LadySquare.com Homepage
Forum Home Forum Home > Ladysquare Plaza > ร้าน Groofy
  New Posts New Posts RSS Feed: Beauty Tips เทคนิคดีดีจากครูกรุ๊ฟ
  FAQ FAQ  Forum Search   Calendar   Register Register  Login Login

Beauty Tips เทคนิคดีดีจากครูกรุ๊ฟ

Page  <123
Author
Message
  Topic Search Topic Search  Topic Options Topic Options
groof View Drop Down
Special Member
Special Member
Avatar

Joined: 24 ม.ค. 2006
Location: Thailand
Posts: 29902
Post Options Post Options   Quote groof Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Topic: Beauty Tips เทคนิคดีดีจากครูกรุ๊ฟ
    Posted: 29 ส.ค. 2009 at 21:59

ผลิตภัณฑ์ของ Dior ได้มีการแบ่ง Eyeshadow ออกเป็น 5 สี 5 เนื้อสัมผัส และ 5 การใช้งาน ในพาเลท 5 Couleurs Designer Eyeshadow ดังนี้ค่ะ

มาดู 5 เนื้อสัมผัสที่แตกต่าง 5 หน้าที่กันค่ะ

Base เนื้อครีมสีอ่อน สำหรับรองผิวบนเปลือกตาลงสีง่ายๆ ด้วยปลายนิ้วให้ทั่วทั้งเปลือกตา

Colour เป็นเนื้อแป้งสีหลักของตลับ มีประกายล้อแสงไล้ที่เปลือกตา แต่ไม่ออกนอกรอยพับตา

Shadow  เป็นเนื้อซาติน เนื้อนุ่มเนียน ไว้สำหรับไล้ทับบริเวณหางตา เกลี่ยเข้าไปสู่กึ่งกลางหางตา

Shine เป็นเนื้ออายแชโดว์ที่มีความระยิบของกลิตเตอร์เป็นพิเศษ เพื่อทำไฮไลท์ และเติมความระยิบที่กลางตา หรือทั่วทั้งเปลือกตา

Liner เป็นเนื้อครีมสีเข้มที่สุดในตลับ ลักษณะเนื้อ matteใช้สำหรับเขียนขอบตาเพื่อเพิ่มความคมเข้ม

 

 

[IMG]http://www.ladysquare.com/uploads/groof/2007-01-09_100749_Groofy.gif">
คิดถึงกรุ๊ฟกะพี่เจี๊ยบกดที่นี้

Back to Top
groof View Drop Down
Special Member
Special Member
Avatar

Joined: 24 ม.ค. 2006
Location: Thailand
Posts: 29902
Post Options Post Options   Quote groof Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 03 พ.ย. 2009 at 22:36
วิธีใช้เครื่องสำอางค์ให้คุ้มจนหยดสุดท้าย จาก cleo ค่ะ
1. บรัชออนใกล้หมดหรือแตกเป็นเสี่ยงๆ เทส่วนที่เหลือใส่กระดาษทิชชู่ แล้วใช้อีกแผ่นทับลงไปแล้วกดให้เป็นผงละเอียด เทเก็บใส่ไว้ในตลับ (ถ้าเป็นกล่องฟิล์มจะดีมากค่ะ แต่คงหายากแล้วเนอะ) หาตลับที่ฝาปิดแรงดันอากาศ แล้วไว้ใช้แปรงปัด หรือไว้ผสมกับแป้งฝุ่นปัดหน้าก้อจะได้หน้าขาวอมชมพู อมส้มนะค่ะ
2. รองพื้นแค่ก้นขวด ให้เติมโลชั่นทาหน้าลงไปในขวดรองพื้นคนให้เข้ากัน จะได้รองพื้นเนื้อบางเบาใช้ง่ายสุดๆ เลย
3. ลิปสติกแท่งกุด  รวมรวมมาหลายๆ แท่ง แล้วนำมาใส่ในตลับพลาสติก ทำเป็นพาเลตลิปหลากสี เลือกพลาสติกที่ทนความร้อนนะค่ะ วางลิปแต่ละสีในแต่ละชั้น แล้วนำเข้าไมโครเวฟ อุ่นไฟอ่อนๆ ให้ลิปสติกอ่อนตัวไปตามรูปภาชนะ
4. ลิปกรอสที่เหลือขอบตลับ เอาวาสลีนมาผสมกับลิปกรอสที่เหลือให้เป็นเนื้อเดียวกัน ก้อยังสามารถใช้ต่อได้นะค่ะ
[IMG]http://www.ladysquare.com/uploads/groof/2007-01-09_100749_Groofy.gif">
คิดถึงกรุ๊ฟกะพี่เจี๊ยบกดที่นี้

Back to Top
groof View Drop Down
Special Member
Special Member
Avatar

Joined: 24 ม.ค. 2006
Location: Thailand
Posts: 29902
Post Options Post Options   Quote groof Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 25 ธ.ค. 2009 at 15:11
วิธีการแต่งหน้าแต่ละขั้นตอน ได้ภาพสวยๆ จาก lunasol ค่ะ

1.  ลงเบสให้ทั่ว แต้ม 5 จุด หน้าผาก แก้ม 2 ข้าง จมูก คาง ใช้นิ้วกลางเกลี่ยนให้ทั่วใบหน้า


2. ใช้พัฟเกลี่ยในจุดที่แคบๆ เช่น ใต้ตา ข้างจมูก ขอบปาก และลงรองพื้นให้ทั่ว ใช้พัฟฟองน้ำช่วยเกลี่ยจะทำให้ลงรองพื้นได้เบาบาง

3. ใช้พัฟฟองน้ำค่อยๆ กดรองพื้นให้จมไปกับผิวอย่างเบามือ เป็นการซับความมันออกไประดับหนึ่งค่ะ

4. แต้มคอนซีลเลอร์ใต้ตา ริ้วรอย  และแต้มตามจุดด่างดำต่างๆ จากนั้นใช้นิ้วค่อยๆ กดและเกลี่ยนให้เนียนเสมอกัน

5. ลงแป้งฝุ่น ใช้แปรงปัดแป้งจะทำให้ได้ใบหน้าที่เบาบางกว่าการใช้พัฟ


[IMG]http://www.ladysquare.com/uploads/groof/2007-01-09_100749_Groofy.gif">
คิดถึงกรุ๊ฟกะพี่เจี๊ยบกดที่นี้

Back to Top
groof View Drop Down
Special Member
Special Member
Avatar

Joined: 24 ม.ค. 2006
Location: Thailand
Posts: 29902
Post Options Post Options   Quote groof Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 25 ก.พ. 2010 at 16:45
เอาคลิปสอนแต่งตาสวยๆ มาฝากค่ะ




Edited by groof - 25 ก.พ. 2010 at 16:49
[IMG]http://www.ladysquare.com/uploads/groof/2007-01-09_100749_Groofy.gif">
คิดถึงกรุ๊ฟกะพี่เจี๊ยบกดที่นี้

Back to Top
groof View Drop Down
Special Member
Special Member
Avatar

Joined: 24 ม.ค. 2006
Location: Thailand
Posts: 29902
Post Options Post Options   Quote groof Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 18 มี.ค. 2010 at 14:22
สำหรับสาวๆ ตา 2 ชั้นหลบใน วันนี้มีคลิปสอนแต่งตาให้ค่ะ ไปชมกันเลย


















[IMG]http://www.ladysquare.com/uploads/groof/2007-01-09_100749_Groofy.gif">
คิดถึงกรุ๊ฟกะพี่เจี๊ยบกดที่นี้

Back to Top
groof View Drop Down
Special Member
Special Member
Avatar

Joined: 24 ม.ค. 2006
Location: Thailand
Posts: 29902
Post Options Post Options   Quote groof Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 21 มิ.ย. 2010 at 23:26
วันนี้จะมาบอกเทคนิคการแต่งหน้าให้ติดทนนานมากขึ้นค่ะ
เทคนิคการแต่งหน้าให้ติดทนนาน

เทคนิครองพื้นละการเลือกรองพื้นให้ติดทนนาน

1. ควรลงรองพื้นหลังจากที่ทาพวก Skin Care แล้วประมาณ 10 นาที เพื่อให้ครีมบำรุงซึมลงไปในผิวก่อนที่จะลงรองพื้น

2. เมื่อลงรองพื้นให้ใช้แป้งฝุ่นทาทับเพื่อซับความมัน และระหว่างวันให้ใช้แป้งแบบ compact หรือแป้งอัดแข็งไม่ผสมรองพื้นเพื่อทำการ Touch-up ระหว่างวันค่ะ

3. ระหว่างวันถ้าหน้ามัน ให้ใช้กระดาษเช็ดหน้า (หรือทิชชู่สำหรับเช็ดหน้า) จะดีกว่าการใช้กระดาษซับมันนะค่ะ จะทำให้แป้งหลุดน้อยกว่าค่ะ

4. เทคนิคในการเลือกสีรองพื้น ให้เลือกสีเดียวกับสีผิว โดยลองที่ตรงกรอบหน้าระหว่างหน้าและคอ หากไม่แน่ใจว่าจะเลือกสีไหน ให้เลือกสีที่อ่อนกว่า เพราะสามารถใช้แป้งฝุ่นสีเข้มทาทับ เพราะแป้งสามารถหลุดระหว่างวันขณะที่รองพื้นจะยังคงอยู่ ถ้าแป้งหลุด เราก้อยังมีรองพื้น หากเลือกสีรองพื้นเข้มกว่าจะทำให้หน้าแลดูหมองระหว่างวันได้ค่ะ

5. ใช้พวก base หรือ primer ช่วย ลงก่อนที่จะลงรองพื้นจะทำให้รองพื้นติดทนนานขึ้นค่ะ

เทคนิคแต่งตาให้ติดทนนาน

1. ลงรองพื้นและแป้งฝุ่น ก่อนจะลงอายแชโดว์ก็จะช่วยทำให้เห็นสีชัดและติดทนนานขึ้นค่ะ

2. แต่ถ้าใช้เป็นพวก eye base หรือ eye primer ให้ลงหลังรองพื้นโดยไม่ต้องทาแป้งฝุ่นค่ะ จะช่วยให้อายแชโดวติดทนนานยิ่งขึ้นเช่นกัน

3. ต้องใช้ Eye Remover สำหรับล้างทำความสะอาดสำหรับดวงตาโดยเฉพาะนะค่ะ

4. Liquid Liner จะติดทนนานกว่าแบบดินสอถึง 4 เท่าค่ะ

5. ไม่ต้องกลัวจะแพนด้าอีกต่อไป เวลาลงพวก Eye Liner แบบดินสอ ให้หาพวกอายแชโดว์ทับ จะช่วยลดความมันได้ค่ะ

เทคนิคทาลิปสติกให้ติดทนนาน

1. ทารองพื้นก่อนทาลิปสติกก็จะช่วยให้ติดทนนานเช่นกันค่ะ หรือจะใช้เป็น Lip Concealer ลงก่อน

2. ใช้ดินสอเขียนขอบปากวาดรูปปากก่อน เพื่อให้เห็นรูปปากได้ชัด เด่นขึ้น และเพื่อแก้ไขรูปปาก และหากลิปสติกหลุด ก็ยังคงมีสีของดินสอเขียนขอบปาก ทำให้แลดูมีสีสันติดทนค่ะ

3. หลังจากลงรองพื้น วาดขอบปาก แล้วใช้แป้งฝุ่นแตะๆ ก่อนทาลิปสติก จะยิ่งทำให้สีติดทนนานขึ้นค่ะ


[IMG]http://www.ladysquare.com/uploads/groof/2007-01-09_100749_Groofy.gif">
คิดถึงกรุ๊ฟกะพี่เจี๊ยบกดที่นี้

Back to Top
groof View Drop Down
Special Member
Special Member
Avatar

Joined: 24 ม.ค. 2006
Location: Thailand
Posts: 29902
Post Options Post Options   Quote groof Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 21 มิ.ย. 2010 at 23:41
ก่อนจะไปเรื่องโครงสร้างเส้นผม มาดูใต้ผิวหนังกันว่ามีอะไรบ้าง




ผิวหนังคนเรามี 3 ชั้นค่ะ

ชั้นแรก ชั้นหนังกำพร้า
Epidermis จะหนาประมาณ 1 มม. นอกจากบางแห่งเช่นฝ่ามือฝ่าเท้าที่ต้องมีการเสียดสีบ่อยๆ ก้ออาจจะหนาถึง 1.5 มม.ได้ แบบนี้ใครว่า หน้าหนา เถียงๆๆ ไม่หนาเท่ามือกะเท้านะ 555

ชั้น นี้ ถ้าจะให้ดูแลเน้นกันจริงๆ ก้อคงเป็นเรื่องของการผลัดเซลล์ผิวค่ะ จะมีการผลัดทุก 28-30 วัน ก้อดูแลกัน ให้เซลล์เก่าอย่าค้างไว้ เซลล์ใหม่ขึ้นมาอย่างสวยงาม แค่นี้เอง ฟังดูง่ายชิมิ แต่ก้อไม่ง่ายนะ ถ้าเราดูแลให้มีการผลัดเซลล์ผิวเราก้อจะดูสดใส หน้าใสไม่หมองคล้ำ

ชั้นที่สอง ชั้นหนังแท้ Dermis  ชั้นนี้ถัดมาสำคัญสุดๆๆ เพราะว่าจะตอบโจทย์เลยว่าคนเราจะเหี่ยวจะตึง ก้อชั้นนี้แหล่ะ เพราะจะประกอบด้วย ต่อมเหงื่อ ต่อมไขมัน รูขมุขน  เส้นประสาท   และยังเป็นที่อยู่ของ คอลลาเจน (collagen)  อีลาสติน (elastin) และกรดไฮยารูโลนิก (hyarulonic acid)

ชั้นสุดท้าย ชั้นไขมัน Hypodermis  เป็นเซลล์ไขมัน ทำหน้าที่กักเก็บพลังงานความหลอด มีเส้นเลือด ฝอย และกล้ามเนื้อ  ช่วยดูดซับแรงกระแทกจากภายนอกและอวัยวะภายใน
[IMG]http://www.ladysquare.com/uploads/groof/2007-01-09_100749_Groofy.gif">
คิดถึงกรุ๊ฟกะพี่เจี๊ยบกดที่นี้

Back to Top
groof View Drop Down
Special Member
Special Member
Avatar

Joined: 24 ม.ค. 2006
Location: Thailand
Posts: 29902
Post Options Post Options   Quote groof Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 21 มิ.ย. 2010 at 23:42
จะไม่ลงลึกเรื่องของหน้าที่ต่างๆ ของส่วนต่างๆ ในแง่ของผิวหนังนะ เพราะว่าอยากเน้นเรื่องโครงสร้างเส้นผม 

มาดูภาพในมุมของโครงสร้างเส้นผมบ้าง



ภาพที่เห็นก็คือ รูขุมขน ซึ่งเปรียบเสมือน "บ้านของเส้นผม"

มาเริ่มจากส่วนที่สำคัญที่สุด คือ กระเปาะรากผม หรือ โคนของเซลล์รากผม ถือว่าเป็นจุดกำเนิดของเส้นผม เหมือนโรงงานผลิตเส้นผม ซึ่งในส่วนนี้จะมีการผลิตเซลล์ผมที่เรียกว่า เคราติน คือโปรตีน 19 ชนิดที่ถูกสกัดขึ้นมา พูดง่ายๆว่า เส้นผมก็คือ โปรตีนนั่นเอง เด่วเพื่อนๆ จะเห็นชัดๆ ว่าหน้าตาของเส้นผมมันคือโปรตีนยังไง ตอนเจาะลึกเข้าไปในเส้นผมนะ มาถึงตรงนี้ โปรตีนที่เรากิน เราใช้ในผลิตภัณฑ์ผมก็มีส่วนสำคัญนะ

อาหารผมจะมายังไง ก็ถูกลำเลียงมากับ เส้นเลือดฝอยสีแดง โดยจะลำเลียงอาหารของผมมา ได้แก่ แร่ธาตุและวิตามินต่างๆ ส่วน เส้นเลือดฝอยสีดำ (ในภาพคือสีน้ำเงิน) จะทำหน้าที่ขับถ่ายเลือดเสียไปฟอกที่ปอดให้กลายเป็นเลือดดีที่มีอาหารแล้วค่อยกลับมาเลี้ยงเส้นผมต่ออีก

กล้ามเนื้อนอก จากจะสร้างความยืดหยุ่นและยึดเส้นผมให้ติดกับหนังศีรษะแล้ว ยังทำงานร่วมกับต่อมเหงื่อด้วย เวลาที่อากาศร้อน กล้ามเนื้อจะทำให้รูขุมขนเปิด เพื่อขับเหงื่อออกมาช่วยปรับอุณภูมิร่างกาย ส่วนเวลาอากาศเย็นหรือตกใจ ก้อจะทำให้รูขุมขนปิด หรือเกิดอาการที่เรียกว่า ขนหัวลุกนั่นเอง บรื้อๆ

ต่อมไขมัน ทำหน้าที่ผลิตไขมัน น้ำมันมาหล่อเลี้ยงเส้นผมทำให้เส้นผมมีความชุ่มชื้น เงางาม แต่ถ้ามากไปก็จะทำให้ผมมัน ผมร่วง และบางทีไปเกาะกับพวกขี้ไคลหรือเซลล์เก่ามาก ทำให้เกิดรังแคได้จ้า
[IMG]http://www.ladysquare.com/uploads/groof/2007-01-09_100749_Groofy.gif">
คิดถึงกรุ๊ฟกะพี่เจี๊ยบกดที่นี้

Back to Top
groof View Drop Down
Special Member
Special Member
Avatar

Joined: 24 ม.ค. 2006
Location: Thailand
Posts: 29902
Post Options Post Options   Quote groof Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 21 มิ.ย. 2010 at 23:42
มาดูในเส้นผมกันค่ะ อย่างที่เคยบอก เส้นผมก้อคือเคราติน เคราตินที่ว่าก้อคือ โปรตีนสกัด 19 ชนิด มาประกอบเป็นเส้นผม เกลียวเคราติน
ดูจากภาพประกอบนะ (ก) เกลียวเคราติน จะมีเกลียวแอลฟา 3 เส้น (น้ำเงิน เขียว แดง) มาพันกันเป็นเกลียว เรียกว่า "Protofibril"  ซึ่งมีกำมะถันเป็นส่วนประกอบ แล้ว Protofibrils 11 หน่วย ภาพ (ข) รวมกันเป็นมัดเล็กๆ เรียกว่า "Micorfibrils" โดยจะมี 9 หน่วยล้อมรอบ 2 หน่วยอยู่ตรงกลาง


 
อย่าง ที่บอกว่า การเกาะตัวกันของเกลียวเคราติน จะต้องมีกรดเกลือ ไฮโดรเยน และกำมะถันเป็นส่วนช่วยทำให้เกิดการยึดเหนี่ยวกันของเกลียวเคราตินแต่ละเส้น และแต่งละห่วงโซ่ ดังนั้นเวลาเราทำดัดผม หรือยืดผม เราจะไปทำการเปลี่ยนแปลงแขนกำมะถันที่ทำการยึดเกลียวให้มีการแตกตัว เพื่อจะเปลี่ยนแปลงรูปร่างของเส้นผม ช่วงที่เส้นผมมีการแตกตัว จึงจะมีกลิ่นแบบไข่เน่า เหม็นนั่นแหล่ะ ทำให้เป็นคำตอบว่า ต่อให้น้ำยาดีแค่ไหน ตอนขณะทำก้อต้องเหม็น  เพื่อเราจะรู้ว่า ในขณะนั้นเกลียวเคราตินมีการแตกตัว แต่น้ำยาดี จะรู้ตอนที่ทำเสร็จแล้วไม่มีกลิ่นทิ้งค้างไว้Wink

มาดูภาพต่อไป Microfibrils หลายๆ หน่วยรวมกันก้อจะเป็น "Macrofibrils" ในส่วนนี้จะถูกเคลือบด้วย Amorphous Matter ที่มีเมลานินเป็นส่วนประกอบ ทำให้ผมมีเม็ดสี
ดังนั้นเวลาทำสีผม จะเข้าไปทำการเปลี่ยนแปลงเม็ดสีในส่วนของ Macrofibrils




ที่ พูดมาถึงตรงนี้ ก้อเป็นคำตอบว่า ทำไมเวลาเราทำการดัดผม ยืดผม แล้วผมจะมีการถูกทำลายและเสียหายมากกว่าการทำสีผม เพราะว่า การดัดผม ยืดผม ต้องเข้าไปทำในส่วนของเกลียวเคราตินที่อยู่ลึกเข้าไป เพื่อทำการเปลี่ยนแปลงรูปทรง แต่ขณะที่การทำสีผม อยู่แค่เพียงส่วนของ Macrofibrils เพื่อเปลี่ยนแปลงเม็ดสี หรือ เมลานินั่นเอง
[IMG]http://www.ladysquare.com/uploads/groof/2007-01-09_100749_Groofy.gif">
คิดถึงกรุ๊ฟกะพี่เจี๊ยบกดที่นี้

Back to Top
groof View Drop Down
Special Member
Special Member
Avatar

Joined: 24 ม.ค. 2006
Location: Thailand
Posts: 29902
Post Options Post Options   Quote groof Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 21 มิ.ย. 2010 at 23:42
อ่ะ มาถึง เส้นผม กันบ้าง

แล้วจะรู้ว่า ในเส้นผม 1 เส้น จริงๆ ถ้าเราผ่าออกมาดู จะเห็นว่ามีเส้นโปรตีนเป็นเยอะๆๆเลยอ่ะ แต่เราจะแบ่งส่วนของเส้นผมออกเป็น 4 ชั้น (ความรู้เดิม หรือตามหลักวิชาการจะแบ่งออกเป็น 3 ชั้นนะ) แต่ในแง่ของ L'oreal จะแบ่งเป็น 4 ชั้น เพราะเพิ่มชั้นแรกเข้ามา ให้ความสำคัญกับชั้นแรกด้วย



1. ผิวผม Surface ผิวผมจะเป็นเหมือนแผ่นฟิล์มบางๆที่เคลือบเส้นผมด้านนอกสุดไว้ให้แลดูเงางาม ทำให้เกิดพวกผลิตภัณฑ์ที่ฉีดเข้าไปแล้วให้ผมเงาๆ แต่ไม่ได้ช่วยบำรุงอะไรนะ แต่พอเห็นแล้วมันเงาเลยไง

2. เกล็ดผม Cuticle เป็นการจัดเรียงตัวของเซลล์ผมในแนวราบซ้อนทับกันลงมา 3-10 ชั้น คล้ายๆ เกล็ดปลา มีลักษณะโปร่งแสง และไม่มีสี ทำหน้าที่ในการปกป้องเนื้อผม เป็นเกราะป้องกันสารเคมีชีวภาพและมลภาวะภายนอก ส่วนนี้จึงมีความสำคัญมากทั้งการจะทำเคมีกับผม และการดูแลรักษา เพราะว่าถ้าเกล็ดผมถูกทำลายจะไม่สามารถซ่อมแซมได้ทำให้ผมเปราะและหักง่าย  ในเกล็ดผมจะมีการเชื่อมต่อกันด้วย Intercellular Cement จำตรงนี้ไว้ เพราะว่า ถ้าอยากจะบำรุงเกล็ดผมต้องหาผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเพิ่ม Cement นี้Wink

อย่างที่บอกว่า เป็นการเรียนตัวทับกันลงมา ดังนั้นเวลานวดผมให้ทำการนวดผมลงมานะ อย่าย้อนขึ้นไป จะทำให้ขูดเกล็ดผมได้


3. เนื้อผม Cortex
ส่วนนี้ก้อคือส่วนที่สำคัญที่สุด จะมีเคราตินเป็นส่วนประกอบ ก็คือ Macrofibrills นั่นเอง มี 90% ของเส้นผม เป็นส่วนที่บอกว่าเราจะสีผมอะไร ผมจะตรง หรือจะดัด



4. แกนผม Medula อยู่ในสุดของเส้นผม แต่ส่วนนี้ ไม่ใช่ว่าผมทุกเส้นจะมี ถ้าผมเส้นไหนเล็กมากๆ จะไม่มีแกนผม จะมีในเส้นผมที่เส้นใหญ่และแข็งแรงมากๆ แต่ส่วนนี้ไม่ได้มีความสำคัญมากนัก ถ้ามีก้อทำให้ผมแข็งแรง แต่ถ้าไม่มีก็อไม่เป็นไร
[IMG]http://www.ladysquare.com/uploads/groof/2007-01-09_100749_Groofy.gif">
คิดถึงกรุ๊ฟกะพี่เจี๊ยบกดที่นี้

Back to Top
groof View Drop Down
Special Member
Special Member
Avatar

Joined: 24 ม.ค. 2006
Location: Thailand
Posts: 29902
Post Options Post Options   Quote groof Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 21 มิ.ย. 2010 at 23:42
มาถึงเรื่องสำคัญของคนที่มีปัญหาผมร่วง นั้นคือ อายุของเส้นผม หรือ วัฐจักรของเส้นผม



จะแบ่งวงจรชีวิตของเส้นผมออกเป็น 3 ช่วง
1. ช่วงอนาเจน Anagen Phase  เป็นระยะเวลาตั้งแต่เซลล์ผมเกิดใหม่จนกระทั่งดันเส้นผมเก่าออกมาจากรูขุมขน ระยะนี้ผมจะมีอายุประมาณ 3-5 ปี

ดังนั้นเฉลี่ยแล้วผม 1 เส้นมีอายุ 4 ปี และใน 1 รูขุมขนจะสามารถมีผมเกิดใหม่ได้ 25 ครั้ง/1 รูขุมขน

นี่ ไงสำคัญ ตรงที่ว่า ถ้าเราดึงผมหรือผมร่วงจนครบ 25 ครั้งแล้ว รูขุมขนจะทำการปิดสนิทแล้วจะไม่มีผมเกิดใหม่อีกเลย ดังนั้น อย่าดึงผมคัน อย่าถอนผมหงอก และต้องดูแลอย่าให้ผมร่วงผิดปกติ (เพราะปกติผมคนเราจะร่วงวันละไม่เกิน 50-100 เส้น)

และเส้นผมจะมีความยาวขึ้นเฉลี่ย 1-1.5 cm. ต่อ 1 เดือน

2. ช่วงคาตาเจน Catagen Phase
  ก็จะเป็นช่วงต่อจากอนาเจน เส้นผมหลุดออกมาจากกระเปาะผม การผลิตเซลล์ใหม่จะช้าลง จนท้ายสุดหยุดลงช่วงเวลา 3-4 สัปดาห์ เรียกว่าเป็นผมช่วงหยุดการเจริญเติมโต

3. ช่วงเทโลเจน Telogen Phase ช่วงนี้รูขมุขนจะเกิดการหดตัว เส้นผมเก่าจะค่อยๆขยับสูงขึ้นเรื่อยๆ จนโผล่พ้นผิวหนัง ในขณะที่รูขุมขนเดิมก็จะทำการสร้างเซลล์รากผมใหม่เกิดขึ้น ช่วงนี้จะใช้เวลา 3-4 เดือน

ในศีรษะของเรา จะมีผมประมาณ 100,000-150.000 เส้น โดย 93% จะเป็นผมช่วงอนาเจน ,6% จะเป็นผมช่วงเทโลเจน และ 1% จะเป็นผมช่วยคาตาเจน
[IMG]http://www.ladysquare.com/uploads/groof/2007-01-09_100749_Groofy.gif">
คิดถึงกรุ๊ฟกะพี่เจี๊ยบกดที่นี้

Back to Top
groof View Drop Down
Special Member
Special Member
Avatar

Joined: 24 ม.ค. 2006
Location: Thailand
Posts: 29902
Post Options Post Options   Quote groof Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 21 มิ.ย. 2010 at 23:43
มาถึงเรื่อง ผมร่วง อย่างที่บอกไปว่า ผมคนเราต้องร่วงเป็นเรื่องปกติ เฉลี่ย 50-100 เส้นต่อวัน ถ้าดูแล้วมันเกิน 100 เส้น นั้นแสดงว่า ผิดปกติ แต่อ่ะนะ จะมานั่งนับกัน ก้อขอให้นอกจากปริมาณที่ร่วง กับระยะเวลามันสัมพันธ์กันก้อไม่ทำให้เกิดปัญหา

ปัญหาผมร่วง ต้องดูว่า เป็นแบบชั่วคราว หรือ ถาวร

ผมร่วงแบบชั่วคราว
เกิด จากความเครียดในจิตใจ ทำให้เกิดการหลั่งฮอร์โมนผิดปกติ คามเครียดจากทางร่างกาย มีการผ่าตัด ไข้สูง หรือมีการเสียเลือดมากกว่าปกติ หรือมีการใช้ยารักษาโรค รวมทั้งช่วงภาวะขาดแร่ธาตุที่จำเป็น เช่น แคลเซียม แมงกานีส สังกะสี และเหล็ก หรือบางทีช่วงคุณแม่ตั้งครรภ์ก็ทำให้ผมร่วงได้นะ

ถ้ามีสาเหตุที่ว่าก็มิต้องกังวล พอพ้นช่วงนั้นก็จะกลับมาสู่ภาวะปกติจ้า

แต่ถ้า ผมร่วงแบบถาวร
สาเหตุ เกิดจากการเสื่อมถอยของหนังศีรษะ หนังศีรษะมีแบคทีเรีย ติดเชื้อ หรืเกิดจากระบบภูมิคุ้มกันผิดปกติ เช่น คนหัวล้าน เกิดจากฮอร์โมนเพศชาย ที่เรียกว่า แอนโดรเจน และ เทสโทสเทอโรน ไปกระตุ้นทำให้เกิดการหลุดร่วงของตุ่มผม และยังไปทำให้วงจรชีวิตของเส้นผมสั้นลง จากเดิมที่เฉลี่ยอายุ 4 ปี เหลือไม่กี่เดือน และอย่างที่บอกว่า 1 รูขุมขนจะเกิดใหม่ได้ 25 เส้น ถ้าหลุดเร็ว ก็จะทำให้เกิดศีรษะล้านก่อนวัยอันควร

ถ้าตามหลักทั่วๆไป ในการดูแลรักษาไม่ให้ผมร่วงง่าย ก้อทั่วๆไป กินอาหารที่มีแร่ธาตุที่สำคัญ แต่น้อยนักที่จะมีใครมาคิดว่า กินไข่กับข้าวซ้อมมือนะ ผมจะได้ไม่ร่วง  ออกกำลังกายนะผมจะได้สวยๆ เราว่านะมันก้อเบสิกในการดูแลตัวเองในเรื่องสุขภาพ ไม่ใช่แค่เรื่องผม ทุกอย่าง ต้องกินดี อยู่ดี ออกกำลังกายสม่ำเสมอ แต่มันก้อทำยากทั้งๆที่ง่าย เอ๊ะยังไง คือทำไม่ยาก แต่ยากที่จะทำไง เหอ เหอ

เอาเป็นว่า ถ้างั้นก้อหาตัวช่วยไง นั้นก้อคือ ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม

แต่ สำคัญ ไม่อยากหัวล้าน ก็อย่าดึงผม อย่าถอนผมโดยไม่จำเป็นนะ เพราะจำไว้ 1 รูขุมขน ขึ้นได้ 25 ครั้ง และ 1 เส้นมีอายุ 4 ปี เราจะหัวล้านตอนอายุ 100 ปี แต่ถ้าเราถอนก่อนมันหมดอายุขัย นั้นคือ เราหัวล้านก่อนอายุ 100 ปีนั่นเอง อิอิ
[IMG]http://www.ladysquare.com/uploads/groof/2007-01-09_100749_Groofy.gif">
คิดถึงกรุ๊ฟกะพี่เจี๊ยบกดที่นี้

Back to Top
groof View Drop Down
Special Member
Special Member
Avatar

Joined: 24 ม.ค. 2006
Location: Thailand
Posts: 29902
Post Options Post Options   Quote groof Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 21 มิ.ย. 2010 at 23:43
นอกจากเรื่อง ผมร่วง บางคนคงจะมีปัญหาเรื่อง ผมมัน-ผมแห้ง

อย่าง ที่เห็นภาพกันไป ในรูขุมขนจะมีต่อมไขมันติดอยู่ เพื่อทำการผลิตน้ำมัน หรือ sebum เข้าสู่รุขุมขน และต่อมเหงื่อก็จะผลิตเหงื่อ ซึ่งเป็นน้ำ เมื่อน้ำรวมตัวกับน้ำมัน sebum ก็จะเกิดเป็นแผ่นฟิล์มบางๆ เรียกว่า แผ่นฟิล์มไฮโดรลิปิด  เคลือบเส้นผม (แต่ถ้าผิวหน้า จะเรียกว่า surface Lipid) ส่วนผมก็จะไปเคลือบผมทำให้เส้นผมมีความชุ่มชื่น และปกป้องหนังศีรษะ เพราะฉะนั้นจะเกิดการสะสมที่หนังศีรษะ หากเราไม่ทำการสระผม ทำให้บริเวณหนังศีรษะมีน้ำมันมาก และทำให้เกิดการระคายเคืองได้ เป็นสาเหตุว่าทำไมไม่สระผมนานๆ เริ่มคันหัว บางทีทำให้เกิดอาการผมร่วงได้

ตรง กันข้าม หาต่อมน้ำมันผลิตซีบัมออกมาได้จำนวนน้อยมาก หนังศีรษะและเส้นผมจะไม่ได้รับการปกป้อง ไม่มีการหล่อลื่น ทำให้หนังศีรษะแห้งและเกิดอาการระคายเคืองได้เหมือนกัน  ส่วนเส้นผมก็จะเกิดการแห้ง และแตกกระด้าง ปลายก็จะแตก เป็นสาเหตุของอาการที่เรียกว่า "ผมแตกปลาย"

ดังนั้น การสระผมบ่อยโดยไม่จำเป็น ก็จะมีผลทำให้ผมแห้ง (เข้าทางเลย คนขี้เกียจสระผมอย่างเรา ฮี่ฮี่) แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้หลายวันไม่สระ นากจากผมจะร่วง แล้วยัง not smell welcome!! ด้วยนะ 555 ดังนั้นอย่าทำอะไรมากไปน้อยไป หากจำเป็นต้องสระผมทุกวัน เช่นเล่นกีฬา หรืออากาศที่ร้อน ก็ควรเลือกแชมพูที่อ่อนโยนต่อหนังศีรษะ ไม่ทำลาย sebum มากเกินไป

และเวลาก่อนทำสีผม (ถ้าไม่ได้ใส่พวกน้ำมันมามาก) ก็สามารถทำสีผมได้เลย ไม่ต้องสระผมก่อนทำสีก้อได้ จะช่วยทำให้มี sebum เคลือบหนังศีรษะไม่ทำให้เราแสบเวลาทำสี แต่ถ้าจำเป็นต้องสระผม ก็อย่าเกาหนังศีรษะ Wink
[IMG]http://www.ladysquare.com/uploads/groof/2007-01-09_100749_Groofy.gif">
คิดถึงกรุ๊ฟกะพี่เจี๊ยบกดที่นี้

Back to Top
groof View Drop Down
Special Member
Special Member
Avatar

Joined: 24 ม.ค. 2006
Location: Thailand
Posts: 29902
Post Options Post Options   Quote groof Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 21 มิ.ย. 2010 at 23:43
มาถึงปัญหาคนที่เป็น รังแค กันบ้าง



รังแค เกิดจากเซลล์หนังกำพร้าจะเกิดใหม่ ทำให้เซลล์เก่าหลุดร่วงไป จะมี 2 ชนิด
รังแคแห้ง คือ พิไตริอาซิสซิมแทรค จะเป็นเกล็ดๆ สีเทาหรือสีน้ำตาล
รังแคเปียก คือ สเตียตอลด์ พิไตริอาซิส มีลักษณะเป็นเกล็ดเยิ้มด้วยน้ำมันติดอยู่กับหนังศีรษะ เหมือนเคลือบหนังศีรษะไว้

ทั้ง 2 แบบจะทำให้เกิดอการคัน สาเหตุของรังแคยังหาข้อยุติไม่ได้ว่าทำไมบางคนถึงเกิด จริงๆ ทุกคนมีรังแคนะ แต่พอเป็นแบบเปียก ก็จะไม่สร้างปัญหามาก นอกจากคันแล้วเกาทำให้เป็นแผล แต่ที่จะเห็นเป็นปัญหาก็จะเป็นแบบเแห้ง ที่จะออกมาโชว์ทำให้ไม่น่าดู
[IMG]http://www.ladysquare.com/uploads/groof/2007-01-09_100749_Groofy.gif">
คิดถึงกรุ๊ฟกะพี่เจี๊ยบกดที่นี้

Back to Top
groof View Drop Down
Special Member
Special Member
Avatar

Joined: 24 ม.ค. 2006
Location: Thailand
Posts: 29902
Post Options Post Options   Quote groof Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 21 มิ.ย. 2010 at 23:44
เราก้อรู้เรื่องโครงสร้างเส้นผมกันแล้ว มาถึงเรื่อง การเปลี่ยนแปลงเส้นผม

ไม่ว่าจะเรื่อง สีผมที่เปลี่ยนไป ผมหงอก ทำสีผม
หรือเรื่องที่ผมชี้ฟู ผมแห้งกรอบ ผมไร้น้ำหนัก และการไปเปลี่ยนแปลงด้วยเคมี การดัด การยืด

มัน มีสาเหตุ และมีกระบวนการ หากเราเข้าใจ จะทำให้เราปฏิบัติต่อผมได้ถูกวิธี และเลือกกรรมวิธีในการทำผมให้เหมาะกับสภาพเส้นผมเรา รวมทั้งตัวช่างเองก็จะได้เข้าใจมากขึ้นเวลาที่จะทำผมให้ลูกค้า ถ้าเข้าใจจะทำให้เวลาทำผมแล้วไม่ทำให้ผมเสียหายมาก (ยังไงก้อทำร้ายผม แต่ทำยังไงให้ทำร้ายผมน้อยที่สุดไง)
[IMG]http://www.ladysquare.com/uploads/groof/2007-01-09_100749_Groofy.gif">
คิดถึงกรุ๊ฟกะพี่เจี๊ยบกดที่นี้

Back to Top
groof View Drop Down
Special Member
Special Member
Avatar

Joined: 24 ม.ค. 2006
Location: Thailand
Posts: 29902
Post Options Post Options   Quote groof Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 21 มิ.ย. 2010 at 23:44
พูดถึงเรื่องของการ เปลี่ยนรูปของเส้นผม

จะแบ่งออกเป็น

การเปลี่ยนรูปชั่วคราว จากโครงสร้างในเส้นผมแต่ละเส้น เพื่อนๆ ก็รู้แล้วว่า เคราตินในเส้นผม จะมีความยืดหยุ่น เพราะอย่างที่เพื่อนๆ เห็นว่า เกลียวอัลฟา 3 อันมาหมุนเกลียวกัน  เวลาที่ผมถูกกระทำชั่วคราว พอโดนน้ำอีกครั้ง เส้นผมจะมีความยืดหยุ่นทำให้กลับสู่สภาพเดิม เป็นสาเหตุว่าทำไมเวลาเราไดร์ผม ม้วนลอน ม้วนโรล หวีผม หยีผม แล้วพอสระผมใหม่ ผมก็จะกลับมาเป็นเช่นเดิม

ืแล้วทำไม ผมถึงเกิดการเปลี่ยนรูปได้ เพราะว่าน้ำทำให้กรดเกลือและไฮโดรเจนแตกตัวออกจากกัน ทำให้เกลียวของเคราติน เกิดการ ต้านซึ่งกันและกัน ในขณะที่ผมเปียก จึงทำให้เราสามารถกำหนดทิศทางของเส้นผมได้ตามต้องการ เพราะในขณะผมเปียก เกลียวยังไม่จับกันแน่น เป็นคำตอบว่า ทำไมเวลาเราจะทำการไดร์ผม ม้วนผม ต้องทำให้ผมเปียกก่อน คือการสระ หรือฉีดน้ำนั่นเอง

และ ข้อควรระวัง ที่ว่า อย่านอนในขณะที่ผมยังไม่แห้ง เพราะว่าตอนนั้นเกลียวเคราตินยังไม่ถูกเซตลงตัว หากเราไปนอนทับผม นอกจากจะทำให้เกิดความชื้น เป็นเชื้อรา จะทำให้ผมถูกการเปลี่ยนแปลงรูปได้ หากเราดัดผม หรือยืดผมมา อาจจะทำให้สิ่งที่เราทำเสียรูปได้นะจีะ


การเปลี่ยนรูปถาวร

อย่าง ที่เรารู้ว่าในเกลียวเคราติน นอกจากกรดเกลือ ไฮโดรเจน แล้วยังมี กำมะถันเป็นส่วนประกอบทำให้เกลียวยืดแน่นกัน สำหรับการจะเปลี่ยนรูปทรงของเส้นผมอย่างถวร จะเป็นการไปกระทำให้กำมะถัน เกิดการแตกตัว (ต่างจากแบบชั่วคราว ที่ทำให้แค่กรดเกลือ และไฮโดรเจนแตกตัวออกจากกัน ด้วยน้ำ) ดังนั้นในการทำการดัดผม หรือ ยืดผม จะเป็นการไปทำให้กำมะถันแตกตัวก่อน อย่างที่บอกว่าทำไมเวลาเราทำเคมีพวกนี้แล้วจะมีกลิ่นเหม็นเหมือนไข่เน่า เพราะเป็นกลิ่นของกำมะถันนั่นเอง (ในช่วงดัด ก้อคือการลงน้ำยาดัด ในช่วงยืดคือการลงน้ำยายืด) และเมื่อเราทำการเปลี่ยนทรงตามที่ต้องการแล้ว ไม่ว่าจะ ดัดผมให้เป็นลอน หรือยืดผมให้ตรง เราก้อจะต้องมาทำให้เกิดการติดแน่น ให้กำมะถันเกิดการยืดแน่นเหมือนเดิม นั่นคือการลงน้ำยาโกรก นั่นเอง
[IMG]http://www.ladysquare.com/uploads/groof/2007-01-09_100749_Groofy.gif">
คิดถึงกรุ๊ฟกะพี่เจี๊ยบกดที่นี้

Back to Top
groof View Drop Down
Special Member
Special Member
Avatar

Joined: 24 ม.ค. 2006
Location: Thailand
Posts: 29902
Post Options Post Options   Quote groof Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 21 มิ.ย. 2010 at 23:44
มาถึงเรื่อง การเปลี่ยนแปลงสีผม กันบ้าง



จำ ได้หรือป่าวค่ะ เม็ดสีผม หรือส่วนที่เกิดสีผม จะเป็นส่วนที่อยู่ตรง Macrofibrils  จะมีตัวที่เรียกว่า เมลาโนไซท์ Melanocytes ในภาพจะมีหน้าตาคล้ายๆปลาดาว จะทำหน้าที่ในการผลิตเม็ดสี หรือ Pigments ซึ่งตรงเม็ดสีเนี่ยแหล่ะค่ะที่จะทำให้เรามีสีผมอะไร ทำให้เนื้อผมในส่วนของ Cortex มีความเข้มขึ้น ดังนั้น ผมหงอก เกิดจากผมเส้นนั้นไม่มีเม็ดสี ทำให้เกิดการโปร่งแสงค่ะ

ใน Pigments เม็ดสี จะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ

แกรนนูลาร์ Granular  หรือ ยูเมลานิน Eumelanin จะเป็นเซลล์เม็ดสีกลมๆ ที่ค่อนข้างใหญ่ เม็ดสีเข้มตั้งแต่สีดำ จนถึงสีน้ำตาลเข้ม จะประกอบด้วยเม็ดสี 3 สี คือ แดง น้ำเงิน เหลือง แต่ในเซลล์แกรนนูลาร์จะมีเม็ดสีแดงมากที่สุด  มักพบในกลุ่มคนเอเซีย และแอฟฟริกา ผมสีดำ หรือ น้ำตาล

ดิฟฟิวส์ Diffused หรือ ฟิโอเมลานิน Pheonelanin จะเป็นเซลล์เม็ดสีอ่อน ตั้งแต่สีแดง จนถึงสีเหลืองอ่อน จะประกอบด้วยเม็ดสี 3 สีเช่นกัน คือ แดง น้ำเงิน เหลือง แต่ในเซลล์ดิฟฟิวส์จะมีเม็ดสีเหลืองมากที่สุด มักพบในกลุ่มคนยุโรป ผมสีบลอนด์ และสีแดง
[IMG]http://www.ladysquare.com/uploads/groof/2007-01-09_100749_Groofy.gif">
คิดถึงกรุ๊ฟกะพี่เจี๊ยบกดที่นี้

Back to Top
groof View Drop Down
Special Member
Special Member
Avatar

Joined: 24 ม.ค. 2006
Location: Thailand
Posts: 29902
Post Options Post Options   Quote groof Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 21 มิ.ย. 2010 at 23:44
ในการเปลี่ยนแปลงของสีผม จริงๆ แล้ว น้ำ (ความชื้น) อากาศ ลม (อ๊อกซิเจน) และแสงอาทิตย์ (ความร้อน) ล้วนเป็นสิ่งที่มีผลทำให้คนเราสีผมสว่างขึ้น ดังนั้นแหมว่า เราไม่ได้ไปทำการทำสีผม ย้อมผม แต่ผมเราก็จะมีการเปลี่ยนสีได้ และบางครั้งผมที่ทำสีมา อาจจะมีการซีดจางได้ หากมีผลกระทบดังกล่าวมาที่เส้นผม

การสูญเสียน้ำของเส้นผม เกิดจากอ็อกซิเจนถูกกระตุ้นให้แยกตัวออกมาโดยความร้อนจากภายนอก ทำให้เกิดปฏิกิริยาที่เรียกว่า Slight Oxidation ของอณูเม็ดสีผม ทำให้เม็ดสีถูกทำลายทีละเล็กทีละน้อยที่บริเวณรอบนอกของเปลือกผม จึงมีผลทำให้เห็นเส้นผมแลดูสว่างขึ้นโดยธรรมชาติ 

และอย่างที่รู้ ใน Pigments จะประกอบด้วยเม็ดสี 3 สี แดง น้ำเงิน เหลือง ซึ่งเม็ดสีที่จะหลุดออกง่ายที่สุดก่อนใคร คือเม็ดสีน้ำเงิน นั่นก้อเป็นอีกคำตอบว่าทำไมผมเราจึงดูสว่างขึ้น และออกเป็นสีแดง หรือสีเหลือง (ทอง)

ดังนั้นเวลาเราทำสีผม ก้อจะต้องทำให้สีผมมีความสว่างขึ้น เพื่อจะได้นำเม็ดสีใหม่เข้าไปแทนที่เม็ดสีเดิม แหมแต่การทำสีผมให้สีเข้มขึ้น / เท่าเดิม ก็จะต้องมีการทำให้สีผมอ่อนลงก่อนทำการย้อมผม

ในผลิตภัณฑ์ทำสีผม จึงต้องมีส่วนประกอบของ แอมโมเนีย อ๊อกซิแดนท์ (ไฮโดรเยน) และเม็ดสีสังเคราะห์

แอมโมเนีย ทำหน้าที่ในการเปิดเกล็ดผม เพื่อให้สีเข้าไปทำการเกาะยึด ส่วนอ๊อกซิแดนท์ (ผลิตภัณฑ์ตัวอื่นๆ เรียกว่า ไฮโดรเยน) เข้าไปทำปฏิกิริยากับเม็ดสีผมเดิมให้มีสีผมสว่างขึ้น

ดังนั้นในการทำ สีผม จะต้องมีการทิ้งช่วงเวลา ช่วงแรกจะเป็นการทำปฏิกิริยาอ็อกซเแดนท์ คือทำสีผมให้สว่างก่อน ประมาณ 15 นาที จากนั้นก็จะเป็นขั้นตอนของการดูดซึมเม็ดสี

เป็นคำตอบว่า หากเราทิ้งระยะเวลาไม่เพียงพอ จะทำให้สีไม่ชัดตามที่ต้องการ และยังมีผลทำให้เม็ดสีหลุดเร็วกว่าที่ควร
[IMG]http://www.ladysquare.com/uploads/groof/2007-01-09_100749_Groofy.gif">
คิดถึงกรุ๊ฟกะพี่เจี๊ยบกดที่นี้

Back to Top
groof View Drop Down
Special Member
Special Member
Avatar

Joined: 24 ม.ค. 2006
Location: Thailand
Posts: 29902
Post Options Post Options   Quote groof Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 22 มิ.ย. 2010 at 00:36
เทคนิคการแต่งตาให้เหมาะสมกับรูปตาในแบบต่างๆ

Almond Shaped Eyes
 

1. Apply a light shade from lash line to the brow.

2. Apply a medium contour shade on the lid.

3. Next use a darker shadow on the outer corner of the lid and blend well.

4. Line the eyes if desired closest to the lash line as possible top and bottom.

5. Apply mascara top and bottom and comb well.

HeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeart

Close-Set Eyes

1. Apply a light color shadow on the inner half of the upper lid from lash to brow.

2. Extend a medium shade on outer half of the eyelid towards hairline and blend well.

3. Begin lining the eye at the inner corner extending a touch beyond the outer edge.

4. Dot highlighter in the inner corner of the eye.

5. Apply mascara to upper lashes and lower if desired. If you use mascara on lower lashes use only on outer few.

HeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeart

Small Eyes

1. Use a light-colored shadow on the inner half of the eye starting from the lashes to the brow.

2. Apply a medium shadow to the crease concentrating on the outer half of the eye.

3. Apply eyeliner on outer half of the eye closest to the lashes.

4. Apply a highlighter under the arch of the brow. You can also use a white pencil in the inner lower or upper rims, this can help to open up your eyes.

5. Keep your eyebrows groomed and shaped. A light thinner eyebrow for small eyes will help to open the eyes up.

HeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeart

Wide-Set Eyes

1. Apply a light to medium shade from lash to brow.

2. Place a medium or dark shadow near the eyes' inner corners continuing out toward the temples.

3. Extend the liner all the way to the inner corner of the eye closest to the lashes.

4. Then applying mascara concentrate on the center lashes.

HeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeart

Deep-Set Eyes

1. Use a light shade from lash to brow.

2. Place a medium contour color just above the crease and blend upward.

3. Dot highlighter on inner corners of eyes.

4. When applying eyeliner stay as close to the lash line as possible. Less is best with deep-set eyes.

5. Apply mascara to upper and lower lashes and comb through with metal lash comb, lash groomer or deluxe spooly mascara brush.

HeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeart

Round Eyes

1. Use a light tone shadow from lash to brow.

2. Use a dark shadow in the crease.

3. Line only outer half of the eye and extend liner out and up at the ends.

4. Mascara for top lashes only concentrating on outer half.

HeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeart

Bulging or Puffy Eyes

1. Use a highlighter shade in the inner corners of the eyes.

2. Use a dark matte shadow in the crease of the eye (wherever it is bulging or puffy).

3. Extend eyeliner along the lashes going from the inner corner to the outer corner. If you prefer use a dark eye pencil in the inner lid rim. Never use the pencil under lower lashes. It will accentuate the bulging of the eye.

4. Emphasize upper lashes with mascara especially the outer lashes. Use very little or no mascara on lower lashes.

HeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeart

Droopy Eyelids

1. Use a light shadow along the inner half of your upper lid.

2. Use a dark matte shadow where your lid begins to droop extending to the outer half of lid.

3. Dot highlighter under the inner edge of brows.

4. Line from the inner top edge to pupil of your eye. Be careful that you do not take eyeliner to the end of the eye, as this will emphasize the droopiness.

5. Apply mascara to upper lashes

HeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeart

Turned Down Eye

1. We recommend you start with the eyeliner to visually lift the outer corners of your eyes. Begin the line at the inner corner of lash line just past the pupil, and then sweep up and out. Draw a line on the lower lashes that parallels the top lid sweeping it up and out.

2. Apply medium-toned shadow over the whole lid.

3. Place a contour shade in the crease following your eyeliner as your guide. Be careful that the contour and liner do not meet at the outer corner.

4. Apply your highlighter under the brow's arch.

5. Use eyelash curler first then apply mascara to outer upper lashes only.

HeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeart

Mature or Crepey Eyes

1. Apply a light to medium shade over entire lid.

2. If you would like to apply a contour color this is a good time to use a matte creame-based shadow because it is very difficult to apply a powder coloration on less than supple skin.

3. Apply eyeliner along the lash line with the line growing a bit thicker toward the outer part of the eye. It is very important with a mature eye to blend correctly. We recommend a large sponge brush to blend colorations smoothly, especially if you have difficulty with your vision.

4. Apply a light coat of mascara on upper lashes if desired.

HeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeart

Vanishing Lids

1. Apply a light or medium toned shadow from lash line to the brow bone.

2. Concentrate deep, darker, neutral tones just above the crease. When applying color feather lightly towards the brow.

3. When applying eyeliner stay right at the lash line with a light hand. You do not want a thick line. It should be a very fine line.

4. Add a highlighter on the brow bone.

5. Curl lashes to help open up the eye. Now apply mascara to the top lashes only.


HeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeartHeart

ที่มา
http://www.profaces.com/info/eye_tips.htm





[IMG]http://www.ladysquare.com/uploads/groof/2007-01-09_100749_Groofy.gif">
คิดถึงกรุ๊ฟกะพี่เจี๊ยบกดที่นี้

Back to Top
groof View Drop Down
Special Member
Special Member
Avatar

Joined: 24 ม.ค. 2006
Location: Thailand
Posts: 29902
Post Options Post Options   Quote groof Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 22 มิ.ย. 2010 at 00:53
Retin A คืออะไร


Retin-A  เป็นสารสกัดจากวิตามิน A ค่ะ ใช้สำหรับรักษาสิว  Retin-A จะมีฤทธิ์ทำให้เซลล์เก่าของผิวหนังในชั้นหนังกำพร้าลอกหลุดออกมาได้ง่ายขึ้น ไม่ทำให้อุดตันรูขุมขน และยังกระตุ้นให้เกิดการสร้างเซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาแทนเซลล์เก่าที่หลุดลอก จึงทำให้เซลล์ผิวหน้าในชั้นหนังกำพร้าหนาขึ้น กระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อคอลลาเจนในส่วนของชั้นหนังแท้ จึงทำให้แลดูอ่อนวัย และยังช่วยกระตุ้นการสร้างหลอดเลือดเล็กๆ ที่ผิวหนังด้วยค่ะ

Retin-A  ยังช่วยแก้ไขริ้วรอยบนใบหน้าที่เพิ่งเกิดขึ้นมา แต่ถ้าริ้วรอยที่ลึกจะไม่เห็นผลนะค่ะ จะช่วยพวกริ้วรอยที่ตื้นๆ รอยด่างดำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ หยาบกร้านจากการถูกแสงแดดง

วิธีการใช้

- ทายาวันละครั้งก่อนนอน ถ้าผิวไวมากต้องทาวันเว้นวันค่ะ
- อย่าใช้ปริมาณมากเกินไป
- รอประมาณ 30 นาทีหลังจากล้างหน้า แล้วค่อยทายา
- หลังจากทายาแล้ว บางคนอาจจะมีผิวแดง ลอกและแห้งได้ จะดีขึ้นหลังจากใช้ไปแล้วประมาณ 1 เดือน ถ้ายังไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
- ถ้าเป็นคนที่มีความไวต่อแสงแดด หรือใช้ยาที่มีผลทำให้ผิวไวต่อแสงแดด ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้
- ห้ามทานยา  หรือ ทายา ขณะตั้งครรภ์ เพราะมีผลต่อการสร้างอวัยวะของทารกในครรภ์
- โดยทั่วไป จะเห็นการเปลี่ยนแปลงของผิวหน้าหลังจากทายาประมาณ 4-6 เดือน หลังจากนั้น ให้ทาเพียงสัปดาห์ละครั้ง




[IMG]http://www.ladysquare.com/uploads/groof/2007-01-09_100749_Groofy.gif">
คิดถึงกรุ๊ฟกะพี่เจี๊ยบกดที่นี้

Back to Top
tarny View Drop Down
Special Member
Special Member
Avatar

Joined: 09 ก.ค. 2007
Location: Thailand
Posts: 860
Post Options Post Options   Quote tarny Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 22 มิ.ย. 2010 at 15:11
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด ดีมากเลยพี่กรุ๊ฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ 
ขอบคุณนะค๊า
Back to Top
a cup of coffee View Drop Down
Senior Member
Senior Member
Avatar

Joined: 01 ก.ค. 2009
Posts: 1327
Post Options Post Options   Quote a cup of coffee Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 22 มิ.ย. 2010 at 15:39

คุณกรู๊ฟ ใจดีจังเลยBig smile

^^ ขอยอดทาง PM นะคะแม่ค้าคนสวย เผื่อบางทีไม่ได้แวะไปดูที่ร้านน่ะจ้ะ^^....

Back to Top
groof View Drop Down
Special Member
Special Member
Avatar

Joined: 24 ม.ค. 2006
Location: Thailand
Posts: 29902
Post Options Post Options   Quote groof Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 22 พ.ย. 2011 at 17:36
วิธีการพันผ้าพันคอสวยๆค่ะ




[IMG]http://www.ladysquare.com/uploads/groof/2007-01-09_100749_Groofy.gif">
คิดถึงกรุ๊ฟกะพี่เจี๊ยบกดที่นี้

Back to Top
groof View Drop Down
Special Member
Special Member
Avatar

Joined: 24 ม.ค. 2006
Location: Thailand
Posts: 29902
Post Options Post Options   Quote groof Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 21 ธ.ค. 2011 at 13:36
[IMG]http://www.ladysquare.com/uploads/groof/2007-01-09_100749_Groofy.gif">
คิดถึงกรุ๊ฟกะพี่เจี๊ยบกดที่นี้

Back to Top
groof View Drop Down
Special Member
Special Member
Avatar

Joined: 24 ม.ค. 2006
Location: Thailand
Posts: 29902
Post Options Post Options   Quote groof Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 01 มิ.ย. 2012 at 11:11
[IMG]http://www.ladysquare.com/uploads/groof/2007-01-09_100749_Groofy.gif">
คิดถึงกรุ๊ฟกะพี่เจี๊ยบกดที่นี้

Back to Top
groof View Drop Down
Special Member
Special Member
Avatar

Joined: 24 ม.ค. 2006
Location: Thailand
Posts: 29902
Post Options Post Options   Quote groof Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 26 มิ.ย. 2012 at 13:23
เวลาใครถามว่าดูแลผิวหน้ายังไง สิ่งที่ขยันตอบเสมอๆคือ ล้างหน้าให้สะอาดและทากันแดด จริงๆนะ ไม่ว่าคุณลองไปถามแพทย์ผิวหนังท่านไหน เค้าก็จะตอบอะไรที่ very simple และ back to the basic แบบนี้ตล๊อดตลอด วันนี้เลยอยากให้สาวๆ เริ่มใส่ใจกับการล้างหน้ากัน บางวันขี้เกียจบำรุงยังพอให้อภัยได้นะ แต่ถ้าใครนอนหลับทั้งๆ ที่ยังเต็มไปด้วยเมคอัพบนใบหน้า หรือแม้แต่บำรุงแต่เช้าแค่ตัวเดียว ขอหยิกก้นเบาๆ เลยจ้า

เริ่มต้น ไม่ว่าคุณจะปัดมาสคาร่าหรือไม่ปัด แต่แน่นอนคุณต้องลงบำรุงรอบดวงตา หรือแม้แต่กันแดด ก็มีความจำเป็นอย่างยิ่งแล้วที่ต้องล้างให้หมดจด เพราะบำรุงก็สามารถทิ้งน้ำมันส่วนเกินได้ มีผลให้เกิดตีนกานะ อ่ะอ๊ะ กลัวหรือยัง มาเริ่มต้นทำความสะอาดรอบดวงตาและริมฝีปากกันก่อน แล้วทำไมไม่ใช่ร่วมกับหน้า ก็เพราะดวงตาและริมฝีปากมีความอ่อนโยนมากกว่านั่นเองจ้า สังเกตว่าจะเป็นแบบ oil วิธีใช้ก็หยดลงไปบนสำลี แล้วแปะไว้บนดวงตากดเบาๆ ให้ oil จับสิ่งสกปรก แล้วรูดออกไปทางใดทางหนึ่ง หางตา หรือรูดลง ทำหลายๆ ครั้ง จนกว่าจะสะอาดนะจ๊ะ สำคัญห้ามขยี้เด็ดขาด





หลังจากดวงตาและริมฝีปากเกลี้ยงเกลากันแล้วก็มาถึงใบหน้าหมดจดกันบ้าง เลือกเลยจ้าว่าจะใช้เป็น Oil / Lotion / Watery / Cream
ซึ่งแต่ละอย่างก็ต้องศึกษาว
ิธีการใช้อย่างละเอียดในแต่ละยี่ห้อด้วยนะ ใช้ให้ถูกวิธี
สำคัญที่สุดคือใช้ใหถูกกับส
ภาพผิวหน้าเรา และเหมาะสมกับการบำรุงของเราด้วยนะ ไม่ใช่ว่าบำรุงจัดเต็ม ยิ่งจัดหนักเท่าไร แต่ไหงตอนล้างออกยังใช้แบบสมัยมัธยม ก็คงไม่ได้จ้า เพราะถ้ามีสิ่งตกค้างเหล่านี้ จะเป็นบ่อเกิดของสิว และทำให้รูขุมขนกว้างด้วยนะ น่ากลัวมากกกกกอ่ะ



หลายคนชอบบอกว่า ล้างหน้าสะอาดนะ บางทีล้างสบู่ล้างโฟม 3 รอบเลย หน้าเนี่ยตึงเปรี๊ยะไปหมด กรี๊ดๆๆๆๆ ไม่ใช่จ้า แยกให้ออกกับคำว่า Cleansing และ Washing นะจ๊ะ ถ้าสาวๆ ทำความสะอาดหน้าแค่มีแค่สบู่หรือโฟม ก็ช่วยย้อนไปอ่านเรื่อง Cleansing กันด้วย เพราะจะช่วยทำความสะอาดได้ลึกลงไป ส่วน Washing เป็นแค่เพียงชำระล้างส่วนบน พวกฝุ่นละออง หรือล้างเอา Cleansing ออกไปเท่านั้นนะ เลือกเอาจ้าว่าจะเป็นแบบสบู่ โฟม เจล ผงแป้ง หรือน้ำนม ตามสภาพผิวหน้าของสาวๆค่ะ






[IMG]http://www.ladysquare.com/uploads/groof/2007-01-09_100749_Groofy.gif">
คิดถึงกรุ๊ฟกะพี่เจี๊ยบกดที่นี้

Back to Top
groof View Drop Down
Special Member
Special Member
Avatar

Joined: 24 ม.ค. 2006
Location: Thailand
Posts: 29902
Post Options Post Options   Quote groof Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 26 มิ.ย. 2012 at 13:25
ก่อนอื่นที่เราจะเริ่มบำรุง เราควรเริ่มจากรู้จักผิวหน้าของเราว่าเป็นประเภทไหนค่ะ

ผิวแห้ง หลังล้างหน้าหน้าจะตึง บางครั้งแห้งเป็นขุย ผิวหยาบขาดความชุ่มชื้น รูขุมขนเล็ก แต่เกิดริ้วรอยง่าย

ผิวผสมค่อนแห้ง หรือ ผิวผสมค่อนมัน จะแห้งบริเวณแก้ม และมีความมันบริเวณทีโซน มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับบริเวณที่เกิดความมัน

หากผิวมีความสมดุลกันระหว่างน้ำและน้ำมันในผิว เรียกว่าเป็นผิวธรรมดา มีความเนียนเรียบ

ผิวมัน มีความมันเงาบริเวณทีโซน รูขุมขนกว้างเกิดจากการผลิตน้ำมันของต่อมไขมันมากเกินไป เป็นสิวง่ายอักเสบบ่อย แต่ไม่ค่อยมีริ้วรอย

ผิวบอบบางง่าย จะเป็นได้ทั้งคนที่ผิวมันและผิวแห้งค่ะ ระคายเคืองง่าย ไวต่อสิ่งกระตุ้น เป็นรอยแดงง่าย มีอาการคั้นเป็นจ้ำ


[IMG]http://www.ladysquare.com/uploads/groof/2007-01-09_100749_Groofy.gif">
คิดถึงกรุ๊ฟกะพี่เจี๊ยบกดที่นี้

Back to Top
groof View Drop Down
Special Member
Special Member
Avatar

Joined: 24 ม.ค. 2006
Location: Thailand
Posts: 29902
Post Options Post Options   Quote groof Quote  Post ReplyReply Direct Link To This Post Posted: 26 มิ.ย. 2012 at 13:26
ตำแหน่งสิวกับการบ่งบอกสัญญาณให้กับเราว่าอวัยวะภายในมีปัญหาจ้า บางครั้งนอกจากเรื่องของความสะอาดที่เราจะต้องดุแลแล้ว ตำแหน่งของสิวก็ช่วยให้เรารู้ความผิดปกติของร่างกายได้นะ สาวๆ ต้องสวยด้วย สุขภาพดีด้วยนะค่ะ




ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพผิว จากศูนย์สุขภาพผิวสถาบัน Leonard Drake ได้นำเสนอแนวทางการป้องกันโดยมีหลักในการวิเคราะห์สภาพผิวแบบ Face Mapping นั้นจะเป็นการวิเคราะห์สภาพผิวที่ละเอียดกว่าการวิเคราะห์ผิวโดยทั่วไป ทำให้เรารู้ว่าเรื่องเล็กๆน้อยๆในชีวิตประจำวันก็มีผลต่อความงามที่ยั่งยืนค่ะ



[IMG]http://www.ladysquare.com/uploads/groof/2007-01-09_100749_Groofy.gif">
คิดถึงกรุ๊ฟกะพี่เจี๊ยบกดที่นี้

Back to Top
 Post Reply Post Reply Page  <123




This page was generated in 0.086 seconds.