LadySquare.com Homepage


Forum Home Forum Home > LadySquare Club : คลับของผู้หญิงวันนี้ > เรื่องเล่าเคล้าไอรัก
  New Posts New Posts RSS Feed: สินสมรส....มันคืออะไร
  FAQ FAQ  Forum Search   Calendar   Register Register  Login Login

สินสมรส....มันคืออะไร

Author
  Topic Search Topic Search  Topic Options Topic Options
februarywoman View Drop Down
Newbie
Newbie
Avatar

Joined: 07 ส.ค. 2009
Location: Thailand
Posts: 19
Post Options Post Options   Quote februarywoman Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Topic: สินสมรส....มันคืออะไร
    Posted: 19 ส.ค. 2009 at 06:58
เหตุการณ์นี้เพื่อนมาปรึกษาค่ะ  ตามที่เข้าใจก็คือทรัพย์สินอะไรก็แล้วแต่ที่ได้มาหลังจากจดทะเบ ียนสมรส ใช่รึป่าว  สมมุติว่าก่อนจดทะเบียนสมรสสามีไปซื้อรถ แล้วก็ผ่อนส่งไป หลังจากที่ผ่อนรถไปเรื่อยๆ ก็มาจดทะเบียนสมรส ตอนนี้รถผ่อนหมดแล้วเป็นชื่อของเค้า แล้วเกิดจะหย่ากันขึ้นมา สรุปว่า รถคันนี้เป็นสินสมรสรึป่าว รวมถึงเรื่องบ้านอีกนะเนี่ย ที่ยังใช้ชื่อกู้ร่วมกันอยู่เลย รบกวนผู้รู้ช่วยตอบด้วยค่ะ 
Back to Top
dboy View Drop Down
Admin Group
Admin Group
Avatar

Joined: 17 ต.ค. 2007
Posts: 435
Post Options Post Options   Quote dboy Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 19 ส.ค. 2009 at 08:07

เรื่องของสินสมรส

     ตามกฎหมาย  เมื่อชายหญิงตกลงปลงใจเป็นสามี ภรรยากัน และผ่านการจดทะเบียนสมรสแล้ว  ความผูกพันนี้ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างสามีภรรยา 2 ลักษณะ  คือ  ความสัมพันธ์ส่วนตัว  คือ  อยู่กินกันแบบสามีภรรยา ต้องอุปการะเลี้ยงดูกัน  และ ความสัมพันธ์ทางด้านทรัพย์สิน ซึ่งแยกเป็นสินสมรส  และสินส่วนตัว

      พูดตามภาษาชาวบ้าน  สินส่วนตัว คือ  ทรัพย์สิน  ข้าวของส่วนตัวต่าง ๆ  ที่แต่ละฝ่ายมีอยู่ก่อนเดิม ก่อนแต่งงาน  สินสมรส  คือ  ทุกสิ่งทุกอย่างที่ได้มาหลังแต่งงาน และสามีภรรยาเป็นเจ้าของร่วมกัน

ตามกฎหมายได้แจกแจงไว้อย่างละเอียดว่า  สินส่วนตัว มี 4  ประเภท  คือ
1.   ทรัพย์สินที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีอยู่ก่อนสมรส  เช่น  บ้าน  ที่ดิน  เงินทอง 
2.   ทรัพย์สินที่ได้มาในระหว่างสมรสโดยการรับมรดก  หรือได้มาโดยเสน่หา
3.   ทรัพย์สินที่เป็นเครื่องใช้สอยส่วนตัว  เครื่องประดับ  เครื่องแต่งกาย  เครื่องมือประกอบอาชีพ
4.   ทรัพย์สินที่เป็นของหมั้น จะถือเป็นสินส่วนตัวของผู้หญิง

     นอกจากนี้  ถ้าทรัพย์สินดังกล่าวข้างต้น  เปลี่ยนสภาพไป  เช่น  นำไปขายและได้เงินมา  นำไปแลกหรือซื้อของอื่น  ให้ถือว่าเงินหรือของที่ได้มานั้น เป็นสินส่วนตัวด้วย 

สินสมรส  แบ่งเป็น 3  ประเภท 
1.   ทรัพย์ที่คู่สมรสได้มาระหว่างสมรส  เช่น  เงินเดือน  โบนัส 
2.   ทรัพย์สินที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้มาโดยพินัยกรรม  โดยระบุว่าให้เป็นสินสมรส
3.   ทรัพย์สินที่เป็นกำไรสุทธิ  หรือดอกผลของสินส่วนตัว

     สิทธิการจัดการทรัพย์สิน  กฎหมายถือให้ผู้เป็นเจ้าของมีอำนาจจัดการทรัพย์สินส่วนตัวได้โด ยลำพัง   สำหรับสินสมรส  ถือเป็นทรัพย์สินร่วมกันคนละครึ่ง  จึงให้สองฝ่ายจัดการร่วมกัน
 
สามีภรรยาสามารถแยกกันจัดการสินสมรสได้  4 กรณี  คือ
1.   เมื่อคู่สมรสตกลงแยกกันจัดการสินสมรสโดยการทำสัญญาก่อนสมรสไว้ก ่อน
2.   เมื่อคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตกเป็นคนไร้ความสามารถ  อีกฝ่ายมีสิทธิร้องขอให้ศาลแยกสินสมรสได้
3.   เมื่อคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถูกศาลสั่งให้เป็นบุคคลล้มละลาย จะมีผลให้สินสมรสแยกกันตามกฎหมาย
4.   เมื่อมีการร้องขอต่อศาลให้แยกสินสมรสเพราะสาเหตุ  เช่น  อีกฝ่ายทำความเสียหายแก่สินสมรส  ไม่อุปการะ  เลี้ยงดู  เป็นหนี้สินมากมาย  หรือขัดขวางการจัดการสินสมรสโดยไม่มีเหตุอันควรและเมื่อมีการแย กสินสมรส  ออกจากกันแล้ว  สินสมรสส่วนที่แยกออกมาจะถือเป็นสินส่วนตัวของแต่ละฝ่าย  รวมถึงทรัพย์สิน  เช่น  มรดก  ดอกผลที่ได้มาหลังการแยกสินสมรสด้วย

การจัดการเรื่องหนี้สินของสามีภรรยาควรทำอย่างไร
      เมื่อสามีภรรยาไปเป็นหนี้บุคคลภายนอก  หากหนี้นั้นมีมาก่อนสมรสถือเป็นหนี้ส่วนตัว  ให้แต่ละฝ่ายรับผิดชอบใช้ต่อเจ้าหนี้เป็นการส่วนตัวโดยใช้สินส่ วนตัวมาก่อน  ถ้าไม่พอจึงใช้จากสินสมรสที่เป็นส่วนของตนได้คือ  ครึ่งหนึ่งของสินสมรส  ในกรณีที่เกิดหนี้ระหว่างสมรสหนี้นั้นอาจเป็นหนี้ส่วนตัวค้างคา มาหรือเป็นหนี้ร่วม  สามีภรรยาต้องร่วมกันชดใช้เจ้าหนี้โดยใช้เงินทั้งจากสินสมรสและ สินส่วนตัวได้  หนี้ที่เกิดระหว่างสมรส  และถือเป็นหนี้ร่วมได้แก่  หนี้ค่าอุปการะเลี้ยงดู  รักษาพยาบาลคนในครอบครัว  และให้การศึกษาบุตร  หนี้ที่เกี่ยวข้องกับสินสมรส  หนี้ที่เกิดจารการงานที่สามีภรรยาทำร่วมกันและหนี้ที่สามีหรือภ รรยาก่อให้เกิดเพื่อประโยชน์ตนฝ่ายเดียว  แต่อีกฝ่ายยินยอมและรับรู้ด้วย  4  กรณีนี้สามีภรรยาต้องรับผิดชอบร่วมกัน

คู่ที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส  
      การจัดการทรัพย์สินมีข้อแตกต่าง  คือ  ในแง่กฎหมายเพราะกฎหมายจะถือว่าคู่ที่อยู่กินกันโดยไม่จดทะเบีย นสมรสไม่เป็นคู่สมรสต่อกัน
บุตรที่เกิดมาเป็นของฝ่ายหญิงฝ่ายเดียว  และการอยู่ด้วยกันไม่มีผลให้เกิดสินส่วนตัวและสินสมรส  แต่ในแง่ปฏิบัติ  เพื่อความเป็นธรรมและเพื่อป้องกันความแตกแยกในครอบครัว  กฎหมายจึงถือให้ทรัพย์สินที่ฝ่ายชาย และหญิงลงทุนร่วมแรงทำมาหาได้ร่วมกันระหว่างที่อยู่กินด้วยกันเ ป็นทรัพย์สินรวม  ชายและหญิงเป็นเจ้าของร่วมกันและมีสิทธิ์ในทรัพย์สินคนละครึ่ง การลงทุนร่วมแรงโดยหลักหมายถึงการที่ชายและหญิงร่วมกันทำการค้า หรือดำเนินกิจการโดยเฉพาะเจาะจงแล้วได้ทรัพย์สินมา  และในกรณีที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอยู่บ้านช่วยดูแลบ้าน  และครอบครัวโดยอีกฝ่ายเป็นผู้ทำการค้าก็ถือว่าร่วมแรงทำมาหากิน เช่นกัน  ในทางกลับกันถ้าทรัพย์สินต่างคนต่างทำมาหาได้แยกกันหรือเป็นมรด กที่ได้รับมาจะถือเป็นสิทธิของฝ่ายนั้นผู้เดียว  อีกฝ่ายไม่มีส่วนแบ่งรวมทั้งไม่สามารถฟ้องขอแบ่งทรัพย์ได้

การทำพินัยกรรม
      ถ้าทำพินัยกรรมสินส่วนตัวสามารถยกให้ใครก็ได้ตามความพอใจ  แต่กับสินสมรส  เนื่องจากสามีและภรรยามีสิทธิเป็นเจ้าของสินสมรสร่วมกันคนละครึ ่ง  จึงไม่มีอำนาจทำพินัยกรรมยกสินสมรสเกินกว่าส่วนของตัวเองให้แก่ บุคคลอื่น  ถ้าทำไปพินัยกรรมนั้นจะสมบูรณ์เฉพาะส่วนของตัวเองเท่านั้น

ขอขอบคุณ ข้อมูล จาก http://www.weddingsquare.com

 

ยิ่งเล่น ยิ่งค้นพบ
Back to Top
sophire View Drop Down
Special Member
Special Member
Avatar

Joined: 04 ก.พ. 2008
Location: Thailand
Posts: 23351
Post Options Post Options   Quote sophire Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 19 ส.ค. 2009 at 08:51

ประเด็นอยู่ที่ว่า ก่อนการสมรส คุณกับสามีได้ร่วมกันทำมาหาได้ทรัพย์สิน คือ รถ กับ บ้านหรือไม่?

เช่น ถ้าคุณกับสามีได้ช่วยกันผ่อนชำระมาตลอด มีเจตนาเป็นเจ้าของร่วมกัน ทรัพย์สินที่ได้มานั้นจึงเป็นกรรมสิทธิ์รวม

คุณและสามี มีส่วนในทรัพย์นั้นคนละกึ่งหนึ่งค่ะ...

<a href="http://daisypath.com">[IMG]http://davf.daisypath.com/nRRYp7.png" /
Back to Top
februarywoman View Drop Down
Newbie
Newbie
Avatar

Joined: 07 ส.ค. 2009
Location: Thailand
Posts: 19
Post Options Post Options   Quote februarywoman Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 19 ส.ค. 2009 at 09:40
ไอ้ที่ว่าจัดการทรัพย์สินอ่ะค่ะที่พี่dboyบอก  ตรงที่ว่า

สินสมรส  แบ่งเป็น 3  ประเภท 
1.   ทรัพย์ที่คู่สมรสได้มาระหว่างสมรส  เช่น  เงินเดือน  โบนัส 
2.   ทรัพย์สินที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้มาโดยพินัยกรรม  โดยระบุว่าให้เป็นสินสมรส
3.   ทรัพย์สินที่เป็นกำไรสุทธิ  หรือดอกผลของสินส่วนตัว

     สิทธิการจัดการทรัพย์สิน  กฎหมายถือให้ผู้เป็นเจ้าของมีอ ำนาจจัดการทรัพย์สินส่วนตัวได้โด ยลำพัง   สำหรับสินสมรส  ถือเป็นทรัพย์สินร่วมกันคนละครึ่ง  จึงให้สองฝ่ายจัดการร ่วมกัน

     ในข้อ 1
ทรัพย์ที่คู่สมรสได้มาระหว่างสมรส  เช่น  เงินเดือน  โบนัส หมายความว่าตอนที่จะหย่านี่ ต้องแบ่งเงินเดือนและโบนัสด้วยเหรอคะพี่ จำเป็นมั้ยที่จะต้องแบ่งทรัพย์สินกัน ทุกกรณีที่หย่ากันต้องแบ่งทรัพย์สินกันใช่มั้ยคะ

     รบกวนตอบอีกทีค่ะ


Back to Top
PnPnnaja View Drop Down
Newbie
Newbie
Avatar

Joined: 21 ก.ย. 2009
Location: Thailand
Posts: 18
Post Options Post Options   Quote PnPnnaja Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 26 ก.ย. 2009 at 19:22
อ้อ..เป็นคุณนี่เอง...คุณหนิง   จะไปแย่งเขาอีกรึ
Back to Top
 Post Reply Post Reply




LadySquare.com

Recommened Page


SiamFitness.com


BabyFancy.com


WeddingSquare.com


VoucherThai.com


DiaryLove.com


Ladyinter.com

การแสดงความคิดเห็น (Comments)

  • ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับ LadySquare
    และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
  • LadySquare ขอสงวนสิทธิ์ ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น

ข้อควรปฏิบัติในการเข้าร่วมแสดงความคิดเห็น

  • ห้ามเสนอข้อความหรือเนื้อหาอันเป็นการวิพากษ์วิจารณ์ หรือพาดพิงสถาบันพระมหากษัตริย์ และราชวงศ์ เป็นอันขาด
  • ห้ามเสนอข้อความหรือเนื้อหาที่ส่อไปในทางหยาบคาย ก้าวร้าว เกินกว่าที่บรรทัดฐานของสังคมจะยอมรับได้
  • ห้ามเสนอข้อความหรือเนื้อหาที่ส่อไปในทางลามก อนาจาร
  • ห้ามเสนอข้อความอันมีเจตนาใส่ความบุคคลอื่น ให้ได้รับการดูหมิ่นเกลียดชัง โดยไม่มีแหล่งที่มาของ ข้อมูลอ้างอิงที่ชัดเจน
  • ห้ามเสนอข้อความอันเป็นการท้าทาย ชักชวน โดยมีเจตนาก่อให้เกิดการทะเลาะวิวาท หรือก่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้น โดยมูลแห่งความขัดแย้ง ดังกล่าวไม่ใช่การแสดงความคิดเห็น โดยเสรีเช่นวิญญูชนพึงกระทำ
  • ห้ามเสนอข้อความกล่าวโจมตี หรือวิพากษ์วิจารณ์ในทางเสียหายต่อ ศาสนา หรือคำสอนของศาสนาใดๆ ทุกศาสนา
  • ห้ามใช้นามแฝงอันเป็นชื่อจริงของผู้อื่น โดยมีเจตนาทำ ให้สาธารณะชนเข้าใจผิดและเจ้าของชื่อผู้นั้นได้รับความเสียหาย หรือเสื่อมเสียชื่อเสียง
  • ห้ามเสนอข้อความอันอาจเป็นเหตุให้เกิดความขัดแย้งขึ้น ในระหว่างสถาบันการศึกษา หรือระหว่างสังคมใดๆ
  • ห้ามเสนอข้อมูลส่วนตัวของผู้อื่น เช่น email address หรือหมายเลขโทรศัพท์ โดยมีเจตนากลั่นแกล้งให้ผู้อื่นได้รับ ความเดือดร้อนรำคาญ ห้ามเสนอข้อความ หรือเนื้อหาอันเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้อง กับสิ่งผิดกฎหมาย หรือศีลธรรมอันดีของสังคม




This page was generated in 0.082 seconds.