ไม่ได้เกิดจากมดลูกมีการบีบตัว แต่เกิดจากท้องมันแน่นมากจนตึงไปหมด และที่มักเกิดตอนท้องแก่ก็เพราะพอมดลูกมีขนาดใหญ่มากจนเต็มท้อง มดลูกก็ไปเบียดกระเพาะอาหาร ลำไส้ เครื่องในทั้งหลายของคุณแม่ขึ้นไปจุกอยู่ใต้ลิ้นปี่หมด คุณแม่ที่ตัวเล็กๆ สั้นๆ จะยิ่งมีปัญหานี้เยอะ พอทานอาหารเข้าไปมากหน่อยก็ทำให้เกิดแรงดันในช่องท้องสูง แข็งตึงทั่วทั้งท้องไปหมด แต่โดยมากมักเป็นความรู้สึกแน่นมากกว่า พอมาจับมดลูกดูจริงๆ ก็พบว่า ไม่ค่อยแข็งสักเท่าไหร่
ท้องตึงแข็งแบบนี้รักษาไม่หายขาดนะครับ ต้องคลอดแล้วถึงจะหายเป็นปลิดทิ้งแต่ในช่วงที่ยังไม่คลอด คำแนะนำที่จะลดอาการได้คือ ต้องทานอาหารแบ่งเป็นมื้อย่อยๆ น้อยๆ หลังทานแล้วก็ต้องนั่งให้เรอออกมาก่อน แล้วพยายามอย่าให้ท้องผูก ควรถ่ายเป็นประจำทุกวัน ปล่อยของเก่าออกไปบ้างจะได้แน่นน้อยลง

ท้องแข็ง เพราะมดลูกบีบตัว !

ท้องแข็งแบบนี้ มดลูกกลมๆ ของคุณแม่จะต้องแข็งโป๊กขึ้นมาทั้งหมด ไม่ได้แข็งเป็นบางจุดบางที่ บางทีก็แข็งมาก แข็งน้อยจนบางคนอาจไม่รู้สึกอะไรเลย ขณะที่บางคนอาจรู้สึกเหมือนแน่นจนหายใจไม่ออก ท้องแข็งอย่างนี้แหละครับที่มักมีปัญหา
ท้องแข็งของแท้ (มดลูกบีบตัวก่อนกำหนด) ปกติแล้วไม่ค่อยเกิดขึ้นช่วงตั้งครรภ์อ่อนๆ แต่ถ้าเกิดก็ไม่ค่อยดี อาจมีอะไรผิดปกติ ทำให้ไม่สามารถอยู่จนครบคลอดได้ ซึ่งต้องหาสาเหตุอย่างละเอียดกันอีกที
ส่วนใหญ่ของคุณแม่ที่มีอาการท้องแข็งมักแข็งบ่อยที่สุดช่วงตั้ง ครรภ์ได้ 32 สัปดาห์ ยังจำได้หรือเปล่าครับว่า ลูกในท้องก็ดิ้นมากที่สุดตอน 32 สัปดาห์ด้วย สงสัยว่าการที่ลูกดิ้นมากๆอาจมีส่วนไปกระตุ้นทำให้มดลูกบีบตัว บ่อยขึ้นด้วยเหมือนกัน
และถ้าผ่านช่วง 32-24 สัปดาห์นี้ไปได้ก็จะมีอาการท้องแข็งน้อยลงบางคนพอถึงเวลาครบคลอ ด มดลูกกลับขี้เกียจไม่ยอมมีอาการเจ็บท้องคลอดซะเฉยๆ บางทีเลยกำหนดไปเลยก็มี แต่มีคุณแม่หลายๆ คนที่ท้องแข็งบ่อยแล้วไม่ดีขึ้นกลับยิ่งแข็งถี่ขึ้นซึ่งถึงตอนน ี้คงเป็นเรื่องจำเป็น จะต้องไปหาคุณหมอแล้วล่ะครับ เพราะหากท้องแข็งแล้วไม่ได้รับการดูแลรักษามดลูกจะบีบตัวจนปากม ดลูกเปิดตามมาด้วยการเจ็บท้อง คลอดก่อนกำหนด ทีนี้ละกลายเป็นเรื่องใหญ่แน่ๆ
หมอว่าให้ลูกอยู่ในท้องจะเหนื่อยจะลำบากยังไงก็ให้อยู่ในท้องดี กว่าเพราะหากคลอดก่อนกำหนด มันจะยิ่งเหนื่อยกว่าหลายเท่าที่สำคัญคือจะจนลงเยอะด้วย เพราะการดูแลเด็กคลอดก่อนกำหนด จะสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายมากอย่าบอกใคร แค่ยาช่วยขยายปอดน้ำใสๆ 2 ซีซี. ก็ตั้งห้าหมื่นบาทแน่ะ แล้วกว่าจะโตพอเอากลับบ้านไปเลี้ยงได้ไม่รู้ต้องหมดไปอีกเท่าไห ร่
โดยปกติแล้วคุณแม่ทุกคนอาจมีอาการท้องแข็งที่เกิดจากมดลูกบีบตั วได้เป็นการแข็งตัว ที่เกิดขึ้นได้เองเป็นปกติภาษาฝรั่งเขาเรียกว่า Braxton Hicks Contraction สำหรับภาษาไทยยังไม่มีชื่อ เรียกเฉพาะเอาเป็นว่ามดลูกคนเรากลมๆอันนี้ไม่ใช่มันจะนิ่มตลอดท ั้งวันหรอกนะ

ท้องแข็งแบบนี้ไม่ดีแน่

มดลูกเป็นก้อนกล้ามเนื้อที่ใหญ่และแข็งแรงมาก บางทีมันก็อาจจะอยากยืดเส้นยืดสาย บีบตัวเล่นๆ บ้าง แต่ก็จะบีบตัวเบาๆ ค่อยๆ บีบช้าๆ แข็งตัวอยู่นานพอสมควร แล้วก็คลายตัวลงช้าๆ เป็นอย่างนี้วันละหลายครั้ง แต่โดยมากไม่ควรเกินวันละ 6-10 ครั้งถ้าคุณแม่มีอาการท้องแข็งหน้าตาอย่างที่ว่ามานี้ก็สบายใจไ ด้ ไม่มีอะไรต้องตื่นเต้นแค่ท้องแข็งแบบอีตาฮิกซ์นี่เอง แหมชื่อฝรั่งซะด้วย
แต่หากท้องแข็งบ่อยมากกว่าปกติ หรือเดี๋ยวแข็งเดี๋ยวหายติดๆ กันเป็นชุด บางทีแข็งจนเจ็บด้วยซ้ำไป ถ้าเป็นแบบนี้ก็ไม่ควรนิ่งดูดาย ไปหาคุณหมอดีกว่าครับเพราะคุณหมอจะพยายามหาสาเหตุว่าทำไมท้องถึ งแข็ง ทำไมคุณลูกถึงอยากออกมาข้างนอกเร็วนักนะ ลูกในท้องแข็งแรงดีหรือเปล่า รวมไปถึงช่วยพิจารณาด้วยว่า ระหว่างยอมให้คลอดออกมากับเลี้ยงไว้ในท้องอย่างไหนปลอดภัยกว่าก ัน

จริงๆ แล้วสาเหตุของท้องแข็งมีตั้งเยอะแยะ เขียนสิบหน้าก็ไม่หมด เอาเป็นว่าอาจเกิดจากแม่ไม่แข็งแรง สุขภาพไม่ดีอาจเป็นเบาหวาน ความดันสูง หรืออาจเกิดจากมดลูกไม่แข็งแรง มดลูกไม่ปกติ หรือเกิดจากเด็กตัวใหญ่ น้ำคร่ำมาก แต่สาเหตุที่พบมากที่สุดก็คือ "ไม่ทราบสาเหตุ"

ทำยังไงหาย "ท้องแข็ง"

ในรายที่ท้องแข็งมาก แข็งถี่ คุณหมอก็คงจับนอนโรงพยาบาล ให้เจาะเลือด ฉีดยาแล้วให้นอนเยอะๆ ยาที่ใช้รักษาอาการท้องแข็งเป็นยากลุ่มเดียวกับยารักษาหอบหืด คุณแม่คงสงสัยใช่มั้ยล่ะว่า ไม่ได้เป็นหืดสักหน่อย เอายาหืดมาให้กินทำไม นั่นแหละครับถูกแล้ว ยาเดียวกันนี้รักษาได้ทั้งสองโรคเลยยานี้พอกินเข้าไปแล้ว จะมีอาการข้างเคียงคือ ใจมันจะสั่น หัวใจเต้นเร็วเหมือนเจ้าเข้า ดูเหมือนเหนื่อยๆ แต่ก็ต้องทนหน่อยนะครับ เพราะท้องจะหายแข็งต่อเมื่อใจสั่นหากใจไม่สั่น ท้องก็ไม่หายแข็ง ถ้าลดยาลงไม่ให้ใจสั่น ท้องก็จะกลับมาแข็งเหมือนเดิม ก็ต้องยอมทนใจสั่นไปก่อนพออาการท้องแข็งดีขึ้นหมอจึงจะลดยาลงได ้เรื่อยๆ
ส่วนคุณแม่ที่ท้องแข็งบ่อยแต่ไม่มากถึงกับต้องนอนโรงพยาบาล คุณหมอก็จะให้ยากลับไปกินที่บ้าน ที่เขาเรียกกันว่า "ยาคลายมดลูก" คือ อันเดียวกันนี่แหละครับ แต่เท่านี้ไม่พอครับ ต้องอาศัยการปฏิบัติตัวที่ถูกต้อง ควบคู่กันไปด้วยถึงจะสามารถอยู่รอดปลอดภัยได้
อันดับแรกเลยก็ต้องพักให้มากๆ หากทำงานที่ต้องเดินมาก ใช้แรงงานเยอะ ก็ให้หยุดอยู่บ้านดีกว่า อยู่บ้านแล้วก็ห้ามขยัน ให้ทำตัวขี้เกียจที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถ้าขี้เกียจอยู่แล้วก็สบายหน่อย ท่าทางจะหายเร็ว และพยายามหลีกเลี่ยงการเดินมากๆ การขึ้นลงบันได การยกของหนัก เพราะยิ่งมีกิจกรรมมากท้องก็จะยิ่งแข็งมา งานบ้าน งานหลวง งานราษฎร์ยกให้สามีทำหมด อย่าลืมขอใบรับรองแพทย์จากคุณหมอมายืนยันให้สามีดูด้วยนะครับ



6 ย.ช่วยลดอาการ

1. ขี้เกียจได้ แต่อย่าบิดขี้เกียจ หมอสั่งให้นอนพักเยอะๆ ท้องจะได้ไม่แข็ง ตัวขี้เกียจเลยเกาะอยู่เต็มตัว พอบิดขี้เกียจปุ๊บท้องแข็งขึ้นมาทันที มันเหมือนกับตอนที่เราบิดผ้าเปียกๆ นั่นแหละน้ำก็จะทะลักออกมา ตอนเราบิดขี้เกียจเหมือนกัน ช่องท้องของเราปริมาตรจะเล็กลง ความดันในมดลูกก็สูงขึ้น ท้องก็เลยแข็ง

2. ลุกขึ้นลุกลง อย่าให้มดลูกสะดุ้ง!!! อันนี้เนื่องจากท้องมักจะแข็งตัวบ่อยตอนเราล้มตัวนอนลงบนเตียง หรือตอนนอนแล้วขยับตัวลุกขึ้นจากเตียงท้องก็มักจะแข็งทุกที คราวนี้ก็ต้องระวังมากขึ้น จะล้มตัวลงนอนก็ต้องตะแคงลงช้าๆ จะลุกขึ้นก็ต้องพลิกตัวแล้วตะแคงขึ้นช้า ท่านี้เค้าเรียกว่าท่าบรรทมแบบนางเอกลิเก…แต่รับรองได้ครับ ท้องไม่แข็งแน่

3. อย่ากลั้นปัสสาวะ!!! อย่างที่รู้กันอยู่ว่าตรงตำแหน่งที่มดลูกอยู่เดิมเคยเป็นพื้นที ่ ของกระเพาะปัสสาวะมาก่อนพอท้องโตขึ้นมากระเพาะปัสสาวะกับมดลูกก ็เลยต้องเบียบด แย่งที่กันอยู่ตรงนั้น ยิ่งท้องโตขึ้นเรื่อยๆ กระเพาะปัสสาวะยิ่งจะถูกเบียดเล็กลงเรื่อยๆ คุณแม่เลยต้องปัสสาวะบ่อยขึ้น คราวนี้หากกลั้นปัสสาวะ กระเพาะปัสสาวะก็จะโป่งมากขึ้น แล้วก็จะไปกดเบียดมดลูกจนมดลูกมีความดันสูงขึ้น ดังนั้นคุณแม่ก็มักจะท้องแข็งบ่อย ตอนกำลังจะปวดปัสสาวะ พอปัสสาวะออกไปแล้วอาการท้องแข็งก็บรรเทาลง

4. อย่าจับท้องบ่อย!!! ยิ่งจับบ่อย ก็ยิ่งแข็งบ่อยนะจะบอกให้มดลูกเป็นอวัยวะที่ประกอบไปด้วย กล้ามเนื้อมากมายและไวต่อการกระตุ้นมาก เอามือจับไปจับมามดลูกก็แข็งตัวขึ้นมาได้ คุณแม่ที่รู้สึกว่าท้องแข็งบ่อยมักจะชอบเอามือไปลูบๆ คลำๆ อยู่ตลอด ด้วยเป็นกังวลว่า มดลูกมันจะแข็ง มดลูกมันก็เลยแข็งสมใจเพราะไปจับไปคลำมันมาก ท่องเอาไว้เลยนะครับ… ดูแต่ตา มืออย่าต้อง ท้องจะแข็ง

5. อย่าจู๋จี๋มีเพศสัมพันธ์ ช่วงที่ท้องแข็งบ่อย คุณหมอจำเป็นต้องสั่งงดการมีเพศสัมพันธ์ เพราะการมีเพศสัมพันธ์จะไปกระตุ้นแถวบริเวณปากมดลูก ซึ่งจะทำให้มีการบีบตัวของมดลูกตามมา เพราะถ้าจะเปรียบไปแล้วการกระแทกระเทือนระหว่างมีเพศสัมพันธ์มั นก็เหมือนพาคนท้องนั่งสามล้อวิ่งบนลูกระนาด สุดท้ายก็ยิ่งทำให้ท้องแข็งไปกันใหญ่ แหม…บางคนยังมาต่อรองอีกนะว่า ค่อยๆ ทำเบาๆ ได้หรือเปล่า อย่าดีกว่าเพราะเดี๋ยวเวลาคุณเธอถึงจุดสุดยอดขึ้นมา มดลูกก็จะมีการบีบตัวเป็นจังหวะตามมาอีก เดี๋ยวยุ่งกันเสร็จก็ต้องพาไปคลอดต่อได้เลย นอกจากนั้นในทางการแพทย์ก็ยังพบว่าในน้ำอสุจิจะมีสารเคมีที่ชื่ อว่า โปรสต้าแกลนดิน ซึ่งสารตัวนี้แหละเป็นตัวการสำคัญของธรรมชาติที่ทำให้ปากมดลูกข ยายตัวในระหว่างการคลอด ดังนั้นหากแอบมีอะไรกันฝ่าฝืนคำสั่ง หมอก็ควรหลีกเลี่ยงการปล่อยน้ำเชื้อเขาไปข้างในนะครับ

6. ห้ามยุ่งกับ "หน้าอก" นะ เวลามีอะไรกัน ก็น้อยนักที่จะไม่ไปยุ่งอะไรกับเต้านมเลย ยิ่งในขณะที่ตั้งครรภ์เต้านมจะยิ่งขยายเป็นที่น่าดึงดูดต่อสามี ยิ่ง หมอเลยต้องเอ่ยปากห้ามยุ่งตรงนี้ไว้ก่อน หากมีอาการท้องแข็งก่อนกำหนด เพราะการจับ การกระตุ้นที่บริเวณหัวนมจะไปกระตุ้นให้มีการสร้างฮอร์โมน ที่ทำให้มีการบีบตัวของมดลูกได้
คุณแม่ที่เคยมีลูกมาก่อน อาจจะนึกออกว่าตอนลูกดูดนมมดลูกจะมีการบีบตัวพร้อมๆ กันด้วย ระหว่างอาบน้ำก็ไม่ควรไปฟอกจับบริเวณหัวนมด้วยเหมือนกัน หากหัวนมแข็งชันขึ้นมาเมื่อไหร่ มดลูกก็อาจจะแข็งตัวตามมาได้เมื่อนั้น สรุปแล้วหากท้องแข็งบ่อยก่อนเวลา หมอก็คงต้องสั่งห้ามการมีเพศสัมพันธ์ไว้ก่อน หลังคลอดแล้วค่อยว่ากันใหม่ครับ

เห็นไหมครับ เรื่องท้องแข็งในระหว่างตั้งครรภ์มีเรื่องราวที่ตอ้งพูดต้องอธิ บายกันเยอะ…แต่ยังไม่หมดแค่นี้ครับ คราวหน้าจะมาเล่าต่อเรื่องท้องแข็งในช่วงท้ายๆ ของการตั้งครรภ์ ทั้งแข็งหลอก เจ็บเตือน เจ็บจริง… จนคลอดไปแล้วมดลูกมันก็ยังแข็งของมันต่อไปอีก

 

Back to Top
Noonewz View Drop Down
Groupie
Groupie
Avatar

Joined: 29 มี.ค. 2008
Posts: 96
Direct Link To This Post Posted: 12 พ.ค. 2008 at 22:59
                              หวัดดีจ้า

  ญิ๋ง รัก แจม ว๋อ สุ ตุ้ย ยะยะ กิ้ว กระแต มิ้น ไก่         

                 และแม่ๆทุกคนในห้องน๊าจ๊า  

          

ญิ๋ง แต่ตอนนี้อาการโอเคแล้วใช่มั๊ยจ๊ะถึงมือคุณหมอแล้ว คงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้วหล่ะ

ทำใจให้สบายๆนะคะ อย่าเครียดมากนะ เผื่อสุขภาพที่ดีของคุณแม่และลูกในท้อง เป็นห่วง

นะจ๊ะช่วงนี้นิวก็เหมือนกัน เนี่ย ล่าสุดเพิ่งไปหาหมอมาเมื่อเย็นนี้ เนื่องจาก ส - อา ที่ผ่านมา

สังเกตุ อั้ยหนู มันดิ้นน้อยๆยังไงไม่รู้ ปกติ นิวเล่นคอมดึกประมาณ เที่ยงคืนไง ช่วงเที่ยงคืนเนี่ย

เป็นช่วงที่อั้ยนู๋กำลังอาละวาดเลย ประมาณว่าท้องนังแม่มันเป็นสนามกีฬาย่อมๆหรือไรเนี่ยแหล่ะ

 ตีแปลงน่าดู ออกกำลังกายสุดฤทธิ์ พลิกซ้ายพลิกขวา แต่พอมาช่วงอาทิตย์ที่แล้ว โดนใบแดงจาก

คุณสามี ติดโทษแบน ห้ามเล่นคอมนาน เลยไม่ได้ค่อยเข้ามาอย่างที่เห็น พอไม่เล่นคอมก็ไม่รู้ทำไร

สวรรค์เบี่ยงก็จบ ไม่มีหนังดู ก็เลยนอนแต่หัววัน มาสังเกตุ ทำไมลูกไม่ค่อยดิ้นหว่า ได้แต่สันนิษฐาน

หรือว่าเพราะเราเปลี่ยนเวลานอน รออยู่จนพ้น ส -อา ไม่ไหว วันนี้เลยต้องวิ่งไปหาคุณหมอ ให้สแกน

คลื่นหัวใจ ปรากฎ คุณหมอบอกว่า ยัง ไม่ครบ 32 สัปดาห์ ประสาท รับรู้ของลูกยังทำงานไม่เต็มที่

บางวันอาจจะขี้เกียจ ไม่ดิ้นก็ได้ แต่เพื่อความไม่ประมาท นับไว้ก็ดี เลยค่อยโล่งใจหน่อย ดีนะ ที่บ้าน

นิว กับรพ นั่งรถไปไม่ถึง 3 นาที เลยไม่ค่อยขี้เกียจไปหาหมอซักเท่าไหร่  แต่ยังไง คุณหมอก็เน้นแล้ว

ว่าให้เริ่มนับจำนวนดิ้นของลูกได้แล้ว ถ้าวันไหนลูกดิ้น น้อย กว่า 10ครั้ง ใน 1 วัน ต้องรีบหาคุณหมอ

แล้วอ่ะจ้ะ เนี่ยก็ต้องเริ่มติ๊กตามตารางที่คุณหมอให้มาแล้ว ...... ฝากแม่ๆคนอื่นไว้ด้วยน๊าจ๊ะ

แจม นิวก็นอนเก่งมากอ่ะแจม ตั้งแต่เข้าเดือนที่ 7มาเนี่ยนอนเก่งมาก เออ อั้ยเรื่องนับเดือนเนี่ย งงๆ

ว่าตกลงตอนนี้เรากี่เดือนหว่า เพราะเด๋วนี้ติดนับเป็นวีค เลยงงๆเรื่องเดือนเล็กน้อย แฮะๆ แอบเอ๋อๆ

ไคถามว่าท้องกี่เดือน มีมั่วๆตอบไปมั่งเหมือนกัน

ญิ๋ง พี่ก็ว่างั้นแหล่ะ ตอนนี้ ทั้งพุงทั้งขา บึ่บบั่บไปหมด จะเป็นแม่ฮิปโปละเนี่ย

 

เออ แม่ๆห้องเรานี่ อินเตอร์เยอะเนอะ ท่าทางลูกสาวลูกชายออกมาจาน่ารักกันทั้ง

นั้นเลย คลอดแล้วห้ามหายน๊า ( บอกแต่ชาวบ้านเค้า ช้านจารอดมั๊ยเนี่ย กลัวแต่จะ

เลี้ยงลูกเหนื่อยจนไม่มีเวลาเอาลูกเข้ามาอวด อิอิ )

 

อ่อ กลัวน้อยหน้าตุ้ย นิวเลยหามาฝากมั่ง 5 5 5ล้อเล่งน๊าาาา

ชีวิตอันน่าอัศจรรย์ เมื่อทารกอย่ในท้องแม่

คุณทราบหรือไม่ เมื่อทารกอย่ในครรภ์แม่นั้นเขามีชีวิตอยู่อย่างไร บางคนอาจไม่เคยรู้ ในปัจจุบันเมื่อวิทยาการด้านเทคโนโลยีมีความก้าวหน้าสูง ทำให้เราสามารถมองเห็นพัฒนาการของทารกได้ตั้งแต่อายุครรภ์ 16 สัปดาห์ ผ่านการอัลตราซาวด์ ทำให้เราสามารถเห็นพัฒนาการของเจ้าตัวเล็กได้ทุกแง่มุม ในสภาวะที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าผ่านระบบสามมิติ ก่อนอื่นเราต้องจินตนาการว่า เมื่อทารกอยู่ในท้องแม่นั้นเขาอยู่ในสภาพไร้น้ำหนักเหมือนนักบิ นอวกาศที่ลอยตัวอยู่นอกโลก ทารกก็เช่นกัน เขาจะลอยตัวอยู่ในถุงน้ำคร่ำซึ่งห่อหุ้มปกป้องคุ้มครองเขาให้พ้ นจากการกระทบกระเทือนจากสิ่งภายนอก นอกจากปลอดภัยและอบอุ่นแล้ว เขายังมีอะไรทำอยู่ตลอดเวลาและไม่มีคำว่า "เบื่อหน่าย" แม้ต้องใช้ชีวิตอยู่ในท้องแม่เป็นเวลานานหลายเดือน ดร.ลุดวิก จานุส นักวิชาการที่ทำการศึกษาเกี่ยวกับ "การใช้ชีวิตของทารกในครรภ์ของมารดา" ได้ตั้งข้อสังเกตว่า "ทารกในครรภ์มารดาที่มีอายุตั้งแต่ 10 สัปดาห์ขึ้นไป นับเป็นสิ่งมีชีวิตที่สมบูรณ์เต็มที่แล้ว เขามีชีวิตและจิตวิญญาณที่มีการเคลื่อนไหวอันเกิดจากความรู้สึก ที่เราเรียกว่า ปฏิกิริยาโต้ตอบต่อสิ่งต่าง ๆ ด้วยความรู้สึกจริง ๆ ไม่ว่าจะเกิดจากแสงเสียงหรือความรู้สึกนึกคิดของผู้เป็นแม่ของเ ขาเอง" อย่างเช่นวเลาที่แม่สบายใจและมีความสุข เขาจะมีอาการปล่อยมือ (อ้านิ้วมือ) และนิ้วเท้าให้ตัวเองลอยอยู่ในความฝันอันแสนสุข หรือไม่เขาก็จะดูดนิ้วหัวแม่มือหรือใช้มือลูบไล้ตัวเองเล่น และอาจดึงสายสะดือเล่นอย่างสบายใจ" แต่ในทางตรงกันข้ามเมื่อแม่อย่ในภาวะตึงเครียด ทารกน้อยจะแสดงอาการรับรู้ภาวะดังกล่าวอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นอาการเกร็งนิ้วมือนิ้วเท้าหรืองอลำตัวซุกเข้าหากัน อย่างเกร็ง ๆ และในสถานการณ์รุนแรงก็สามารถทำให้หัวใจดวงน้อย ๆ เต้นเร็วและแรงกว่าปกติได้

นอกจากนี้ ดร.ลุดวิก จานุส ยังพบว่า ทารกน้อยมีปฏิกิริยาโต้ตอบโดยอัตโนมัติ อย่างเช่น ทารกอายุ 24 สัปดาห์ หากคุณหมอจิ้มขีดยาเข้าไปที่ท้องคุณแม่แล้ว ซึ่งบังเอิญไปโดนเขาเข้า จะปรากฏว่าทารกน้อยผู้นี้จะหมุนตัวหนีในขณะที่ใช้มือข้างหนึ่งย ื่นมาคลำหรือปัดบริเวณที่ถูกปลายเข้มทิ่ม ที่สำคัญยังพบว่าทารกสามารถแยกแยะเสียงของแม่ (ท่ามกลางเสียงอื่น ๆ นับร้อยเสียง) และภาษาที่แม่พูดได้เป็นอย่างดี ตั้งแต่อยู่ในท้อง จนกระทั่งคลอด (สงสัยถ้าอยากให้ลูกเก่งภาษาต้องพูดให้ฟังตั้งแต่อยู่ในท้อง อันนี้จขกท.คิดเองนะคะ) ต่อค่ะ ดังนั้น เสียงที่แม่พูด จึงเป็นเสียงที่ดึงดูดทารกที่อยู่ในครรภ์มากที่สุด เพราะเป็นเสียงที่ทารกได้ยินบ่อยและได้ยินชัดเจน จนทารกเริ่มสังเกตและเริ่มจำลักษณะจำเพาะของเสียงได้ ซึ่งเป็นการเริ่มต้นวิวัฒนาการของการเรียนรู้ของเด็กทารกตั้งแต ่อยู่ในท้อง (นั่นไง ว่าแล้ว) จากการวิจัยของนักวิทยาศาสตร์ที่ผ่านมายังพบว่า การที่ทารกชอบดูดน้วหัวแม่มือตั้งแต่อย่ในท้องนั้น เกิดจากสัญชาตญาณให้เขาได้รู้จักดูดนมจากอกแม่ และยังเป็นการฝึกให้เขารู้จักจับสิ่งของ ซึ่งเราหลายคนอาจสงสัยและแปลกใจว่า "ทำไมเด็กเกิดใหม่ถึงรู้ว่าหัวนมแม่คือที่ให้อาหารของเขา และทำไมเขาถึงมีอาการลิงโลด เวลาโผเข้าดูดหัวนมแม่ (มีเจ้าตัวน้อยของใครเป็นอย่างนี้บ้างเอ่ย) ต่อค่ะ ที่เป็นเช่นนี้เพราะเขารู้จักดูดนิ้วหัวแม่มือตั้งแต่อยู่ในท้อ งนั่นเอง ซึ่งปลายนิ้วหัวแม่มือของทารกทุกคนนั้นจะมีความแตกต่างจากนิ้วอ ื่น ๆ เพราะเป็นจุดศูนย์รวมของปลายเส้นประสาทที่ได้รับการพัฒนาที่มีป ระสิทธิภาพในการรับรู้ ในการสัมผัสได้ดีตอนที่ทารกดูดนิ้วหัวแม่มือ เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ทารกรู้จักการเรียนรู้และสัมผัสสิ่งของ ภายหลังจากที่คลอดนาน 6 เดือน จะกลายเป็นการชอบหยิบสิ่งของเข้าปาก ดังนั้น เมื่อเห็นเด็กหยิบของเข้าปาก ถ้าไม่ใช่ของที่เป็นอันตราย จึงไม่ควรหยิบออกจากปากเขาทันที ควรปล่อยให้เขาได้ลิ้มรสชาติเสียก่อน การทำเช่นนี้จะทำให้เด็กมีพัฒนาการการเรียนรู้ที่ดีมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ยังพบว่า เคยมีนักวิทยาศาสตร์ที่เคยเห็นรอยยิ้มแรกของเด็กทารกตั้งแต่อยู ่ในครรภ์แม่
"ทารกหลายคนเกิดขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้ม ซึ่งทารกบางคนถึงกับหัวเราะ ซึ่งเป็นวิวัฒนาการที่สืบทอดและถูกกำหนดมาจากแม่นั่นเอง"
เมื่อได้รู้เช่นนี้แล้ว คนที่กำลังจะกลายเป็นแม่หรือพ่อ คงได้รู้ถึงความสัมพันธ์ที่แนบแน่นระหว่างแม่กับลูก ที่ถือเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่ไม่เป็นความลับอีกต่อไป ที่สำคัญคุณแม่ทั้งหลายที่กำลังตั้งครรภ์ อย่าลืมปล่อยวางตัวเองให้เกิดความรู้สึกสบาย ๆ และทำจิตใจให้มีความสุข เพื่อลูกน้อยจะได้มีสุขภาพกายและใจที่สมบูรณ์แข็งแรงต่อไปในวัน ข้างหน้า

 

COPY มาจากเว็บพันทิพจ้า เอามาฝากแม่ๆทั้งหลายย จาได้ไว้จินตนาการว่าตอนนี้น้องน้อยทำไรอยู่ใน

ท้องเราน๊าาาาา


 

     

                                  

Back to Top
แม่น้องเอมี่ View Drop Down
Special Member
Special Member
Avatar

Joined: 02 พ.ค. 2008
Location: Austria
Posts: 370
Direct Link To This Post Posted: 12 พ.ค. 2008 at 23:54
รัก    ถึงมือหมอแล้วก็อุ่นใจ ยังไงก็พักผ่อนเยอะๆนะค่ะ

ตุ้ย    ขอบคุณสำหรับข้อมูลที่หามาให้ อ่านแล้วก็รู้สึกเบาใจ ว่าคงไม่เจ็บท้องคลอดก่อนกำหนดแน่

นิว   ไก่อ่านแล้วได้ข้อคิดว่า  เราต้องอารมณ์ดี ไม่เครียด จะได้ส่งผลให้ลูกในครรภ์มีความสุข เขาจะได้มีพัฒนาการที่ดี ถูกไหมจ๊ะ
Back to Top
gehyah View Drop Down
Groupie
Groupie
Avatar

Joined: 07 ม.ค. 2008
Location: Australia
Posts: 63
Direct Link To This Post Posted: 13 พ.ค. 2008 at 00:18

หวัดดีจ้า คุณแม่ๆ สบายดีกันป่าวจ๊ะ

หายไปซะนาน ... ปั่นจ๊อบอะจ๊ะ อยากให้งานเสร็จไวๆ (แต่ก็มีแอบไปช้อปอะนะ แฮ่) ... เกือบเสร็จแหละ แต่ยังไม่เสร็จ เหอๆๆ

อีกอย่างเริ่มโยกย้ายข้างของในบ้านให้เข้าที่เข้าทางอะจ๊ะ เพราะจะเตรียมมุมลูกแล้ว ... ต้องเคลียร์ของส่วนอื่นๆ ในบ้านก่อน เพราะบ้านนี้มันบ้าเก็บสมบัติ (ขยะ) เยอะเชียว

เก๋ก็เป็นตระคริวหละที่ผ่านมาก็ 3 หนได้แล้ว ห่างกันนะ ... ตะโกนเรียกซะมีให้ตื่นมาช่วย ... หล่อนงงงวยมาก ... นึกได้ก็มาดึงขาเก๋ให้ตึง (ตอนแรกดึงผิดขาอะ ยังงงอยู่) ... แล้วก็ดึงฝ่าเท้าเข้าหาตัวเก๋ ... หายนะ แต่มันจะปวดน่องอยู่นานเหมือนกัน

ทุกวันนี้นอนก็พยายามบอกตัวเองนะ ให้เหยียดขาตรงแล้วดึงปลายเท้าเข้าหาตัวเวลาอยากบิดขี้เกียจ ก็ดีขึ้นนะ

ตอนนี้นี่ลำบาก นอนข้างไหนนานๆ แล้วมันจะเมื่อยจะชาอะ ... ต้องค่อยๆ เทิร์นเปลี่ยนข้าง (เก๋เรียก 5 points turn ยังกะขับรถ 555)

อยู่ในมือหมอแล้วแบบนี้ก็ไม่น่าเป็นห่วงแล้วเนอะ รัก ... พักผ่อนเยอะๆ นะจ๊ะ

เท่านี้ก่อนเน้อ ตี 3 แหละ ... แล้วมาเมาท์เรื่องไปเข้าคลาสเตรียมคลอดมา เมื่อวันเสาร์ที่แล้วจ้า

 

Back to Top
PJenMario View Drop Down
Moderator Group
Moderator Group
Avatar

Joined: 15 ก.พ. 2007
Location: Belgium
Posts: 10610
Direct Link To This Post Posted: 13 พ.ค. 2008 at 00:38
พี่เก๋ มารออัพเดทเรื่องคอร์สด้วยนะคะ ตุ้ยเริ่มเดือนหน้านู่นแน่ะค่ะ
Back to Top
RakNa View Drop Down
Special Member
Special Member
Avatar

Joined: 22 พ.ค. 2007
Location: Thailand
Posts: 1711
Direct Link To This Post Posted: 13 พ.ค. 2008 at 07:54

ตุ้ย Thank you น่ะจ๊ะคลายกังวล ลงได้เยอะเลยจ้า

เก๋ Thank you จ้า

Back to Top
ying_sara View Drop Down
Special Member
Special Member
Avatar

Joined: 02 ก.พ. 2007
Location: Thailand
Posts: 939
Direct Link To This Post Posted: 13 พ.ค. 2008 at 08:41

ไก่ ช่วงนี้หญิงทานแคลเซียมเม็ดครั้งละ 2 เม็ดทุกวันหลังอาหารเช้าจ๊ะ แล้วหมอก็ให้ทานปลาเล็กปลาน้อยด้วย คาดว่าอาการคงจะดีขึ้น

ตุ้ย เมื่อคืนนี้หญิงลองเอาขวดมาวางแล้วก็เอาเท้ามานวดๆ ก่อนนอน ก็ไม่ยักกะมีตะคริวเลยอะ สงสัยวิธีนี้ดีจริง

พี่รัก อาการนี้น่ากลัวนะคะ เพราะเพื่อนที่ทำงานหญิงเค้าก็เป็นตอน 31 สัปดาห์ต้องนอนอยู่บ้านเฉยๆ เพื่อรอให้ถึง 38 สัปดาห์เลย ยังไงก็รักษาสุขภาพด้วยนะคะ

พี่นิว ต้นแขนของหญิก็ใช่ย่อยค่ะ เพราะทุนเดิมมามีมาก่อนแล้ว ตอนนี้ยิ่งดูไม่ได้เลย เซร็งๆๆๆ

 

Back to Top
sweetlemon View Drop Down
Special Member
Special Member
Avatar

Joined: 07 มี.ค. 2008
Location: Thailand
Posts: 784
Direct Link To This Post Posted: 13 พ.ค. 2008 at 11:41

สวัสดีจ๊ะ ตุ้ย ไก่ หญิง นิว เก๋ รัก และทุกคนน่ะคะ

รัก   อ้อ ถึงมือหมอแว้วนี่เอง  งืมๆ พักเยอะๆ เป็นแบบนี้ต้องนอนๆๆๆๆ  ห้ามทำไรมาก

หญิง   ตะคริว พอเป็นทีหายแล้วยังปวดตามอีกหลายวันกว่าจะหายอ่ะ   แจมนี่เคยเป็น 4

        ครั้ง  หลังจากนั้นมา  ก่อนนอนจะต้องทำทุกวันเลย คือนั่งแล้วเหยียดขาตรงๆออก

        ไป   แล้วก็กระดกข้อเท้าหลายๆที  บีบๆนวดๆที่น่องกะขา  ด้วยทำงี้ทุกวัน  ระหว่าง

        วันเวลานั่งก็จะยกขาสูงๆ  เอาที่นวดเท้ามาวางแล้วก็กลิ้งๆเท้า ลักษณะที่นวดเหมือน

        ที่หญิงเอาขวดน้ำมากลิ้งน่ะแหละ

ตุ้ย    เห็นด้วยกะหญิงอ่ะ  รูปตุ้ยดูแบบ  ท้องแล้วสวยเนอ่ะ  ดูมีรัศมีความงาม มะเหมือน

       อิช้าน โทรมๆ ยิ่งหลังๆนี่มาผื่นขึ้นยิ่งอุบาศว์มากๆ 

ไก่    ท้องแข็งก็เป็นทุกวันเหมือนกันอ่ะ  แต่เป็นทีก็เป็นแป๊บเดียว  พอเปลี่ยนท่าทางไป

       ก็หายแระ

นิว    ตกลงได้กินกะเพราไข่ปัสสาวะม้าป่าว   อร่อยมิ    ,         ;  ลูกดิ้นน้อยเหรอ งืมๆ

       มีวันนึงแจมก็เป็น ตกใจมาก คือช่วงวันๆเนี่ย  เงียบมากกกกไปทั้งวันเลย  แต่พอดึก

       ประมาณเที่ยงคืน  ดิ้นกระจาย  เลยโล่งอก,     จริงด้วย  ส่วนมากคนท้องจะ

       นับเป็นสัปดาห์  แต่พอมีคนถามก็งงเล็กๆ  บางทีก็บอกแบบใกล้เคียงอ่ะ       ;

       เวลาบอกคนอื่นว่าแบบท้องได้ 30สัปดาห์เนี่ย  เค้าก็จะบอก กันอ้อ 7เดือน

       ครึ่งแล้วดิ  อย่างนี้ปลายเดือนมิ.ย.ก็ออกแล้วใช่ป่าว   ไอ้เราก็แบบคิดไม่ใช่

       กำหนดช้านกลางออกจะปลายเดือน ก.ค.โน่นแหน่ะ      เหอๆ

เก๋     ไปเข้าคอร์สมาแว้วเหรอ ดีจังเยย

        จริงๆ  นอนลำบากอ่ะ  นอนข้างไหนมากๆ  บางทีตัวจะเมื่อยๆเกือบชา แต่หูนี่

        ดิชาไปเยย เวลาเปลี่ยนท่าข้างนอนที ก็เจ็บก้นกบหรือจิ๊มิ(บางครั้ง)  เฮ้อ

 

        วันนี้ตื่นสายอีกแระ ตื่นเกือบ สิบโมงครึ่ง  นอนก็เหมือนเดิม..แต่ตื่นนี่ดิ ช้าขึ้น

นอนเท่าไหร่ก็เหมือนมะอิ่ม  อากาศก็เป็นใจด้วย   ฝนตกเกือบตลอด ..ถ้าไม่ตกก็ครึ้ม

ตลอดเลยอ่ะ  

                                                                          

Back to Top
PJenMario View Drop Down
Moderator Group
Moderator Group
Avatar

Joined: 15 ก.พ. 2007
Location: Belgium
Posts: 10610
Direct Link To This Post Posted: 13 พ.ค. 2008 at 13:16

หวัดดีแม่ๆก.ค.ตอนเช้าค่ะ

หญิง ถ้าทำแล้วไม่เป็นตะคริว งั้นถือว่าวิธีนี้ใช้ได้ๆค่ะ

พี่รัก รักษาสุขภาพมากๆนะคะ

แจม มาเห็นตัวจริงจะบอกว่าโทรมอ่ะ นี่ต้องแต่งหน้าออกบ้านหลอกตา บวกถ่ายสีซีเปียกลบเกลื่อนอ่ะจ้า

ไปหม่ำๆก่อนนะคะ

Back to Top
 Post Reply Post Reply Page  <1 2223242526 73>




LadySquare.com

Recommened Page


SiamFitness.com


BabyFancy.com


WeddingSquare.com


VoucherThai.com


DiaryLove.com


Ladyinter.com

การแสดงความคิดเห็น (Comments)

  • ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับ LadySquare
    และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
  • LadySquare ขอสงวนสิทธิ์ ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น

ข้อควรปฏิบัติในการเข้าร่วมแสดงความคิดเห็น

  • ห้ามเสนอข้อความหรือเนื้อหาอันเป็นการวิพากษ์วิจารณ์ หรือพาดพิงสถาบันพระมหากษัตริย์ และราชวงศ์ เป็นอันขาด
  • ห้ามเสนอข้อความหรือเนื้อหาที่ส่อไปในทางหยาบคาย ก้าวร้าว เกินกว่าที่บรรทัดฐานของสังคมจะยอมรับได้
  • ห้ามเสนอข้อความหรือเนื้อหาที่ส่อไปในทางลามก อนาจาร
  • ห้ามเสนอข้อความอันมีเจตนาใส่ความบุคคลอื่น ให้ได้รับการดูหมิ่นเกลียดชัง โดยไม่มีแหล่งที่มาของ ข้อมูลอ้างอิงที่ชัดเจน
  • ห้ามเสนอข้อความอันเป็นการท้าทาย ชักชวน โดยมีเจตนาก่อให้เกิดการทะเลาะวิวาท หรือก่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้น โดยมูลแห่งความขัดแย้ง ดังกล่าวไม่ใช่การแสดงความคิดเห็น โดยเสรีเช่นวิญญูชนพึงกระทำ
  • ห้ามเสนอข้อความกล่าวโจมตี หรือวิพากษ์วิจารณ์ในทางเสียหายต่อ ศาสนา หรือคำสอนของศาสนาใดๆ ทุกศาสนา
  • ห้ามใช้นามแฝงอันเป็นชื่อจริงของผู้อื่น โดยมีเจตนาทำ ให้สาธารณะชนเข้าใจผิดและเจ้าของชื่อผู้นั้นได้รับความเสียหาย หรือเสื่อมเสียชื่อเสียง
  • ห้ามเสนอข้อความอันอาจเป็นเหตุให้เกิดความขัดแย้งขึ้น ในระหว่างสถาบันการศึกษา หรือระหว่างสังคมใดๆ
  • ห้ามเสนอข้อมูลส่วนตัวของผู้อื่น เช่น email address หรือหมายเลขโทรศัพท์ โดยมีเจตนากลั่นแกล้งให้ผู้อื่นได้รับ ความเดือดร้อนรำคาญ ห้ามเสนอข้อความ หรือเนื้อหาอันเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้อง กับสิ่งผิดกฎหมาย หรือศีลธรรมอันดีของสังคม




This page was generated in 0.141 seconds.